Category: อาชญากรรม
-
มีเสียงกระซิบเตือน หลวงพี่เปิดใจนาทีเฉียดตาย กระบะเด็กวัย 11 ชนคณะพระธุดงค์
“เห็นลอยต่อหน้า” หลวงพี่สมปองเปิดใจนาทีเฉียดตาย กระบะชนพระธุดงค์มรณภาพแล้ว 8 รูป เผยลางบอกเหตุสั่งเดินชิดขวา"เห็นลอยต่อหน้า" หลวงพี่สมปองเปิดใจนาทีเฉียดตาย กระบะชนพระธุดงค์มรณภาพแล้ว 8 รูป เผยลางบอกเหตุสั่งเดินชิดขวาจากอุบัติเหตุสะเทือนขวัญกรณีเด็กชายวัย 11 ปี ซึ่งมีภาวะเป็นเด็กพิเศษ แอบขโมยรถกระบะของผู้ปกครองขับแหกด่านตำรวจ ก่อนเสียหลักพุ่งชนคณะพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ที่กำลังเดินจาริกธุดงค์ริมถนนสายมุกดาหาร – ดอนตาล ช่วงบ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นเปิดคลิป เด็กชายวัย 11 ปี ขโมยกระบะมาขับ พุ่งชน "คณะพระธุดงค์" มรณภาพอื้อความคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยง วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร และหน่วยงานกู้ภัยในพื้นที่ได้รายงานยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม โดยล่าสุดมีพระภิกษุสงฆ์มรณภาพเพิ่มที่โรงพยาบาลอีก 3 รูป ทำให้ยอดรวมผู้มรณภาพจากเหตุการณ์นี้พุ่งสูงถึง 8 รูปแล้ว และยังมีพระภิกษุสงฆ์ได้รับบาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บปานกลางที่กำลังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างเร่งด่วนอีก 13 รูป จากทั้งหมดในคณะจาริกธุดงค์ 34 รูปเสียงกระซิบปริศนาเตือนล่วงหน้า! หลวงพี่สั่งคณะเดินชิดขวาก่อนกระบะพุ่งใส่ขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊ก สมาคมกู้ภัยร่วมใจมุกดาหาร ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเปิดใจ…
-
แม่ผู้ก่อเหตุวัย 11 พูดครั้งแรก หลังลูกซิ่งชนพระมรณภาพหลายรูป
ความคืบหน้ากรณี เด็กชาย อายุ 11 ปี ขโมยรถพ่อแม่ ก่อนจะก่อเหตุขับรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ จำนวน 34 รูป จนมีพระมรณภาพหลายรูปและบาดเจ็บอีกหลายราย เหตุเกิดในพื้นที่บ้านนาสีนวล อ.เมือง จ.มุกดาหารความคืบหน้ากรณี เด็กชาย อายุ 11 ปี ขโมยรถพ่อแม่ ก่อนจะก่อเหตุขับรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ จำนวน 34 รูป จนมีพระมรณภาพหลายรูปและบาดเจ็บอีกหลายราย เหตุเกิดในพื้นที่บ้านนาสีนวล อ.เมือง จ.มุกดาหาร ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้นล่าสุด แม่ของเด็กชาย อายุ 11 ปี ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร แล้ว จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ลูกชายได้ขโมยรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ออกมาจากบ้าน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ลูกก่อเหตุลักษณะนี้ เมื่อรู้ว่าลูกชายขโมยรถออกไป ก็ได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 เพื่อให้ช่วยสกัดรถยนต์คันดังกล่าวแต่ไม่ทัน รถมาเสียหลักพุ่งชนขบวนพระธุดงค์จนมรณภาพและบาดเจ็บดังกล่าวทางด้าน พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร เปิดเผยว่า ตอนนี้เด็กยังช็อกให้การไม่ได้ การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่เป็นเด็กต้องมีกระบวนการทางสหวิชาชีพ ในการสอบสวนที่มาที่ไป ในการนำรถออกมาใช้ และนำรถไปพิสูจน์หลักฐานว่าเกิดเหตุได้อย่างไรอ่านข่าวเพิ่มเติมช็อก!…
-
อดีตลูกเขยเหี้ยม ฆ่าฝังดิน 3 ศพพ่อแม่ลูก หลังอุ้มหายข้ามจังหวัด
