Category: อาชญากรรม
-
โอละพ่อ! ขนมปังติดคอแค่มโน เพื่อนแม่สารภาพตีเข่า 3 ขวบ ม้าม-ตับแตกดับ
โอละพ่อ! อ้างเด็ก 3 ขวบขนมปังติดคอดับ ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ สืบต่อสุดท้ายโดนหนุ่มขี้ยาเพื่อนสนิทแม่ทำร้ายร่างกาย ตีเข่าม้าม-ตับแตก คาดคลั่งยาโอละพ่อ! อ้างเด็ก 3 ขวบขนมปังติดคอดับ ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ สืบต่อสุดท้ายโดนหนุ่มขี้ยาเพื่อนสนิทแม่ทำร้ายร่างกาย ตีเข่าม้าม-ตับแตก คาดคลั่งยาเหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 69 พ.ต.ต.หญิง กนกวรรณ วุฒิเกษมกิจ สว.(สอบสวน) สภ.สองพี่น้อง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่17 แจ้งว่าเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กอายุ 3 ปี กินขนมปังติดคอ ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่13 ต.หัวโพธิ์ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรีจึงรีบไปให้การช่วยเหลือแต่เมื่อไปถึงพบว่าเด็กไม่มีชีพจรแล้ว จึงทำการช่วยเหลือ และนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่17 ต่อมายืนยันว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว ตำรวจจึงร่วมชันสูตรพลิกศพกับแพทย์ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่17สภาพศพเด็กนอนเสียชีวิตอยู่ มีร่องรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้า ลำตัว หน้าอก ท้องหลัง และแขนขาหลายจุด แต่ไม่ทราบสาเหตุการตาย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และนำตัวเด็กส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งต่อมา พ.ต.อ.วรภพ จำปาเงิน ผกก.สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.วีรวัฒน์ สีพันธ์โคตร์…
-
พ่อข่มขืนลูกสาว 14 ในไส้ อ้างแค้น ลูกวิดีโอคอลแก้ผ้ากับแฟน ต้องหนีซมซานขอคนช่วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง บุกรวบตัวพ่อแท้ๆ ก่อเหตุข่มขืนลูกสาวในไส้ คดีนี้มีความย้อนแย้ง ผู้ก่อเหตุทำทีเข้าแจ้งความว่าลูกสาวหายตัวไป ทั้งที่ลูกเพิ่งหนีตายไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอ่างทอง ได้พา ด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 14 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง ให้การว่าเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันเดียวกัน ได้ถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืนกระทำชำเราภายในบ้านเช่าพื้นที่ ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทองหลังเกิดเหตุจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1300 ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อเป็นหลักฐานตรวจสอบข้อมูลพบเรื่องราวสุดบังเอิญ เมื่อนายนวคุณ หรือเก้า อายุ 41 ปี ผู้เป็นพ่อ ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองอ่างทอง ในช่วงเวลา 05.00 น. หรือเพียง 1 ชั่วโมงหลังก่อเหตุ เพื่อลงบันทึกประจำวันแจ้งความว่าลูกสาวหายตัวออกจากบ้านไป ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติช่วงสาย ตำรวจนำกำลังปยังบ้านเเพื่อคุมตัวนายนวคุณมาสอบปากคำ จากการสอบสวน นายนวคุณให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือจริง อ้างว่าตนเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว อาชีพทำกรงนกขาย ต้องเลี้ยงลูก 3 คนลำพังหลังภรรยาเสียชีวิต ในคืนเกิดเหตุเข้าไปเห็นลูกสาวกำลังถอดเสื้อผ้าวิดีโอคอลคุยกับแฟนหนุ่ม จึงเกิดบันดาลโทสะเข้าไปต่อว่าก่อนจะลงมือข่มขืนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย…
