Category: อาชญากรรม

  • เปิดข้อมูล โจ๊ก ติดสินบน ป.ป.ช. ทองคำ 246 บาท ตร.บุกค้น 11 จุด

    เปิดข้อมูล บิ๊กโจ๊ก ติดสินบน ป.ป.ช. ทองคำ 246 บาท ให้ช่วยเหลือคดีเปิดข้อมูล บิ๊กโจ๊ก ติดสินบน ป.ป.ช. ทองคำ 246 บาท ให้ช่วยเหลือคดี หลังบิ๊กต่ายสั่งคณะทำงาน ตร. แจ้งความเอาผิด พร้อมนำกำลังบุกค้น 11 จุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้คณะทำงานในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เข้าตรวจค้นบ้านพัก, อาคารสำนักงาน และเป้าหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับพล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร. รวม 11 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และ จ.สุราษฎร์ธานีหลังถูกแจ้งความในคดีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามกฎหมายมาตรา 157 และความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นได้ตรวจยึดหลักฐาน และทรัพย์สินต่างๆ ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวนหมายรายการด้วยนอกจากนี้ยังมีรายงานว่า…

  • คุก 2 ปี ‘แอน จักรพงษ์’ ฉ้อโกง ‘หมอเส’ หลอกซื้อหุ้นกู้กว่า 30 ล้านบาท

    ศาลแขวงใต้จำคุก “แอน จักรพงษ์” ฉ้อโกง “หมอเส” หลอกซื้อหุ้นกู้ กว่า 30 ล้านบาท 2 ปี ไม่รอลงอาญาเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่ศาลแขวงพระนครใต้ ถนนแจ้งวัฒนะ อ่านคำพิพากษา คดีอาญาหมายเลขดำ อ.1440/2566 ที่นายระวีวัฒน์ มาศฉมาดล โจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 และนายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงพฤติการณ์คดีเมื่อวันที่ 24 ก.ค.2566 ถึงวันที่ 8 ส.ค.2566 จำเลยได้ร่วมกันหลอกลวงโจทก์ ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกแจ้งแก่โจทก์ โดยชักชวนให้โจทก์ร่วมลงทุนซื้อหุ้นกู้ของบริษัทจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 2 ทราบดีอยู่แล้วว่า จำเลยทั้งสองไม่สามารถคืนเงินให้แก่โจทก์ในวันเวลาตามที่แจ้งได้ เนื่องจากภาระทางการเงินของจำเลยที่ 1 ที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ดังกล่าวได้ โดยการหลอกลวงเช่นว่านั้น จำเลยทั้งสองได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากโจทก์ จำนวน 30,000,000 บาท…

  • งามไส้ ผู้หมวดสาว ร้องปวีณา ถูก นายพล มอมยาขืนใจ-ถ่ายคลิปแบล็กเมล์ อ้างเส้นใหญ่คับฟ้า

    งามไส้วงการมีสี ผู้หมวดสาว ร้องปวีณา ถูก นายพลนอกราชการ ลวงมอมยา-มัดมือขืนใจ-ถ่ายคลิปแบล็กเมล์ อ้างเส้นใหญ่คับฟ้าผู้สื่อข่าวรายงาน นายทหารหญิง ยศ “ร้อยโท” (ร.ท.) วัย 29 ปี ตัดสินใจหอบหลักฐานเข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความเป็นธรรมและขอชีวิตคืน หลังตกเป็นเหยื่อความรุนแรงและตัณหาของนายทหารนอกราชการยศ “พลโท” (พล.ท.) ผู้ทรงอิทธิพล ที่กระทำการอุกอาจทั้งมอมยา ลักพาตัว และข่มขืน ทั้งที่เคยแจ้งความแล้วแต่คู่กรณีไม่เกรงกลัวกฎหมายเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อปี 2563 ขณะนั้นผู้เสียหายยังเป็นนักศึกษาปี 4 ที่ต้องทำงานส่งตัวเองเรียนและเลี้ยงดูย่า ได้พบกับ “พล.ท.” คู่กรณีที่ร้านอาหาร ฝ่ายชายเข้ามาในคราบผู้ใหญ่ใจดี ทุ่มทิปหนักถึง 10,000 บาท ก่อนจะพัฒนาความสัมพันธ์ในลักษณะ ชูการ์แดดี้ โดยฝ่ายชายเปย์ทั้งรถเก๋ง คอนโดมิเนียม แลกกับการคบหาดูแลแต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์กลับกลายเป็นฝันร้าย ฝ่ายชายเริ่มแสดงอาการหึงหวงรุนแรง กีดกันไม่ให้คบเพื่อนแม้กระทั่งกลุ่ม LGBTQ+ เปลี่ยนสถานะจากคนรักกลายเป็น นายกับทาส หากทำไม่ถูกใจจะถูกทุบตีทำร้ายร่างกาย จนผู้เสียหายทนไม่ไหวขอเลิกราหลังทนทุกข์มาเกือบ 6 ปีแม้ผู้เสียหายจะคืนทรัพย์สินให้ทั้งหมดเพื่อจบปัญหา แต่อีกฝ่ายไม่ยอมจบ ตามรังควานถึงแฟลตทหาร…

