Category: อาชญากรรม

  • ไม่แผ่ว! สตม.จัดหนักลุยขยายผลทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์มังกรข้ามชาติ

    ชุดสืบสวน ตม.บุกรวบ 4 ชาวจีนคาบ้านพักย่านสายไหม กรุงเทพ หลังขยายผลจาก 6 คนจีนแก๊งคอลเซ็นเตอร์แดนมังกร เร่งเพิกถอนวีซ่าเตรียมส่งกลับดำเนินคดีจีนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.3 ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้ทำการควบคุมตัวคนต่างด้าวสัญชาติจีน 6 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน กระทำความผิดฐานประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 นั้น จึงได้ควมคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมาต่อมาวันนี้ (24 ก.พ.69) พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 นำทีมปฏิบัติการฯ โดยมี พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส บก.ตม.3 และชุดสืบสวน ทำการสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง…

  • ศาลแก้เพิ่มข้อหา ‘ศุภชัย’ คดีสหกรณ์คลองจั่นเกือบ 600 กระทง สั่งคืนเงิน 1.6 หมื่นล้าน

    ศาลฎีกาพิพากษาแก้เพิ่มข้อหา “ศุภชัย” ฉ้อโกงประชาชน-ลักทรัพย์สหกรณ์คลองจั่นเกือบ 600 กระทง สั่งคืนเงินกว่า 1.6 หมื่นล้านเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษ 4 เเละสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นโจทก์และโจทก์ร่วมยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์ กับพวก11 ราย ฐานฉ้อโกงประชาชน ปลอมเอกสาร และลักทรัพย์นายจ้างคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าเป็นการฟ้องซ้ำ กับคดีที่ศาลอาญาพิพากษาไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2563ต่อมาวันที่ 17 ม.ค. 2566 ศาลอุทธรณ์พิพากษาเเก้ โดยมองว่าคดีไม่เป็นการฟ้องซ้ำ เเละลงโทษ นายศุภชัย (จำเลยที่1) ในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม กระทงละ 2 ปี 22 กระทง เป็นจำคุก 44 ปีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง จำคุกนายศุภชัย…

  • ปานเทพ ชี้คดีทนายตั้มอย่าเพิ่งด่วนดีใจ ยังมีคดีอาญายังไม่เริ่มสืบพยาน

    ปานเทพ ชี้คดี ทนายตั้ม อย่าเพิ่งด่วนดีใจว่ารอด แม้ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์สินให้ ยังมีคดีอาญาที่ยังไม่เริ่มสืบพยาน เผย 4 จำเลยผู้ร่วมขบวนการรับสารภาพปานเทพ ชี้คดี ทนายตั้ม อย่าเพิ่งด่วนดีใจว่ารอด แม้ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์สินให้ ยังมีคดีอาญาที่ยังไม่เริ่มสืบพยาน เผย 4 จำเลยผู้ร่วมขบวนการรับสารภาพวันที่ 24 ก.พ. 69 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้เปิดเผยหลังจากศาลแพ่งยกคำร้องอัยการคืนทรัพย์สินให้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม”นายปานเทพ เปิดเผยว่า เคารพคำพิพากษาของศาล เพราะเราไม่อาจไปก้าวล่วงได้ แต่ส่วนตัวได้ตั้งข้อสังเกตในส่วนของคดีแพ่งเป็นเรื่องของอัยการ ที่ยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งในการสืบพยานอัยการได้มีการสืบพยานเพียงแค่ปากเดียว คือเจ้าหน้าที่ ปปง. และไม่ได้สืบพยาน น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ ดังนั้นอย่าเพิ่งด่วนดีใจว่าทนายตั้มจะรอด เพราะคดีหลักในคดีอาญายังไม่ได้เริ่มสืบพยาน และคำตัดสินของศาลแพ่งไม่มีผลในคดีอาญานายปานเทพ เปิดเผยว่านายนุวัฒน์ หรือ “นุ” และ นางสาวสารินี หรือ “สา” จำเลยที่สาม และ 4…