-
ญาติแฉมือฆ่าทุบหัวสาวโรงแรม เกเรตั้งแต่เด็ก เข้าออกคุกหลายครั้ง
ญาติแฉ คนร้ายก่อเหตุฆ่าทุบหัวสาวโรงแรมที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกเรตั้งแต่เด็ก เข้าออกเรือนจำหลายครั้ง ก่อนจะมาก่อเหตุสะเทือนขวัญล่าสุดญาติแฉ คนร้ายก่อเหตุฆ่าทุบหัวสาวโรงแรมที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกเรตั้งแต่เด็ก เข้าออกเรือนจำหลายครั้ง ก่อนจะมาก่อเหตุสะเทือนขวัญล่าสุดจากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. คืนวันที่ 19 มกราคม 2569 คนร้าย คือ นายรัฐติกร ยิ่งยอด อายุ 36 ปี บุกเข้าไปก่อเหตุภายในโรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกพฤติกรรมได้อย่างชัดเจน เห็นคนร้ายเดินวนเวียนดูลาดเลา บริเวณหน้าเคาน์เตอร์โรงแรมเป็นเวลานาน ก่อนฉวยโอกาสปีนข้ามเคาน์เตอร์ ใช้ท่อนเหล็กกระหน่ำตีศีรษะพนักงานสาวจนเสียชีวิต แล้วขโมยเป็นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และกระเป๋าสีดำของผู้ตายหลบหนีไปล่าสุดบ่ายวันที่ 20 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านละหารปลาค้าว ต.ละหารปลาค้าว อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายรัฐติกรผู้ก่อเหตุ โดยได้พบกับ นายประสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ลูกพี่ลูกน้องของผู้ก่อเหตุ และเพื่อนบ้าน ซึ่งทุกคนบอกว่านายรัฐติกร ผู้ก่อเหตุไม่ได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านนานกว่าครึ่งปีแล้วลูกพี่ลูกน้องของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า นายรัฐติกร ผู้ก่อเหตุไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านมานานกว่า…
-
คดีพลิก! รูป “รัฐติกร” แต่งหญิง ที่แท้แฟนเก่า ไม่ใช่คนร้ายอำพรางตัว
เฟซบุ๊ก เพจ บิ๊กเกรียน แจงด่วน! สาวในภาพคือ น้องธัญญารัตน์ อดีตแฟน รัฐติกร มือฆ่าสาวโรงแรมในหัวหิน ที่เลิกราไปนานแล้ว ถูกคนร้ายเอารูปไปสวมรอยหน้าเฟซบุ๊ก ยันตัวจริงอยู่ร้อยเอ็ด ไม่เกี่ยวข้องคดีฆ่าโหดหัวหินจากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวการไล่ล่าตัว นายรัฐติกร ยิ่งยอด ผู้ต้องหาคดีฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรมในหัวหิน โดยมีการเผยแพร่ภาพบุคคลแต่งกายเป็นหญิงและระบุว่าเป็นคนร้ายที่ใช้วิธีการแต่งหญิงเพื่ออำพรางตัวหลบหนีนั้น ล่าสุด เฟซบุ๊ก เพจ “บิ๊กเกรียน” ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงข้อเท็จจริงใหม่ว่า ได้รับการติดต่อจากบุคคลในภาพ ซึ่งยืนยันว่า ไม่ใช่ นายรัฐติกร ที่แต่งหญิง แต่เธอคือ นายธัญญารัตน์ ลิ้มรัตนพันธุ์ (สาวประเภทสอง) อาศัยอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ดน้องธัญญารัตน์ ชี้แจงว่า ตนเองเคยพูดคุยคบหากับ นายรัฐติกร (ผู้ต้องหา) จริง แต่ได้เลิกรากันไปนานมากแล้ว ส่วนสาเหตุที่รูปของตนไปปรากฏอยู่กับคนร้าย เป็นเพราะนายรัฐติกรได้นำรูปของเธอไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาเอง ทำให้สื่อและเจ้าหน้าที่เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นภาพของคนร้ายขณะปลอมตัวภาพจาก : บิ๊กเกรียนเพื่อความชัดเจนและแสดงความบริสุทธิ์ใจ น้องธัญญารัตน์ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับคดีสะเทือนขวัญที่หัวหิน และไม่ได้เป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาตามหมายจับดังนั้น ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนระมัดระวังในการแชร์ภาพดังกล่าวที่ระบุว่าเป็นคนร้ายแต่งหญิง เนื่องจากเป็นภาพของผู้บริสุทธิ์ ส่วนการไล่ล่าตัว นายรัฐติกร…
