Category: อาชญากรรม
-
ไทม์ไลน์เพลิงไหม้ โรงเบียร์ลาดพร้าว ผู้ประสบภัย 90 คน เสียชีวิต 27 คน
เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ภายในสถานบันเทิง "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ใกล้เคียง ซ.ลาดพร้าว 1 รายงานเบื้องต้น มีผู้เสียชีวิตทันทีอย่างน้อย 27 คน และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 63 คน โดยมีอาการสาหัสถึง 22 คนด้านนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รุดลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเองเบื้องต้นพบข้อสันนิษฐาน พบผู้เสียชีวิตบริเวณทางหนีไฟจำนวนหนึ่ง คาดว่าเนื่องจากมีสิ่งกีดขวางทำให้ไม่สามารถอพยพได้สะดวก ประกอบกับภายในอาคารมีวัตถุตกแต่งเพดานที่เป็นสารไวไฟ ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยทางกองพิสูจน์หลักฐานและผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีเตรียมระดมกำลังเข้าตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งไทม์ไลน์ลำดับเหตุการณ์12 ก.ค. 2569 เวลา 23.57 น. : สายด่วน 199 ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหาร ใกล้เคียง ซ.ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสารกำลังเร่งเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ13 ก.ค. 2569 เวลา 00.02 น.…
-
โศกนาฏกรรม! ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว สลดดับพุ่ง 27 เจ็บอีกเฉียดร้อย
โศกนาฏกรรมกลางดึก! ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว สลดดับพุ่ง27 เจ็บอีกเฉียดร้อย ‘อนุทิน-ชัชชาติ’ รุดลงพื้นที่สั่งเยียวยา เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ ค้นหาสาเหตุโศกนาฏกรรมกลางดึก! ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว สลดดับพุ่ง27 เจ็บอีกเฉียดร้อย ‘อนุทิน-ชัชชาติ’ รุดลงพื้นที่สั่งเยียวยา เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ ค้นหาสาเหตุเมื่อเวลา 23.57 น. วันที่ 12 ก.ค. 69 เฟซบุ๊กเพจ "Fire & Rescue Thailand" รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง เกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ล่าสุดรับแจ้งยอดผู้เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 63 รายต่อมาเวลา 01.30 น. วันที่ 13 ก.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ย่านลาดพร้าว โดยมีนาย ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามสถานการณ์นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์…
-
ศูนย์เอราวัณ กทม. สรุปยอดคนเจ็บใน 12 รพ. 51 คน ชาย 16 หญิง 18 ไม่ระบุเพศ 17 คน
วันนี้ (13 ก.ค.2569) รายงานของศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์ ระบุผู้ได้รับบาดเจ็บและนำส่งโรงยาบาลต่าง ๆ หลังเกิดไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เวลา 23.53 น. วันที่ 12 ก.ค.2569ศูนย์เอราวัณ กทม. สรุปยอดคนเจ็บใน 12 รพ. 51 คน ชาย 16 หญิง 18 ไม่ระบุเพศ 17 คนมีผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล 51 คน เป็นชาย 16 คน หญิง 18 คน ไม่ทราบเพศ 17 คน ทั้งหมดอายุระหว่าง 20-30 ปีโรงพยาบาลที่รับรักษาตัว 12 แห่ง- รพ.ราชวิถี จำนวน 11 คน- รพ.ลาดพร้าว จำนวน 5 คน- รพ.พญาไท…
-
ผู้ประสบเหตุเล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว
วันนี้ (13 ก.ค.2569) น.ส.เพ็ญพรรษา สลับสี ผู้ประสบเหตุ เปิดเผยนาทีเอาชีวิตรอด หลังเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ภายในพื้นที่จัดงานโรงเบียร์ชื่อดัง ย่านลาดพร้าว จนผู้เข้าร่วมงานแตกตื่นวิ่งหนีออกจากพื้นที่ผู้ประสบเหตุเล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวผู้ประสบเหตุเล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวน.ส.เพ็ญพรรษาเล่าว่า ขณะเกิดเหตุ กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่บริเวณกึ่งกลางของพื้นที่จัดงาน โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ไเห็นเปลวเพลิงพุ่งขึ้นจากบริเวณหน้าเวที ก่อนที่เปลวเพลิงจะกลายเป็นกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่ ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ภายในพื้นที่เกิดความแตกตื่นและพากันวิ่งหนีออกจากจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางความโกลาหล เนื่องจากหลายคนไม่ทราบว่าทางออกอยู่บริเวณใดผู้ประสบเหตุเล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวผู้ประสบเหตุเล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวน.ส.เพ็ญพรรษา ระบุว่า ระหว่างวิ่งหลบหนี ตนหกล้มลงกับพื้น และมีผู้คนจำนวนมากวิ่งข้ามร่างไป อย่างไรก็ตาม น้องชายซึ่งเดินทางมาด้วยกันได้ดึงเสื้อและช่วยพยุงขึ้น ทำให้สามารถลุกขึ้นและวิ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ได้ผู้ประสบเหตุเล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวผู้ประสบเหตุเล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ที่อยู่ภายในงานต่างวิ่งหนี้เพื่อเอาชีวิตรอด ท่ามกลางความสับสนและความชุลมุน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์และให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์รอการประสานงานต่อไปอ่านข่าว :รอง ผบ.ตร.สั่ง พฐ.ตรวจที่เกิดเหตุ-รวบรวมพยานหลักฐาน เหตุไฟไหม้ด่วน! ไฟไหม้โรงเบียร์ดังย่านลาดพร้าว เบื้องต้นเสียชีวิต 27 คน“ชัชชาติ” ลงตรวจที่เกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ส่งเร่งช่วยผู้ประสบภัย
