Category: อาชญากรรม

  • เหตุยิงกัน มีทั้งผู้บาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต 2 รายภายในปั๊มน้ำมัน จนท.เร่งสอบสวนสาเหตุ จ.ชลบุรี

    เหตุยิงกัน มีทั้งผู้บาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต 2 รายภายในปั๊มน้ำมัน จนท.เร่งสอบสวนสาเหตุ จ.ชลบุรีเวลา 23.30 น. วันที่ 30 ธันวาคม 2568 รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันและมีผู้เสียชีวิต ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนหมายเลข 3245 ในพื้นที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรีที่เกิดเหตุ บริเวณลานจอดรถในปั๊มดังกล่าว พบว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 รายและหญิง 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมีอาการสาหัส 1 รายถูกนำตัวส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการตรวจสอบเครดิต ฅนข่าวพนัสนิคม

  • สาว 23 ช็อก! เมาไม่ถึงบ้าน ถูกหนุ่มอ้างเป็น “ทหารเรือ” ย่ำยีท้ายกระบะ

    สาว 23 ช็อก! เมาไม่ถึงบ้าน ถูกหนุ่มอ้างเป็น สาว 23 ช็อก! เมาไม่ถึงบ้าน ถูกหนุ่มอ้างเป็น "ทหารเรือ" ลวงเข้าแฟลตย่ำยีท้ายกระบะ ตำรวจสัตหีบฮึ่ม รู้ตัวคนร้ายแล้ววันที่ 29 ธ.ค. 68 นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 23 ปี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ณัฐพงษ์ กัลปนารถ สารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ ระบุว่า ถูกชายไทยไม่ทราบชื่อ พาออกจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนพาเข้าไปยังอาคารที่พักข้าราชการส่วนกลาง (แฟลตทหารเรือ) และก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ผู้เสียหายให้การว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 22.00 น. ตนพร้อมเพื่อนหญิงรวม 3 คน เข้าไปสังสรรค์ภายในสถานบันเทิง ต่อมามีชายไทย 2 คน เดินเข้ามาร่วมโต๊ะ โดยอ้างว่าเป็นข้าราชการทหารเรือ และรู้จักกับเพื่อนสนิทของกลุ่มผู้เสียหายกระทั่งช่วงดึก ขณะออกจากร้านเพื่อจะกลับที่พัก ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ได้พบชายไทยรูปร่างผอม สวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืดแขนสั้นสีดำ เข้ามาอ้างว่าจะพาไปส่งที่พัก…

  • อ่านคำต่อคำ แม่บ้านเดทตอล อ้างไล่ถ่ายรูปบ้าน เพราะประทับใจ แจงเหตุลบแช็ต-ไม่ได้หนีแค่ไปนั่งกินขนม

    อ่านคำต่อคำ แม่บ้านเดทตอล อ้างแจกงานไม่รู้เรื่อง รับใส่น้ำยาฆ่าเชื้อในขวดนมจริง แต่ไม่ตั้งใจ ย้ำไม่ใช่มิจฉาชีพ หลังเกิดเหตุไม่ได้ซ่อนตัว แค่ไปนั่งกินขนม เหตุผลไล่ลบแช็ตเพราะกลัวโดนโบ้ยความผิด อึ้ง มีเฟซ 2 แอคเคาต์กรณีแม่รายหนึ่งโพสต์คลิปเตือนภัย จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดเป็นรายวัน รู้จักผ่านออนไลน์ มีพฤติกรรมแอบวางยาลูก ด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลใส่ในขวดนมให้ลูกกิน ชาวเน็ตเข้าไปดูคลิปดังกล่าวกว่า 2 ล้าน ส่วนใหญ่เชื่อว่าต้องการให้คนทั้งบ้านพาเด็กไปรพ. เพื่อฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สินในบ้าน มีกล้องวงจรปิดจับภาพการกระทำเอาไว้ได้ทั้งหมดโหนกระแส วันที่ 30 ธ.ค. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมาย เลข 33 สัมภาษณ์ แม่หยก แม่เด็กวัย 2 ขวบ 4 เดือน, ยายตุ่น ยายของเด็ก, อ.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงพฤติกรรม และผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ…

  • ตร.แจ้ง 2 ข้อหาหนัก แม่บ้านเดทตอล เหยื่อโผล่อีกราย แฉเคยลักทรัพย์รพ.ศิริราช ปี 67