  • อัยการคดีพิเศษ เผยเหตุผล ยึดทรัพย์ “ทนายตั้ม” ชี้ทำตามกรอบกฎหมาย เตรียมอุทธรณ์

    ภาพไฮไลต์อัยการคดีพิเศษ ยันไม่ได้เร่งยื่นคำร้องยึดทรัพย์ “ทนายตั้ม” ไวเกินไป ชี้ทำตามกรอบ 90 วันตามกฎหมาย ระบุทรัพย์กว่า 73 ล้านบาทยึดไว้เพื่อคืน “เจ๊อ้อย” เตรียมอุทธรณ์หลังศาลยกคำร้อง ภายใน 30 วันวันที่ 24 ก.พ. นายสุเทพ เยี่ยมศิริ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 เปิดเผยถึง การยึดทรัพย์ของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ว่า ทรัพย์ที่ถูกยึดมี 2 ส่วน ส่วนแรก คดีหมายเลขดำที่ ฟ26/2568 อัยการรับสำนวนมาเมื่อเดือน ก.พ.68 และได้ยื่นไต่สวนคำร้องเมื่อ 10 มี.ค.68 ทรัพย์สินเป็นเงินในบัญชีธนาคาร บ้านพักอาศัย และที่ดิน รวมมูลค่ากว่า 71 ล้านบาทส่วนที่สอง คดีหมายเลขดำที่ ฟ145/2568 ปปง.ส่งมาทีหลัง เมื่อ 30 ก.ค.68 เป็นทรัพย์สินส่วนตัว 23 รายการ เช่น…

  • ภาพวงจรปิดชัด! แฟนเก่าจอดกระบะตู้ทึบดักรอ ก่อนพุ่งบี้ร่าง 2 ผัวเมียดับ

    ภาพวงจรปิดชัด! มัดตัวแฟนเก่า ซุ่มจอดกระบะตู้ทึบดับไฟหน้ารถ ก่อนพุ่งบี้ขยี้ร่างอดีตแฟนสาว-สามีดับสยอง ตำรวจตรวจเจอฉี่ม่วง-จ่อฟันฆาตกรรมภาพวงจรปิดชัด! มัดตัวแฟนเก่า ซุ่มจอดกระบะตู้ทึบดับไฟหน้ารถ ก่อนพุ่งบี้ขยี้ร่างอดีตแฟนสาว-สามีดับสยอง ตำรวจตรวจเจอฉี่ม่วง-จ่อฟันฆาตกรรมจากกรณีอุบัติเหตุที่มีรถกระบะตู้ทึบ ซึ่งมีนายกฤษฎา อายุ 35 ปี เป็นคนขับ พุ่งชนรถจักรยานยนต์สองผัวเมีย คือ น.ส.พรรณนิภา (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี และนายวิเชษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี จนเสียชีวิตคาที่ ในสภาพที่นายวิเชษฐ์นั้นถูกล้อหลังทับร่างคาพื้นถนน ซึ่งคนขับรถกระบะตู้ทึบ ให้การอ้างว่า ตนเองหักหลบรถจักรยานยนต์ที่ตัดหน้าจนทำให้เสียหลักไปชนกับรถจักรยานยนต์ของสองผัวเมียคู่นี้ด้านญาติของผู้ตายฝ่ายหญิง หลังทราบเรื่องเดินทางมายังที่เกิดเหตุพอทราบตัวคนขับคู่กรณี ต่างพากันมั่นใจว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เป็นอุบัติเหตุทั่วไป แต่คาดว่าเกิดจากความตั้งใจที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ เนื่องจากตัวของคนขับรถกระบะตู้ทึบ เป็นอดีตแฟนของฝ่ายหญิงที่เสียชีวิต ส่วนฝ่ายชายที่เสียชีวิตก็คือสามีของฝ่ายหญิง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการขับรถไล่ชนสามีของฝ่ายหญิงมาแล้วครั้งหนึ่ง และตัวผู้ก่อเหตุยังไม่ยอมเลิกลา และตามราวีฝ่ายหญิงมาตลอดกระทั่งมาเกิดเหตุในครั้งนี้ล่าสุดวันที่ 24 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้า พบว่าภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ โดยภาพวงจรปิดริมถนนเทพารักษ์ก่อนถึงที่เกิดเหตุไม่ไกล จับภาพได้ในช่วงเวลา 21.39 น.ของวันที่ 23 ก.พ. 69 จับภาพได้ในขณะที่นายกฤษฎาขับรถกระบะตู้ทึบคันเกิดเหตุมาจออดริมถนน ก่อนถึงทางเลี้ยวเข้าออกห้องพักของฝ่ายหญิง…