เกิดเหตุสะเทือนขวัญที่จังหวัดนครสวรรค์ หลัง 3 พ่อแม่ลูกหายตัวไปจากบ้านพักอย่างปริศนา ล่าสุดตำรวจพบกลายเป็นศพถูกฆ่าฝังดินหมกไร่มันสำปะหลัง พร้อมตามรวบตัวอดีตลูกเขยได้ที่ชลบุรี สารภาพเป็นคนลงมือสังหารยกครัว ชนวนเหตุมาจากปมขัดแย้งในครอบครัวและเรื่องทรัพย์สินเหตุเริ่มขึ้นหลังจาก สมาชิกในครอบครัว 3 คน พ่อ แม่ และลูกสาว หายตัวไปจากบ้านพักอย่างมีเงื่อนงำ ในพื้นที่บ้านใหม่วารีเย็น หมู่ 8 ตำบลไพศาลี อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ จากการสืบสวนเบื้องต้นพบเบาะแสว่า มีคนร้ายลอบเข้ามาในบ้านแล้วตัดระบบกล้องวงจรปิดทั้งหมด ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะหายตัวไปอย่างร่องรอย โดยมีผู้พบเห็นรถกระบะของครอบครัวนี้เป็นครั้งสุดท้ายในพื้นที่คลองห้า จังหวัดปทุมธานีต่อมาตำรวจ สภ.ไพศาลี ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ไร่มันสำปะหลังของผู้เสียชีวิต หลังพบสิ่งผิดปกติบริเวณพื้นดินที่มีร่องรอยการขุดแล้วฝังกลบใหม่ โดยมีเศษใบไม้ปกปิดอำพรางไว้ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด จนกระทั่งขุดพบร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนถูกฝังอยู่ใต้ดินล่าสุดตำรวจฝ่ายสืบสวนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี คืออดีตลูกเขย จากการเค้นสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าพ่อตา แม่ยาย และอดีตแฟนสาวด้วยตนเอง ส่วนสาเหตุที่ลงมืออย่างโหดเหี้ยมมาจากปัญหาความขัดแย้งสะสมภายในครอบครัว รวมถึงเรื่องผลประโยชน์และทรัพย์สินของผู้ตายอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดแฟ้มคดีเลือด ฆ่ายกครัวในไทย ฆาตกรรมอำมหิต เมื่อคนใกล้ตัวกลายเป็นมัจจุราชสาววัย 18 ปี ตัดสินใจบอกแม่ ถูกลุงล่วงละเมิดซ้ำ 6 ครั้ง ซ้ำโดนขู่ฆ่ายกครัวชายวัย…
-
เปิดชื่อ “เดียร์” ผู้รับปลายทาง กรณีแอร์ขนเฮโรอีน ชี้พฤติการณ์โยงเครือข่ายยาภาคอีสาน
ภาพไฮไลต์ผอ. ป.ป.ส. เปิดชื่อ "เดียร์" ผู้รับปลายทาง กรณีแอร์ขนเฮโรอีนไปออสเตรเลีย ไม่ยืนยันเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ขยายผลพฤติกรรมซุกซ่อนตามเสื้อผ้า ของใช้ โยงเครือข่ายยาภาคอีสานเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 ก.ค. 69 นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการพูดคุยหารือกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) เมื่อวันที่ 1 ก.ค.โดยเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้เบาะแสเพื่อให้เราไปทำการสืบสวนต่อ ซึ่งเบาะแสที่เราได้มาจะเป็นรายชื่อของผู้รับพัสดุปลายทางของ น.ส.มีนา โดยเป็นคำให้การของ น.ส.มีนา ที่ให้ไว้กับตำรวจออสเตรเลีย ระบุว่า เธอได้รับการติดต่อว่าจ้างจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Rose Rose" เพื่อให้ฝากสินค้าไปให้น้องที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อน.ส.มีนา หิ้วสินค้าไปถึงประเทศออสเตรเลียแล้ว ก็จะมีบุคคลของ “Rose Rose" มารอรับสินค้า โดยนัดหมายไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าโรงแรมดังกล่าวอยู่ห่างจากตัวท่าอากาศยานกี่กิโลเมตร ส่วน น.ส.มีนา จะต้องไปส่งพัสดุถึงมือผู้รับเลยหรือไม่นั้น ตรงนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันมาเช่นเดียวกัน เพราะว่าเจ้าตัวได้ถูกจับกุมเสียก่อนอย่างไรก็ตาม ชื่อเล่นของคนที่มารอรับสินค้าจากน้องมีนา คือ “เดียร์” เป็นผู้หญิง ส่วนจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ…
