Category: อาชญากรรม
-
ใครจะคิด! เปิดอาชีพหญิงไทยวัย 35 ปี ที่ถูกจับในไต้หวัน หลังลอบกลืนเฮโรอีน
จากกรณีหญิงไทยวัย 35 ปี เดินทางจากประเทศไทยมายังไต้หวัน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว หลังพบพฤติกรรมกลืนแคปซูลยาเสพติดซุกซ่อนไว้ภายในร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น ล่าสุดมีการเปิดเผยอาชีพของหญิงรายนี้ว่าเป็น “โค้ชมวยไทย”จากกรณีหญิงไทยวัย 35 ปี เดินทางจากประเทศไทยมายังไต้หวัน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว หลังพบพฤติกรรมกลืนแคปซูลยาเสพติดซุกซ่อนไว้ภายในร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น ล่าสุดมีการเปิดเผยอาชีพของหญิงรายนี้ว่าเป็น โค้ชมวยไทยในรายงานของสื่อต่างประเทศ CTWant ระบุว่า เจ้าหน้าที่ไต้หวันได้รับข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการลักลอบนำยาเสพติดข้ามชาติ ก่อนติดตามและระบุตัวหญิงชาวไทยวัย 35 ปี ซึ่งมีอาชีพเป็นโค้ชมวยไทย และมีแผนเดินทางเข้าสู่ไต้หวันพร้อมซุกซ่อนยาเสพติดไว้ภายในร่างกายต่อมาเมื่อวันที่ 6 เมษายน เจ้าหน้าที่เข้ารอที่ท่าอากาศยานนานาชาติเกาสงเสี่ยวกัง ก่อนควบคุมตัวหญิงรายดังกล่าวทันทีที่เดินทางมาถึง และนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดผลเอกซเรย์พบวัตถุรูปร่างรีจำนวนมากอยู่ภายในช่องท้อง ก่อนพบว่าเป็นแคปซูลที่ถูกกลืนเข้าไป โดยแคปซูลทั้งหมดถูกห่อหุ้มหลายชั้นด้วยถุงยางอนามัยและพลาสติกหดร้อนด้วยอาชีพโค้ชมวยไทยและสภาพร่างกายที่แข็งแรงจากการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มมาตรการควบคุมและจัดกำลังเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่กระบวนการนำแคปซูลออกจากร่างกายใช้เวลานานถึง 10 วันท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่สามารถนำแคปซูลออกมาได้ครบ 72 แคปซูล และตรวจยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน น้ำหนักรวม 289.1 กรัม คิดเป็นมูลค่าในตลาดมืดประมาณ 3.6 ล้านดอลลาร์ไต้หวันเจ้าหน้าที่ไต้หวันเตือนว่า การกลืนยาเสพติดไว้ภายในร่างกายมีความเสี่ยงสูง หากแคปซูลเกิดการฉีกขาดหรือถูกกรดในกระเพาะอาหารกัดกร่อน สารเสพติดอาจรั่วเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดภาวะพิษรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้อ่านข่าวเพิ่มเติมสุดช็อก! ตำรวจไต้หวันรวบสาวไทย ซุกเฮโรอีน 72 แคปซูลในท้อง ด่วน! สถานทูตจีน…
-
คอมมาโด รวบสองพี่น้องโหด ประกบยิง-ฉุดกระชากเหยื่อลงมารุมเตะสลบ หนีประกันศาลจันทบุรี ก่อนจนมุมคาบ้านเช่าย่านปทุมธานี
คอมมาโด รวบสองพี่น้องโหด ประกบยิง-ฉุดกระชากเหยื่อลงมารุมเตะสลบ หนีประกันศาลจันทบุรี ก่อนจนมุมคาบ้านเช่าย่านปทุมธานีกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.,พ.ต.อ.ศิววงศ์ ดำรงสัจจ์ศิริ ผกก.3 บก.ปพ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย กก.3 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายชิ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี หมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 คดีหมายเลขดำ คดีหมายเลขแดง “ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ” และ นายวิ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 คดีหมายเลขดำ คดีหมายเลขแดง “ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ” โดยสามารถจับกุมได้ที่…
-
คดีสิ้นสุดแล้ว! ศาลยึด 131 ล้านคดี ‘เล่าต๋า’ ราชายาเสพติดตกเป็นของแผ่นดิน
ปปง. ยืนยัน ศาลยึดทรัพย์เล่าต๋ากับพวก ในคดียาเสพติดรวมกว่า 131 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2544-2563 ตกเป็นของแผ่นดิน คดีสิ้นสุดแล้วเมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 19 ส.ค. สำนักงาน ปปง. โดยส่วนประชาสัมพันธ์ รายงานการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายเล่าต๋า หรือเลาต๋า แสนลี่ กับพวก ว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสาธารณะว่า นายเล่าต๋า แสนลี่ ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษจากเรือนจำแล้วนั้น ในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด นอกจากนายเล่าต๋า แสนลี่ กับพวก จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว ยังถูกดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอีกด้วย โดยสำนักงาน ปปง. ได้ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของบุคคลดังกล่าวและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดต่อเนื่องหลายคดี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ถึง พ.ศ. 2563 และศาลได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน รวมมูลค่ากว่า 131 ล้านบาท และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว.