  • ด่วน! ศาลแพ่งยกคำร้อง-สั่งคืนทรัพย์สิน “ทนายตั้ม” คดี “เจ๊อ้อย”

    ด่วน! ศาลแพ่งยกคำร้อง-สั่งคืนทรัพย์สิน ด่วน! ศาลแพ่งยกคำร้อง-สั่งคืนทรัพย์สิน "ทนายตั้ม" ทุกรายการ ชี้ปม "เจ๊อ้อย" ให้โดยเสน่หา ไม่ใช่การฟอกเงิน ไม่มีพฤติกรรมฉ้อโกงจากกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม กับพวกเป็นจำเลย ในความผิดฐานฉ้อโกงเงิน น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย เศรษฐินีชาวไทย กว่า 100 ล้านบาท และถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึด และอายัดทรัพย์สินไว้ กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน จำนวน 3 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 71 ล้านบาทจากนั้นดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน ซึ่งตรวจพบในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ (เพิ่มเติม) จำนวน 25 รายการ เช่น สินค้าแบรนด์เนม และสิทธิเรียกร้องตามสัญญาซื้อขายรถยนต์ รวมมูลค่าประมาณ 6 ล้านบาท ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่งล่าสุดวันที่ 24 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกลุ่มไลน์ที่ใช้ชื่อว่า…

  • ศาลยกคำร้อง ปปง. ชี้หลักฐานไม่ถึง สั่งคืนทรัพย์ 74 ล้านให้ “ทนายตั้ม”

    ศาลแพ่งรัชดาฯ ยกคำร้อง ปปง. คดีขอให้ทรัพย์ 26 รายการ มูลค่า 74 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน ชี้พยานฝ่ายผู้ร้องมีน้ำหนักไม่เพียงพอรับฟังว่ามีความผิดมูลฐาน สั่งคืนทรัพย์ทั้งหมดให้เจ้าของศาลแพ่งถนนรัชดาภิเษกอ่านคำพิพากษาคดีที่สำนักงาน ปปง. ยื่นขอให้ทรัพย์สินของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด และภรรยา ตกเป็นของแผ่นดิน กรณีถูกกล่าวหาฉ้อโกง “เจ๊อ้อย” ลงทุนแอปฯ ลอตเตอรี่ 71 ล้านบาท ศาลวินิจฉัยพยานหลักฐานฝ่ายผู้ร้องมีเพียงพยานบอกเล่า น้ำหนักไม่เพียงพอรับฟังว่ามีความผิดมูลฐาน สั่งยกคำร้องและคืนทรัพย์สินให้เจ้าของเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ฟ26/2568 เเละคดีดำ ฟ145/2568ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2 สำนักงานอัยการสูงสุด (ปปง.) โจทก์ ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เเละนางปทิตตา เบี้ยบังเกิดกรณีที่คณะกรรมการ ปปง.มีคำสั่งยึดและอายัด ทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 25 รายการไว้ชั่วคราว เเละยื่นให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ ยื่นคำร้องของขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของเเผ่นดิน ในคดีฉ้อโกง น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อยกรณีปรากฏหลักฐานเป็นที่ เชื่อได้ว่า นายษิทรากับพวกเป็นผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ…

  • ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์ 74 ล้านให้”ทนายตั้ม” คดีฉ้อโกง”เจ้อ้อย”

    เปิดเหตุผลศาลเเพ่ง สั่งคืนทรัพย์ 74 ล้านให้ทนายตั้ม -ภรรยา ในคดีฉ้อโกงเจ๊อ้อย หลังพบพิรุธ อัยการคดีพิเศษ นำ ปปง.สืบเเค่ปากเดียว ทำให้น้ำหนักน้อยเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ฟ26/2568 เเละคดีดำ ฟ145/2568 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2สำนักงานอัยการสูงสุด (ปปง.) โจทก์ ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เเละนางปทิตตา เบี้ยบังเกิดกรณีที่คณะกรรมการ ปปง.มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 25 รายการไว้ชั่วคราว เเละยื่นให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ ยื่นคำร้องของขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของเเผ่นดินในคดีฉ้อโกง น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อยกรณีปรากฏหลักฐานเป็นที่ เชื่อได้ว่า นายษิทรากับพวกเป็นผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระอันเป็นความผิดมูลฐานตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(18) และความผิดฐานฟอกเงิน มาตรา 5 และ กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นายษิทรากับพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ยึดและอายัดจำนวน 26 รายการ ของ ทั้งสองสำนวนรวมราคาประเมินทั้งสิ้น 74,198,527 บาทพร้อมดอกผล…

