Category: อาชญากรรม

  • ระทึก! ไฟไหม้โกดังเก็บพัสดุของไปรษณีย์วอดเสียหายจำนวนมาก

    ไฟไหม้โกดังเก็บพัสดุของไปรษณีย์ ทำให้พัสดุถูกไฟไหม้วอดเสียหายจำนวนมาก ตำรวจและกู้ภัยเร่งช่วยเหลือผู้ติดอยู่ในบ้าน 4 คนออกมาได้อย่างปลอดภัยไฟไหม้โกดังเก็บพัสดุของไปรษณีย์ ทำให้พัสดุถูกไฟไหม้วอดเสียหายจำนวนมาก ตำรวจและกู้ภัยเร่งช่วยเหลือผู้ติดอยู่ในบ้าน 4 คนออกมาได้อย่างปลอดภัยช่วงเวลา 01.30น.วันที่ 3 สิงหาคม2568 ร้อยตำรวจเอกณัชพล แสงสี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้โกดังเก็บพัสดุของไปรษณีย์ไทยพนัสนิคม ถนนศรีจารุสัมพันธ์ 2 เทศบาลเมืองพนัสนิคม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และมีผู้ติดอยู่ภายใน 4 คน หลังรับแจ้งรีบประสานรถดับเพลิงเทศบาลพนัสนิคม และไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียงในที่เกิดเหตุไฟกำลังโหมลุกไหม้พัสดุที่อยู่ในโกดังอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมฉีดน้ำดับไฟใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยก็ได้รีบเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ภายในออกมาได้อย่างปลอดภัยครบทุกคนและได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เนื่องจากมีอาการสำลักควันจากการตรวจสอบภายในโกดัง พบพัสดุถูกไฟไหม้จนวอดพังเสียหายจำนวนมาก มีบางส่วนที่ไฟยังลุกลามไม่ถึงสอบถามนายกิตติ เทพสุวรรณนาวุธ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียงได้เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการของหน่วยกู้ภัยสว่างเหตุว่ามีเหตุเพลิงไหม้บริเวณโกดังเก็บพัสดุของไปรษณีย์ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ก็รีบมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านที่ติดอยู่ภายใน 4 รายและไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง เมื่อมาถึงจึงได้รีบประสานรถดับเพลิงให้มาฉีดน้ำดับไฟใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถดับไฟไว้ได้และได้ช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ภายออกมาได้จนครบทุกคนและปลอดภัยเบื้องต้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามจะได้เก็บภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานและจะได้รอสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุในครั้งนี้ และรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจากภาค 2 เข้ามาเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ก็จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

  • วิจารณ์! คู่รักเล่นจ้ำจี้กันบนรถ คนขับเตือนแล้ว บอก แค่เล่นกันเฉยๆ

    (3 ส.ค.68) เรียกเสียงฮือฮาในโลกโซเชียล เมื่อเพจเฟซบุ๊ก “สายข่าวพัทยา” โพสต์ภาพชายหญิงต่างชาติ “ขึ้นขย่ม” กันท้ายรถสองแถวอย่างโจ่งแจ้ง ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยว ช่วงที่รถติด กลางย่านพัทยาใต้ งานนี้คนดูทั้งอึ้ง ทั้งขำ วิจารณ์สนั่นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ จนพบรถสองแถวคันต้นเรื่อง จอดรับผู้โดยสารอยู่บริเวณพัทยา โดยคนขับคือ นายจักรพงศ์ อายุ 38 ปี เจ้าตัวยอมรับว่า เหตุการณ์ที่กำลังถูกเผยแพร่ในสื่อโซเชียลฯเกิดขึ้นจริง เมื่อช่วงประมาณ 2 ทุ่มของวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมานายจักรพงศ์ เล่าว่า ขณะขับรถรับผู้โดยสารคู่รักชาวต่างชาติจากถนนพัทยาสายสอง มุ่งหน้าลงชายหาด มาถึงช่วงใกล้ทางเข้า Walking Street รถเริ่มติดจึงหันมองกระจกหลัง เห็นรถโยกๆ อยู่ ด้วยความสงสัยเลยแอบมอง ก็เจอภาพที่ทำเอาถึงกับตาโต เมื่อชายหญิงชาวต่างชาติกำลัง “ขย่มกัน” ในลักษณะผู้หญิงนั่งคร่อมตัวผู้ชายบนที่นั่งผู้โดยสารท้ายรถ และทำท่าขย่ม แบบไม่แคร์สายตาใครนายจักรพงศ์ ยังเล่าว่า หลังจากนั้นเมื่อถึงช่วงไฟแดง ตนเองก็ลงจากรถไปว่ากล่าวตักเตือน ด้วยความสุภาพ ซึ่งทั้งสองก็อ้างว่า ไม่ได้ทำอะไร แค่เล่นกันเฉยๆ ก่อนจะพาไปส่งที่โรงแรมบนเขาพระตำหนัก ตนเองขับรถสองแถวมาหลายปี เพิ่งเคยเจออะไรแบบนี้ครั้งแรก ตอนแรกก็อึ้ง…