-
ด่วน! ปลิดชีพโหด 3 ชีวิต ยกครัว รู้ตัวคนลงมือยิ่งสะเทือนใจ
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีการหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาของ 3 พ่อแม่ลูก จากบ้านพักในพื้นที่บ้านใหม่วารีเย็น หมู่ 8 ต.ไพศาลี อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีการหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาของ 3 พ่อแม่ลูก จากบ้านพักในพื้นที่บ้านใหม่วารีเย็น หมู่ 8 ต.ไพศาลี อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พบเบาะแสและร่องรอยที่เชื่อว่ามีคนร้ายลอบเข้าไปภายในบ้าน พร้อมตัดระบบกล้องวงจรปิด ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะหายตัวไป ขณะที่พยานให้ข้อมูลว่า พบรถกระบะของครอบครัวดังกล่าวครั้งสุดท้ายในพื้นที่คลองห้า จ.ปทุมธานีล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไพศาลี ลงพื้นที่ตรวจสอบไร่มันสำปะหลังของผู้เสียชีวิต และพบความผิดปกติบริเวณพื้นดิน ซึ่งมีร่องรอยการขุดและกลบใหม่ พร้อมมีเศษใบไม้ปกปิดไว้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นครสวรรค์ เข้าตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานอย่างละเอียดขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็น อดีตลูกเขยของครอบครัว ได้ในพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ พ่อตา แม่ยาย และอดีตแฟนสาวจากการสอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่า ชนวนเหตุเกิดจากปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัว…
-
คุกอ่วม! ‘หมอสูตินรีเวช-นายหน้า’ เอี่ยวคดีรับจ้างตั้งครรภ์ขบวนการจ้าวหราน
ศาลอาญาสั่งจำคุกหมอสูตินรีเวช-นายหน้า เอี่ยวคดีรับจ้างตั้งครรภ์ขบวนการจ้าวหราน ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง เห็นมนุษย์เป็นเพียงวัตถุสินค้าเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีอุ้มุบุญ 2 หมายเลขดำ อ.1303/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.อ.นพ.ชนินทร์ อัศวธเรศ กับพวกรวม 10 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันดำนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า, นำเข้าหรือส่งออกซึ่งไข่ตัวอ่อนอสุจิและไข่มนุษย์คดีนี้จากกรณีที่ตำรวจ บก.ปคม. ทำการจับกุมเครือข่ายขบวนการรับจ้างตั้งครรภ์ของนายจ้าว หราน นายทุนชาวจีน ที่มีตัวแทนนายหน้าหาหญิงชาวไทยมาตั้งครรภ์ โดยมีคนที่เข้าไปสมัครทั้งรับตั้งครรภ์และขายไข่เพื่อใช้ในการปฏิสนธิ เมื่อเดือน ก.พ. ปี 2563 โดยผู้หญิงที่รับตั้งครรภ์จะมีรายได้คนละ 400,000-450,000 บาท โดยมีพฤติกรรมคือ เมื่อมีผู้รับว่าจ้างตั้งครรภ์ ทางนายหน้าและแพทย์ที่เป็นจำเลยจะพาหญิงคนดังกล่าวไปฝังไข่ที่ประเทศลาวหรือกัมพูชา จากนั้นจะกลับมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย และพักฟื้นในบ้านของนายทุนชาวจีนย่านลาดพร้าว ทั้งก่อนคลอดและหลังคลอด เมื่อใกล้กำหนดคลอดจะเดินทางไปยังประเทศจีน โดยคดีนี้ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาจำคุกนายจ้าว หราน กับพวกกลุ่มนายทุนเป็นเวลา 50 ปี และแยกฟ้องกับกลุ่มแพทย์พร้อมทีมนายหน้าพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1-4 ซึ่งเป็นสูตินรีแพทย์ มีความตระหนักรู้ถึงการกระทำทั้งการตั้งครรภ์แทนและการขายไข่เป็นความผิดร้ายแรง ขัดต่อจริยธรรมรวมถึงจรรยาบรรณวิชาชีพ แต่กลับหาทางหลีกเลี่ยงกฎหมายทำเหมือนร่างกายของมนุษย์เป็นวัตถุเพื่อประโยชน์ทางการค้า…