  • สะเทือนใจ! เปิดแชตด.ญ.วัย 14 ปี ขายบริการให้ตำรวจกลับถูกหลอกเอาฟรี

    สุดสะเทือนใจ! เปิดแชตด.ญ.วัย 14 ปี ส่งข้อความหาถึง “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” เผยเคยขายบริการทางเพศให้ตำรวจดังสุพรรณบุรี ขับฟอร์จูนเนอร์สีขาว แต่กลับถูกโกงเงิน อ้างว่าหายจากกรณี “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” บุกช่วยสาววัย 14 ปี ในพื้นที่ จ.ชัยนาท ถูกสาวรุ่นพี่นางนกต่อลวงไปให้วัยรุ่นชาย 5 คน ผลัดกันรุมโทรมและอัดคลิปประจาน หลังแค้นไม่ยอมรับงานขายบริการทางเพศให้กับลุกค้า ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และบางส่วนยังเป็นคนมีสี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยข้อความจากผู้เสียหาย ด.ญ.วัย 14 ปี รายหนึ่ง ที่ส่งให้กับ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” โดยระบุว่า "พอดี หนุเคยทำกับคนที่ออกข่าว กับตำรวจหนูก็เคยทำคะ มีรอบนึงเขาเคยโกงตังหนุไปคะ เขาบอกหายแต่ไม่รู้จริงรึป่าว หลอกหนูหลายรอบมากคะ เป็นตำรวจสุพรรณบุรีคะขี่ฟอร์จูนเนอร์สีขาว"ทั้งนี้ทาง “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ได้ถามกลับว่า "หนูอยู่ที่ไหนคะ ตำรวจที่ไหน รู้ชื่อ มั้ย มีรูปมั้ย หรือมีแชตมั้ย หนูมีหลักฐานอะไรบ้าง"

  • ตร.ท่องเที่ยว รวบหนุ่มขายอาหารนกประตูท่าแพ หลังชูนิ้ว-แลบลิ้นใส่นักท่องเที่ยวจีน

    ภาพไฮไลต์ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ จับหนุ่มขายอาหารนก-รับถ่ายคลิป “ประตูท่าแพ” กลางเมืองเชียงใหม่ หลังชูนิ้ว แลบลิ้นใส่นักท่องเที่ยวจีน อ้างโดนต่อว่าก่อนจากกรณีโซเชียลแชร์คลิป คนรับจ้างถ่ายภาพและขายอาหารนกให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณลานประตูท่าแพในตัวเมืองเชียงใหม่ โต้เถียงและแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมใส่นักท่องเที่ยว มีการท้าทายแลบลิ้น ใส่นักท่องเที่ยว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่นั้นล่าสุด (23 ก.พ.69) พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สว.สืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบ จนสามารถจับกุม นายสมชัย อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดเชียงรายได้ที่บริเวณริมถนนใกล้จุดเกิดเหตุ พร้อมตรวจยึดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานจากการสอบสวน นายสมชัย ยอมรับว่า เป็นบุคคลในคลิปจริง โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาขอถ่ายภาพพร้อมกัน 2 กลุ่ม ตนจึงเลือกให้บริการกลุ่มแรกก่อน ทำให้นักท่องเที่ยวอีกกลุ่มไม่พอใจ และมีการต่อว่าเป็นภาษาจีน ซึ่งตนฟังและพูดภาษาจีนได้ จึงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่และโต้ตอบกลับไปและชูนิ้วกลางตามที่ปรากฏในคลิปทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า นายสมชัย ได้มาเช่าโรงแรมหรู ฝั่งตรงข้ามกับข่วงประตูท่าแพพักอาศัย ช่วงกลางวันจะมารับถ่ายคลิปให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งรายได้ดีมาก วันละหลายพันบาท จนสามารถเช่าห้องพัก โรงแรมหรู ได้อย่างสบาย และปักหลักหากินบริเวณประตูท่าแพมาเป็นเวลานาน…