-
2ลูกน้องคนสนิท แจ้งกองปราบ เอาผิด บิ๊กโจ๊ก อ้างโดนตบแก้วหูทะลุ-ด่าหยาบ
2ลูกน้องคนสนิท แจ้งกองปราบ เอาผิด บิ๊กโจ๊ก อ้างโดนตบแก้วหูทะลุ-ด่าหยาบ ถึงบุพการี แถมยังโดนขู่จะเล่นงานให้หนักหากกลับไปรับราชการวันที่ 20 ม.ค.2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความ บช.ก. พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ สองลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีต รอง ผบ.ตร. เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ณภัส นิลผึ้ง รอง สว.(สอบฮวน) กก.1 บกป.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเอาผิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ”โดยคำให้การของ พ.ต.ท.คริษฐ์ และ พ.ต.อ.อาริศ อ้างว่า ในช่วงระหว่างที่ทั้งสอง ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นนายตำรวจติดตาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือ บิ๊กโจ๊ก มักจะถูกอดีตผู้บังคับบัญชาทำร้ายร่างกาย และ ใช้คำพูด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงเป็นประจำ หากไม่พอใจการทำงานซึ่งเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ ถนนพญาไท รวมถึง บ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่อยู่ภายในซอยวิภาวดี 60…
-
จับตายกลางเมืองหนองคาย กระบะตู้ทึบขนยาบ้า เหิมเกริมยิงต่อสู้ ยึดของกลางกว่า 6 ล้านเม็ด
ภาพไฮไลต์ตำรวจวิสามัญคนร้ายกลางเมืองหนองคาย ซิ่งกระบะตู้ทึบขนยาบ้า ของกลาง 15 กระสอบจำนวนกว่า 6 ล้านเม็ด ฮึดสู้เปิดฉากยิงใส่ก่อน เจอสวนดับคาพวงมาลัยเมื่อเวลา 14.30 วันที่ 20 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนมิตรภาพหนองคายอุดร แยกบ้านหนองสองห้อง ก่อนถึงด่านตรวจหนองสองห้อง เจ้าหน้าที่ชุด ป.ป.ส.ไล่ติดตามขบวนการค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่ได้สกัดรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีชูซุ สีขาวทะเบียน 2 ฒพ8312 กรุงเทพมหานคร ก่อนเกิดการยิงปะทะกันกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงมีการยิงสวนตอบโต้ ทำให้คนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิตคาพวงมาลัยรถ ก่อนทำการตรวจยึดยาบ้า 15 กระสอบจำนวนกว่า 6 ล้านเม็ดที่ซุกซ่อนอยู่ท้ายรถ ซึ่งตอนนี้ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบสำหรับพฤติการณ์ในการจับกุมครั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 นำโดย พ.ต.อ.สมภพ กองสมบัติ ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4, พ.ต.ท.สืบวงศ์ สุดหนองบัว…
-
เปิดภาพแต่งหญิง คนร้ายโหด ฟาดหัวพนักงานโรงแรมดับ
เปิดภาพแต่งหญิง คนร้ายโหด ฟาดหัวพนักงานโรงแรมดับวันที่ 20 มกราคม 2569 พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผู้กำกับการ สภ.หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุทำร้ายร่างกายพนักงานต้อนรับภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณซอยหัวหิน 88/1 เขตเทศบาลนครหัวหิน เหตุเกิดช่วงกลางดึกและส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ขณะที่คนร้ายได้ชิงทรัพย์สินก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 35 ปี พนักงานต้อนรับของโรงแรม โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ขณะผู้เสียชีวิตนั่งพักอยู่หลังเคาน์เตอร์ มีชายต้องสงสัยอายุราว 30-40 ปี เดินเข้ามาดูลาดเลา ก่อนฉวยโอกาสเข้าทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง และชิงกระเป๋าพร้อมโทรศัพท์มือถือ แล้วหลบหนีไปภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถานเข้าช่วยเหลือและนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหินอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากอาการสาหัส แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต และก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโหดเหี้ยมของผู้ก่อเหตุด้าน พ.ต.อ.กัมปนาท เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เป็นชายอายุ 36 ปี โดยศาลได้อนุมัติหมายจับเรียบร้อย จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยมีคดีทำร้ายร่างกายและคดีขืนใจกระทำชำเรามาก่อน ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน ได้สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตำรวจภูธรภาค 7…
-
ญาติเปิดปากเล่า “รัฐติกร” เกเรเข้าออกคุกว่าเล่น เคยคุกคามนร.หญิงม.6
เปิดประวัติ “รัฐติกร” ฆาตกรโหดฆ่าพนักงานโรงแรมหัวหิน ญาติแฉเกเรแต่เด็ก เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น พบเคยคุกคามเด็กนักเรียนหญิงก่อนก่อเหตุสลดจากคดีสะเทือนขวัญเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา กรณี นายรัฐติกร ยิ่งยอดอายุ 36 ปี บุกโรงแรมกลางเมืองหัวหิน ใช้ท่อนเหล็กกระหน่ำตีศีรษะพนักงานสาวจนเสียชีวิตเพื่อชิงทรัพย์ ล่าสุดความจริงเริ่มปรากฏชัดว่าคนร้ายรายนี้คือ “ภัยสังคม” ที่มีประวัติอาชญากรรมโชกโชนล่าสุดมีการลงพื้นที่ไปยังบ้านเกิดของนายรัฐติกร ใน อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา พบกับ นายประสิทธิ์ลูกพี่ลูกน้องของผู้ก่อเหตุ ซึ่งให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาว่า นายรัฐติกรมีพฤติกรรมเกเรมาตั้งแต่เด็ก และมีประวัติเข้าออกเรือนจำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนเคยมีแฟนมาหลายคน ทั้งผู้หญิง และสาวประเภทสอง และก็เข้าออกเรือนจำหลายครั้ง มีคดีทั้งลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และข่มขืนกระทำชำเรานายประสิทธิ์ระบุด้วยว่า นายรัฐติกรหายหน้าจากบ้านไปนานกว่าครึ่งปี ทราบเพียงว่าเดินทางไปหาแม่ที่ทำงานรับจ้างดูแลคนป่วยอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะมาก่อเหตุสลดในครั้งนี้นอกเหนือจากคำบอกเล่าของญาติ ยังมีเบาะแสสำคัญจากไรเดอร์รายหนึ่งที่เคยเผชิญหน้ากับนายรัฐติกรเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 โดยเล่าว่า ขณะไปรับนักเรียนหญิงคนหนึ่ง น้องมีอาการหวาดกลัวอย่างหนักเพราะถูกนายรัฐติกรเดินตามขอเงินและคุกคาม จนต้องวิ่งหนีเข้าเซเว่นไรเดอร์คนดังกล่าวระบุว่า เห็นนายรัฐติกรนั่งกินเบียร์ในที่สาธารณะและมีท่าทีไม่ปลอดภัย จึงรีบพาน้องนักเรียนส่งที่หมายและโทรแจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบ แต่ในขณะนั้นยังทำอะไรไม่ได้มากเพราะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง จนกระทั่งนายรัฐติกรมาก่อเหตุฆ่าพนักงานโรงแรมในที่สุดขณะที่ นางทองหยุ่น เพื่อนบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า ปกติเวลาเจอกัน นายรัฐติกรจะยกมือไหว้ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัย เมื่อทราบว่าเพิ่งออกจากคุกมาเมื่อ 2-3 ปีก่อน…
