Category: อาชญากรรม
-
วิจารณ์หนัก! “เจ๊เอ๋” ประกาศห้ามทุกพรรคการเมือง ติดป้ายหาเสียงในชุมชน
วันที่ 19 มกราคม 2569 นางณัฐฐารินทร์ เกษมสารพิพัฒน์ หรือ เจ๊เอ๋ คนดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ “เจ๊เอ๋ งอแง ตัวดี” ระบุว่า “ไม่อนุญาตให้ผู้สมัครทุกพรรคมาติดแผ่นป้ายมาหาเสียงในชุมชน #ก่อนเข้ามาพูดคุยกัน”“เหตุผลพอไหมที่จะคุยกันก่อน พอถึงเวลาหาเสียงเข้ามาได้ทุกซอกทุกซอย พอชาวบ้านเดือดร้อน บอกไม่ใช่ส่วนรับผิดชอบเวลานั้นขอกันจัง เสียงก็ซื้อกันจริง หัวคะแนนหน้าเชิดอยู่บนหลังคา พอถึงเวลาซื้อเสียงค่อยคุยกับชาวบ้าน”หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ โดยส่วนใหญ่ระบุว่า การติดป้ายหาเสียงในพื้นที่สาธารณะไม่สามารถห้ามได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของรัฐ ไม่อยู่ภายใต้สิทธิ์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จึงไม่สามารถยึดถือหรืออ้างอภิสิทธิ์เหนือพื้นที่สาธารณะได้ และอาจจะผิดกฎหมายการเลือกตั้งด้วยขณะนี้เพจดัง อย่าง “ท่านเปา” ได้เข้ามาคอมเมนต์ว่า “ถ้าเป็นพื้นที่ส่วนตัวก็พอเข้าใจได้ แต่ถ้าเป็นพื้นที่สาธารณะ แบบนี้กฎหมายเลือกตั้งเค้าให้ห้ามกันเองได้ด้วยเหรอถ้าไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว แบบนี้ถือว่ากีดกันการหาเสียง ระวังจะผิดกฎหมายเลือกตั้งนะ”ด้านเจ๊เอ๋ ตอบกลับว่า “เวลาชุมชนเดือดร้อนขออะไร สส.นักการเมือง ท้องที่ท้องถิ่นบอกไม่มีอำนาจ แต่เวลานี้มาหาเสียงเหรอ ห้ามแต่ต้องมาคุยกันก่อนแบบนี้ ข้อกฏหมายแบบไหนคะ”
-
จนมุมแล้ว มือยิงหัวหน้าวงดนตรี เปิดปากแผนสุดเหี้ยม 10 ล้อปิดทาง ก่อนลูกซองกรอกดับแค้น
จับแล้ว 4 เหลืออีก 1 มือยิงหัวหน้าวงดนตรีโคราชเปิดปากสารภาพพฤติกรรมเหี้ยม ! วางแผนใช้รถ 10 ล้อ 6 ล้อจอดขวางปิดหัวท้าย บังคับหยุดรถก่อนลงไปยิงกรอกปากสังหารโหดหัวหน้าวงดนตรีดัง ชนวนเหตุเขม่นคิวงานและมีปากเสียงในร้านอาหารก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมงในที่สุดคดีสุดสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ที่ผู้ตาย นายพิเชษฐ์ อายุ 47 ปี มือกลองและหัวหน้าวงดนตรี “ร้ายกาจแบนด์” ถูกกลุ่มคู่อริลงมือสังหารอย่างเหี้ยมโหด ด้วยอาวุธปืนลูกซองจนเสียชีวิตสลดบริเวณแยกทางเข้าบ้านหนองพลวง ถนนสายด่านขุนทด-เทพารักษ์ จ.นครราชสีมาล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สีคิ้ว และชุดสืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา แถลงผลการจับกุม นายนิรันดร์ อายุ 41 ปี มือปืน ผู้ลงมือสังหาร นายพิเชษฐ์ มือกลองและหัวหน้าวงดนตรี พร้อมพวกที่ร่วมขบวนการรวม 4 คน โดยกลุ่มผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันวางแผนฆ่าอย่างเป็นระบบรายละเอียดของแผนฆาตกรรมที่เหี้ยมโหดซึ่งนายนิรันด์ หัวหน้าแก๊งเปิดปากสารภาพ โดยเจ้าตัวเป็นหัวหน้าทีมและมือปืนที่ลงมือยิงกรอกปากผู้ตายด้วยปืนลูกซองเบอร์ 11 เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2569 โดยมี นายสินชัย (ขอสงวนนามสกุล) ทำหน้าที่ขับรถเก๋งสีดำจอดขวางเป็นคันแรก และนายชัย…