-
“พี่เท่” รอเก้อ! “ครูน้ำ” เบี้ยวนัดคืน 3.5 แสน แจ้งความฉ้อโกงเรียบร้อย
โดนหลอกซ้ำสอง! โดนหลอกซ้ำสอง! "หนุ่ม กรรชัย" โพสต์แฉ "พี่เท่" นั่งรอเก้อจนสังคังขึ้นที่โรงพัก หลัง "ครูน้ำ" เบี้ยวนัดคืนสินสอด 3.5 แสน ลุยแจ้งความฉ้อโกงวันที่ 19 ส.ค. 69 จากกรณีที่ รายการโหนกระแสนำเสนอเรื่องราวของ ‘นายเท่’ เจ้าหน้าที่ อบต. แห่งหนึ่ง ที่ออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่าน สายไหมต้องรอด อ้างว่าถูก ‘น.ส.น้ำ’ ซึ่งเป็นครูอัตราจ้าง หลอกให้รัก และโอนเงินค่าสินสอดรวมกว่า 3 แสนบาท และยังมีส่วนอื่นๆ ที่โอนไปอีกกว่า 2 แสนบาท รวมแล้วกว่า 500,000 บาท โดยมารู้ภายหลังว่า น.ส.น้ำ มีสามีและจดทะเบียนสมรส เพิ่งจะไปหย่ากันเมื่อต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา และมาทราบภายหลังว่า แท้จริงแล้ว “น.ส.น้ำ” ไม่ได้มีอาชีพเป็นครูผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายการทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาเรื่องเงิน โดยผู้ร่วมรายการต่างแนะนำว่าควรคืน เพื่อให้เรื่องจบ และไม่เป็นคดีความกัน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่คดีแพ่ง แต่ยังเข้าข่ายเป็นคดีอาญา ยักยอกทรัพย์…
-
ศึกชิงศพ! เมียหลวงแจ้งจับพี่สาวผัว ขโมยศพไปเก็บวัด ทั้งที่ยังรอผลนิติเวช
ศึกชิงศพสามีกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย เมื่อ น.ส.แพรวพรรณ ทับทองดี อายุ 57 ปี ภรรยาของนายนพดล ประเสริฐศิลป์ อายุ 61 ปี อดีต ผอ.บริษัทหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.แสนภูดาษ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดำเนินคดีกับพี่สาวของสามีในข้อหาลักลอบนำศพสามีกลับไปเก็บไว้ที่วัดแสนภูดาษ โดยไม่แจ้งให้ตนซึ่งเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีบุตรด้วยกันทราบ ทั้งที่ศพยังอยู่ระหว่างการรอผลชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ รพ.รามาธิบดี ซึ่งจะทราบผลในวันที่ 1 ก.ย.69 และศพถูกฝากไว้ที่ รพ.ตำรวจ หลังย้ายมาจาก รพ.รามาธิบดี เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงกว่า โดย น.ส.แพรวพรรณ ระบุว่าตนมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการจัดการศพเป็นอันดับแรก แต่กลับถูกญาติฝ่ายสามีสกัดกั้น ไม่ยอมเปิดศาลาให้ ทำให้ต้องไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านโพธิ์ และแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพื่อขอให้ช่วยเหลือไกล่เกลี่ย แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากญาติฝ่ายสามีไม่ยอมเข้ามาเจรจาด้วย และอ้างว่าต้องมีหมายศาลเท่านั้นถึงจะยอมให้ศพกลับไปเหตุการณ์ดังกล่าวส่อเค้าความขัดแย้งรุนแรงระหว่างเครือญาติ ซึ่ง น.ส.แพรวพรรณ เปิดเผยถึงสาเหตุความบาดหมางว่า เกิดขึ้นเมื่อกว่า 5 ปีก่อน เมื่อตนพยายามขอให้สามีเลิกดื่มสุรา ซึ่งเป็นสาเหตุให้มีปากเสียงกันภายในครอบครัว และต่อมาเมื่อสามีกลับไปบ้านเกิดที่ จ.ฉะเชิงเทรา พี่สาวของสามีได้โพสต์ภาพสามีชนแก้วกับมารดา พร้อมขวดเบียร์จำนวนมากในโซเชียลมีเดีย…
-
ตำรวจรวบ “ลูกน้องป้าดา” คาร้านอาหาร ร่วมกันบุกรุกที่ดินย่านพระโขนง