  • ดวลเดือดเมืองเพชรบุรี ดับหนุ่มใหญ่วัย 46 ทะเลาะเรื่องผู้หญิง ฝีมืออริเก่า เพิ่งพ้นคุก

    ภาพไฮไลต์เพชรบุรี ดวลปืนยิงกันสนั่นกลางบ้าน คู่อริที่เพิ่งพ้นโทษใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงหนุ่มใหญ่วัย 46 ปี เสียชีวิต พบทั้งคู่เคยมีปัญหาบาดหมางใจเรื่องผู้หญิงกันมาก่อน ตำรวจ สภ.หาดเจ้าสำราญ อยู่ระหว่างตามตัวผู้ก่อเหตุเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2568 พ.ต.ต.ไวพจน์ เพชรสะแก สารวัตรเวร สภ.หาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุมีบุคคลใช้อาวุธปืนยิงกันที่บริเวณบ้านเลขที่ 99/2 หมู่ 4 บ้านบางทะลุ ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดเจ้าสำราญ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณบนถนนหน้าบ้านหลังดังกล่าว พบหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาด 1 หัว ภายในรั้วบ้านพบปลอกกระสุนปืนจำนวนหลายปลอก นอกจากนี้ยังพบรอยกระสุนปืนที่บริเวณรถยนต์เก๋งโตโยต้าสีขาวที่จอดอยู่ในบ้านจำนวนหลายรอย อีกทั้งกระสุนปืนได้ถูกกระจกบ้านแตกเสียหายส่วนผู้บาดเจ็บพลเมืองดีนำส่ง รพ.พระจอมเกล้าฯ ทราบชื่อต่อมา คือ นายพงษ์พันธุ์ จันทร์กระจ่าง หรือตั้ม อายุ 46 ปี ชาวบ้านบางทะลุ แต่นายพงษ์พันธุ์ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายเจษฎากรณ์ นกเพชร หรือมาร์ค…

  • ยาย 85 ช้ำ ลูกไล่ไม่ให้อยู่ด้วย จำใจไปอยู่ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง

    (2 ส.ค. 68) นายนัฐพนธ์ สุวรรณภักดี หัวหน้ากู้ภัยใต้เต๊กตึ้ง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า “นางเอ(นามสมมติ) อายุ 85 ปี ที่อยู่เดิมจังหวัดเพชรบูรณ์ และได้เดินทางมานครศรีธรรมราชเพื่อมาบ้านของตัวเองในพื้นที่อำเภอเมือง แต่โดนลูกไล่ไม่ให้เข้าบ้าน และไม่ให้อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว คุณยายจึงเดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราชเพื่อเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานลงบันทึกประจำวัน เพราะเกรงกลัวว่าจะโดนทำร้ายอีกด้วยต่อมายายได้มีคนมาส่ง ที่บ้านญาติในอำเภอท่าศาลา แต่ด้วยบ้านญาติเป็นสภาพเก่าและไม่มีใครอยู่รกร้างคุณยายจึงต้องอยู่คนเดียว ซึ่งไม่มีใครดูแลเลย ทางเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวจึงประสานไปยังลูกคุณยายที่อยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์อีกหนึ่งคน เพื่อมารับคุณยายกลับไปแต่คุณยายไม่ยอมไป คุณยายเล่าว่า ลูกอีกคนในประสานสถานคนไร้ที่พึ่งไว้แล้ว และคุณยายก็เต็มใจจะไปอยู่สถานคนไร้ที่พึ่งที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพราะดูแล้วปลอดภัยกว่า และไม่อยากเจอปัญหาอีก คุณยายเล่าทั้งน้ำตา #ข้อมูลก็ตามนี้แหล่ะครับ ทางผมได้จัดรถพยาบาล พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าดูแลคุณยาย และนำส่งสถานคนไร้ที่พึ่ง ตามที่ลูกคุณยายได้ประสานไว้ ผมช่วยได้เท่านี้จริงๆครับ….”ปรากฏว่าหลังจากมีการโพสต์ข้อความและภาพดังกล่าว สร้างความสะเทือนให้กับผู้คนทั่วไปเป็นอย่างมาก ในเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับแม่คนหนึ่งที่ไร้ที่อยู่ถูกลูกขับไล่ออกจากบ้าน จนต้องเร่ร่อนเข้าศูนย์คนไร้ที่พึ่ง โดยในโลกโซเซียลได้มีการแสดงความคิดเห็นตำหนิบรรดาลูกๆ และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้าน พม.ลงพื้นที่มาให้การช่วยเหลือคุณยายวัย 85 ปีต่อไป พร้อมทั้งมีการให้กำลังใจคุณยาย ขอให้ปลอดภัย และมีกำลังใจสู้กับชีวิตที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