-
แฉ “DJ มือปลาหมึก” อ้างดันงานก่อนลากถ่ายเซ็กซี่-ขืนใจ เหยื่อโผล่โหนกระแส
กลุ่มผู้เสียหายรวมตัวขุดรากถอนโคน “ดีเจรุ่นใหญ่” โปรไฟล์หรู รับสอนดีเจบังหน้าแต่แฝงพฤติกรรมสุดโฉด ใช้โอกาสความเป็นครูสร้างความเชื่อใจ ก่อนลวงเหยื่อถ่ายภาพสยิวแบล็กเมล์หวังล่วงละเมิดทางเพศ พบเหยื่อโผล่เพียบ พฤติการณ์ซ้ำซากไม่เกรงกลัวกฎหมายกำลังเป็นประเด็นร้อนเมื่อมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากพร้อมใจกันออกมาเปิดโปงพฤติกรรมของดีเจรายหนึ่งที่ได้รับฉายาว่า “ดีเจมือปลาหมึก” ซึ่งใช้ตำแหน่งหน้าที่และการเป็นที่รู้จักในวงการ มาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากหญิงสาวที่ฝันอยากก้าวเข้าสู่เส้นทางสายดนตรีเนื้อหาล่าสุดจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ท่านเปา” เปิดโปงยับเยินวันนี้ (19 ม.ค.) ! โดยจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์สลดมักเริ่มจากการที่เหยื่อติดต่อเข้าไปเพื่อขอเรียนทักษะการเป็นดีเจ หรือขอคำแนะนำเรื่องงาน โดยดีเจรายนี้จะสวมบทบาทเป็น “ครูผู้ใจดี” พร้อมอ้างสรรพคุณว่าตนเองมีพาวเวอร์เพียงพอที่จะช่วย “ดันงาน-ป้อนงาน” ในคลับและเทศกาลดนตรีชื่อดังพอเหยื่อเริ่มไวใจและมองว่าอีกฝ่ายคือผู้มีพระคุณ ดีเจรายนี้จะเริ่มขยับแผนการด้วยการชักชวนไปถ่ายภาพแนวเซ็กซี่ โดยอ้างเหตุผลเรื่องการสร้างโปรไฟล์ หรือการทำคอนเทนต์ลงบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง OnlyFans เพื่อสร้างรายได้เสริมแต่แล้วความจริงที่น่าสะอิดสะเอียนก็ปรากฏขึ้น เมื่อถึงเวลาลงมือถ่ายทำจริง พฤติกรรมที่ควรจะเป็นการทำงานระดับมืออาชีพกลับกลายเป็นการคุกคาม ผู้เสียหายหลายรายระบุตรงกันว่าถูก ล่วงละเมิดและบังคับทางเพศ ในรูปแบบต่างๆ พร้อมทั้งถูกกำชับอย่างหนักแน่นว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใคร ทำให้เหยื่อหลายคนต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอมเพราะหวาดกลัวว่าจะถูกนำภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอมาใช้กดดันและแบล็กเมล์ภายหลังภาพจาก FB. @ท่านเปาสิ่งที่สร้างความเจ็บปวดและหวาดผวาให้แก่ผู้เสียหายมากที่สุดคือ หลังจากที่เหยื่อพยายามตัดขาด ไม่กลับไปเรียน และไม่รับงานใดๆ อีก ดีเจรายนี้กลับยังคงแสดงพฤติกรรมหน้าตาย ด้วยการติดต่อกลับมาหาเหยื่อรายเดิมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการชวนกลับไปเรียน ชวนไปทำงาน หรือร่วมกิจกรรมต่างๆ ราวกับเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงเรื่องปกติจากการรวบรวมข้อมูลพบว่านี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญหรือความพลาดพลั้งเพียงครั้งเดียว แต่เป็น “พฤติกรรมซ้ำซาก” ที่ดีเจรายนี้กระทำกับหญิงสาวมาแล้วหลายคน โดยใช้วิธีการเดิมๆ วนเวียนอยู่เช่นนี้ จนกระทั่งความลับที่ถูกปิดตายเริ่มพังทลายลงเพราะเหยื่อเริ่มกล้าที่จะออกมาส่งเสียงเพื่อไม่ให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อรายต่อไปเพิ่มอีกอัปเดตล่าสุด เรื่องนี้ไปถึงหู หนุ่ม…