-
“ลูกเขยโหด” สารภาพ มีดแทง 3 ศพพ่อแม่ลูก ก่อนขนใส่รถกระบะ ไปฝังดินอำพรางในไร่มัน
ภาพไฮไลต์“ลูกเขยโหด” ยอมเปิดปากสารภาพ อ้างใช้มีดแทง 3 ศพพ่อแม่ลูก ก่อนขนใส่รถกระบะ ไปฝังดินอำพรางในไร่มันสำปะหลังของผู้เสียชีวิต ตำรวจอยู่ระหว่างคุมตัวจากพัทยา กลับมาที่ สภ.ไพศาลีเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 จากเหตุสะเทือนขวัญ ฆ่าฝังดิน 3 ศพพ่อแม่ลูกในไร่มันสำปะหลัง อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจ สภ.ไพศาลี นำกำลังเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ไร่มันสำปะหลังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สำโรงชัย พบหลุมที่เพิ่งขุดใหม่ และมีกลิ่นเหม็นเน่าออกมาเป็นระยะการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนายพิทยา สีตา ลูกชาย ที่อาศัยอยู่บ้านอีกหลัง ได้เปิดภาพวงจรปิดบ้านหลังที่นายหวย สีตา อายุประมาณ 70 ปี นางติ๋ม สีตา อายุประมาณ 68 ปี และพี่สาว พักอาศัยอยู่ แต่ปรากฏว่าช่วง 3 ทุ่ม วันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา วงจรปิดไม่สามารถเปิดได้ จึงได้เข้าดูที่บ้าน ปรากฏว่า บ้านปิดเงียบ แต่สิ่งที่ผิดสังเกตคือ วงจรปิดที่บ้าน 4…
-
ฆ่าโหดฝังดิน 3 ศพพ่อแม่ลูกในไร่มันสำปะหลัง อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ฝีมือ “อดีตลูกเขย”
ภาพไฮไลต์ฆ่าโหดฝังดิน 3 ศพพ่อแม่ลูกในไร่มันสำปะหลัง อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ รวบ อดีตลูกเขย สารภาพเป็นคนลงมือก่อเหตุปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว และผลประโยชน์ทรัพย์สินเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ จังหวัดนครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุที่ 3 พ่อแม่ลูก หายตัวไปอย่างปริศนาจากบ้านพักในพื้นที่ บ้านใหม่วารีเย็น หมู่ 8 ตำบลไพศาลี อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีรายงานว่า พบเบาะแสและร่องรอยคนร้าย ซึ่งคาดว่ามีคนร้ายลอบเข้ามาในบ้านพัก และทำการตัดระบบกล้องวงจรปิดก่อนที่ทั้ง 3 คนจะหายตัวไป พิกัดล่าสุด มีผู้พบเห็นรถกระบะของครอบครัวนี้เป็นครั้งสุดท้ายในพื้นที่คลองห้า จังหวัดปทุมธานีความคืบหน้าล่าสุด มีรายงานว่าตำรวจ สภ.ไพศาลี เข้าตรวจสอบไร่มันสำปะหลังของผู้เสียชีวิต พบพื้นดินมีร่องรอยการขุดแล้วฝังกลบใหม่มีเศษใบไม้ปกปิดไว้ จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวนประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นครสวรรค์มีรายงานว่าตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยลงมือก่อเหตุ คือ อดีตลูกเขย ได้ในพื้นที่ จ.ชลบุรี เบื้องต้นให้การสารภาพว่า ได้ลงมือฆ่าพ่อตาแม่ยาย และอดีตแฟนสาว ส่วนชนวนเหตุมาจากปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว และผลประโยชน์ทรัพย์สินผู้ตายโดยทาง พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ อยู่ระหว่างลงพื้นที่สอบสวนปากคำด้วยตนเองสำหรับความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฆ่าโหดฝังดิน…
-
