Category: อาชญากรรม
-
ลูกชายทรพีโดดถีบหัวแม่ล้มหน้าปูด ยิ้มหัวเราะอ้างแม่คว่ำถ้วยมาม่า
ลูกชายทรพีกระโดดถีบหัวแม่ล้มจนหน้าปูด ถูกจับยังยิ้มหัวเราะ อ้างแม่คว่ำถ้วยมาม่า ทำให้โมโหลูกชายทรพีกระโดดถีบหัวแม่ล้มจนหน้าปูด ถูกจับยังยิ้มหัวเราะ อ้างแม่คว่ำถ้วยมาม่า ทำให้โมโหวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 15.30 น.ศูนย์สั่งการหน่วยกู้ชีพกู้ภัย 1669 โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีแม่โดนลูกชายทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง บ้านปันน้ำใจ ม.10 ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้หน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลนิคมสงเคราะห์ เร่งไปให้การช่วยเหลือก่อนนำตัวนางลำพูน อายุ 45 ปี ผู้บาดเจ็บนำตัวส่งรักษาที่ รพ.ศูนย์อุดรธานีเป็นการด่วน เบื้องต้นมีอาการเลือดกำเดาไหลใบหน้าปูดบวม ศีรษะบวม มีรอยฟกช้ำตามลำตัวแขนและขาหลังจากนั้น น.ส.ลัดดา พี่สาวของนางลำพูนฯผู้บาดเจ็บได้โทรแจ้งตำรวจให้มาจับกุมนายธีระพงษ์ หรือ นำโชค อายุ 23 ปี ลูกชายแท้ๆของนางลำพูนฯ ที่ลงมือก่อเหตุกระโดดถีบบริเวณท้ายทอยแม่จนล้มคว่ำหน้าฟาดพื้น แล้วใช้มือชกต่อยซ้ำที่ใบหน้า หลังก่อเหตุไม่ได้หนีไปไหนเก็บตัวอยู่ในบ้านพัก ต่อมา ร.ต.อประวิทย์ นาสาลี รองสวป.สภ.ย่อยห้วยหลวง นำกำลังตำรวจสายตรวจมาถึงได้ตะโกนเรียกนายนำโชคให้ออกมามอบตัว ไม่นานก็เดินออกมามอบตัวโดยไม่มีการขัดขืนระหว่างนั้น น.ส.ลัดดาฯ ผู้เป็นป้าก็ได้ด่าทอนายนำโชคด้วยความคับแค้นใจ ที่หลานชายตัวเอง ลูกชายแท้ๆของน้องสาวทำร้ายแม่จนบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะนำภาพผู้บาดเจ็บและเปิดวิดีโอขณะนำตัวส่งโรงพยาบาลให้ตำรวจดูเป็นหลักฐาน หลังจากนั้นตำรวจได้นำตัวนายนำโชคไปตรวจค้นภายในบ้านและนำชี้จุดที่ทำร้ายแม่ก่อนจะตรวจยึดอาวุธมีดสั้นปลายแหลม…
-
“บิ๊กโจ๊ก” ยื่นฟ้อง “ผบ.ตร.” หมิ่นประมาท ปมลักข้อสอบม.ดัง ทำเสียชื่อเสียง
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ศาลปกครองจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปยื่นฟ้อง พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ หรือ “บิ๊กต่าย” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในความผิดฐานหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีการเผยแพร่ข้อมูลที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับการลักข้อสอบคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ตนไม่เคยถูกแจ้งข้อกล่าวหา หรือถูกดำเนินคดีอาญาในเรื่องดังกล่าว แต่กลับถูกนำชื่อไปเกี่ยวโยงกับคดีทุจริตข้อสอบของจุฬาฯ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ ซึ่งแม้จะไม่ระบุชื่อชัดเจน แต่ก็มีลักษณะพาดพิงทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าเป็นตน ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติยศ และภาพลักษณ์ จนนำมาสู่การยื่นฟ้องในครั้งนี้กรณีดังกล่าวมีต้นเหตุจากเมื่อเดือนเมษายน 2568 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) ได้รับหนังสือร้องทุกข์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตข้อสอบ คณะนิติศาสตร์ (ภาคค่ำ) โดยพบว่ามีการนำข้อสอบออกไปจากห้องสอบ และจัดทำเฉลยก่อนนำกลับมาให้ผู้เข้าสอบต่อมา คณะพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหา 1…