  • ร.ท.หญิงร้องถูก “พล.ท.” รุ่นพ่อขืนใจ หลังขอจบความสัมพันธ์ 6 ปี

    (26 ธ.ค. 68) ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ร.ท.หญิง เอ(นามสมมติ) อายุ 29 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูก พล.ท.บี(นามสมมติ) อายุ 63 ปี นายทหารนอกราชการ วางยาลักพาตัวไปขืนใจ หลังจากที่ ร.ท.เอ ต้องการออกจากความสัมพันธ์ 6 ปี.ร.ท.เอ เล่าว่าเมื่อปี 2563 ตนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เนื่องจากที่บ้านฐานะยากจน ตนจึงต้องทำงานไปด้วยเพื่อส่งตัวเองเรียน ตอนนั้นได้พบพับ พล.ท.บี คู่กรณีที่มาทานอาหารที่ร้านที่ตนทำงานอยู่ ตอนนั้นตนมีหน้าที่แนะนำเครื่องดื่มที่ออกใหม่ คืนนั้นคู่กรณีให้ทิปตน 10,000 บาท ตอนนั้นตนตกใจและดีใจมาก เพราะถึงช่วงเวลาที่ต้องจ่ายค่าเทอมพอดี ตอนนั้นตนมองว่า พล.ท.บีเป็นผู้ใหญ่ใจดีเมตตาเด็ก.จากนั้น พล.ท.บีได้ให้ลูกน้องมาขอไลน์ของตน เมื่อแลกไลน์กันแล้วก็ได้ติดต่อพูดคุย คู่กรณีได้ไลน์มาชวนไปรับประทานอาหารกับกลุ่มเพื่อนและไปกินข้าวกัน 2 ต่อ 2 และทางคู่กรณีได้ซื้อรถเก๋งให้ตน ราคา 2 แสนกว่าบาท.จากนั้นก็มีการคบหาเลี้ยงดูกันมา เวลาที่คู่กรณีสังสรรค์กับเพื่อนทหารก็จะให้ตนไปทำหน้าที่คอยชงเหล้าให้ โดยตลอดระยะเวลาที่คบหากัน คู่กรณีจะคอยสั่งการชีวิตตนทุกอย่าง และหึงหวง ไม่ให้ออกไปไหน…

  • ผบช.น. ลั่น อดีตยศใหญ่ก็ไม่เว้น!! เร่งรวมหลักฐาน คดี ‘นายพล’ มัดมือขืนใจ ทหารหญิง

    ปวีณา พาทหารหญิงยศ ร.ท. ถูก พล.ท. เกษียณราชการเลี้ยงเป็นนางบำเรอทำร้ายทุบตี เมื่อบอกเลิก วางแผนอุ้มขึ้นรถมัดมือ ปิดปาก ปิดตา พาไปทำร้าย-ข่มขืน-ถ่ายคลิปในโรงแรมม่านรูด ข่มขู่ “ถ้ามึงแจ้งความ มึงตายแน่” มีลูกน้องชายยศ ร.อ. ร่วมด้วย เข้าพบรองผบช.น.ให้การเพิ่มเติมที่สน.บางพลัดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ธันวาคม นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นำทหารหญิงยศ “ร.ท.” อายุ 29 ปี สังกัดกรมทหารแห่งหนึ่ง ที่เข้าร้องทุกข์ ถูก“พล.ท.” อายุ 63 ปี นอกราชการ เลี้ยงเป็นนางบำเรอ ไม่พอใจก็ทำร้ายทุบตี หลังขออิสรภาพแยกทาง กลับวางแผนอุ้มขึ้นรถมัดมือ ใช้สก๊อตเทปปิดปาก ใช้มือปิดตา สั่งให้ลูกน้องชายยศ “ร.อ.” ขับรถพาไปที่โรงแรมม่านรูด ให้ลูกน้องชายยศ “ร.อ.” ที่ขับให้จับถอดกางเกง ก่อนที่ตนเองจะข่มขืนและถ่ายคลิป หลังเสร็จข่มขู่”ถ้ามึงแจ้งความ มึงตายแน่” เดินทางไปที่สน.บางพลัด เข้าพบ…