-
อนุทินเสียใจอย่างสุดซึ้ง โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิงดัง กลางกรุง พบ 27 ศพ
เกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงชื่อดังย่านลาดพร้าวกลางดึกวันที่ 13 ก.ค. 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก นายกรัฐมนตรีและผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ตรวจสอบเร่งหาสาเหตุเมื่อเวลา 00.30 น. ของวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิงและหน่วยกู้ภัยได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในสถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว หลังเพลิงสงบลง พบว่าโครงสร้างภายในอาคารถูกเพลิงเผาผลาญเสียหายทั้งหมด และเป็นที่น่าเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมากติดค้างอยู่ภายในร้าน โดยส่วนใหญ่พบรวมกันอยู่บริเวณทางไปห้องน้ำและภายในห้องน้ำ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ในช่วงที่เกิดเพลิงไหม้และไฟฟ้าดับ นักเที่ยวไม่สามารถมองเห็นทางออกได้ จึงพยายามวิ่งหนีเข้าไปในห้องน้ำจนกระทั่งสำลักควันไฟและเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บเล็กน้อยอีกจำนวนมาก ซึ่งทีมอาสาสมัครกู้ภัยได้เร่งนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงต่อมาเวลา 01.00 น. นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) รวมถึงแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและดำเนินการชันสูตรพลิกศพนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ใจกลางเมืองครั้งนี้ โดยระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่พยายามหนีเข้าไปในบริเวณห้องน้ำ และได้สอบถามข้อมูลจากผู้รอดชีวิตและนักดนตรีเพื่อหาสาเหตุเบื้องต้น…
-
ไฟไหม้ร้านอาหาร ใกล้เคียงลาดพร้าวซอย 1 มีผู้บาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ และฉีดน้ำสกัดเพลิง
ไฟไหม้ร้านอาหาร ใกล้เคียงลาดพร้าวซอย 1 มีผู้บาดเจ็บหลายราย จนท.เร่งช่วยเหลือ และฉีดน้ำสกัดเพลิงเวลา 23.57 น. วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 รับแจ้งจากสายด่วน 199 เหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหาร ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธสาร กำลังไปที่เกิดเหตุเวลา 00.02 น. (13 ก.ค.) เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสารถึงที่เกิดเหตุเพลิงกำลังลุกไหม้ เบื้องต้น พบผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน1ราย มีอาการถูกไฟลวก อยู่ระหว่างปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการใช้น้ำทำการดับเวลา 00.12 น. เหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหาร ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน , พญาไท , ห้วยขวาง เข้าสนับสนุนในที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างใช้น้ำจำนวน 3 หัวฉีดศูนย์วิทยุพระราม 199ศูนย์วิทยุอุรุพงษ์อาสาบรรเทาสาธารณภัยเจ้าของภาพ
-
หย่าแล้ว 2 ปีไม่จบ เสี่ยโรงงานเผย “ฟีม-ตาล” รักต่างวัยราบรื่น คาดอดีตผัวทหารหึง
หย่าแล้ว 2 ปีไม่จบ เสี่ยโรงงานเผย "ฟีม-ตาล" รักต่างวัยราบรื่น คาดอดีตผัวทหารบัญชีหึงโหดบุกยิง แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีเรื่องขัดแย้งกันจากกรณี ทหารจังหวัดราชบุรี อดีตสามีของสาว บุกรัวยิงหนุ่มวัย 19 ปี ซึ่งเป็นแฟนใหม่ เสียชีวิตคารถ ขณะกำลังจอดข้างบ้าน โดยมีแฟนสาวนั่งข้าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 30 แยก 28 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ก่อนจะหลบหนีไป ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุด วันที่ 12 ก.คง2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ ได้พูดคุยกับ เฮียเหม่ง ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน ที่ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทำงานอยู่ โดยฝ่ายชายเป็นช่างกลึง ส่วนฝ่ายหญิงเป็นธุรการของโรงงานส่วนปมเหตุ เฮียเหม่งคาดว่า น่าจะเกิดจากเรื่องความหึงหวง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ฝ่ายหญิงคือน.ส.ตาล เคยคบหา และจดทะเบียนสมรส กับนายกอล์ฟ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นทหารอยู่แผนกบัญชี ที่จังหวัดราชบุรี ก่อนที่จะเลิกรากัน โดยมีการจดทะเบียนหย่ากันไปเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งก็ไม่เคยเห็นว่า หลังจากเลิกกัน จะมีปัญหากันจากนั้นน.ส.ตาล…
