Category: อาชญากรรม

  • สลด! หญิงผมสั้น พลัดตกรถไฟฟ้ากรมป่าไม้ดับ รถหวิดเหยียบซ้ำ

    ตร.สน.บางเขน เร่งระบุตัวตนหญิงตัดผมสั้น พลัดตกรถไฟฟ้ากรมป่าไม้ ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต  รถเก๋งขับมาตามถนนหวิดเหยียบซ้ำตร.สน.บางเขน เร่งระบุตัวตนหญิงตัดผมสั้น พลัดตกรถไฟฟ้ากรมป่าไม้ ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต รถเก๋งขับมาตามถนนหวิดเหยียบซ้ำวันที่ 11 เม.ย.2569 เมื่อเวลา 14.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางเขน ได้รับแจ้งเหตุหญิงกระโดดลงจากสถานีรถไฟฟ้ากรมป่าไม้เสียชีวิต จึงรุดตรวจสอบพร้อมแพทย์ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้ทางขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว สถานีกรมป่าไม้ ถนนพหลโยธินขาเข้า บริเวณกลางถนนเลนขวาพบศพหญิงรูปร่างท้วม ตัดผมสั้นนอนหงาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขาสามส่วนสีน้ำตาล บริเวณหน้าผากแตกยุบเป็นแผลฉกรรจ์ทั้งนี้บริเวณราวทางเดินบนสถานีรถไฟฟ้าด้านทางขึ้นกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก พบแว่นสายตาแขวนอยู่ที่ราวกั้น 1 อัน ที่ระเบียงด้านนอกราวกั้นตรงจุดที่ผู้ตายตกลงไปเสียชีวิต พบลักษณะรอยเท้าเหยียบอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดกั้นบริเวณที่คาดว่าเป็นจุดตก ส่วนด้านล่างได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางเขน มาอำนวยการจราจรเนื่องจากต้องปิดการจราจรเหลือเพียงช่องทางเดียวนายธนกร เหนี่ยวพันธุ์ 28 ปี เจ้าของรถเก๋งที่มีกล้องหน้ารถ ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาตามปกติและกำลังจะกลับไปซื้อของอีกฝั่ง จึงได้ชะลอรถจังหวะนั้นเห็นเขาตกลงมาจากบีทีเอส จึงรีบเหยียบเบรก ซึ่งก่อนจะเห็นเขาตกลงมามองไม่เห็น เพราะด้านบนเป็นสถานีเห็นแค่ตอนตกลงมา ที่แรกยังเห็นเขาขยับตัวอยู่แต่ไม่นานก็นิ่งไป จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ รู้สึกตกใจกับเหตุการที่เกิดขึ้นตอนเห็นครั้งแรกทำให้ไม่กล้าขับรถต่อขาสั่นอย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของสถานีรถไฟฟ้าพบผู้ตายเดินขึ้นมาบนสถานีรถไฟฟ้าจากบันไดทางขึ้นด้านกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก จากนั้นได้มายืนที่ราวกั้นแล้วปีนออกไปนอกราว ก่อนทิ้งตัวลงมาทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลผู้เสียชีวิตเนื่องจากไม่พบเอกสารใดๆติดตัว

  • พ่อค้าผลไม้ร้องสายไหมต้องรอด แก๊งมาเฟียเวียดนามยกพวกรุมทำร้าย หลังเข้าไปขายของในพื้นที่