ภาพไฮไลต์ตำรวจรวบ "นายก้อง" ลูกน้องป้าดา คาร้านอาหาร ข้อหาร่วมกันบุกรุกที่ดินริมน้ำเจ้าพระยา ย่านพระโขนง ขณะที่ เจ้าตัวบอก ไม่กังวล เชื่อถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้งวันที่ 19 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าพบตำรวจ สน.พระโขนง ป้าดาและผู้ติดตามเดินทางไปรับประทานอาหารร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งระหว่างที่ลงจากรถตู้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบหลายนาย เดินทางเข้าไปอ่านหมายจับกับ "นายก้อง" ลูกน้องคนสนิทของป้าดา ในข้อหาร่วมกันบุกรุก ในคดีเกี่ยวกับที่ดินย่านพระโขนง ซึ่งระหว่างนั้นป้าดา พยายามเข้ามาถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจับคดีอะไร ซึ่งตำรวจได้หันไปบอกกับป้าดาว่า เดี๋ยวไปพูดคุยกันที่สถานีตำรวจ ก่อนที่จะมีการพาตัวขึ้นรถของเจ้าหน้าที่มาที่ห้องสืบสวนของ สน.พระโขนง ในทันทีต่อมาป้าดาได้เดินทางตามมา ที่ สน.พระโขนง พร้อมเปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังจะเข้าไปทานข้าวพร้อมผู้ติดตาม ปรากฏว่ามีตำรวจ เข้าไปจับกุมลูกน้องของตน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถูกจับข้อหาอะไร หากเป็นข้อหาบุกรุกก็ต้องบอกให้ชัดว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ไหน โดยยืนยันว่าเป็นเรื่องเดิมระหว่างนั้นนายก้องโทรหาป้าดา โดยบอกว่าตนถูกคุมตัวอยู่ในห้องสืบสวน ป้าดาเลยถามว่าคดีอะไร นายก้องจึงอ่านหมายและบอกว่าเป็นคดีร่วมกันบุกรุก ก่อนที่จะวางสายไป ป้าดาจึงไปรอบริเวณหน้าห้องสืบสวนหลังจากนั้นชุดสืบสวนได้คุมตัวนายก้องออกมา ซึ่งนายก้องบอกว่าคดีที่ตนถูกจับ เป็นคดีที่เกิดขึ้นที่ สน.พระโขนง ไม่ใช่คดีที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดขอนแก่น ซึ่งโดนแจ้งข้อหาร่วมกันบุกรุกบริเวณที่ดินย่านพระโขนง ส่วนตัวไม่มีความกังวลใจอะไร ก็ดีจะได้รู้ และถูกตรวจสอบว่าเป็นจริงตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องที่ป้าดาถูกข้อกล่าวหา ซึ่งนายก้องยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการอ่านหมายให้ฟังก่อนควบคุมตัวมาโรงพัก…
-
ปู่ขับกระบะทับหลาน 2 ขวบเสียชีวิต นึกว่าล้อสะดุดสิ่งของ
ใจสลาย ปู่วัย 50 ขับกระบะทับหลาน 2 ขวบดับ หลังรู้สึกเหมือนรถสะดุดใจสลาย ปู่วัย 50 ขับกระบะทับหลาน 2 ขวบดับ หลังรู้สึกเหมือนรถสะดุดพนักงานสอบสวน สภ.นาดูน ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนและทับเด็กหญิงวัย 2 ขวบ บริเวณถนนข้างบ้านพักในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมติดตามผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลนาดูน ผู้เสียชีวิตคือ เด็กหญิงธัญพร อายุ 2 ปี ซึ่งเป็นหลานสาวของผู้ขับขี่และพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุ ต่อมาแพทย์ได้พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทางแพทย์ได้แจ้งว่าเด็กเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายอธิภัทร (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นปู่ของเด็ก เป็นผู้ขับรถกระบะ โดยก่อนเกิดเหตุได้นำหลานสาวไปไว้บริเวณภายในบ้าน ก่อนเดินกลับมาขับรถที่จอดอยู่บริเวณถนนข้างบ้าน เพื่อจะนำรถไปจอดบริเวณหลังบ้าน ขณะรถกำลังเคลื่อนออกตัว นายอธิภัทร รู้สึกว่ารถเกิดอาการสะดุดคล้ายกับทับสิ่งของ จึงหยุดรถและลงมาตรวจสอบ ก่อนพบว่าหลานสาวถูกรถทับ ล้อหน้าฝั่งคนขับ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลนาดูน แต่สุดท้ายเด็กเสียชีวิตภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกับแพทย์ดำเนินการตามขั้นตอน ก่อนส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ครอบครัวนำไปประกอบพิธีทางศาสนาโดยครอบครัวได้นำร่างของน้องไปบำเพ็ญกุศลที่อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของมารดาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ พบรถกระบะคันที่เกิดเหตุจอดอยู่บริเวณบ้าน…