-
รวบแล้ว 4 ราย คดีโหด “ยิงดับหัวหน้าวงดนตรีโคราช” มือลั่นไกยังลอยนวล
รวบแล้ว 4 ผู้ต้องหา แก๊งสังหารโหดหัวหน้าวง “ร้ายกาจแบนด์” สารภาพ วางแผนดักเคลียร์ใจ แต่จบด้วยเหตุสลด ล่าสุดมือลั่นไกยังหนีกบดานเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 พ.ต.อ.พัฒนากร สูงนารถ ผกก.สภ.ด่านขุนทด พร้อมด้วยชุดสืบสวนจังหวัดนครราชสีมา แถลงผลความคืบหน้าติดตามตัวกลุมคนร้ายที่ก่อเหตุสังหารโหด นายพิเชษฐ์ อายุ 47 ปี นักดนตรีและหัวหน้าวงดนตรีชื่อดัง “ร้ายกาจแบนด์” บนถนนสายด่านขุนทด-เทพารักษ์ โดยกู้ภัยฮุก 31 ปริสุทโธ จุดอำเภอด่านขุนทดและตำรวจ สภ.ด่านขุนทด ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 04.45 น.ของวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมาล่าสุด ตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหาร่วมขบวนการได้แล้ว 4 ราย โดยกลุ่มผู้ต้องหาเปิดปากรับสารภาพว่า มีการเตรียมการเพื่อดักรอพบผู้ตายในเส้นทางกลับบ้านจริง ส่วนปมบาดหมางอ้างว่า ต้องการไปพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหาความแค้นที่สะสมมานายืนยันว่าต้องการเคลียร์ใจ แต่สถานการณ์บานปลายจนมือปืนในกลุ่มตัดสินใจลั่นไกสังหารด้วยตัวเองแม้จะรวบตัวผู้ร่วมทีมได้เกือบยกแก๊ง แต่ตัวละครสำคัญอย่าง “มือปืน” ผู้ลั่นไกสังหารยังคงหลบหนีอย่างไรก็ดีล่าสุดตำรวจได้ยื่นขออนุมัติศาลจังหวัดสีคิ้วออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในเวลา 13.00 น. วันนี้ (19 ม.ค) พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา จะลงพื้นที่แถลงความคืบหน้าของคดีด้วยตัวเองก่อหน้านี้สอบสวนภรรยาผู้เสียชีวิต…
-
สาววัย 28 พกย้าบ้าเม็ดสุดท้าย ขึ้นโรงพักสีคิ้ว รับอยู่บ้านเลิกไม่ได้ เครียดมรสุมชีวิต
สาวพกยาบ้าเม็ดสุดท้ายมอบตัวกับตำรวจ สภ.สีคิ้ว สารภาพทนแรงกดดันและความเครียดไม่ไหว ต้องโกหกแม่ไปวันๆ เพื่อหาเงินซื้อยาเสพติด ตัดสินใจขอเข้าเรือนจำหวังใช้ความสงบดัดนิสัยตัวเอง ย้ำไม่อยากให้ใครก้าวพลาดเข้าสู่วังวนนรกวานนี้ ( 18 ม.ค.) ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว กำลังปฏิบัติหน้าที่ประสานงานญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เครนหล่นทับรถไฟ จู่ๆ มีหญิงสาวรายหนึ่งเดินเข้ามาภายในโรงพัก พร้อมขอให้ตำรวจจับกุมตัวเอง พร้อมกับยื่นซองบรรจุยาบ้าในตัวส่งมอบให้จนท.ข้อมูลจากเรื่องเล่าเช้านี้ สารวัตรสืบสวนสอบถามทราบชื่อ นางสาวฉัตรชากร อายุ 28 ปี เป็นชาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดย นางสาวฉัตรชากร ให้การว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็น รปภ.