    พ่อค้าร้องสายไหมต้องรอด แก๊งมาเฟียเวียดนามยกพวกรุมทำร้าย หลังเข้าไปขายผลไม้ในพื้นที่ซอยสุขุมวิท 24 อ้างยึดพื้นที่แล้วคนไทยห้ามขายเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 11 เม.ย.2569 นายขวัญ ทองมีค่า อายุ 34 ปี ซึ่งประกอบอาชีพค้าขายมะพร้าว ในซอยสุขุมวิท 24 ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมนำคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานและแสดงบาดแผลจากการถูกทำร้ายโดยกลุ่มชาวเวียดนาม เหตุการณ์เกิดขึ้นเนื่องจากความไม่พอใจที่นายขวัญได้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาค้าขายและก่อเหตุทำร้ายคนไทยในพื้นที่สุขุมวิทและทองหล่อนายขวัญ เล่าว่า ตนประกอบอาชีพขายมะพร้าวในซอยสุขุมวิท 24 ขณะที่พี่ชายขายอยู่บริเวณปากซอยใกล้สวนเบญจกิตติ โดยทั้งสองได้ทำอาชีพนี้มาเป็นเวลากว่า 1 ปี จนเกิดความขัดแย้งกับกลุ่มชาวเวียดนามที่เข้ามาค้าขายในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม จึงได้แจ้งความกับตำรวจ สน.ทองหล่อ และแจ้งเจ้าหน้าที่เทศกิจเขตคลองเตยให้เข้าตรวจสอบอย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ กลุ่มชาวเวียดนามมักจะหลบหนีไปก่อน ทำให้นายขวัญเชื่อว่าอาจมีการส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า นอกจากนี้ยังเคยได้ยินว่ากลุ่มดังกล่าวได้มีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันก็ตาม พร้อมยังขู่อีกว่าคนไทยไม่สามารถเข้าไปขายของในพื้นที่ที่กลุ่มดังกล่าวยึดครองได้ผู้เสียหาย เปิดเผยอีกว่า เคยถูกกลุ่มชาวเวียดนามใช้มีดไล่ทำร้ายมาแล้วครั้งหนึ่ง ต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด และเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ตามคลิปหลักฐาน ภายในซอยสุขุมวิท 31 หลังจากที่ตนแจ้งเทศกิจให้เข้าตรวจสอบ กลุ่มต่างด้าวได้เข็นรถหนีไป ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าตามไปดู ก่อนจะพบกลุ่มผู้ก่อเหตุประมาณ 3-4…

  • มาเฟียเวียดนามยึดสุขุมวิท! รุมยำพ่อค้าไทยหลังแจ้งจับแย่งอาชีพ แฉตำรวจสั่งอย่าหือ “เขามีอำนาจมืด”

    คนไทยกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง! พ่อค้ามะพร้าวสุดทน ร้องถูกแก๊งเวียดนามเร่ขายผลไม้ยกพวกนับสิบ รุมสกรัม-ใช้สนับมือชกหน้าจนเลือดอาบต่อหน้าลูกสาว แค้นถูกแจ้งจับแย่งอาชีพคนไทย แฉยับพิกัดทองหล่อ-สุขุมวิท กลุ่มต่างด้าวคุมเบ็ดเสร็จ ลั่นใครแจ้งเจ้าหน้าที่ถือว่าลองดี เจ้าตัวช็อกซ้ำแจ้งความแล้วตำรวจบอก เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 เม.ย. ที่สำนักงานสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพฯ นายขวัญ ทองมีค่า อายุ 34 ปี พ่อค้าขายมะพร้าวในซอยสุขุมวิท 24 เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมนำคลิปวิดีโอเป็นหลักฐาน และแสดงบาดแผลจากการถูกทำร้ายโดยกลุ่มชาวเวียดนาม โดยเหตุเกิดจากความไม่พอใจที่นายขวัญได้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาค้าขายและก่อเหตุทำร้ายคนไทยในพื้นที่สุขุมวิทและทองหล่อนายขวัญเล่าว่า ตนประกอบอาชีพขายมะพร้าวในซอยสุขุมวิท 24 ส่วนพี่ชายขายอยู่บริเวณปากซอยใกล้สวนเบญจกิตติ โดยทั้งสองทำอาชีพนี้มากว่า 1 ปี กระทั่งเกิดความขัดแย้งกับกลุ่มชาวเวียดนามที่เข้ามาค้าขายในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม จึงได้แจ้งความกับตำรวจ สน.ทองหล่อ และแจ้งเจ้าหน้าที่เทศกิจเขตคลองเตยให้เข้าตรวจสอบอย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ กลุ่มชาวเวียดนามมักหลบหนีไปก่อน ทำให้นายขวัญเชื่อว่าอาจมีการส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า นอกจากนี้ยังเคยได้ยินว่ากลุ่มดังกล่าว มีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยัน พร้อมทั้งข่มขู่ว่าคนไทยไม่สามารถเข้าไปขายของในพื้นที่ที่กลุ่มดังกล่าวยึดครองได้ผู้เสียหายเปิดเผยอีกว่า เคยถูกกลุ่มชาวเวียดนามใช้มีดไล่ทำร้ายมาแล้วครั้งหนึ่ง ต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด และเมื่อวันที่ 3…