    ตร.แจ้ง 2 ข้อหาหนัก แม่บ้านเดทตอล เหยื่อโผล่อีกราย แฉเคยลักทรัพย์ที่รพ.ศิริราช ปี 67เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 ธันวาคม ที่ สน.บางโพงพาง พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ให้สัมภาษณ์ภายหลังการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา นางแอน หรือ “ป้าแอน” แม่บ้านผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาปลอมปนอาหาร จากกรณีผสมสารฆ่าเชื้อในอาหารให้เด็กอายุ 2 ขวบรับประทาน โดยผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาภายหลังการสอบสวน พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลแขวงพระนครใต้ฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และมีพฤติการณ์อาจก่อเหตุซ้ำผบกน.5 ระบุว่า คดีนี้ได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชน โดยเฉพาะรายการ โหนกระแส และ หนุ่ม กรรชัย ซึ่งช่วยให้ข้อมูลและพยานหลักฐานจำนวนมาก ทำให้การรวบรวมสำนวนเป็นไปอย่างรวดเร็วและรัดกุมแม่บ้านเดทตอลจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ขณะไปทำงานเป็นแม่บ้าน และถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก แต่ให้รอลงอาญานอกจากนี้ ในเดือนสิงหาคม 2568 ผู้ต้องหายังเคยก่อเหตุลักทรัพย์ในคอนโดย่านอ่อนนุช โดยผู้เสียหายรายหนึ่งชื่อ “โบว์” ไม่ได้แจ้งความในขณะนั้น…

  • บุกจับผู้ลักลอบดัดแปลงกล่องทีวีดิจิตอล ละเมิดลิขสิทธิ์หนัง พบกล่องกว่า 6,939 กล่อง ความเสียหายหลายล้านบาท

    บุกจับผู้ลักลอบดัดแปลงกล่องทีวีดิจิตอล ละเมิดลิขสิทธิ์หนัง พบกล่องกว่า 6,939 กล่อง ความเสียหายหลายล้านบาทกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) โดย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ.ได้ร่วมกันตรวจค้น ในพื้นที่ บริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดำเนินคดีในฐานความผิด “กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานภาพยนต์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537” ของกลาง กล่องแอนดรอยด์ จำนวนทั้งสิ้น 6,939 ชิ้นสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปอศ.ได้รับเรื่องร้องทุกข์ว่ามีบริษัทแห่งหนึ่งได้มีการกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานภาพยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ.จึงได้ทำการสืบสวนจนพบว่ามีบริษัทแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้มีกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานภาพยนต์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 จริงจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขอหมายค้นเพื่อทำการตรวจค้นต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจชุดตรวจค้น-ตรวจยึด พร้อมด้วยตัวแทนผู้เสียหาย ได้ร่วมกันนำหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ลงวันที่ 26 ธันวาคม…

  • สดุดี “11 ทหารกล้า” เสียขา ปกป้องอธิปไตยไทย เขมรละเมิด “ออตตาวา”

    สงครามไทย-กัมพูชา ไม่เพียงให้ประเทศชาติต้องสูญเสียนักรบกล้าถึงจำนวน 42 นาย จากศึกปะทะ 2 รอบ รอบแรกระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค.2568 และรอบสองระหว่างวันที่ 7 -27 ธ.ค.2568 แต่ผลพวงของการสู้รบมีทหาร ต้องเสียขา จากการเหยียบกับระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 ของทหารเขมรที่ลักลอบนำไปวางไว้ตามบริเวณปราสาท แนวรบพระวิหารและพื้นที่ชายแดน จำนวน 11 ขาแม้จะมีการประชุมทวิภาคี ไทย-กัมพูชา เจรจาหยุดยิง มาถึง 2 รอบ โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา หนึ่งในสาระสำคัญของแถลงการณ์ร่วมของการประชุมทวิภาคี ( GBC) ที่ทั้งสองฝ่ายมีพันธะต้องปฏิ บัติตาม คือ การปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา ห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ และการค้ามนุษย์แต่ข้อเท็จจริงกลับสวนทางสิ่งที่เกิดขึ้น “หยุดยิง” แล้ว ทว่า “ทหารไทย” ที่เข้าเก็บกู้กวาดล้างทุ่นระเบิด เพื่อเคลียร์พื้นที่ ยังคง “เสียขา” จากทุ่นระเบิดที่ทหารกัมพูชานำไปฝังไว้ตามจุดต่าง ๆ จำนวนมาก เพื่อแลกกับการได้มาซึ่งพื้นที่อธิปไตยของไทยกลับคืนมา และยังไม่รวมพฤติกรรมยั่วยุของฝั่งเขมรด้วยการส่ง…