แฉวิธีซุกเฮโรอีน ‘กระเป๋าช้าง’ คดีแอร์สาว คล้าย ‘ผ้าชนเผ่า-พรมเช็ดเท้า’ โยง 2 เครือข่ายอีสาน
ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด เผยรูปแบบซุกเฮโรอีนในกระเป๋าผ้าลายช้างคดีแอร์สาว ถูกดัดแปลงจากวิธีเดิมที่ถูกจับ ซ่อนในผ้าชนเผ่าและพรมเช็ดเท้า พร้อมเร่งสืบสวน 2 เครือข่ายภาคอีสาน ขณะที่ชายขับรถเก๋งผู้ส่งพัสดุตัวจริงยังไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยความคืบหน้าการขยายผลคดีพนักงานต้อนรับหญิงของบริษัท การบินไทย จำกัด หรือ น.ส.มีนา (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ซึ่งถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีน 1 กิโลกรัม ที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติด 2 เครือข่ายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังพบพฤติการณ์ลักลอบซุกซ่อนยาเสพติดในสิ่งทอคล้ายกับคดีดังกล่าวนายคณิศร กล่าวว่า จากข้อมูลด้านการข่าวพบว่า เครือข่ายเหล่านี้นิยมดัดแปลงเฮโรอีนให้เป็นแผ่นบาง ก่อนเย็บซ่อนไว้ตามตะเข็บเสื้อผ้า พรมเช็ดเท้า หรือสิ่งทอต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น โดยมีเส้นทางลำเลียงจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือผ่านประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานครเพื่อส่งต่อไปยังประเทศปลายทาง เช่น ออสเตรเลียอย่างไรก็ตาม สำหรับคดีของ น.ส.มีนา เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ายาเสพติดมีต้นทางจากภาคอีสานหรือภาคเหนือ เนื่องจากกล่องพัสดุที่พบระบุเพียงชื่อผู้รับ แต่ไม่มีข้อมูลผู้ส่ง ทำให้ยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด ระบุอีกว่า รูปแบบการซุกซ่อนเฮโรอีนในกระเป๋าผ้าลายปักรูปช้างไทย ถือเป็นวิธีที่ดัดแปลงจากคดีที่เคยตรวจยึดได้ในอดีต ซึ่งส่วนใหญ่ผู้กระทำผิดจะซ่อนยาไว้ในผ้าชนเผ่าหรือพรมเช็ดเท้า โดยเลือกวัสดุที่สามารถเย็บซ่อนยาไว้ตามตะเข็บได้แนบเนียน ส่วนกระเป๋าผ้าลายช้างในคดีนี้…
-
200 บาท! หนุ่มใหญ่ฟินแลนด์ เลือดอาบหนีตายขึ้นโรงพัก ถูกคู่ขา LGBTQ+ แทงอก
นักท่องเที่ยวชาวฟินแลนด์วัย 59 ปี เดินโซซัดโซเซเลือดอาบ ขึ้นโรงพักพัทยา ชลบุรี หลังทะเลาะกับคู่ขา LGBTQ+ ปมเงินแค่ 200 บาท โดนมีดตวัดกรีดคิ้ว เบ้าตา ก่อนแทงอกซ้ายเฉียดขั้วหัวใจ กู้ภัยเร่งหามส่งโรงพยาบาล ตำรวจปูพรมล่ามือมีดเมื่อเวลา 03.16 น. วันที่ 2 ก.ค. 2569 พ.ต.ท.สุธีรพันธ์ ทาปศรี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ปฏิบัติหน้าที่เวรสอบสวนอยู่นั้น ได้มีนักท่องเที่ยวชาย อายุ 59 ปี สัญชาติฟินแลนด์ เดินโซซัดโซเซเข้ามาในห้องสอบสวน ในสภาพเลือดเปื้อนเสื้อ ไหลหยดเป็นทาง ขอความช่วยเหลือ หลังถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ห้องพักแห่งหนึ่งภายในซอยบัวขาว หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรามสถานเมืองพัทยา รีบมาตรวจสอบโดยผู้บาดเจ็บ เล่านาทีเกิดเหตุผ่านล่ามแปลภาษาว่า คบหากับสาวประเภทสอง มาได้ประมาณ 1 ปีเศษ ในวันนี้มีปากเสียงกันเรื่องค่าใช้จ่ายที่ฝ่ายคู่ขาให้ตนจ่ายประมาณ 200 บาท แต่ตนยังไม่ได้ชำระ จนกระทั่งเกิดการทะเลาะกันรุนแรงขึ้น ฝ่ายคู่ขาจึงใช้ของมีคมบางอย่างไม่ทันเห็นว่าเป็นอะไร มาตวัดแทงโดนที่บริเวณคิ้วและใต้ดวงตาซ้าย แล้วแทงซ้ำปักเข้าที่หน้าอก จนบาดเจ็บ จึงรีบหยิบกุญแจรถแล้ววิ่งหนีตายออกจากห้อง…