  • แก๊งขนยาหัวหมอ นำไอซ์ 2 ตันใส่ตู้ทึบ ก่อนฝากลงเรือเฟอร์รี่ไปยังสมุย แล้วบินไปรอรับส่งปลายทาง

    บช.ปส.จับ แก๊งขนยาหัวหมอ นำไอซ์ 2 ตันใส่กระบะตู้ทึบ ก่อนฝากลงเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะสมุย แล้วตัวเองบินไปลงไปรอรับ เพื่อขับต่อไปส่งปลายทางจังหวัดพัทลุง หนีด่านตรวจเข้มงวดเมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 10 เม.ย.2569 ที่ท่าเรือแสงทองค้าข้าว พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ฝ่ายสืบสวน ปช.ปส.พร้อมเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทหาร ร่วมกัน แถลงผลการจับกุมตัวนายเอกสิทธิ์ อายุ 37 ปี นายณัฐวรรธน์ อายุ 26 ปี นายเมษา อายุ 25 ปี และนายนพรัตน์ อายุ 31 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 2 ตัน ใส่อยู่ในรถกระบะตอนเดียวตู้ทึบ อีซูซุ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บร 682 สระแก้ว และรถตู้โตโยต้า คอมมูเตอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน…

  • ใครว่าหมอชิตร้าง! ประชาชนแห่หิ้วตะกร้าขนเป้กลับบ้านสงกรานต์ สายอีสานยืนหนึ่งครองแชมป์หนาแน่นชั้น 3

    บรรยากาศหมอชิต 2 วันหยุดแรกสุดคึกคัก แม้ยอดคนจะซาลงกว่าเมื่อวานเพราะบางส่วนชิง เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 เม.ย. 69 บรรยากาศบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2-จตุจักร) ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากต่างหอบหิ้วสัมภาระและกระเป๋าเดินทาง ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกัน 5 วัน ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายนนี้ทั้งนี้ พบว่าประชาชนบางส่วนได้ทยอยเดินทางกลับตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณผู้โดยสารในวันนี้ลดลงจากวันก่อนหน้าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังคงมีผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือสายอีสาน ยังคงมีประชาชนเดินทางหนาแน่นกว่าสายอื่น โดยบริเวณชั้น 3 ของสถานีขนส่ง มีผู้โดยสารจำนวนมากต่อคิวซื้อตั๋วและนั่งพักรอขึ้นรถโดยสารอย่างเนืองแน่นเจ้าหน้าที่สถานีขนส่งได้จัดระเบียบการขึ้นรถและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารในช่วงเทศกาลสำคัญ และให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น.

  • คุณลุง น้ำตาคลอ ตำรวจหนองฉาง เก็บเงินสดส่งคืน ร.ต.ต.ลั่น 1 พันมีค่ามาก เศรษฐกิจไม่ดี

    ภาพไฮไลต์ชื่นชม รอง สว.(จร.)สภ.หนองฉาง เจอเงินสด 1,000 บาท ตกอยู่หน้าร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า ไล่เช็กกล้องวงจรปิดตามหาจนเจ้าของตัวจริง ลั่น เงิน 1,000 บาท มันมีค่ามาก ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี กลัวคนที่ทำหายจะได้เดือดร้อนเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่จังหวัดอุทัยธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม เมื่อเจ้าของร้านขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในเขตเทศบาลตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยเหตุการณ์ หลังมีคุณลุงรายหนึ่ง ทำเงินสด จำนวน 1,000 บาทตกไว้บริเวณหน้าร้าน เมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.20 น. ของวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองฉาง จะเป็นผู้มาพบเงินดังกล่าว และประสานทางร้านเพื่อติดตามหาเจ้าของตัวจริงจากกล้องวงจรปิดเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างความประทับใจ สะท้อนถึงความซื่อสัตย์และความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงความร่วมมือของประชาชน ที่ช่วยกันจนสามารถนำเงินจำนวนนี้กลับคืนสู่เจ้าของได้สำเร็จโดย นางสาวแสงอรุณ เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า วันนั้นพนักงานในร้านได้แชตมาบอกว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการพบ ตนจึงลงไปดู และเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ช่วยเปิดกล้องวงจรปิดหน้าร้าน เนื่องจากต้องการทราบว่าเงินที่ตกอยู่นั้นเป็นของใคร ซึ่งหลังจากเปิดกล้องดูก็พบเหตุการณ์ตามคลิป และทราบตัวเจ้าของเงินในเวลาต่อมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามตามหาเจ้าของอย่างเต็มที่ เพราะมองว่าเงิน…