-
ทหารอดีตสามีสาว บุกรัวยิงหนุ่มวัย 19 แฟนใหม่นับ 10 นัด เสียชีวิตคารถ
ทหารอดีตสามีสาว บุกรัวยิงหนุ่มวัย 19 แฟนใหม่นับ 10 นัด เสียชีวิตคารถ ส่วนฝ่ายหญิงสาหัส ขณะกำลังจอดรถเข้าบ้าน แม่ใจสลาย สั่งลูกชายอย่าลงรถ สุดท้ายไม่รอด วอนตร.ลากคอ ดำเนินคดีเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.อุดมสุข ได้รับแจ้งเหตุ ชายถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 30 แยก 28 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา จึงรายงาน พ.ต.อ.ชิศณุพงศ์ สุริยานนท์ ผกก.สน.อุดมสุข ก่อนเดินทางมาตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานที่เกิดเหตุพบศพนายรัฐภูมิ หรือฟีม อายุ 19 ปี ถูกยิงเสียชีวิต สภาพศพถูกยิงเข้าบริเวณหัว คอ และหน้าอกจำนวนหลายนัด นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวอีกหนึ่งราย ทราบชื่อ น.ส.ตาล อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาว ถูกยิงบริเวณหน้าอก หัวไหล่และหน้าท้อง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้จากการสอบถาม นางวราภรณ์ อายุ…
-
สะเทือนใจ! จับผัวค้ายาบ้าคาบ้าน เจอเมียตั้งท้อง 5 เดือนฉี่ม่วง
ฝ่ายปกครองอำเภอน้ำเกลี้ยง บุกรวบชายวัย 38 ปี ค้ายาบ้า 43 เม็ดคาบ้านพักในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ตะลึงพบเมียสาววัย 27 ปี กำลังตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน เสพยาบ้าร่วมด้วย ก่อนรีบนำตัวเข้ารับการบำบัดทันที หวั่นลูกในครรภ์ได้รับผลกระทบจากพิษยาเมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายณฐนน สุวรรณ์ นายอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยผลการดำเนินงานตามนโยบาย "Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด" ว่า ศป.ปส. อำเภอน้ำเกลี้ยง ได้รับข้อความแจ้งเบาะแสลับผ่านระบบ SMS จากพลเมืองดีว่ามีบุคคลลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติดอยู่ในพื้นที่ ขอให้ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายหลังได้รับข้อมูลจึงได้สั่งการให้ นายสมปอง พงษ์วัน และนายสนองชัย โชติรัตน์ ปลัดอำเภอน้ำเกลี้ยง น.ส.ฉัตรกานต์ โคตะระ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านเป้าหมาย พบชายอายุ 38 ปี มีลักษณะตรงกับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง…
-
สาวพนง.กวาดถนน ร้องถูกเก๋งชนกลางกรุง สุดช้ำจอดดูแต่รถตัวเอง ไม่สนคนเจ็บ ก่อนขับหนี
สาวพนง.กวาดถนน ร้องถูกเก๋งชนกระเด็นกลางกรุง สุดช้ำจอดดูแต่รถตัวเอง ไม่สนคนเจ็บ ก่อนขับหนี สายไหมต้องรอด วอนใครมีกล้องหน้ารถ ขอส่งให้ตำรวจเป็นหลักฐานตามล่ามาดำเนินคดีวันที่ 12 ก.ค. 2569 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร น.ส.ระพีพร โพธิ์ศรี อายุ 33 ปี พนักงานรักษาความสะอาด สำนักงานเขตหลักสี่ เดินทางเข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรม หลังถูกรถยนต์เก๋งพุ่งชนขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่กวาดถนน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่คนขับกลับขับรถหลบหนีไปอย่างหน้าตาเฉยเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในภายหลัง ยิ่งสร้างความหดหู่ใจ เมื่อพบว่ารถคันดังกล่าวได้จอดรถลงมาดูความเสียหายของรถตัวเอง แต่กลับไม่ยอมไปดูอาการหรือให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บแม้แต่น้อยรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาว ชนพนักงานกวาดถนนเจ็บ จอดดูรถตัวเอง ก่อนขับหนีน.ส.ระพีพร ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยถึงนาทีชีวิตว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ค. เวลาประมาณ 05.10 น. บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส ขณะที่ตนกำลังกวาดทำความสะอาดและเคลียร์ทางระบายน้ำบนทางเท้าตามปกติ จู่ๆ มีรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว พุ่งเข้ามาชนจากทางด้านหลังอย่างรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัวน.ส.ระพีพร กล่าวต่อว่า แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของตนกระเด็นไปไกลและได้รับบาดเจ็บอย่างหนักที่บริเวณหัวเข่า แพทย์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะสามารถรักษากลับมาให้เดินได้เป็นปกติเหมือนเดิมหรือไม่"ที่น่าเจ็บปวดไปกว่านั้นคือ หลังเกิดเหตุคนขับไม่ได้หยุดรถลงมาช่วยทันที แต่กลับขับเลยไปไกลกว่า…