-
สาวไปกู้เงินมาปล่อยดอก เจอลูกหนี้เบี้ยวเงินกว่า 2 แสน เครียดตัดสินใจจบชีวิต
(1 ต.ค.68) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งมาว่า มีสาววัย 39 ปี ยอมจบชีวิตตนเองหลังจากที่รวบรวมเงินจากเพื่อนและญาติ กว่า 2 แสนบาท มาปล่อยเงินกู้ให้กับคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน สุดท้ายวันนัดจ่ายคืนทั้งต้นและดอกเบี้ยกลับพลิ้วไม่จ่าย เกิดความเครียดจึงได้ผูกคอตาย ภายในบ้าน ม.4 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งทางญาติพี่น้องได้นำร่างมาประกอบพิธีทางศาสนา ที่ วัดทองโข ม.13 บ้านท้องครก ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงเดินทางไปตรวจสอบโดยวัดดังกล่าวตั้งอยู่ริมถนนริมทะเล สายปากน้ำหลังสวน-ปากน้ำตะโก อ.ทุ่งตะโก พบชาวบ้านจำนวนมากกำลังช่วยกันตั้งเต้นท์ จัดสถานที่อยู่หน้าศาลา ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นางศศิณัฏฐ์ หรือ จอย อายุ 39 ปี ที่เพิ่งถูกนำร่างเข้าบรรจุอยู่ในหีบศพสอบถาม น.ส.สุมาลี อายุ 47 ปี พี่สาว เผยว่า น้องจอยเป็นน้องคนสุดท้องของครอบครัว เป็นคนขยันมาก จะไม่ยอมอยู่เฉย จะรับโน้นนี้นั้นมาขาย ส่วนแฟนของน้องก็จะทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ จนสามารถซื้อบ้านจัดสรรได้ 1 หลังเป็นของตนเอง โดยมีลูกชายอายุ…
-
สาวโวย รถของกลาง จอดไว้โรงพักไม่ถึง 24 ชม. ถูกถอดอะไหล่เหลือแต่ซาก ผกก.ชี้แจง
ภาพไฮไลต์ปราจีนบุรี สาวโวย โดนตำรวจตรวจยึดรถ จยย.ท่อเสียงดัง เป็นของกลางจอดไว้โรงพัก ก่อนติดต่อขอรับคืน ถึงกับผงะ รถถูกถอดอะไหล่ออกจนเหลือแต่ซาก ผกก.สภ.ประจันตคาม ชี้แจง ขอเวลาลูกน้องไล่กล้องวงจรปิด เผยตำรวจก็ตกเป็นผู้เสียหาย รถอยู่ในความครอบครอง แต่พร้อมรับผิดชอบตามข้อเท็จจริงจากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อณัฐธิชา มากเกิด ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพว่า #อะไหล่สำคัญของรถถูกโจรกรรม ภายในสถานีตำรวจ หากผู้ที่ยึดรถไว้ปล่อยปละละเลยจนรถที่ยึดไว้เสียหายหรือถูกโจรกรรมได้ #แบบนี้ถ้าโจรเข้าไปขโมยของที่ตำรวจยึดไว้ได้ถึงสถานีตำรวจประชาชนจะไว้ใจอะไรในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมได้บ้าง #ตำรวจอาจมีความผิดฐานละเลยหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมาย#อาญาหรือไม่#มันมีข้อสงสัยว่าที่คาใจตั้งแต่กระบวนแรกใน#การยึดรถขั้นตอนในการยึดปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่”โดยภายในรูปภาพที่ปรากฏในสื่อโซเชียลนั้น ปรากฏเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ถูกชำแหละจนเหลือแต่ซาก พร้อมข้อความระบุว่า รถที่อยู่ในความดูแลของตำรวจ ภายในไม่ถึง 24 ชม. ตกอยู่ในสภาพนี้ ถูกถอดชิ้นส่วนออกหมดค่ะซึ่งหลังจากที่โพสต์ไปผลปรากฏว่ามียอดแชร์จำนวนมากกว่า 600 แชร์ นั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.30 น ของวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นางสาวณัฐธิชา มากเกิด ได้นำใบลงบันทึกประจำวันของ สภ.แห่งหนึ่ง มาร้องต่อสื่อ โดยภายในใบบันทึกประจำวันดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับการแจ้งความร้องทุกข์ของ น.ส.ณัฐธิชา มากเกิด ที่ได้รับมอบอำนาจจากนายปิยะพงษ์ ศรีทอง เรื่องการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ Honda Wave…