  • ทหารหญิง ร้องถูก ‘นายพล’ มัดมือรุมซ้อม-ข่มขืน อัดคลิปแบล็กเมล์ ขู่ถ้าแจ้งความ เอาถึงชีวิต

    ทหารหญิง ร้องถูก ‘นายพล’ มัดมือรุมซ้อม-ข่มขืน อัดคลิปแบล็กเมล์ ขู่ถ้าแจ้งความ เอาถึงชีวิตเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายทหารหญิงยศ ร.ท. อายุ 29 ปี สังกัดกรมทหารแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณา อ้างถูก พล.ท. อายุ 63 ปี นายทหารนอกราชการ วางแผนลวงอ้างขอเจอครั้งสุดท้าย ก่อนจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ แต่กลับให้ดื่มน้ำต้องสงสัย แล้วทำร้ายร่างกาย มัดมือมัดเท้า พาไปโรงแรม ขืนใจ พร้อมอัดคลิปเอาไว้ ขู่ “ถ้าแจ้งความ ตายแน่”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ท.หญิงเล่าต้องทนทุกข์มานานกว่า 6 ปี อยู่แบบเป็นทาสและนางบำเรอ เวลา พล.ท. ไม่พอใจจะทำร้ายร่างกายตลอด หลังขอแยกทาง พล.ท. ทวงคืนคอนโด 4 ห้อง เธอโอนให้หมดแล้วเพื่อขอชีวิตคืน แต่ไม่จบ พล.ท.ยังบุกไปห้องพักที่แฟลต ตามคุกคามพังประตูห้อง หยอดกาวรถยนต์ ทำทรัพย์สินเสียหาย จน ร.ท.หญิง ต้องแจ้งตำรวจ สน.เตาปูน…

  • พี่สาวพาแม่ป่วยเยี่ยม ‘ต๊อก คลองเตย’ ลั่นไม่ประกัน แต่ติดใจเรื่องการจับกุม

    พี่สาว กรณีนายบุรินทร์ หรือต๊อก ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ตำรวจ สน.ท่าเรือ จนได้รับบาดเจ็บ และมีชาวบ้านถูกลูกหลง บาดเจ็บอีก 2 ราย ภายหลังถูกตำรวจชุดสืบสวน บก.น.5, สืบนครบาล และชุดปฏิบัติการพิเศษ บก.น.5 และสน.ท่าเรือ ติดตามจับกุมตัวได้ ที่โรงแรมในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ก่อนนำตัวคุมขังที่ สน.ท่าเรือ ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนืองแล้วนั้นล็อกจับ ‘ต๊อก คลองเตย’ มือยิง ตร. – 2 ชาวบ้านเจ็บ หลังหนีซ่อนโรงแรมสมุทรปราการ ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สน.ท่าเรือ มีพี่สาวได้พาแม่ของนายบุรินทร์ ผู้ต้องหา ที่ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบ ทุพพลภาพ นำกะเพราหมูสับไข่ดาว 2 กล่อง น้ำอัดลม น้ำหวาน มาเยี่ยม ทั้งนี้พี่สาวได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้มาเยี่ยมเฉย ๆ ยืนยันว่าไม่ประกันตัว นำเงินไปให้แม่ดีกว่า ยอมรับว่าพฤติกรรมของน้องชายตนไม่ดี เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน…

  • อ.ตฤณห์ ชี้ กาน เวลไฟร์ สมควรประหาร เปิดข้อกฎหมายไทย โทษสูงสุดยังมีอยู่ไหม?