  • แกะรอยเจอแล้ว ‘ไอ้โม่ง’ กักตุนน้ำมัน ใช้เรือ 11 ลำวิ่งผิดปกติจนล่องหน 60 ล้านลิตร

    “DSIจากกรณีเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 คณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) มีมติเอกฉันท์รับกรณีความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่ โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อนหรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 69 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบเป็นคดีพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการลักลอบกักตุนน้ำมัน การประวิงเวลา การขนส่งน้ำมัน การกักตุนน้ำมัน การปฏิเสธจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. “ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม ถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีการกักตุนน้ำมัน ว่า จากการขยายผลตรวจสอบของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบข้อมูลสำคัญกรณีน้ำมันเชื้อเพลิงที่พบความผิดปกติระหว่างขนส่งกลางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 60 ล้านลิตร จากเรือจำนวน 24 เที่ยว ที่มีพฤติการณ์วิ่งเรือล่าช้า ประวิงเวลา หรือวิ่งเรือโดยไม่เป็นไปตามเส้นทางปกติ ซึ่งปริมาณน้ำมัน 60 ล้านลิตรดังกล่าว คือ ตัวเลขปริมาณน้ำมันล่าสุดจากที่ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เคยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีน้ำมันหายไป 57…

  • ล่าระทึกบางพลี จับ ‘ชเว’ ตัวการยาเสพติดข้ามชาติ หนีหมายแดงกบดานบ้านหรู

    ตำรวจไทยประสานกำลังตำรวจเกาหลีใต้ รวบเอเย่นต์รายสำคัญตามหมายแดงอินเตอร์โพล หลบหนีเข้าประเทศผิดกฎหมาย พร้อมยึดอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมาก ขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ11 เมษายน 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสมุทรปราการ ร่วมกันเข้าจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญ หลังได้รับการประสานจากตำรวจสาธารณรัฐเกาหลีการปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากทางการเกาหลีใต้สามารถควบคุมตัว “พัค วังยอล” ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่กลับมาดำเนินคดีได้ก่อนหน้านี้ โดยพบว่ามีพฤติการณ์สั่งการเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านสื่อออนไลน์ แม้ขณะถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำจากการขยายผล พบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการสำคัญ คือ นายชเว บยองมิน อายุ 51 ปี ซึ่งถูกออกหมายแดงขององค์การตำรวจสากล ในข้อหาสมคบค้ายาเสพติด และทำหน้าที่ประสานงานในเครือข่ายดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีเข้ามากบดานอยู่ในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง พื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายค้น และเข้าจับกุมได้ภายในบ้านพักจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบประวัติการเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง เชื่อว่าใช้ช่องทางธรรมชาติลักลอบเข้ามาในไทย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย”พร้อมกันนี้ได้ตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือกว่า 10 เครื่อง และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รวมกว่า 20 รายการ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก โดยพบหลักฐานเชื่อมโยงการสั่งการค้ายาเสพติด โดยเฉพาะยาไอซ์จากประเทศฟิลิปปินส์เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า หลบหนีจากเกาหลีใต้ไปยังกัมพูชา ก่อนลักลอบเข้ามาในประเทศไทยและพักอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบข้อมูลดิจิทัลที่ตรวจยึดได้ พร้อมประสานทางการเกาหลีใต้เพื่อขยายผลเครือข่ายเพิ่มเติม รวมถึงดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และเตรียมประสานส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป.