ที่นิคมอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยาหญิงรายนี้กล่าวว่า เคยคบหาแฟนที่มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ทำให้ตนเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวและเสพ จนในที่สุดถูกตำรวจจับกุมและต้องโทษอยู่ในเรือนจำเป็นเวลา 18 เดือนหลังพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่เกิดความเครียดสะสมจากหลายปัญหา ทั้งเรื่องพ่อแม่หย่าร้าง รวมถึงแฟนเก่าที่เคยมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง ตบตีทำร้ายร่างกายหลายครั้ง จนตัดสินใจเลิกราและย้ายไปอยู่กับแม่ซึ่งอายุ 46 ปี และเลี้ยงหลานอีก 2 คนนางสาวฉัตรชากร สารภาพตนต้องโกหกมารดาว่า จะนำเงินไปซื้อของใช้จำเป็น แต่ความจริงไปซื้อยาเสพติด เม็ดละ 60 บาท จากแหล่งในพื้นที่จ.สระบุรีซื้อมา 10 เม็ด…
-
สลด! เชฟร้านดังขับเก๋งพุ่งชน อดีต ขรก.วัย 73 ร่างกระเด็นขาขาดดับคาที่
สลด! เชฟร้านดังขับเก๋งพุ่งชน อดีตข้าราชการวัย 73 ร่างกระเด็นขาขาดดับคาที่ ขณะวิ่งข้ามถนนย่านรังสิต-นครนายกสลด! เชฟร้านดังขับเก๋งพุ่งชน อดีตข้าราชการวัย 73 ร่างกระเด็นขาขาดดับคาที่ ขณะวิ่งข้ามถนนย่านรังสิต-นครนายกเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 ม.ค. 69 พ.ต.ต.ธนสรณ์ แช่มช้อย สารวัตรสอบสวน สภ.ธัญบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนหญิงสูงอายุขณะข้ามถนนเสียชีวิตคาที่ บริเวณคลอง9 ถนนรังสิต-นครนายก (ฝั่งขาเข้า) ม.1 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงรุดเข้าไปยังที่เกิดเหตุพร้อมอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุพบร่างของ นางสุชาสินี อายุ 73 ปี อาชีพอดีตข้าราชการบำนาญ นอนเสียชีวิตคาที่ ขาข้างซ้ายขาด อยู่ข้างการ์ดเรลถนนริมทางข้างออกไป เกือบ 200 เมตรพบรถเก๋งสีขาว ผู้ขับขี่ชื่อนายปฏิวัติ อายุ 47 ปี อาชีพเชฟของร้านชื่อดังย่านคลอง11 อ.ลำลูกกกาจากการสอบถามนายนเรศ นาคแสงทอง อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวว่า ตอนตนมาถึงจุดเกิดเหตุได้สอบถามคนขับรถเก๋งได้ใจความว่า ป้าผู้เสียชีวิตข้ามถนนจากถนนรังสิต-นครนายกคลอง9 (ฝั่งขาออก) และข้ามบริเวณช่องข้ามถนนตรงแบริเออร์กลางถนน เพื่อข้ามฝั่งมาอีกฝั่งถนน…
-
สุดแสบ! แฉพฤติกรรม หัวหน้ารปภ.โรงแรม ใช้มาสเตอร์คีย์บุกเปิดห้องพักดีเจสาวกลางดึก
19 ม.ค.2569-ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุม รปภ.แสบใช้คีย์มาสเตอร์ (Key Master) เปิดห้องพักโรงแรมของแขกโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2569 นางสาวเอ (นามสมมุติ) ดีเจสาว ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล ว่า ขณะพักอาศัยอยู่ภายในห้องพักหมายเลข 2203 ของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ได้มีบุคคลไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องพัก และพยายามจะเข้าไปภายในห้อง แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากผู้เสียหายได้ใส่สลักคล้องประตูด้านในไว้ภายหลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ได้เร่งทำการสืบสวนสอบสวนอย่างรวดเร็ว กระทั่งทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายคณิศร อายุ 39 ปี เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมดังกล่าวจากการตรวจสอบวันและเวลาเกิดเหตุ พบว่า ผู้ก่อเหตุได้ออกเวรตั้งแต่เวลา 16.00 น. แต่ไม่ได้เดินทางกลับบ้าน และได้แอบพักอาศัยอยู่ภายในห้องทำงานของโรงแรม ต่อมา ผู้ก่อเหตุได้แต่งกายด้วยเสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ เดินไปยังหน้าห้องพักผู้เสียหายหมายเลข 2203 กดกริ่ง และใช้มาสเตอร์คีย์การ์ดเปิดประตูห้องพัก พยายามจะเข้าไปภายในห้อง แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากประตูถูกล็อกสลักจากด้านใน หลังเกิดเหตุ…
-
จับสาวขับรถเก๋งหรู ติดแผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายภาษีปลอม เพื่อหนีไฟแนนซ์
จับสาวขับรถเก๋งหรู ติดแผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายภาษีปลอม เพื่อหนีไฟแนนซ์กองบังคับการตำรวจทางหลวง โดย พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล.(พังงา, กระบี่, ภูเก็ต) ร่วมกันจับกุม น.ส.สา (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” พร้อมตรวจยึดของกลาง1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ BMW สีขาว จำนวน 1 คัน2. แผ่นป้ายทะเบียนปลอม จำนวน 2 แผ่น3. เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีปลอม จำนวน 1 แผ่นจับได้ที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 กม.883 – 884 ต.ท้ายช้าง อ.เมือง จ.พังงา สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล ได้ใช้รถวิทยุออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบมาถึงที่เกิดเหตุพบ พบรถยนต์เก๋งคันของกลางจอดอยู่ริมถนน ติดแผ่นป้ายทะเบียนซึ่งมีตำหนิไม่ตรงตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด จึงได้หยุดรถเฝ้าสังเกต จนพบผู้ถูกจับนี้เดินมาเปิดประตูรถ จึงได้เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ…
-
เปิดข้อมูล “มือยิงดับหัวหน้าวงดนตรี” ตร.รู้ตัวแล้ว หลังภรรยาเล่าปมเขม่น
ตำรวจโคราชรู้ตัวมือสังหารหัวหน้าวง “ร้ายกาจแบนด์” แล้ว พบปมขัดแย้งนักดนตรีเขม่นเรื่องงานจนถูกลดคิวเล่น ภรรยาเผยคำพูดสุดท้ายผู้ตายโทรหาลูกชายให้ช่วยหาปืนป้องกันตัวหลังถูกข่มขู่ ด้านชุดสืบสวนเร่งล่าตัวคนร้ายที่ชิงกบดานหลังก่อเหตุความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายพิเชษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี นักดนตรีและหัวหน้าวงดนตรีชื่อ “ร้ายกาจแบนด์” ที่บริเวณถนนสายด่านขุนทด-เทพารักษ์ แยกเข้าบ้านหนองพลวง ต.พันชนะ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ขณะกำลังเดินทางกลับที่พักหลังเลิกเล่นดนตรีจากร้านอาหารในตัวอำเภอล่าสุดที่วัดดอนวัว ต.