    อาจารย์อาชญาวิทยาโพสต์แรงคดี กาน เวลไฟร์ สมควรโดนโทษประหารชีวิต ด้านแม่เข้าเยี่ยมลูกชายที่ศาลพร้อมเตือนสติทั้งน้ำตา ส่วนผู้ต้องหาตะคอกสื่ออ้างโดนรังแก พาเปิดกฎหมายไทยโทษประหารยังมีอยู่จริงไหมเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568ดร. ตฤณห์ โพธิ์รักษา หรือ อ.ตฤณห์ นักวิชาการด้านอาชญาวิทยา ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Aj. Trynh Phoraksa เกี่ยวกับคดีของกาน เวลไฟร์ หรือ นายสงกรานต์ พานภู่ ผู้ต้องหาคดียิงผู้อื่นเสียชีวิตบนทางด่วน โดยระบุข้อความสั้น ๆ แต่ได้ใจความว่า“ส่วนตัวผมคิดว่า โทษประหาร สมควรใช้กับคดีของ กานต์ เวลไฟร์”โพสต์ดังกล่าวสร้างความสนใจให้กับผู้ติดตามข่าวนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากพฤติการณ์การก่อเหตุมีความอุกอาจและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนAj. Trynh Phoraksaนาทีคุมตัว “กาน เวลไฟร์” ฝากขัง-ตะคอกสื่อสำหรับความคืบหน้าทางคดี เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (26 ธันวาคม) พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ดำเนินการควบคุมตัว นายสงกรานต์ หรือ “กาน เวลไฟร์” ออกจากห้องขัง เพื่อนำตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขังผลัดแรก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทางจังหวะที่เจ้าหน้าที่นำตัวนายสงกรานต์เดินไปขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายสงกรานต์แสดงท่าทีเกรี้ยวกราด และตะคอกใส่กลุ่มนักข่าวด้วยเสียงดังว่า “เฮ้ย…

  • เปิดเหตุผล สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรม มีมติ งดตั้งฉายาตำรวจ ประจำปี 2568

    เปิดเหตุผล สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรม มีมติ งดตั้งฉายาตำรวจ ประจำปี 2568สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรม มีมติ งดตั้งฉายาตำรวจ ประจำปี 2568 ชี้ไม่มีตำรวจท่านใดมีผลงานที่เด่นชัด ซ้ำยังมีปัญหาหลากมิติวันที่ 26 ธ.ค.2568 สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง มีมติงดตั้งฉายาเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำปี 2568 โดยคำแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรม แห่งประเทศไทย ได้มีการตั้งฉายาตำรวจเป็นประจำปีทุกปี ซึ่งถือว่าเป็นธรรมเนียมที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมานานของผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรม เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยปราศจากอคติ ซึ่งมีทั้งในด้านดี และด้านไม่ดีในแต่ละรอบปีที่ผ่านมาทั้งนี้ทางคณะกรรมการบริหารสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงตัวแทนจากสื่อต่างๆในสายข่าวอาชญากรรม มีมติเห็นว่าในปีที่ผ่านมายังไม่มีตำรวจท่านใดที่มีผลงานที่เด่นชัด เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชนตรงกันข้ามกับปรากฎเรื่องราวหลากหลายมิติ ทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่โปร่งใส, การแทรกแซงทางการเมือง การทุจริต และความขัดแย้งระหว่างนายตำรวจระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและประสิทธิภาพการทำงานอย่างไรก็ตามด้วยเหตุนี้สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย จึงมีมติเห็นพ้องว่าควรงดตั้งฉายาตำรวจในปีนี้ไปก่อนและคาดหวังว่า ในปี 2569 ตำรวจจะต้องเร่งกู้ภาพลักษณ์ที่ดีให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริงจะได้มีการตั้งฉายาเพื่อสะท้อนการทำงานของตำรวจตามธรรมเนียมสืบไปอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเหตุผล สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรม มีมติ งดตั้งฉายาตำรวจ ประจำปี 2568ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th

  • คุมตัว กาน เวลไฟร์ ฝากขัง โวยถูกรังแก แม่น้ำตานอง โผกอดผ่านกรงรถคุมตัว ไม่เจอกันนานนับปี

    ”กาน“ มือปืนยิงบนทางด่วน โวยลั่น! ถูกรังแก ขณะที่แม่กานน้ำตานอง โผกอดลูกผ่านกรงรถคุมตัว หลังไม่เจอกันนานกว่า 1 ปี ระหว่างตำรวจนำตัวฝากขังเป็นผลัดแรกเมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 26 ธันวาคม ที่ สน.ประชาชื่น พนักงานสอบสวน ควบคุมตัว นายสงกรานต์ พานภู่ หรือ “กาน เวลไฟร์” อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์ ไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขังผลัดแรก เป็นระยะเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม ถึงวันที่ 6 มกราคม 2569โดยระหว่างการควบคุมตัวนายกานออกจากห้องขังในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบได้ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามข้อเท็จจริงจากนายกาน แต่นายกานมีท่าทีไม่พอใจ พร้อมตะหวาดใส่ด้วยเสียงดังว่า “เฮ้ย หลบหน่อย ๆ !!” ก่อนถูกนำตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังขณะที่ แม่ของนายกาน ซึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัด ได้พยายามขอเข้าพบลูกชาย โดยระบุว่าไม่เคยพบหน้าลูกมานานกว่า 1 ปี นับตั้งแต่เป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดี…