Category: อาชญากรรม
-
ส่องอาร์มตำรวจนครบาล! เปิดดีไซน์แต่ละโรงพัก สะท้อนอัตลักษณ์พื้นที่สุดโดดเด่น
สะดุดตา! ชวนพาไปชมอาร์มประจำสถานีตำรวจนครบาลแต่ละแห่ง ที่ออกแบบแตกต่างกันตามเอกลักษณ์ของพื้นที่ ทั้งสวยงาม สร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยความหมายจากกรณีอาร์มติดแขนเครื่องแบบตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามของ สน.ห้วยขวาง และล่าสุด สน.จักรวรรดิ ซึ่งใช้ลวดลาย "มังกร" จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ และทำให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาชี้แจงว่าเป็นการออกแบบเพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีนหรือกลุ่มจีนเทา โดยในส่วนของ สน.ห้วยขวาง ได้มีการงดใช้อาร์มดังกล่าว พร้อมนำภาพออกจากเพจเฟซบุ๊กแล้วนั้นตร.แจงยิบ ‘อาร์มมังกร’ สน.ห้วยขวาง แค่สะท้อนอัตลักษณ์พื้นที่ตั้งสถานทูตจีน-ปัดโยงทุนจีนอย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจเพจเฟซบุ๊กของสถานีตำรวจนครบาลหลายแห่ง พบว่า การออกแบบอาร์มประจำสถานีไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หลายโรงพักต่างมีการสร้างสรรค์ลวดลายที่สะท้อนเอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และจุดเด่นของพื้นที่รับผิดชอบอย่างน่าสนใจอาทิ สน.พลับพลาไชย 1 ที่นำสัญลักษณ์สำคัญของพื้นที่มาผสมผสานในงานออกแบบ, สน.ทองหล่อ ที่เน้นภาพลักษณ์ทันสมัย, สน.บางรัก ที่สื่อถึงย่านประวัติศาสตร์และการค้า, สน.ปทุมวัน ที่เชื่อมโยงกับศูนย์กลางเศรษฐกิจและการศึกษา, สน.ลุมพินี ที่สะท้อนพื้นที่สวนสาธารณะและย่านธุรกิจ, สน.มักกะสัน, สน.สุทธิสาร และ สน.นางเลิ้ง ซึ่งต่างก็มีอาร์มที่ออกแบบแตกต่างกันไปตามอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่การออกแบบอาร์มประจำสถานีตำรวจในหลายพื้นที่ จึงถือเป็นการสร้างเอกลักษณ์ของหน่วยงาน และช่วยให้ประชาชนจดจำพื้นที่รับผิดชอบได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำอาร์มมาใช้กับเครื่องแบบราชการ ยังต้องเป็นไปตามระเบียบและได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคม ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับอาร์มลายมังกรในช่วงที่ผ่านมา.
-
สุดช็อก! พบ 5 รพ.เอกชนชื่อดัง โยงขบวนการ พ่อทิพย์
ความคืบหน้าปฏิบัติการ ถอดเกล็ดมังกร ของตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการกวาดล้างเครือข่ายรับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้เด็กต่างชาติ เพื่อให้ได้รับสัญชาติไทย นั้นความคืบหน้าปฏิบัติการ ถอดเกล็ดมังกร ของตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการกวาดล้างเครือข่ายรับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้เด็กต่างชาติ เพื่อให้ได้รับสัญชาติไทย นั้นล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ สน.บางยี่เรือ นายวิโรจน์ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีรับรองบุตรโดยมิชอบ หรือที่ถูกเรียกว่า พ่อทิพย์ เปิดเผยระหว่างถูกควบคุมตัวมาพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยยังปฏิเสธให้รายละเอียดเกี่ยวกับคดี และไม่ตอบคำถามถึงบทบาทของตนในขบวนการอย่างไรก็ตาม นายวิโรจน์ ยอมรับว่า รู้จักหญิงชาวจีนในฐานะญาติ และเป็นผู้ลงนามในเอกสารรับรองบุตรจริง โดยอ้างว่าเซ็นเอกสารให้เพราะเห็นว่าเป็นญาติ และไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ แต่ไม่ตอบชัดเจนว่าขณะลงนามทราบหรือไม่ว่าเอกสารดังกล่าวเป็นการรับรองบุตรตามกฎหมายผู้ต้องหารายนี้ยังระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว จำไม่ได้ว่าเริ่มลงนามตั้งแต่เมื่อใด รวมถึงจำจำนวนเด็กที่รับรองไม่ได้ แต่ยืนยันว่าเพิ่งทราบเรื่องหลังถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมเมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่ญาติชาวจีนขอให้ลงนามรับรองบุตร นายวิโรจน์ ระบุว่า ต้องการพาเด็กมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย และยอมรับว่าเป็นการดำเนินการเพื่อให้เด็กสามารถเข้ามาเรียนในไทย โดยในขณะนั้นเด็กมีอายุประมาณ 6-7 ขวบ ส่วนสถานที่ดำเนินการจำได้เพียงว่าอยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่ไม่สามารถระบุสำนักงานเขตได้ เนื่องจากเวลาผ่านมานานแล้ว พร้อมยอมรับว่าขณะนี้รู้สึกเครียดกับคดี และเตรียมยื่นขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาลขณะที่ข้อมูลจากชุดสืบสวนระบุว่า นายวิโรจน์ ให้การว่า เคยลงนามรับรองบุตรให้เด็กทั้งหมด 4 คน จาก 2 ครอบครัว…
-
เผยโฉม รินริน คดีแอร์มีนา! ที่แท้คือ เอกวิทย์ ส่งกระเป๋าช้างซุกเฮโรอีน
เผยโฉม เผยโฉม "รินริน" คดีแอร์มีนา! ที่แท้คือ "เอกวิทย์" สารภาพหิ้วกระเป๋าช้างซุกเฮโรอีน แฉ "RoseRose" บงการเบื้องหลัง แต่ยังไม่ใช่หัวขบวนวันที่ 10 ก.ค. 69 รายงานล่าสุดจากชุดทำคดี “แอร์มีนา” แอร์โอสเตสสาว ที่ถูกจับกุมหลังรับหิ้วกระเป๋าลายช้างซุกซ่อนเฮโรอีนที่ออสเตรีเลย ภายหลังการขยายผลและสามารถจับกุมนายอุทัย ชายฮู้ดน้ำเงินที่ส่งกล่องพัสดุให้ “แอร์มีนา” และจับกุมนายนันทวัฒน์ คนที่ทำลายกระเป๋าแล้วนำไปทิ้งได้โดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า ขณะนี้ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายเอกวิทย์ ได้ที่ จ.พะเยา เมื่อคืนนี้ ซึ่งนายเอกวิทย์คนนี้ เป็นคนที่ใช้แชตข้อความชื่อว่า “รินริน” ติดต่อกับนายอุทัย ในการนัดให้มารับกระเป๋าซุกซ่อนเฮโรอีนที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา และนายเอกวิทย์เป็นคนมาส่งกระเป๋าลายช้าง ซุกซ่อนเฮโรอีนด้วยตัวเองเบื้องต้นจากคำให้การนายเอกวิทย์ ยอมรับว่า เป็นคนส่งกระเป๋าลายช้างซุกเฮโรอีนให้กับนายอุทัย โดยได้ค่าจ้าง 100,000 บาท และเป็นคนหาซื้อกระเป๋าลายช้าง และอ้างว่าทำมาแล้ว 2-3 ครั้งและนายเอกวิทย์ ยังไม่ใช่คนที่ใช้ชื่อแชต “Rose Rose” ในการทักไปหาแอร์มีนา เพื่อว่าจ้างให้หิ้ววกระเป๋าลายช้างไปออสเตรเลียขณะนี้อยู่ระหว่างการคุมตัวนายเอกวิทย์ไปชี้จุด ในจ.พะเยา…
-
ผู้ต้องหาร่ำไห้หนัก พูดถึงคนสำคัญไม่หยุด จนท. งดทำแผนทันที
เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายเอ (นามสมมติ) ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธมีดทำร้ายชายวัย 40 ปีจนเสียชีวิต มาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนนำตัวเข้าห้องควบคุมตัวตามขั้นตอนของกฎหมายเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายเอ (นามสมมติ) ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธมีดทำร้ายชายวัย 40 ปีจนเสียชีวิต มาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนนำตัวเข้าห้องควบคุมตัวตามขั้นตอนของกฎหมายระหว่างถูกควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุของการก่อเหตุ แต่นายเอมีท่าทีมึนงงและตอบเพียงว่า ไม่รู้ ไม่ได้ทำ พร้อมขอความช่วยเหลือ เมื่อถูกถามว่ามีการเสพยาเสพติดก่อนเกิดเหตุหรือไม่ เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เสพยา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวเข้าสอบปากคำอย่างละเอียดเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดทำบันทึกการจับกุม พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดี ประกอบด้วย เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ ได้แก่ กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ เสื้อคลุมสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ และมีดดาบสปาต้าความยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร ซึ่งเชื่อว่าเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุภายหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเอเข้าห้องควบคุม ระหว่างทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุอีกครั้ง แต่นายเอยังคงให้การวกวน พร้อมกล่าวว่าอยากพบลูกสาวที่พักอาศัยอยู่บริเวณตรงข้ามวัดคู้บอน และขอให้ทุกคนช่วยดูแลลูกของตนเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเกิดความเครียดจากสาเหตุใดจนลงมือก่อเหตุ นายเอกล่าวว่า…
-
ป้า 61 ร้องถูก หลวงตา 84 ลวงเข้ากุฏิใช้ขวดยัดของลับเลือดไหลไม่หยุด
ฉาวสนั่น! ป้าวัย 61 ร้องทนาย ถูก หลวงตาวัย 84 วัดดัง ลวงเข้ากุฏิอ้างแก้กรรม ใช้ขวดแก้วยัดของลับเลือดไหลไม่หยุดฉาวสนั่นพัทลุง! ป้าวัย 61 ร้องทนาย ถูก หลวงตาวัย 84 วัดดัง ลวงเข้ากุฏิอ้างแก้กรรม ใช้ขวดแก้วยัดของลับเลือดไหลไม่หยุดผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า วันนี้ 9 กรกฎาคม 2569 ป้าโสด อายุ 61 ปี บ้านอยู่เพิงพักไม่มีเลขที่ ถ.จ้ายเจริญ ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองจ.พัทลุง พร้อมทนายความนายสันติชัย ชายเกตุ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพัทลุงป้าโสด อ้างว่าถูกพระลูกวัดแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองพัทลุงใช้ให้ป้าเข้าไปในกุฎิ แล้วขู่ให้ป้าถอดกางเกงท่อนล่างออก แล้วบังคับให้นอนปิดตา ก่อนใช้ขวดแก้วนม แหย่เข้าไปในอวัยวะเพศ จนเลือดไหลต้องเข้ารักษาตัวโรงพยาบาลพัทลุง นานกว่า 5 วันโดยเหตุเกิด เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 69 ที่ผ่านมา ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง กลัวเรื่องเงียบเนื่องจากลูกชายพระรูปดังกล่าวเป็นตำรวจ จึงมาขอความช่วยเหลือจากทนายความแจ้งผู้สื่อข่าวดังกล่าวโดยป้าโสด เล่าว่าก่อนเกิดเหตุ ตนเองไปวัดตอนเย็นเพื่อไปเอาข้าวให้หมาและแมวภายในวัด โดยหลวงตา…
-
รวบแม่บ้านเขมรฉกทอง 14 บาทฝังดิน อ้างแค้นนายจ้างชอบดุด่า
รวบแม่บ้านเขมรฉกทอง 14 บาทฝังดิน อ้างแค้นนายจ้างชอบดุด่า แค่อยากแกล้งสั่งสอนรวบแม่บ้านเขมรฉกทอง 14 บาทฝังดิน อ้างแค้นนายจ้างชอบดุด่า แค่อยากแกล้งสั่งสอนวันที่ 10 ก.ค.69 พ.ต.ท.เทวินทร์ ศรีคราม รอง ผกก.(สืบสวน) , พ.ต.ท.สามารถ อร่าม สารวัตร (สอบสวน) พร้อมกำลังเข้าควบคุมตัว นางสาวนาเรท ชุม อายุ 45 ปี แม่บ้านชาวกัมพูชาได้ที่บ้านพักพร้อมกับของกลางสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 4 บาท ,สร้อยแขนทองคำน้ำหนัก 5 บาท ,ทองคำแท่ง น้ำหนัก 2 บาท ,ทองคำแท่ง น้ำหนัก 2 บาท ,ทองคำแท่ง น้ำหนัก 1 บาท และแหวนทองคำ น้ำหนัก 50 สตางค์ รวมน้ำหนักทองคำทั้งหมด 14 บาท 50 สตางค์มูลค่าเกือบ 1…
-
แค่มองหน้า! โจ๋หื่นหัวร้อนตามประกบยิงรถเพื่อนบ้าน โชคดีไร้เจ็บ
เกิดเหตุการณ์ระทึกกลางเมืองพัทยา เมื่อ ร.ต.อ.ยุทธนา โพธิ์สีดี รอง สว. สอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาโค้งดงตาล ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ของประชาชนถูกยิงเสียหายบริเวณปากซอย 5 ถนนจอมเทียนสาย 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่สายตรวจรีบเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ นายธวัชชัย หรือบอย กอนกลาง อายุ 35 ปี ยืนรอให้การพร้อมชี้จุดที่รถยนต์ฮอนด้า City สีขาว ทะเบียน งฉ 2574 นครราชสีมา ของตนเองถูกยิงเข้าที่ชายประตูฝั่งคนขับ แต่โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตนายธวัชชัย เล่าว่า ปัญหาดังกล่าวมีต้นเหตุมาจากปากเสียงกับเพื่อนบ้านชื่อเล่น "นายโอ้" ซึ่งอาศัยอยู่ในซอยเดียวกัน โดยเริ่มต้นจากขณะที่ตนเองถอยรถออกจากบ้าน และนายโอ้ ได้มองหน้า จึงเกิดการถามไถ่กัน ก่อนจะบานปลายเป็นการทะเลาะวิวาทเล็กน้อย หลังจากนั้นตนเองได้ขับรถออกจากบ้าน แต่กลับถูกลูกน้องของนายโอ้ ตามมายิง โดยก่อนหน้านี้ ลูกน้องของนายโอ้ เคยพยายามจะยิงตนเองถึงหนึ่งครั้งที่หน้าบ้าน ซึ่งมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ แต่กระสุนปืนไม่ลั่น จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ยิงรถของตนเองในครั้งนี้หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบ เก็บภาพที่เกิดเหตุ และเก็บหลักฐานสำคัญเป็นปลอกกระสุนขนาด .380…
-
แฉกลลวง! เฒ่าวัย 70 ยิงน้องดับ นิมนต์พระนั่งรถ หวังตบตาด่านตรวจ
แฉกลลวง! เฒ่าวัย 70 ยิงน้องดับ นิมนต์พระนั่งรถ หวังตบตาด่านตรวจ ลูกชายเหยื่อคาดครอบครัวรู้เห็นเป็นใจแฉกลลวง! เฒ่าวัย 70 ยิงน้องดับ นิมนต์พระนั่งรถ หวังตบตาด่านตรวจ ลูกชายเหยื่อคาดครอบครัวรู้เห็นเป็นใจเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ สภ.นิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายชวลิต (สงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี ผู้ต้องหาในคดีใช้อาวุธปืนยิงน้องสาวเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย โดยทันทีที่มาถึง นายชวลิต ได้ใช้ผ้าคลุมหน้าคลุมตาอย่างมิดชิด และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือพูดใดๆ กับสื่อมวลชนบรรยากาศที่สถานีตำรวจเป็นไปด้วยความตึงเครียด นายปฐมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ได้มารอเฝ้าดูหน้าผู้ต้องหาตั้งแต่ช่วงเย็นด้วยความโศกเศร้าและอัดอั้นตันใจทันทีที่ผู้ต้องหามาถึง นายปฐมพร พยายามจะเข้าไปเผชิญหน้าเพื่อถามคำถามคาใจว่า "ยิงพ่อแม่ตนทำไม" จนญาติๆ ต้องช่วยกันดึงตัวไว้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่อนุญาตให้พบหรือพูดคุยกันนายปฐมพร เปิดเผยด้วยความคับแค้นใจว่า "ผมมารอตั้งแต่เย็น นานแค่ไหนก็จะรอ…
-
รวบ “รินริน” ตัวการใหญ่แก๊งเฮโรอีนข้ามชาติ จ้าง “แอร์มีนา” หิ้วกระเป๋าช้างซุกยา ส่งออสเตรเลีย