-
พ่อแม่แยกทางกัน ดญ.วัย 12 มาอาศัยอยู่กับพ่อ แต่กลับถูกบังคับขืนใจนานนับปี ด้านแม่ที่เลี้ยงดูมาตลอดรู้เรื่อง รีบพาไปแจ้งความจับทันที
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568 พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวนเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568 พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายพิพัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหากระทำความผิดร้ายแรงต่อผู้สืบสันดานและกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี โดยผู้ต้องหาถูกจับกุมได้ที่ สน.ห้วยขวาง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะเตรียมเข้ามอบตัวคดีดังกล่าว ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 โดย นางสาววาสนา (ขอสงวนนามสกุล) มารดาของเด็กผู้เสียหาย ได้พา เด็กหญิง ป. (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน จากการสอบสวนพบว่า แม้พ่อแม่จะเลิกรากันไปตั้งแต่ผู้เสียหายอายุ 3 ขวบ แต่ในช่วง เดือนตุลาคม 2566 ถึงเดือนตุลาคม 2567…
-
หลานสุดทน! น้าเมายา ขู่ฆ่ายาย -ด่าไม่เลิก แทงดับ
(1 ต.ค.68) พ.ต.ท.อลงกต งามกิ่ง สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมือง จ.อุบลราชธานี รับแจ้งเหตุทำร้ายกันมีผู้เสียชีวิต 1 คน ภายใน จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน ชั้นเดียว พบร่างผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือด ใส่เสื้อแขนยาว ลายพรางทหาร กางเกงยีนสีดำ นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณกลางบ้าน ทราบชื่อนายบัณฑิต อายุ 41 ปี มีบาดแผลถูกมีดฟันบริเวณใบหน้า อกขวา ชายโครงขวา แผลฉกรรจ์ จำนวนหลายแผล และข้างเท้า พบมีดพร้า จำนวน 1 เล่ม ขนาดความยาว 46 เซนติเมตร ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายธนาวุฒิ อายุ 20 ปี หลานชายของผู้เสียชีวิต หลังก่อเหตุได้ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุจากการสอบถามนายธนาวุฒิ เล่าว่า สุดทนกับพฤติกรรมของนายบัณฑิต ซึ่งเป็นน้า เป็นคนเกเร และเสพยาเสพติดอยู่เป็นประจำ โดยก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมานายบัณฑิต ซึ่งเป็นน้าของตนเอง ได้เดินถือมีดพร้าเข้ามาในบ้าน ในอาการเมาและอาละวาด โวยวาย ซึ่งขณะนั้นมีตนเองและยายอยู่ในห้องนอนในบ้าน ตนเองจึงได้เดินออกมาจากห้อง…
-
รู้แล้วโครงกระดูก ศพปริศนาดับบนตึกร้างเป็นใคร? หลังเพื่อนผู้ตายเปิดใจ