  • กองปราบฯ จับสาวพนักงานร้านสะดวกซื้อ ลักเงินแล้วหลบหนี

    กองปราบฯ จับสาวพนักงานร้านสะดวกซื้อ ลักเงินแล้วหลบหนีกองบังคับการปราบปราม โดย พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.1 กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นางสุ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง ในเวลากลางคืน” จับกุมได้บริเวณริมถนนสาธารณะหน้าบ้านในพื้นที่ ม.2 ต.บ้านฝาง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ดสืบเนื่องจากกรณีที่ประชาชนร้องเรียนมายัง เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามให้ช่วยเร่งติดตามจับกุมหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ หลังฉวยโอกาสขณะทำงาน ก่อเหตุขโมยเงินจากร้านสะดวกซื้อแล้วหลบหนี เหตุเกิดเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 โดยนางสุ (นามสมมุติ) ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยฝึกหัดของร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ ซอยอ่อนนุช 22 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ได้ใช้ช่วงเวลาที่ไม่มีผู้ใดอยู่ภายในร้าน ลักลอบขโมยเงินสดจากตู้เก็บเงินกว่า 25,000 บาท ก่อนหลบหนีไป ผู้บริหารร้านจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี กับพนักงานสอบสวนในพื้นที่รับผิดชอบทันที พร้อมออกหมายจับตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา จากการสืบสวนทราบว่า หลังจากก่อเหตุ…

  • บช.น. แถลงสถานการณ์การชุมนุม “กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน” จับกุมผู้ต้องหา 106 ราย คดีพกอาวุธมีด-ยาเสพติด-หลบหนีเข้าเมือง เป็นลมแดด 4 ราย

    บช.น. แถลงสถานการณ์การชุมนุม "กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน" จับกุมผู้ต้องหา 106 ราย คดีพกอาวุธมีด-ยาเสพติด-หลบหนีเข้าเมือง เป็นลมแดด 4 รายเมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 2 ส.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการ ส่วนหน้า บก.น.1 สำนักงานเขตราชเทวี พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา พร้อมด้วย นายศุภกฤต บุญขันธ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายสบโชค ณ ศรีโต ผู้อำนวยการเขตราชเทวี และ ร.ต.อ.เลิศวริศ เลิศวรปรีชา รอง สว.ปฎิบัติหน้าที่ ก.ตร.ช่วยราชการ บช.น. (ทำหน้าที่ล่ามแปลภาษาอังกฤษ) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงสถานการณ์การชุมนุม “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย” บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถ. พหลโยธิน แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. ถึง 21.00 น.พ.ต.อ.พันษา กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมในห้วง 17.00…

  • กลับบ้านต่อเนื่อง! แรงงานกัมพูชา ทยอยเดินทางกลับบ้าน อีก 4,000 คน

    กลับบ้านต่อเนื่อง! แรงงานกัมพูชา ทยอยเดินทางกลับบ้านเป็นวันที่ 9 ผ่านด่านถาวรบ้านแหลมอีก 4,000 คน เจ้าหน้าที่ปิดประตูด่านตามเวลา 15:00 น.กลับบ้านต่อเนื่อง! แรงงานกัมพูชา ทยอยเดินทางกลับบ้านเป็นวันที่ 9 ผ่านด่านถาวรบ้านแหลมอีก 4,000 คน เจ้าหน้าที่ปิดประตูด่านตามเวลา 15:00 น.(2 ส.ค. 2568) เข้าสู่วันที่ 9 ของแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศตั้งแต่ช่วงเวลา 09:00 น. ที่ ด่านถาวรบ้านแหลม จ.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังคงบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แรงงานชาวกัมพูชาที่ทยอยเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง จากหลายพื้นที่ของไทยโดยมีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น และทีมสาธารณสุข จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเครือข่ายในพื้นที่ ลงพื้นที่ดูแลกลุ่มแรงงานที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากตลาดบ้านแหลมยังคอยจัดระเบียบพื้นที่ และดูแลบริการอาหารน้ำดื่มให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตลอดทั้งวันเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการข้ามแดน เจ้าหน้าที่ได้จัดระบบการเดินออกเป็นลำดับ โดยให้กลุ่มผู้ป่วยผู้สูงอายุหญิงตั้งครรภ์และเด็กเดินทางข้ามก่อน จากนั้นจึงเปิดทางให้กลุ่มแรงงานทั่วไป พร้อมสัมภาระเดินเท้าออกตามลำดับ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความแออัดบริเวณด่าน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วนที่มาบูรณาการร่วมกันในทุกมิติ หลังจากแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศรวม 4,000 คน เจ้าหน้าที่ปิดประตูด่านตามเวลา 15:00 น.ตามกำหนดเวลาของทั้งสองฝั่งที่ตลาดบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน…