ตำรวจขยายผลคดี “แอร์มีนา” แอร์โฮสเตสสาว ถูกจับที่ออสเตรเลีย หลังพบเฮโรอีนซุกในกระเป๋าผ้าลายช้าง ล่าสุดชุดสืบสวนตามรวบ “รินริน” ผู้ถูกกล่าวหาเป็นตัวการสำคัญ ติดต่อจ้างหิ้วกระเป๋าผ่านแอปพลิเคชัน ขณะที่ก่อนหน้านี้จับผู้ต้องหาต้นทางนำยาใส่กระเป๋าส่งต่อเป็นทอด ๆ จนถึงมือแอร์สาววันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดี “แอร์มีนา” แอร์โฮสเตสสาวที่ถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลีย หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนเฮโรอีน โดยซุกซ่อนยาเสพติดไว้ภายในกระเป๋าผ้าลายช้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอยู่ระหว่างขยายผลติดตามเครือข่ายขบวนการยาเสพติดข้ามชาติล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัว นายเอกวิทย์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำเฮโรอีนมาบรรจุไว้ในกระเป๋าผ้าลายช้าง ก่อนนำไปส่งต่อให้นายอุทัยจากแนวทางการสืบสวนพบว่า นายอุทัยได้นั่งรถโดยสารจากพื้นที่ภาคเหนือไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนเรียกรถยนต์เก๋งสีดำ เพื่อนำกระเป๋าผ้าลายช้างที่ซุกซ่อนยาเสพติดไปส่งให้กับแอร์มีนา ที่คอนโดมิเนียมย่านบางนา กรุงเทพมหานคร และนำกระเป๋าอีกชุดไปส่งต่อบริเวณซอยเสือใหญ่อุทิศ กรุงเทพฯต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดยทีม “สารวัตรแจ๊ะ” ได้ขยายผลไปถึงผู้บงการระดับสำคัญของขบวนการ โดยสามารถจับกุมตัว “รินริน” ผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการใหญ่ในการส่งเฮโรอีนข้ามชาติรายงานระบุว่า “รินริน” เป็นบุคคลที่ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันกับแอร์มีนา เพื่อว่าจ้างให้หิ้วกระเป๋าผ้าลายช้างซึ่งภายในซุกซ่อนเฮโรอีน เดินทางไปยังประเทศออสเตรเลียหลังจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัว “รินริน” ไปยัง สภ.เชียงคำ จังหวัดพะเยา ก่อนเตรียมนำตัวเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน และเตรียมแถลงรายละเอียดของคดีต่อไปทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดและผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายดังกล่าว.
-
ล็อกตัว “รินริน” ตัวการใหญ่จ้าง แอร์มีนา หิ้วยาข้ามชาติเตรียมแถลงใหญ่
ด่วน! ล็อกตัว ด่วน! ล็อกตัว "รินริน" ตัวการใหญ่จ้าง แอร์มีนา หิ้วยาข้ามชาติ "สารวัตรแจ๊ะ" นำทีมรวบคาเชียงคำ เตรียมแถลงใหญ่บิ๊กขบวนการกระเป๋าช้างสอดไส้ส่งออสเตรเลียวันที่ 10 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า คดีแอร์มีนา แอร์โฮสเตสสาวที่ถูกจับกุม คดีซุกซ่อนเฮโรอีนมาในกระเป๋าช้าง ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลขบวนการยาเสพติดนั้นต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามควบคุมตัว นายเอกวิทย์ 1 ในผู้ต้องหานำเฮโรอีนบรรจุในกระเป๋าผ้าลายช้าง มาส่งให้นายอุทัย ก่อนที่นายอุทัยจะนั่งรถทัวร์ไปลงที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และเรียกรถเก๋งสีดำนำกระเป๋าช้างซุกซ่อนยาเสพติดไปส่งให้ แอร์มีนา แอร์โฮสเตส ที่คอนโดมิเนียมย่านบางนา และนำกระเป๋าอีกชุดไปส่งให้ที่ซอยเสือใหญ่อุทิศ กทม.ล่าสุดมีรายงานว่า ทีมของสารวัตรแจ๊ะ” และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้จับกุมตัว “รินริน” ตัวการใหญ่ส่งเฮโรอีนข้ามชาติ ที่เป็นคนติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน กับ แอร์มีนา แอร์สาวบินไทย เพื่อจ้างหิ้วกระเป๋าช้างสอดไส้เฮโรอีนไปออสเตรเลีย นำตัวมาที่สภ.เชียงคำ ก่อนพาเข้ากรุงเทพฯ เตรียมแถลงใหญ่ต่อไป