รู้แล้วโครงกระดูก ศพปริศนาดับบนตึกร้างเป็นใคร? หลังเพื่อนผู้ตายออกมาเปิดใจ ไม่เจอกันนาน 10 ปี เคยเป็นลูกจ้างโรงงานเซรามิค ก่อนย้ายไปหางานทำที่กทม.รู้แล้วโครงกระดูก ศพปริศนาดับบนตึกร้างเป็นใคร? หลังเพื่อนผู้ตายออกมาเปิดใจ ไม่เจอกันนาน 10 ปี เคยเป็นลูกจ้างโรงงานเซรามิค ก่อนย้ายไปหางานทำที่กทม.จากกรณีพบ โครงกระดูกมนุษย์ บนตึกร้าง ย่านแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี และจากการตรวจสอบโครงกระดูกมนุษย์แล้วทราบว่า เป็นชาว จ.ลำปาง หลังจากมาทำงานที่ จ.นนทบุรีแล้วขาดการติดต่อไปล่าสุดวันที่ 1 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพื้นที่หมู่บ้านหนองหัวหงอก หมู่9 ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นบ้านของผู้ตาย พบว่าวันนี้บ้านถูกปิดไว้ทราบจากเพื่อนบ้านว่า บ้านหลังดังกล่าว มีพี่ชายของผู้ตายเคยพักอาศัยอยู่ แต่พี่ชายของผู้ตายนั้นไปทำงานที่จ.อยุธยานอกจากนี้พบเพื่อนบ้านกำลังทำความสะอาดบ้าน เปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้ามาทำความสะอาดบ้าน และทราบแล้วว่าผู้ตายเสียชีวิต และก็ได้ประสานไปทางพี่ชายของผู้ตายทราบว่า ขณะนี้เดินทางเข้าสู่ จ.นนทบุรี เพื่อเตรียมตัวไปรับศพมาทำพิธีทางศาสนา แต่เบื้องต้นคาดว่าอาจจะทำการฌาปนกิจที่ จ.นนทบุรี และจะนำอัฐิมาประกอบพิธีที่จังหวัดลำปางหรือไม่ ต้องรอทางพี่ชายของผู้ตายตัดสินใจขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านประธานชุมชนบ้านหนองหัวหงอก ต.ชมพูพบกับนายภวัต ใจแก้วแดง ซึ่งเป็นประธานชุมชน และยังเคยเป็นเพื่อนของผู้ตาย โดยประธานชุมชน บอกว่า ไม่เจอผู้ตายมานาน…
-
ชายเก็บโทรศัพท์ เปิดใจเล่านาที ถ่ายรูปโครงกระดูกในตึกร้าง เผยเคยนอนชั้นล่าง
ชายเก็บโทรศัพท์เปิดใจ ถ่ายรูปโครงกระดูกมนุษย์ในตึกร้าง เผยเข้าไปถ่ายรูปเล่นจากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพโครงกระดูกมนุษย์ปริศนาบนตึกร้างแห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า “รบกวนเช็กให้ทีครับว่าตึกไหน เรื่องมีอยู่ว่าผมได้ทำโทรศัพท์ตกหายตรงข้ามซอยทางเข้าแจ้งวัฒนะ 14 แล้วมีคนหนึ่งเหมือนจะเป็นคนสติไม่ดี เก็บได้ ผมเลยได้โทรเข้าเบอร์ตัวเองเครื่องที่หายแล้วเค้ารับสาย ผมเลยพยายามนัดไปเอาโทรศัพท์ผมคืน พอมาถึงห้องผมได้เปิดโทรศัพท์เช็กดู เห็นรูปถ่าย ไม่รู้ว่าอยู่ตึกไหน ทางผมได้ไปแจ้งความไว้แล้ว ฝากทุกๆ ท่านช่วยพาเค้าได้กลับบ้าน ตามเรื่องให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบด้วยนะครับ”ต่อมา สภ.ปากเกร็ด ได้ติดตามตัว ชาย อายุ 30 ปี คนเจอโทรศัพท์และเป็นคนถ่ายรูปโครงกระดูกดังกล่าวได้ที่บ้านหลังหนึ่ง เล่าว่า ตนเดินออกจากบ้านมา และไปเดินเล่นแถวห้าง เจอโทรศัพท์มือถือตกอยู่ 1 เครื่อง จึงเก็บมา หลังจากนั้นตนก็เดินออกมาเรื่อยๆ และลองกดโทรศัพท์ดู แต่โทรศัพท์ล็อก ไม่สามารถเล่นได้ ถ่ายรูปได้อย่างเดียว ตนจึงเดินไปที่ตึกร้าง เพราะเคยเข้าไปนอนเล่นอยู่ภายในนั้นเมื่อปีที่แล้วก่อนหน้านี้ตนเคยโดนจับคดีลักทรัพย์ที่ สภ.ปากเกร็ด ก่อนโดนจับตนเข้าไปอาศัยในตึกร้างนี้มาก่อน ตอนที่เจอโทรศัพท์จึงไม่รู้จะไปที่ไหน ตัดสินใจไปที่ตึกร้าง และเดินถ่ายรูปเล่น ถ่ายเซลฟี่หน้าตัวเอง ซึ่งตึกนี้ที่ตนเข้าไปบ่อย ชอบไปเก็บของเก่า เอาขยะไปวางบ้าง แต่ไม่เคยเจอใครเข้ามาก่อนหน้านี้ และไม่เคยเห็นคนเข้ามาอาศัยในนี้ด้วย ซึ่งตึกนี้จะต้องปีนขึ้นไปเล็กน้อยถึงจะเข้าได้ ตนเคยไปนอนชั้นล่างประมาณ 2-3 ครั้ง ไม่เคยขึ้นไปข้างบนเลยแต่วันนี้ที่เก็บโทรศัพท์ได้…
-
สุดหลอน! ทำมือถือหายได้เครื่องคืนพร้อมภาพโครงกระดูก-พบศพในตึกร้าง