  • ผอ.รร.พยาบาลรามาธิบดี พร้อมรับ น้องปิ่นมุก ลูกทหารกล้าเข้าเรียนพยาบาล

    ผอ.โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี พร้อมรับ น้องปิ่นมุก ลูกทหารกล้าเข้าเรียนพยาบาล โควตาพิเศษ ไม่ต้องสอบ เชื่อมี DNA เสียสละ ต้องเป็นพยาบาลที่ดีแน่นอนผอ.โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี พร้อมรับ น้องปิ่นมุก ลูกทหารกล้าเข้าเรียนพยาบาล โควตาพิเศษ ไม่ต้องสอบ เชื่อมี DNA เสียสละ ต้องเป็นพยาบาลที่ดีแน่นอนวันที่ 2 ส.ค. 68 รองศาสตราจารย์ ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึง ด.ญ.จุฑามาศ สีจุ้ยจ้าย หรือ น้องปิ่นมุก บุตรสาวของ จ.ส.อ.ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย อายุ 39 ปี สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ค่ายเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ จ.อุดรธานี ทหารกล้า ที่สูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะชายแดน ไทย-กัมพูชาว่า“เห็นลูกสาวของทหารผู้เสียชีวิตร่ำไห้เสียใจ แต่หนูเข็มแข็งมาก อยากฝากไปบอกว่า ถ้าอยากเป็นพยาบาลแห่งอนาคต ครูและอาจารย์ทุกคน ของรร.พยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัย มหิดล ยินดีรับหนูเข้าเรียนโดยโควตาพิเศษ…

  • เปิดภูมิหลัง “ส.ต.ธีรยุทธ” ทหารกล้า บ้านปลูกเป็นกระต๊อบไม่มีไฟ-น้ำ

    เปิดภูมิหลัง เปิดภูมิหลังบ้าน "ส.ต.ธีรยุทธ" ทหารกล้า แร้นแค้น ปลูกเป็นกระต๊อบไม่มีไฟไม่มีน้ำใช้ ญาติระบุ หลานชอบทหารเป็นชีวิตจิตใจเพราะตระกูลนี้เป็นทหารทุกคน(2 ส.ค. 2568) เมื่อเวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญกุศลออกเมรุ พระราชทานเพลิงศพ ส.ต.ธีรยุทธ กระจ่างทอง กำลังพลชาวบุรีรัมย์ ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ บ้านยางโป่งสะเดา ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์โดย นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานประกอบพิธี มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนเข้าร่วมพิธีสำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลพระราชทานในการออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. ประกอบด้วยพิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายพระธรรมเทศนา รับพระราชทานฉันพระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป สวดมาติกา พิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล 10 ไตร อุทิศส่วนกุศล ส่วนในเวลา 15.00 น. เป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพสำหรับ ส.ต.ธีรยุทธ…

  • กระเช้าปลายบูมรับน้ำหนักไม่ไหว พังถล่มกลางวิทยาลัย ดับ 1 สาหัส 1

    กระเช้าปลายบูมรับน้ำหนักไม่ไหว พังถล่มกลางวิทยาลัย ดับ 1 สาหัส 1ช่วงเช้าวันที่ 2 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 09.00 น. เกิดเหตุเศร้าใจกลางไซต์งานก่อสร้างอาคารเรียนภายในวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง เมื่อกระเช้าปลายบูมที่ติดกับหัวเครนเกิดหักหลุดขณะยกช่างทาสีขึ้นไปปฏิบัติงานบนอาคารสูงถึง 5 ชั้น หรือประมาณ 26 เมตร ส่งผลให้ช่างทาสี 2 คนร่วงตกลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 รายผู้เสียชีวิตคือ นายธวัชชัย รัตนพงค์ อายุ 36 ปี ชาวพัทลุง เสียชีวิตคาที่โดยขาขวาทะลุเหล็กกระเช้าอย่างน่าสลด ขณะที่นายชุติเดช ทองนาค อายุ 43 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช บาดเจ็บสาหัส ขาทั้งสองข้างหักละเอียด แขนซ้ายผิดรูป เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทลุงจากการสอบถามนายประพันธ์ เดชสุข อายุ 50 ปี ช่างปูกระเบื้องที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า…