Category: อาชญากรรม
-
ฉาว ‘ไกด์เถื่อน’ ขู่ไม่ให้กลับประเทศ บังคับทัวริสต์จีนซื้อสินค้าหวังกินค่าน้ำ
ฉาววงการท่องเที่ยวไทย! ไกด์เถื่อนจีนบังคับ นทท.ซื้อสินค้าร้านศูนย์เหรียญหวังกินค่าน้ำ ขู่ไม่ให้กลับประเทศ วอนหน่วยงานรัฐเร่งปราบเมื่อวันที่ 13 ต.ค. กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กเพจชื่อว่า "วงการท่องเที่ยวไทย" โพสต์คลิปวีดีโอในแอปพลิชั่นออนไลน์วีแชต พร้อมข้อความระบุว่า " สุดฉาว ! ไกด์เถื่อนบังคับ นทท.ไม่ซื้อสินค้า-ไม่ให้กลับจีนสะเทือนวงการท่องเที่ยวอีกแล้ว หลังมีคลิปฉาวไกด์เถื่อนต่างชาติ ประกาศกร้าวบนรถบัส ว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กลับเมืองจีนไม่ได้ หลังจากนักท่องเที่ยวไม่ซื้อสินค้าตามที่ไกด์เถื่อนต่างชาติแนะนำพฤติกรรมแบบนี้คงทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าเมืองไทยไม่ปลอดภัย และยังเป็นแหล่งอาชญากรรม หลังจากที่โลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นไกด์เถื่อนต่างชาติกำลังถือไมค์โวยวายนักท่องเที่ยวชาวจีนบนรถบัส ว่าทำไมไม่ซื้อสินค้าที่ร้าน ซึ่งไม่ให้เกียรติไกด์ พร้อมทั้งข่มขู่นักท่องเที่ยวทั้งคันรถว่า จะทำให้กลับเมืองจีนไม่ได้ ก่อนที่ไกด์เถื่อนต่างชาติรายนี้จะหันไปเห็นว่ามีคนเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเอาไว้ พร้อมทั้งบังคับให้ลบคลิปดังกล่าวทิ้งโดยร้านค้าที่ไกด์เถื่อนคนดังกล่าวบังคับให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้านั้น เป็นที่รู้จักในวงการท่องเที่ยว ว่าเป็นร้านที่รับทัวร์ศูนย์เหรียญโดยเฉพาะ ซึ่งไกด์เถื่อนต่างชาติจะนำนักท่องเที่ยวให้มาซื้อสินค้าที่นี่ เพื่อรับค่าน้ำในการพานักท่องเที่ยวมาซื้อสินค้า ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่าไกด์เถื่อนรายนี้ไม่พอใจนักท่องเที่ยวที่ไม่ยอมซื้อสินค้า จึงทำให้ไม่ได้ค่าน้ำ และขาดทุนค่าหัวที่ซื้อมาจากบริษัททัวร์นั่นเองภายหลังคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ทำให้มัคคุเทศก์ชาวไทยส่วนใหญ่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพฤติกรรมของไกด์เถื่อนต่างชาติรายนี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นอย่างมากซึ่งก่อนหน้านี้ กลุ่มมัคคุเทศก์ชาวไทยได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้เร่งปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาแย่งอาชีพสงวนของคนไทยแต่ผ่านมาได้เพียง 1 เดือน ก็เกิดเหตุฉาวสะเทือนวงการท่องเที่ยวขึ้นมาเสียแล้ว จึงได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมการท่องเที่ยว และตำรวจท่องเที่ยว…
-
แจ้ง 2 ข้อหาพร้อมเปิดสาเหตุ อินเดียคลั่งพกปืนไฟแช็กโวยกลางสยามสแควร์
ตร.ปทุมวัน แจ้ง 2 ข้อหาหนุ่มอินเดียคลั่งโวยวาย ควงปืนไฟแช็กโชว์กลางสยามสแควร์ พาคนแตกตื่น คาดสาเหตุเมากัญชาจากกรณี ชายชาวต่างชาติคลุ้มคลั่งพกอาวุธปืนปลอม บริเวณโรงแรมโนโวเทลกรุงเทพ สยามสแควร์ ซอย 6 แขวงและเขตปทุมวัน กทม. ก่อนตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวน เหตุเกิดเวลา 16.00 น. วันที่ 13 ต.ค. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นแตกตื่น! ล็อกตัวต่างชาติคลุ้มคลั่งพกปืน โวยวายกลางสยามสแควร์ความคืบหน้า พ.ต.ต.ไท สว่างจิตร สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า ชายชาวต่างชาติคนดังกล่าว ทราบชื่อ นายซาฮิล ราม ธาดานี อายุ 41 ปี สัญชาติอินเดีย ก่อนเกิดเหตุมีอาการคลุ้มคลั่ง ลักษณะพูดจาเสียงดัง เอะอะ โวยวาย อาสาตำรวจจึงพยายามเชิญตัวออกจากบริเวณดังกล่าว แต่ นายซาฮิล ผู้ก่อเหตุไม่ยินยอม ชักโมเดลอาวุธปืนปลอมไฟแช็กพวงกุญแจ ออกมาข่มขู่เจ้าหน้าที่ จึงควบคุมตัว นายซาฮิล พร้อมของกลางโมเดลปืนไฟแช็กพวงกุญแจ ไปสอบปากคำที่ สน.ปทุมวันเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้ง 2 ข้อหา…
-
สาวเมาซิ่งกระบะชน “หมู่จักร” ปัดทำลายหลักฐาน-ถอดกล้องหน้ารถ พร้อมแจงภาพแก้วเหล้าหรา
สาวเมาขับซิ่งกระบะชน หมู่จักร สังคมประณามหลังสูญเสียตำรวจน้ำดีเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ชนิดไม่ควรเกิด แถมโลกออนไลน์แห่ขุดหลักฐาน ลงรูปแก้วเหล้าหรา ก่อนตีนผีโผล่อ้างไฟดับมองไม่เห็นทาง รูปสังสรรค์แจงเป็นภาพเก่าแถมปฏิเสธทำลายหลักฐาน “ถอดกล้องหน้ารถ-ไม่เป่าแอลกอฮอล์”จากกรณี “หมู่จักร” ส.ต.ท.จักรพงษ์ พุทธเสน ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองหนองคาย อายุ 30 ปี เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยสาเหตุมาจากถูกหญิงรายหนึ่งซึ่งมึนเมาแล้วขับรถยนต์กระบะพุ่งชน บริเวณหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งในตำบลหาดคำ อ.เมือง จ.หนองคาย โดยหมู่จักรถือเป็นตำรวจน้ำดี เป็นที่รักของประชาชนในพื้นที่เมืองหนองคาย และระหว่างปฏิบัติหน้าที่มักช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่าง ๆ อีกทั้งเคยเป็นข่าวในโลกออนไลน์หลายครั้งจากความมีน้ำใจและเสียสละต่อมาโลกออนไลน์มีการตั้งคำถามถึงสาวที่ขับรถกระบะ หลังมีการแชร์ภาพที่คาดว่าจะเป็นเจ้าตัวกำลังถือแก้วเบียร์ก่อนจะมาเกิดเหตุสลดขึ้น แถมตอนที่ขับชนหมู่จักรแล้ว ผู้ก่อเหตุยังทำลายหลักฐานถอดกล้องในตัวรถออกด้วยอ้างอิงข้อมูลจากเพจสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย ระบุว่า “โพสต์รูปแก้วเบียร์-แก้วเหล้าแต่หัวค่ำ ออกจากร้านอาหาร ? เมาขับ ? พุ่งข้ามเลนมาชนเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานอยู่เสียชีวิต ถอดกล้องในตัวรถออก ? ทำลายหลักฐาน ? ไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ ? ทำไมถึงคิดว่าตัวเองจะรอด ? ต่อให้ลบโพสต์ปิดเฟซบุ๊กไปก็ไม่ช่วย ยอมรับผิด ชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อเถอะ เวรกรรมตามทันเร็วนะ”ภาพ @สืบสวน สภ.เมืองหนองคายต่อมามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพบันทึกหน้าจอ ซึ่งรายละเอียดในนั้นระบุถึงบทสนทนากับสาวที่อ้างว่าเป็นผู้ขับกระบะ ได้ชี้แจงถึงกรณีที่ทางเพจสืบสวน สภ.เมืองหนองคายออกมาเขียนข้อความกล่าวหานั้น…
-
แตกตื่น! ล็อกตัวต่างชาติคลุ้มคลั่งพกปืน โวยวายกลางสยามสแควร์
แตกตื่นกลางสยามสแควร์ ชายต่างชาติคลุ้มคลั่งเดินโวยวาย พร้อมกับโชว์ปืน เจ้าหน้าที่ล็อกตัวไว้ได้ คุมส่งตำรวจ สน.ปทุมวัน พบเป็นปืนโมเดล พร้อมสอบหาสาเหตุเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุชายต่างชาติมีอาการคุ้มคลั่ง เดินไปมากระสับกระส่าย พูดจาโวยวาย ก่อนนำปืนขนาดเล็กที่พกติดตัวมา ถือกวัดแกว่งไปมา สร้างความแตกตื่นและหวาดเสียวให้กับผู้คน และนักท่องเที่ยว ภายในพื้นที่สยามสแควร์ เขตปทุมวัน กทม.ต่อมา เจ้าหน้าที่ของสยามสแควร์ได้ควบคุมตัวชายดังกล่าวไว้ได้ พร้อมกับยึดอาวุธปืนขนาดเล็ก นำตัวส่งตำรวจ สน.ปทุมวัน เพื่อทำการสอบสวนเบื้องต้นจากการตรวจสอบอาวุธปืนดังกล่าว พบว่าเป็นปืนโมเดลขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม จะได้ทำการสอบสวนถึงสาเหตุและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.
-
“ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” บุกระยองช่วยสาว19ร้องถูกพ่อแท้ๆล่วงละเมิด
“ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ลงพื้นที่จ.ระยอง ช่วยสาว19 ร้องถูกพ่อแท้ๆทำร้ายร่างกายแม่และน้องๆ แถมยังเคยล่วงละเมิดตัวเอง ขณะหนุ่มยันปกป้องแฟนเต็มที่"ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง" ลงพื้นที่จ.ระยอง ช่วยสาว19 ร้องถูกพ่อแท้ๆทำร้ายร่างกายแม่และน้องๆ แถมยังเคยล่วงละเมิดตัวเอง ขณะหนุ่มยันปกป้องแฟนเต็มที่เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ตุลาคม2568 ที่สภบ้านค่ายจังหวัดระยอง .พ.ต.อ. ปราโมทย์ คงคาลัย ผู้กำกับสภ.บ้านค่ายร่วมกับมูลนิธิเป็นหนึ่ง โดยต้นอ้อ พาหญิงสาว 19 ปี เข้าร่วมประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่พม.ปมพ่อแท้ๆ พยายามจะล่วงละเมิดน้องสาววัย13 อีกทั้งทำร้ายร่างกายแม่และน้องๆอยู่ตลอดซึ่งตนเองก็เคยถูกพ่อล่วงละเมิดและทำร้ายร่างกายมาแล้วนายณัฐวุฒิ อายุ20ปี แฟนของสาววัย19 เล่าว่า ตนพึ่งมาทราบเรื่องเมื่อ 3 วัน ที่แล้วว่าแฟนของตนนั้นถูกพ่อแท้ๆล่วงละเมิด ซึ่งณตอนนั้นตนรู้สึกโมโหมาก ตนกับแฟนคบกันมาได้ปีกว่าๆ ซึ่งเมื่อก่อนตนไม่เข้าใจว่าทำไมแฟนของตนไม่ค่อยอยากจะกลับบ้าน แต่พอคบกันมาสักพักแฟนเริ่มเล่าให้ฟัง ว่าพ่อเวลาเมาชอบทำร้ายร่างกายแม่น้องๆ และตัวเองซึ่งสาเหตุหลักๆเกิดจากความเมา ส่วนแม่นั้นไม่ได้มีอาชีพอะไร จึงไม่สามารถพาน้องหนีออกไปไหนได้ ล่าสุดเวลาพ่อเมาใช้มีดยาวๆ ออกมาขู่จะทำร้ายน้องๆ ซึ่งทำให้แฟนสาวของตนนั้นร้อนใจเป็นอย่างมากกลัวว่าน้องๆ และแม่จะถูกพ่อทำร้ายหนักกว่าเดิมส่วนตนนั้นหลังจากทราบเรื่องรู้สึกสงสารแฟนสาวเป็นอย่างมากและยืนยันจะปกป้องแฟนสาวให้ถึงที่สุด
-
หนุ่มเมาคลั่ง คว้าปืนยาวยิงชุดเจรจากระสุนถูก ‘รองผู้การ-สารวัตรกำนัน’ เจ็บ2