  • ถอดบทเรียนคดีดัง “บอส อยู่วิทยา” 2 ทนาย ชี้ศาลตัดสินบนพยานหลักฐาน

    ถอดบทเรียนคดีดัง “บอส อยู่วิทยา” 2 ทนาย ชี้ศาลตัดสินบนพยานหลักฐาน ไม่ตามกระแสสังคม ตัวเลขความเร็ว 177 กม./ชม. น้ำหนักอ่อน พิสูจน์ไม่แน่นอน สะท้อนโจทย์ใหญ่ ยกระดับมาตรฐานระบบการพิสูจน์หลักฐานไทยเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม จากกรณีคดีอุบัติเหตุ คดีดัง บอส อยู่วิทยา ที่สังคมไทยติดตามมาอย่างยาวนาน กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง เมื่อมีการเปิดเผยคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อ 22 เม.ย. 2568ล่าสุด ทนายความบนโลกออนไลน์หลายท่าน ออกมาอธิบายคำพิพากษาและถอดบทเรียนทางกฎหมาย เพื่อให้สังคมเข้าใจสาระสำคัญของคดีนี้อย่างเป็นระบบ โดยมีจุดร่วมสำคัญคือ การย้ำว่า ศาลอาญาตัดสินคดีจาก “พยานหลักฐาน” ไม่ใช่จากกระแสสังคมหรือความรู้สึกของผู้เสพข่าวโดยนายพิชัยรักษ์ พิมลมาศ หรือ ทนายเต๋า กล่าวว่า ประเด็นหลักของคดีไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิด เพราะหัวใจอยู่ที่ “น้ำหนักพยาน” โดยเฉพาะตัวเลขความเร็ว 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นตัวเลขที่มีความไม่แน่นอนสูง เนื่องมาจากการคำนวณเพียงด้านเดียว และขัดแย้งกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย ในทางกฎหมายอาญา พยานลักษณะนี้ถือว่ามีน้ำหนักอ่อน ยังไม่เพียงพอที่จะใช้ลงโทษบุคคลใดได้ทั้งนี้ ยังพบว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานคดีนี้ ใช้วิธีคำนวณจากกล้องวงจรปิดเป็นหลัก เนื่องจากไม่เคยมีประสบการณ์พิสูจน์คดีอุบัติเหตุด้านฟิสิกส์ความเร็วมาก่อน…

  • รวบกลางรายการ แม่บ้านเดทตอล ยัน ไม่ได้ตั้งใจวางยาเด็ก เข้าใจผิดคิดว่าเป็นนม

    รวบกลางรายการ แม่บ้านเดทตอล ยัน ไม่ได้ตั้งใจวางยาเด็ก เข้าใจผิดคิดว่าเป็นนมจากกรณีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์เตือนภัย หลังว่าจ้างแม่บ้านจากกลุ่ม Facebook มาทำความสะอาดบ้าน แต่กลับพบพฤติกรรม นำ “เดทตอล” ผสมใส่ในนมให้ลูกดื่ม โดยผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นความพยายามทำให้เด็กหมดสติ เพื่อก่อเหตุลักทรัพย์ ผู้เสียหายและแม่บ้านคู่กรณี ได้รับเชิญไปชี้แจงข้อเท็จจริงในรายการ “โหนกระแส” สร้างเสียงวิจารณ์อย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ล่าสุด เวลา 14.10 น. วันที่ 30 ธันวาคม ที่อาคารมาลีนนท์ ช่อง 3 ภายหลังจบการออกอากาศ รายการโหนกระแส นางแอน แม่บ้านคู่กรณี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนรู้สึกว่าถูกหลอกให้มาร่วมรายการ และเชื่อว่าการมาครั้งนี้เป็นการพามาเพื่อให้ถูกตำรวจควบคุมตัวนางแอนชี้แจงถึงเหตุการณ์เดทตอลผสมนมว่า ตนไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายเด็ก และยืนยันว่าเป็นความเข้าใจผิด โดยเข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ในขวดฟ็อกกี้เป็นนม เนื่องจากตนเข้าใจมาโดยตลอดว่าเดทตอลมีเพียงสีเดียวคือสีน้ำตาล ส่วนที่ได้นำไปฉีดทำความสะอาดพื้นนั้น ยอมรับว่าในขณะเทไม่ได้กลิ่นของเดทตอลนางแอนยังกล่าวขอโทษผู้เสียหาย พร้อมขอร้องให้สังคมให้โอกาส และไม่อยากให้ผู้เสียหายดำเนินคดี เนื่องจากตนมีอายุมากแล้ว โดยยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจให้เกิดอันตรายกับเด็ก และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อถามถึงเหตุผลที่ลุกออกจากรายการโดยไม่ได้ขอโทษผู้เสียหาย นางแอนชี้แจงว่า ตนได้ขอโทษผู้เสียหายไปแล้วก่อนเข้ารายการ และเคยขอโทษไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ได้มีเจตนาหนีนอกจากนี้ นางแอนยังยืนยันถึงพฤติกรรมการทำงานที่ผ่านมา โดยระบุว่า ที่ผ่านมาเคยไปรับจ้างทำความสะอาดบ้านหลายหลัง ไม่เคยมีประวัติลักขโมยทรัพย์สินตามที่ถูกกล่าวอ้าง…