  • ไม่เข็ดหลาบ! ตำรวจไซเบอร์รวบ “เก่ง ลายพราง” โปรโมตเว็บพนัน อ้างได้ค่าตอบแทนสูง เลยก่อเหตุซ้ำ

    ไม่เข็ดหลาบ! ตำรวจไซเบอร์รวบ “เก่ง ลายพราง” โปรโมตเว็บพนัน อ้างได้ค่าตอบแทนสูง เลยก่อเหตุซ้ำจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์กวดขันจับกุมความผิดที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ในทุกมิติ โดยเฉพาะเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ที่มีพฤติกรรมทำคอนเทนต์แฝงโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีโดยเฉพาะต่อเด็กและเยาวชนพ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้ส่งชุดสืบสวนตรวจสอบจนพบการกระทำความผิดของนายจิรายุ หรือ เก่ง ลายพราง อินฟลูเอนเซอร์ โดยมีพฤติการณ์เผยแพร่คลิปภาพเคลื่อนไหวของตนเอง พร้อมกล่าวชักชวนให้คนเข้าเล่นการพนัน ผ่านเว็บพนันออนไลน์จากการตรวจสอบประวัติยังพบอีกว่า เมื่อปี พ.ศ.2566 ตำรวจไซเบอร์เคยเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 3 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงราย จ.ปทุมธานี และ กทม. จนนำไปสู่การดำเนินคดี เก่ง ลายพราง จากการโพสต์คลิปวิดีโอโพรโมตเว็บไซต์พนันออนไลน์ กระทั่งถูกศาลตัดสินให้จำคุกมาแล้ว ซึ่งเคยปรากฎตามข่าวมาก่อนหน้านี้กระทั่ง วานนี้( 9 เม.ย. 69) "เก่ง ลายพราง" ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ตามหมายเรียกผู้ต้องหา ตำรวจจึงดำเนินคดีในความผิดฐาน “จัดให้มีการเล่นหรือโฆษณาชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ประชาชนเล่นการพนัน”เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพว่า ตนเองได้กระทำความผิดตามที่ตำรวจได้สืบสวนพบจริง โดยเป็นผู้จัดทำคลิปภาพเคลื่อนไหวเพื่อโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ตั้งแต่ก่อนจะถูกจำคุกครั้งที่แล้ว ส่วนสาเหตุที่กลับมาทำอีกเป็นเพราะได้รับค่าตอบแทนที่สูงจากผู้ว่าจ้าง ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกระบวนการของกฎหมายอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ว่าจ้าง รวมทั้งผู้ร่วมขบวนการในเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ดังกล่าวที่ผู้ต้องหาโปรโมตให้ เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งขบวนการต่อไปและเนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่เข็ดหลาบ…

  • รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงขยายผลการจับกุมแก๊งวัยรุ่นปราจีนบุรี ลักลอบขนยาเสพติดผ่านเรือเฟอร์รี่ ยึดยาเสพติด 1,970 กิโลกรัม

    รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขยายผลการจับกุมแก๊งวัยรุ่นปราจีนบุรี ลักลอบขนยาเสพติดผ่านเรือเฟอร์รี่ ยึดยาเสพติด 1,970 กิโลกรัมวันที่ 10 เมษายน 2569 ณ ท่าเรือแห่งหนึ่ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. แถลงผลยึดยายาไอซ์ 1,970 กิโลกรัม และรถ 2 คัน รวบผู้ต้องหาได้ 4 ราย อายุราวเพียง 25-37 ปี รวบได้ที่ท่าเรือย่านราษฎร์บูรณะ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานครสืบเนื่องมาจากฝ่ายสืบสวนด้านการกรองข่าวของ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มีขบวนการค้ายาเสพติดวัยรุ่นสร้างตัวที่ปราจีนบุรี ลักลอบขนยาเสพติดผ่านเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก ซึ่งปลายทางการขนส่งอยู่ที่เกาะสมุยด้านเจ้าหน้าจึงนำกำลังเข้าตรวจค้น จึงพบรถกะบะตู้ทึบ 2 ประตู และจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมของกลางในกระสอบปกปิดด้วยถุงสีดำ เป็นยาไอซ์ 1,970 กิโลกรัม ซึ่งการลำเลียงมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อมา นำมาพักไว้ที่ จ.เพชรบูรณ์ ก่อนมาพักที่ จ.ปราจีนบุรี และได้ขับรถมาที่ กรุงเทพฯ…