พันชนะ อ.ด่านขุนทด นางนุชรี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ภรรยาของนายพิเชษฐ์ พร้อมด้วยญาติ ๆ ได้จัดเตรียมงานบำเพ็ญกุศลศพ โดยเจ้าภาพรอรับศพนายพิเชษฐ์ที่ถูกส่งไปผ่าพิสูจน์ที่นิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมานางนุชรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาสามีของตนไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร มีเรื่องเดียวที่เล่าให้ตนฟังคือความขัดแย้งเกี่ยวกับนักดนตรีด้วยกัน ซึ่งเคยทะเลาะกันมาก่อนหน้านั้น และเป็นคนที่ทำให้สามีตนถูกลดวันเล่นดนตรีจากอาทิตย์ละ 2 วัน เหลือเพียง 1 วันทั้งนี้ ก่อนที่สามีจะถูกฆ่าตาย ได้โทรศัพท์มาหาลูกชายเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 18 ม.ค. บอกว่า มีเรื่องกับนักดนตรีอีกวงให้หาปืนให้พ่อหน่อยเพื่อไว้ป้องกันตัว หลังเลิกจากเล่นดนตรีสามีก็เดินทางกลับบ้านจนทาเกิเหตุสลด ก่อนถึงบ้านเพียง 6 กม. ภรรยามั่นใจว่า สาเหตุเกิดจากเรื่องนี้แน่นอนขณะที่เช้าวันนี้…
-
คุมตัว หัวหน้า รปภ.โรงแรมหรูภูเก็ต ชี้จุดก่อเหตุบุกห้อง “ดีเจสาว” กู้วงจรปิดหลักฐานมัด
ภาพไฮไลต์เปิดภาพนาทีตำรวจชุดสืบสวน สภ.เชิงทะเล คุมตัว หัวหน้า รปภ.โรงแรมหรูภูเก็ต ไปชี้จุดก่อเหตุพยายามบุกเข้าห้องดีเจสาว ก่อนจนมุมด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทางโรงแรมสามารถกู้คืนมาได้ สอบประวัติพบถูกฟ้องร้องคดีทางแพ่ง มีการเปลี่ยนชื่อจากกรณีเมื่อวันที่ 17 ม.ค.2569 มีคลิปเหตุการณ์ที่ถูกแชร์ต่อในโซเชียล หลังจากที่มีหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเป็นดีเจ เข้าไปพักที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในภูเก็ต แต่กลับต้องเจอเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น และต่อมาเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 69 เวลา 15.56 น. น.ส.มิรินดา (ขอสงวนนามสกุล) ผู้เสียหายได้มาพบพนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล แจ้งไว้เป็นหลักฐานว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะที่ตนได้พักอยู่ภายในห้องพักของโรงแรมดังกล่าว ได้มีชายไม่ทราบชื่อใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าห้องของตน แต่ไม่สามารถเปิดประตูได้ เนื่องจากติดสลักล็อกประตู โดยทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปวันนี้ 18 ม.ค.69 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนตรวจสอบภาพวงจรปิดภายในโรงแรม ทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้คือ ส.ต.คณิศร อายุ 39 ปี (ทหารนอกราชการ) ซึ่งเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมโดยตามวันเวลาเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุซึ่งออกเวรตั้งแต่เวลา 16.00 น. แต่ไม่กลับบ้าน ได้แอบพักที่ห้องทำงานภายในโรงแรม…