-
พีกมาก! เปิดคำสารภาพคนร้าย ชิงทรัพย์ ปลิดชีพพนักงานโรงแรม
วันที่ 20 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายรัฐติกร อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาคดีบุกทำร้าย น.ส.วิรินทร์ อายุ 35 ปี พนักงานต้อนรับโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อชิงทรัพย์จนผู้เสียชีวิตทนพิษบาดแผลไม่ไหว โดยการจับกุวันที่ 20 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายรัฐติกร อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาคดีบุกทำร้าย น.ส.วิรินทร์ อายุ 35 ปี พนักงานต้อนรับโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อชิงทรัพย์จนผู้เสียชีวิตทนพิษบาดแผลไม่ไหว โดยการจับกุมเกิดขึ้นภายในพื้นที่หัวหิน หลังผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าป่ารกคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 03.00 น. เมื่อผู้ต้องหาเดินเข้าไปดูลาดเลาภายในโรงแรม ก่อนลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายพนักงานสาวอย่างรุนแรง แล้วชิงทรัพย์สินหลบหนีออกจากพื้นที่ ส่งผลให้ผู้บาดเจ็บอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมากระทั่งวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสและกระจายกำลังติดตามอย่างต่อเนื่อง ก่อนพบตัวผู้ต้องหาหลบซ่อนอยู่ในพงหญ้าป่ารกแห่งหนึ่งในเขตหัวหิน จึงเข้าควบคุมตัวได้โดยไม่เกิดเหตุรุนแรง จากนั้นนำตัวไปสอบสวนเบื้องต้นที่สถานีตำรวจระหว่างการจับกุมและสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหามีท่าทีไม่แสดงความสลด พร้อมให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุเพื่อชิงทรัพย์ และไม่เคยรู้จักกับผู้เสียชีวิตมาก่อน โดยอ้างว่ามีอาการหิว อีกทั้งหลังเกิดเหตุไม่ได้ตั้งใจหลบหนีไกล…
-
ด่วน!! รวบตัวแล้ว ฆาตกรใจเหี้ยม ย่องทุบหัวพนักงานสาวโรงแรมดับคาที่
ด่วน!! รวบตัวแล้ว ฆาตกรใจเหี้ยม สุดโหดย่องทุบหัวพนักงานสาวโรงแรมไม่ยั้ง ดับคาเคาน์เตอร์ ก่อนกวาดทรัพย์สินหลบหนีด่วน!! รวบตัวแล้ว ฆาตกรใจเหี้ยม สุดโหดย่องทุบหัวพนักงานสาวโรงแรมไม่ยั้ง ดับคาเคาน์เตอร์ ก่อนกวาดทรัพย์สินหลบหนีวันที่ 20 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีโลกออนไลน์แห่แชร์ คดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกลางเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีการเผยแพร่ภาพของนาย รัฐติกร ยิ่งยอด อายุ 36 ปี ก่อเหตุทำร้ายพนักงานหญิงของโรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.หัวหิน จนเสียชีวิต ก่อนชิงทรัพย์แล้วหลบหนีไป ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดเมืองล่าตัว นายรัฐติกร โดยชุดสืบสวนสอบสวนของ สภ.หัวหิน ได้ไปพบชุดของนายรัฐติกร ที่สวมใส่ขณะก่อเหตุถอดทิ้ง 3 ชิ้น ได้แก่ กางเกงสีขาวถูกพบในพื้นที่ดอนยายกลึง ชุมชนสมอเรียง ใกล้สะพานปลาหัวหิน ต่อมาพบรองเท้ายางสีส้มพบใต้สะพานกลับรถ บริเวณด้านหลังหัวหินทันสมัย และเสื้อถูกพบห่างจากใต้สะพานกลับรถออกไปประมาณ 200 เมตร ภายในซอยหัวหิน 42ทั้งนี้เชื่อได้ว่าหลังจากก่อเหตุนายรัฐติกรได้ทยอยถอดเสื้อผ้า รองเท้า ทิ้งทีละชิ้น ตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่ออำพรางการหลบหนีอย่างไรก็ตามล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้เร่งติดตามแกะรอยคนร้ายอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมตัวได้แล้ว หลังหลบหนีแอบซุกในป่าข้างทาง