หนุ่มหนองบัวลำภู วัย 38 ปี เมาอาละวาด ผู้นำชุมชน – ตำรวจ ปิดล้อมกล่อม คว้าปืนยาว .22 ยิงใส่ สารวัตรกำนัน – รอง ผู้การ บาดเจ็บเมื่อวันที่ 12 ต.ค.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.หนองบัวลำภู รับแจ้งเหตุมีชายคลุ้มคลั่งอาละวาดมีอาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านห้วยหามต่าง ต.ป่าไม้งาม อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.กริช ปัตลา รอง ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู ชุดสืบสวน ภ.จว.หนองบัวลำภู ชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู และตำรวจ 191ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เบื้องต้นพบ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ผู้ก่อเหตุเอะอะโวยวายอยู่ในบ้าน สอบถามมารดา นายเอ ทราบว่า บุตรชายดื่มสุรามาตั้งแต่เช้าถึงช่วงเย็น จนเมาอีกทั้งมีนิสัยชอบร้องโวยวายเมื่อเมา และยังมีประวัติเคยใช้สารเสพติด ก่อนหน้านี้…
-
ช็อกวงการคริปโตฯ เทรดเดอร์ดังยูเครน สิ้นลมคาลัมโบร์กินี คาดหนีวิกฤตตลาดร่วง
ช็อกคนวงการตลาดคริปโต เหตุพบศพ คอนสแตนติน กาลิช เทรดเดอร์ชื่อดัง สิ้นลมคาลัมโบร์กินีซุปเปอร์คาร์สุดหรู คาดปมจบชีวิตหนีวิกฤตตลาดร่วง หลังประธานาธิบดี ทรัมป์ รีดภาษี 100% จากจีนคอนสแตนติน กาลิช (Konstantin Galich) เทรดเดอร์คริปโตเคอร์เรนซีชาวยูเครน ถูกพบเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ลัมโบร์กินีของเขาในกรุงเคียฟ ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดคริปโตที่กำลังดิ่งลงอย่างหนัก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นการฆ่าตัวตายร่างของกาลิช ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนาม คอสยา คูโด (Kostya Kudo) ถูกพบพร้อมบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะภายในรถลัมโบร์กินี ยูรุส ในเขตโอโบลอนสกีของกรุงเคียฟ เมื่อ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบอาวุธปืนที่จดทะเบียนเป็นชื่อของเขาตกอยู่ด้วยแถลงการณ์จากกรมตำรวจเคียฟผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังมุ่งเน้นการสืบสวนเพื่อสรุปว่าเป็นการลงมือทำร้ายตัวเองหรือมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องภาพ @Kyiv Police Departmentภาพ @Kyiv Police Departmentสัญญาณเตือนก่อนลาโลก เปิดข้อความอำลาสุดท้ายแถลงการณ์ดังกล่าว ยังระบุถึงช่วงเวลา 1 วันก่อนเสียชีวิตนั้น “กาลิช” ได้บอกกับญาติว่า เขากำลังรู้สึกสิ้นหวังจากปัญหาทางการเงินและยังได้ส่งข้อความอำลาถึงพวกเขาด้วยขณะเดียวกัน แถลงการณ์อย่างเป็นทางการถูกโพสต์ลงบนช่องเทเลแกรมของกาลิชว่า คอนสแตนติน คูโด ได้จากไปอย่างน่าเศร้า สาเหตุยังอยู่ในระหว่างการสืบสวน เราจะแจ้งข่าวเพิ่มเติมให้ทราบต่อไปกาลิช ในวัย 32 ปี เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางทั้งในชุมชนคริปโตของยูเครนและในระดับนานาชาติ…
-