-
พระ-โยมซัดกันนัว ปมพิพาทที่ดินข้างวัด
(19 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก หลังมีคลิปวิดีโอเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เป็นภาพเหตุการณ์พระสงฆ์กับชายชาวบ้านกำลังชกต่อยกัน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณที่ดินข้างวัดวังน้ำบ่อ.นายไพรวัลย์ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเดินทางไปดูที่ดินของครอบครัว ซึ่งมีปัญหาเรื่องทางเข้า-ออก หลังพบว่ามีการนำไม้มาปิดกั้น จึงนำไม้ออก กระทั่งพระไพบูลย์(นามสมมติ) เจ้าอาวาสวัดที่อยู่ข้างที่ดินของตน เดินเข้ามาต่อว่า ก่อนเกิดการโต้เถียงและชกต่อยกันตามคลิป ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บ.นายไพรวัลย์อ้างด้วยว่า ระหว่างเหตุการณ์ยังถูกขู่ว่าจะนำปืนมายิง จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ไทรย้อย พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน.สำหรับปมขัดแย้ง เจ้าตัวระบุว่าเกี่ยวข้องกับแนวเขตและทางเข้า-ออกสวน ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของวัด โดยยืนยันว่าทางดังกล่าวไม่ได้อยู่ในที่ดิน 1 ไร่ที่ครอบครัวเคยขายให้วัด พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและการใช้พื้นที่ภายในวัดอย่างละเอียด.อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดเป็นคำกล่าวอ้างจากคู่กรณีฝ่ายผู้แจ้งความ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรอคำชี้แจงจากฝั่งของพระไพบูลย์และวัดคู่กรณี
-
เดือดกลางโรงพัก“ป้าดา”ทวงความยุติธรรม อ้างถูกยัดคดีจับเท็จ-ไร้หมายฟ้อง
เดือดกลางโรงพักพระโขนง “ป้าดา” ทวงความยุติธรรม อ้างถูกยัดคดีจับเท็จ-ไร้หมายฟ้องเดือดกลางโรงพักพระโขนง “ป้าดา” ทวงความยุติธรรม อ้างถูกยัดคดีจับเท็จ-ไร้หมายฟ้องวันที่ 19 ส.ค.69 นางสาวชมมณี น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี หรือ “ป้าดา” ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางมาที่ สน.พระโขนงเพื่อทวงคืนความยุติธรรมกรณีอ้างว่าถูกยัดข้อหาและมีการออกหมายจับเท็จ ว่า ตนมาติดตามเรื่องคดี เพราะว่าคดีที่ทางนายอับบาส ลูกหลานและบริวารโดนทั้งหมด 31 ชีวิต มันเป็นการจับเท็จ แจ้งความเท็จ จับผิด และยัดคดี วันนี้เลยจะมาขอพบผู้กำกับ สน.พระโขนง เพราะหลักฐานทั้งหมดที่จับคืออะไร แต่เรื่องเอกสารการจับมันชัดเจนว่าเราเข้าไปท่าเรือ 18 D ซึ่งเป็นโฉนด 2465 เป็นที่ดินของนายอับบาส แต่ว่าทางตำรวจเอาที่โฉนดฝั่งตรงข้ามมาจับคือโฉนดเลขที่ 2397 , 2398 , 4093 มายัดให้พวกเราติดคุก และตนโดนศาลจำคุก 2 คดี ตัดสินจำคุกทั้งๆที่เป็นการจับเท็จ แจ้งความเท็จ ยัดคดี และเรามีหลักฐาน เราโดนกระทำมาทั้งหมดเป็น 10 ปีป้าดา บอกว่าวันนี้คือวันที่รอคอย…
-
หนุ่มง่วงแวะจอดเติมของ เจอตำรวจถึงกับมีน้ำตา อย่าจัมผมเลย ลูกผมยังเล็ก แต่สุดท้ายก็ไม่รอดอยู่ดี
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชลกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล.พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.นำโดย ร.ต.อ.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ด.ต.ธนพนธ์ เกิดเขาทะลุ, จ.ส.ต.ศุภกิตติ์…