  • ออกหมายจับแล้ว! ‘ปลัดวี-ผู้ช่วยผญบ.’ แก๊งอุ้มฆ่าหนุ่มลูกบ้านขโมยพระเครื่อง

    ศาลจังหวัดไชยาอนุมัติหมายจับ จากกรณี น.ส.นรกมล ชูจันทร์ อายุ 22 ปี ร้องสื่อขอความช่วยเหลือ ติดตามตัวนายทรงพล ธารารักษ์ 49 ปี ถูกกลุ่มบุคคล จำนวน 5 คน ใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะและมีอาวุธปืน บุกเข้าไปอุ้มนายทรงพล ออกจากบ้านพัก พื้นที่ ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 26 ธ.ค. และครอบครัวไม่สามารถติดต่อได้ สอบถามไปยังกลุ่มคนดังกล่าวอ้างว่าได้นำตัวไปปล่อยทิ้งไว้ ในพื้นที่ ต.สอมทอง โดยทางญาติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ท่าชนะ ต่อมา ตำรวจ สภ.ท่าชนะ ได้นำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนปากคำเพื่อเค้นหาความจริง แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ยังคงมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ค้นหาตัวนายทรงพล อย่างต่อเนื่อง จนพบศพถูกฝังไว้ในบ่อขยะหลังบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้นความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ศาลจังหวัดไชยาอนุมัติหมายจับ ที่ 235, 236, 237, 238 และ 239/2568 ลงวันที่ 29 ธ.ค. 68…

  • ปิดฉากชีวิตวัย 34! หนุ่มตกงานปลิดชีพตัวเองหนีปัญหารุมเร้า ภรรยาช็อกพบศพคาบ้าน

    เกิดเหตุสลดหนุ่มวัย 34 ปี ยิงขมับตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านพัก จ.สมุทรปราการ ภรรยาเผยสามีเครียดหนักหลังผ่าตัดลำไส้แล้วถูกที่ทำงานให้ออก พยายามแย่งปืนไปซ่อนแล้วแต่สุดท้ายยังแอบมาก่อเหตุสลดช่วงภรรยาออกไปทำงาน ตำรวจคาดใช้ผ้าห่มคลุมตัวเพื่อดับเสียงกระสุนเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 29 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านย่านตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้เสียชีวิตคือ นาย นราศักดิ์ อายุ 34 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณขมับที่เกิดเหตุ บริเวณโซฟาห้องนั่งเล่น พบร่างผู้เสียชีวิตนอนตะแคลงห่มผ้า พร้อมแผ่นรองซับเลือดใต้ร่าง ข้างตัวพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 และเจ้าหน้าที่เก็บปลอกกระสุนและหัวกระสุนที่ตกค้างเพื่อตรวจสอบ ก่อนมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่ง นิติเวชสถาบันรามาจักรีนฤบดินทร์จากการสอบถาม ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า สามีป่วยโรคลำไส้ตีบและต้องเข้ารับการผ่าตัดเมื่อเดือนก่อน หลังกลับมาพักฟื้น ถูกหัวหน้างานขอให้ออกจากงาน ทำให้เกิดความเครียดสะสม และตนเองพยายามปลอบใจมาตลอด ก่อนเกิดเหตุ สามีนำปืนขึ้นไปห้องด้านบน แต่ภรรยาแย่งปืนไปซ่อนไว้ ขณะที่สามีลงมานอนด้านล่างเนื่องจากลุกขึ้นบันไดไม่สะดวกภรรยาระบุว่า ช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ พาลูกออกไปทำงานตามปกติ และสังเกตจากกล้องออนไลน์ครั้งสุดท้ายตอนสิบโมง ยังเห็นสามีใช้ห้องน้ำ ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งกลับบ้านช่วงสองทุ่มกว่า พบสามีนอนคุมผ้าห่มอยู่บนโซฟา เมื่อเปิดดูพบคราบเลือด จึงรีบพาลูกออกจากบ้านและโทรแจ้งมารดาเบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจเกิดจากความเครียดสะสมและก่อเหตุ ใช้ปืนปลิดชีวิตตัวเอง…