จับกุมแก็งค์ call center ชาวจีนกับพวก ร่วมกันฟอกเงิน ยึดทองคำแท่ง มูลค่ากว่า 2.7 ล้านบาท
จับกุมแก็งค์ call center ชาวจีนกับพวก ร่วมกันฟอกเงิน ยึดทองคำแท่ง หนัก 47.5 บาท มูลค่า 2,700,000 บาท พร้อมของกลางหลายรายการตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. ให้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุหลอกลวงในรูปแบบแก๊งค์คอลเซนเตอร์ และขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องมาลงโทษให้ได้โดยเร็วภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ผบก.น.4 , พ.ต.อ.ฤทธิ์ ปานดำ รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.ต.อิสเรศ ปาลาพงศ์รอง…
-
หนุ่มสุดซวยเพื่อนวานให้ขับรถไปส่ง เจอตำรวจซ้อนแผนจับบุหรี่ไฟฟ้ารวบทั้งคู่
ตำรวจไซเบอร์วางแผนจับหนุ่มโรงงานระยอง ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับพนักงาน สุดซวยวานให้เพื่อนขับรถช่วยไปส่ง ก่อนเจอรวบทั้งคู่ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายเมื่อวันที่ 12 ต.ค. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 พ.ต.ท.นพดล บุตรวงษ์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 พ.ต.ท.ภาสกร กันประดับ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 นำกำลังเข้าจับกุมนายสราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี และนายภูวริน (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ชาว จ.ระยอง พร้อมตรวจยึดของกลาง บุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ Sait hub รุ่น BAR9K จำนวน 49 ชิ้น โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ หมายเลขทะเบียน ขย 1634…
-
สวนดราม่ารักสัตว์ไม่ลืมหูลืมตา “WTD” ยันไม่ถอนแจ้งความ ปมพ่อเด็กไล่ตีสุนัขกัดลูกสาว 2 ขวบ
วิจารณ์สนั่น วอชด็อกไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foudation ปมแจ้งความเอาผิดพ่อเด็ก 2 ขวบ ไล่ตี-เตะสุนัขจรจัดเหตุเจอ 4 ขามากัดลูกสาว มูลนิธิช่วยสัตว์เจ้าดังย้ำชัดไม่ถอนแจ้งความจากกรณี มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ (Watchdog Thailand Foundation – WDT) ตีแผ่เรื่องราวของพ่อเด็กวัย 2 ขวบรายหนึ่ง บันดาลโทสะโดยลงมือทำร้ายสุนัขจรจัด บริเวณร้านสะดวกซื้อ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 ต.ค.2568 ที่ผ่านมา โดยต่อมาเกิดกระแสว่า มูลนิธิดังได้ไปถอนแจ้งความ พร้อมๆ กับที่เกิดเสียงตำหนิอย่างรุนแรงประเด็น ห่วงสัตว์มากกว่า “คน” ด้วยกันก่อนหน้านี้ “WDT” แจ้งความดำเนินคดีกับพ่อเด็กที่เตะสุนัขหน้าร้านสะดวกซื้อถึง 2 ครั้ง สาเหตุเนื่องจากลูกสาวถูกกัด โดยต่อมา สภ.ปากเกร็ด นนทบุรี รับแจ้งเรื่องราว ซึ่งครั้งแรกไล่ตีด้วยท่อนเหล็ก เมื่อคืนวันที่ 9 ต.ค. เป็นเหตุให้สัตว์ 4 ขาจรจัดต้องหนีเข้าไปในร้านค้าต้นเรื่อง แต่ผู้ก่อเหตุยังตามไปไล่ตี แล้วกลับมาตีอีกครั้งด้วยไม้และไล่เตะ ตอนตีสองของวันที่ 10…