สุดหลอน! ทำมือถือหายได้เครื่องคืนพร้อมกับภาพโครงกระดูกสุดสยอง ก่อนพบศพในตึกร้างริมถนนแจ้งวัฒนะ คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1 เดือนจากรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพโครงกระดูกมนุษย์ปริศนา บนตึกร้างแห่งหนึ่ง ในกลุ่ม “ข่าวสาร-คนปากเกร็ด” พร้อมระบุข้อความว่า ใจความว่า เมื่อเช้ามืดวันนี้เขาได้ทำโทรศัพท์ตกหายตรงข้ามซอยทางเข้าแจ้งวัฒนะ 14 แล้วมีชายคนหนึ่ง (เหมือนคนสติไม่ดี) เก็บได้ และมีการโทรศัพย์เข้ามือถือที่หายเพื่อนัดไปเอามือคืน แต่พอเจ้าของมือถือเปิดโทรศัพท์เช็คดูเห็นรูปโครงกระดูกมนุษย์ปริศนา ที่คนที่เก็บมือถือได้ไปถ่ายมา แต่ไม่รู้ว่าอยู่จุดไหนจึงขอให้คนในกลุ่มช่วยกันตรวจสอบจากนั้นเวลา 17.30 น. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพจิตร หรือ “กัน จอมพลัง” พร้อมทีมงานมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ได้รับแจ้งเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ปริศนาบนตึกร้างแห่งหนึ่ง ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากเกร็ด และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูรีบตรวจสอบโดยที่เกิดเหตุเป็นตึกร้าง 4 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณริมถนนแจ้งวัฒนะ (ขาเข้า) ใกล้เลียบคลองประปา บริเวณชั้น 3 พบโครงกระดูกมนุษย์ปริศนา คาดว่าเป็นเพศหญิง นอนเสียชีวิตคาซากอยู่บนที่นอน ลักษณะโครงกระดูกแห้งผุทั้งหมด ไม่สวมใส่เสื้อผ้า คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1-2 เดือนโดย “กัน จอมพลัง” กล่าวถึงการเข้าตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่าว่า มีคนทักมาในเพจของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ว่าตนเองนั้นทำโทรศัพท์มือถือหาย…
-
โดนแล้ว! สน.บางซื่อ ลุยจับ แก๊งเคาะกระจกชวนคนต่อภาษี-ตรวจสภาพรถ เขตจตุจักร
โดนแล้ว! สน.บางซื่อ ล่าแก๊งเคาะกระจกชวนคนต่อภาษี เขตจตุจักร จับแล้ว 1 รายเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 29 กันยายน ภายใต้การอำนวยการของพ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ สั่งการให้ฝ่ายป้องกันปราบปราม นำโดย พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.วุฒิเดช พ่อค้า สวป.สน.บางซื่อ พ.ต.ต.ณัฐวัตร์ ธงทันทีสวป.สน.บางซื่อพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ผู้ต้องหา นายสมพิศ อายุ 48 ปี ชาว จ.ปทุมธานี แจ้งข้อกล่าวหา ก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะฯ โดยจับกุมได้ที่ บริเวณภายใน ซอยวิภาวดีรังสิต 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯสืบเนื่องจากตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสน.บางซื่อ ว่ามีบุคคลมีพฤติการณ์ก่อความเดือดร้อนรำคาญเคาะกระจกรถยนต์ชักชวนสอบถามให้ตนเป็นผู้นำพาไปต่อภาษีรถยนต์ทำให้ประชาชนที่ผ่านไปมาเกิดความรำคาญและหวาดกลัว บริเวณ ภายในซอยวิภาวดีรังสิต 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงนำกำลังไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบ นายสมพิศ (ทราบชื่อ-นามสกุลจริงภายหลัง) ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ…