Category: อาชญากรรม
-
3 แม่ลูก “พรประภา” นอนคุก ศาลไม่ให้ประกันตัวคดีหุ้น MORE
ภาพไฮไลต์คดีหุ้น MORE ล่าสุด ศาลไม่อนุญาตประกันตัว 3 แม่ลูก ตระกูล “พรประภา” ชี้คดีมีมูลค่าความเสียหายสูง ซ้ำก่อนหน้าทั้ง 3 คนไม่ไปพบอัยการตามนัด เชื่อได้ว่าจะหลบหนีวันที่ 13 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และนางอรพินธุ์ พรประภา เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ หลังมีการประสานไปยังพนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่าจะเดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษด้วยตนเอง ภายในวันนี้จากนั้นพนักงานอัยการได้ควบคุมตัวทั้ง 3 ราย ส่งฟ้องต่อศาลอาญา โดยศาลพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งประทับรับฟ้องไว้พิจารณา หมายเลขดำ อ.67/2569 พร้อมทั้งสอบคำให้การจำเลยทั้งสามโดยอ่านและอธิบายฟ้องให้ฟังจนเข้าใจแล้วสอบถาม ปรากฏว่า จำเลยทั้งสามแถลงให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี ศาลจึงนัดพร้อมคู่ความเพื่อตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายวันที่ 16 มีนาคมนี้ เวลา 09.00 น.ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์คนละ 5 ล้านบาท ขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสามระหว่างการพิจารณาล่าสุด ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีของจำเลยทั้ง 3 แล้ว ขอให้ไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว เห็นว่า คดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอต่อการวินิจฉัยแล้ว จึงไม่จำต้องไต่สวน ส่วนที่จำเลยทั้ง 3…
-
ดีเอสไอแจงสาเหตุ ออกหมายจับ 3 ไฮโซตระกูล “พรประภา” คดีหุ้น MORE
ภาพไฮไลต์คดีหุ้น MORE ดีเอสไอขอหมายจับ “ไฮโซคิม” พร้อมคนในครอบครัว “พรประภา” รวม 3 คน พบย่องบวชที่วัดดัง แต่ไม่มีผล ล่าสุดยอมสึกแล้ว ประสาน ตม. สกัดเดินทางออกนอกประเทศจากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีการเงินธนาคารและการฟอกเงิน ได้ทำการสอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2566 ร่วมกับ บช.ก. กรณี สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ MORE และบริษัทหลักทรัพย์ร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกงกระทั่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ทางคดีมีพยานหลักฐานพอจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 42 ราย เนื่องจากพบพฤติการณ์ร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE อย่างต่อเนื่อง ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ทำการส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะทำให้สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด และเข้าข่ายทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ MORE อันเป็นความผิดฐานสร้างราคาหลักทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 244/3 (1) และ (2) ประกอบมาตรา 244/5 และมาตรา 244/6 รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 800…
-
อดีตเมีย พ.ต.ท. ร้อง ผบ.ตร. ลงโทษวินัยอดีตสามี ทิ้งลูก-เมีย คุกคาม แฉหลอกผู้หญิงมา 5 คน
อดีตเมีย พ.ต.ท. ร้องพฤติกรรมแบบนี้ ยังควรเป็นตำรวจอยู่มั้ย อวดลูกเป็นยูทูบเบอร์ดัง นอกใจ ไม่ปกป้องครอบครัว ทิ้งลูกทิ้งเมีย คุกคาม ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ช็อกแท้งลูก ทำเสียสิทธิ์การเป็นพลเมืองเดนมาร์ก แฉหลอกผู้หญิงมา 5 คนวันที่ 13 ม.ค.69 ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ น.ส ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้พา น.ส.ยุ้ย (นามสมมติ) มายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ ผบ.ตร.ให้ลงโทษทางวินัยร้ายแรงต่อการกระทำของนายตำรวจยศ “พ.ต.ท.” ตำแหน่งสารวัตรปราบปราม สังกัดตำรวจภูธรภาค 6น.ส.ยุ้ย กล่าวว่า เดิมทีตนเป็นพลเมืองอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก และเดินทางเข้าออกประเทศไทยกับประเทศเดนมาร์กอยู่ประจำ กระทั่งเมื่อปี 2562 ได้รู้จักกับนายตำรวจยศ “พ.ต.ท.” คนดังกล่าว โดยตนจะเดินทางไป-กลับ จ.พิษณุโลก กับประเทศเดนมาร์กอยู่เป็นประจำ และในทุกๆ ครั้งที่เดินทางมาพิษณุโลก นายตำรวจคนนี้ก็จะมาหาพูดคุยมาตามจีบ กระทั่งปี 2563 นายตำรวจได้แสดงตัวว่าเป็นคนดี รักครอบครัว อีกทั้งยังอวดลูกของตัวเองว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์คนดัง และมีความภาคภูมิใจในตัวลูกเป็นอย่างมาก ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่า ตนก็รู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกของนายตำรวจด้วย…
-
หายกร่าง! เปิดคลิปไหว้สวย ตร.ตามรวบครบ 6 พม่ารุมยำไรเดอร์คนไทยที่บางบ่อ
ตำรวจรวบครบ 6 เมียนมารุมทำร้ายไรเดอร์บางบ่อบาดเจ็บสาหัส 3 ราย หลังเขม่นบนถนนและรุมสกรัมที่หน้าร้านอาหาร พบหัวโจกยกมือไหว้ขอโทษ พร้อมเร่งตรวจสอบปมนอมินีเจ้าของร้านกรณีเดือดที่สังคมแห่ให้ความสนใจอย่างมาก หลังเกิดเหตุแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 6 คน โชว์พฤติกรรมเลือดร้อน ต้นเหตุจากขับรถล้ำเลนพอถูกบีบแตรเตือนกลับไม่พอใจ ขับปาดหน้าชูนิ้วกลางท้าทายให้ตามไปเคลียร์ถึงที่พอไรเดอร์ไปคุยดีๆ กลับถูกอีกฝ่ายยกพวกรุมสกรัม กระมั่งฝั่งของไรเดอร์ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย โดยมีการใช้อาวุธฟาดใส่รถจักรยานยนต์จนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่าน อ.บางบ่อ สมุทรปราการเหตุการณ์นี้รุนแรงถึงขั้นที่ต่อมา นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือ “เต้ อาชีวะ” นำทีมงานพร้อมกับบรรดาพี่น้องไรเดอร์อีกกว่า 100 ชีวิต ติดตามตัวผู้ก่อเหตุอุกฉกรรย์ชนิดเย้ยกฏหมายบ้านเราถึงขั้นที่เกิดความคับแค้นใจ รวมตัวกันเรียกร้องให้ตำรวจตรวจสอบร้านอาหารดังกล่าวว่า เจ้าของเป็นใครกันแน่ เพราะข้อมูลที่ได้มานั้นพบแรงงานคู่กรณีเป็นเจ้าของร้าน โดยใช้นอมินีเป็นคนไทยนอกจากนี้ยังพากันไปให้ข้อมูลที่ สภ.บางบ่อ พร้อมทั้งเร่งให้ทางเจ้าหน้าที่ติดตามตัวเมียนมาทั้ง 6 ราย มาดำเนินคดีตามกฎหมายทุกมิติที่พบความผิดแฟ้มภาพล่าสุด เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ท่านเปา” ได้เผยแพร่ภาพนาทีที่แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่ก่อเหตุครบทั้ง 6 คนมาสอบปากคำและแจ้งข้อหา โดยช่วงหนึ่งได้มีการเปิดคลิป 1 ใน 6 แรงงานที่เป็นหัวโจกยกมือไหว้ขอโทษคนไทย โดยพูดเป็นภาษาพม่าและมีล่ามช่วยแปลภาษา“หายกร่าง! เปิดคลิปไหว้สวย ตร.ตามรวบครบ 6 พม่ารุมยำไรเดอร์คนไทยที่บางบ่อ”…
-
ออกหมายจับ! พ่อเลี้ยง จับขาลูกวัย 2 ขวบทุ่มกับพื้นสาหัส ซ้ำตบตีเมีย
ออกหมายจับ พ่อเลี้ยงวัย 28 ปี จับขาลูกวัย 2 ขวบทุ่มกับพื้น กัดตามลำตัว อาการสาหัส ซ้ำตบตีเมีย ล่าสุดพบเพื่อนพาหลบหนี-ตร.เร่งล่าตัวออกหมายจับ พ่อเลี้ยงวัย 28 ปี จับขาลูกวัย 2 ขวบทุ่มกับพื้น กัดตามลำตัว อาการสาหัส ซ้ำตบตีเมีย ล่าสุดพบเพื่อนพาหลบหนี-ตร.เร่งล่าตัววันที่ 13 ม.ค.69 ความคืบหน้ากรณีโลกโซเชียลโพสต์คลิปเหตุการณ์สะเทือนใจเป็นเหตุการณ์ที่นายจักกฤษ์ หรือ นายมอส อายุ 28 ปี ทำร้ายลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบกับภรรยา บริเวณหน้าบ้าน เมื่อวันที่ 6 ม.ค.69 และทำร้ายต่อเนื่องในวันที่ 7 ม.ค.69 โดยจับขาลูกชายวัย 2ขวบทุ่มพื้น ตบหน้า และกัดตามตัวที่เถียงนาท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่นาของนายมอส ในพื้นที่บ้านสวนหม่อน หมู่ 1 ตำบลสวนหม่อน อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น จนได้รับบาดเจ็บหนัก ก่อนตามมาทำร้ายภรรยาอีกรอบ จนญาติๆต้องพาหนีไปหลบอยู่ที่อื่นก่อน เพื่อความปลอดภัย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.มัญจาคีรี…
-
เปิดวงจรปิดจับภาพชัด คนร้าย 6 คน แบกอาวุธ-ถังดับเพลิงวางระเบิดปั๊ม
เปิดวงจรปิด คนร้ายเป็นชาย 6 คน แบกอาวุธสงคราม-ถังดับเพลิงลูกละ 20 กิโลกรัม วางระเบิด เผาปั๊มน้ำมันเปิดวงจรปิด คนร้ายเป็นชาย 6 คน แบกอาวุธสงคราม-ถังดับเพลิงลูกละ 20 กิโลกรัม วางระเบิด เผาปั๊มน้ำมันความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิด สถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงปั๊ม ปตท. ซึ่งตั้งอยู่บ้านกวาลอซีรา ม.3 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก เมื่อคืนวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมาล่าสุดจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณประตูทางเข้าของปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง บันทึกพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุได้ จำนวน 6 คน แต่งกายชุดดำ และมีสมาชิกในกลุ่มถืออาวุธปืนสงครามเดินคุ้มกันตามมาด้วยโดย 4 ใน 6 คน แบกและอุ้มถังดับเพลิงที่ใช้เป็นภาชนะในการประกอบระเบิดแสวงเครื่อง มีน้ำหนักลูกละ 20 กิโลกรัมขณะที่กลุ่มคนร้ายเดินออกมาจากพุ่มไม้ใหญ่ตรงข้ามประตูทางเข้าของสถานีจำหน่ายน้ำมัน ได้พบกับเยาวชนซึ่งเป็นวัยรุ่นหญิงและชาย 1 กลุ่ม กำลังยืนพูดคุยกันหลังออกจากซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ ทำให้กลุ่มเยาวชนดังกล่าวรีบขึ้นนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐาน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพในกล้องวงจรปิดที่บันทึกกลุ่มคนร้ายเอาไว้ได้ ขณะเข้าก่อเหตุในลักษณะนี้ที่ปั๊มดังกล่าวเมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มที่เดียวกันที่มาร่วมก่อเหตุในครั้งนี้
-
แจงปม อัจฉริยะ แฉ ห้องกักสวนพลูปล่อย พงส.เบิกจีนเทา อ้างหมายจับโรงพัก
โฆษก ตม.แจงปม อัจฉริยะ แฉ ห้องกักสวนพลูปล่อย พงส.เบิกจีนเทา อ้างหมายจับโรงพัก ยันทำตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนชื่อที่เอ่ย ส่งกลับจีนแล้วสืบเนื่องจากกรณีปรากฎการเผยแพร่ข่าว ผ่าน ช่องทาง สังคมโซเชียล โดยนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ได้มีการนำเสนอว่ากระบวนการ การยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับคนต่างด้าวที่รอการส่งกลับในสถานกักตัวคนต่างด้าวโดยพนักงานสอบสวนในสังกัดตำรวจนครบาล และมีการเรียกรับผลประโยชน์ เป็นจำนวนเงินหลาย พันล้านบาท เพื่อไม่ให้คนต่างด้าวกลุ่มนี้ ถูกส่งกลับไปยังประเทศจีน โดยมีการร่วมมือกันหลายหน่วยงานทั้งกระบวนการยุติธรรม ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และเป็นเครื่องมือของกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน มีผู้เกี่ยวข้องได้แก่ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ ตม. และศาลกรณีดังกล่าวนั้น วันที่ 12 ม.ค.2569 พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติกุล โฆษก บก.สส.สตม. ได้ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวว่า เรื่องนี้ พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม.ได้ทราบเรื่อง และสั่ง ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะ ผู้ต้องกักสัญชาติจีน รายที่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดหน่วยงานอื่นนอก สตม. ได้นำหมายจับของศาล มาดำเนินการจับกุมคนต่างด้าวที่อยู่ระหว่างถูกกักรอการส่งกลับ ออกไปดำเนินคดีก่อนการส่งกลับซึ่งจากการตรวจสอบปัจจุบันมีจำนวนคนจีนที่รอการถูกส่งส่งกลับ ซึ่งถูกพนักงานสอบสวนจากหน่วยงานต่างๆ ขอรับตัวไปดำเนินคดีตามหมาย ตั้งแต่ ปี…
-
อุทาหรณ์แอปหาคู่จาก ‘วิศวกร ‘ กลายเป็น ‘พ่อค้าตลาดนัด’ ฉกพระเครื่อง-รูดบัตรฯ เสียหายครึ่งล้าน
สาววัย 43 สุดช้ำ เล่นแอปหาคู่เจอหนุ่มใหญ่อ้างตัวเป็น เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี แม่ค้าขายส่งลอตเตอรี่ นำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ หลังเล่นแอปหาคู่ แล้วโดนฝ่ายชายหลอกจนต้องสูญเงินและพระเครื่องชื่อดังเลี่ยมทอง อีก 9 องค์ ซึ่งเป็นของอดีตสามีที่เสียชีวิต รวมมูลค่าทรัพย์สินเกือบ 500,000 บาทน.ส.เอ เล่าทั้งน้ำตาว่า หลังจากสามีเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ตนก็อยากมีคู่ครองใหม่ที่ดีไว้ดูแลกันยามแก่เฒ่า เพราะรู้สึกว่าการอยู่คนเดียวมันก็เหงา จึงได้ลองเล่นแอปหาคู่ชื่อดัง จนเดือน ก.ค. 66 ได้เจอกับ นายชวลิต (สงวนนามสกุล) หรือ บอล อายุ 47 ปี ทักเข้ามาพูดคุย อ้างว่าเป็นวิศวกรจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง จึงตกลงพูดคุยและตัดสินใจคบหาสานสัมพันธ์กัน ซึ่งอีกฝ่ายคอยดูแลเอาใจใส่ตนมาตลอดจนกระทั่งอีกฝ่ายมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยเมื่อเดือน มิ.ย. 67…
-
ออกหมายจับผู้บริหาร ‘หงษ์ทอง’ ขายหวยเกินราคา เบี้ยวศาลอุทธรณ์
ศาลอาญาออกหมายจับผู้บริหาร 'หงษ์ทอง' คดีขายหวยเกินราคา เบี้ยวไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นัดอ่านอีกครั้ง 2 มี.ค. 6912 ม.ค. 2569 – ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณาคดี 608 ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีขายหวยเกินราคาหมายเลขดำอ.191/2566 ที่พนักงานอัยการสำนักงานเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท หงษ์ทอง ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 และ น.ส.กรกนก อนุกูลกิจชัย ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ ร่วมกันเป็นจำเลยที่1- 2 ในความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงโดยไม่ได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจแบบตรง และร่วมกันขายสลาก ในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 และฉบับที่ 3 พ.ศ.2560 พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 และฉบับที่ 2 พ.ศ.2562 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา 83,91 จำเลยให้การปฏิเสธคดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษปรับบริษัท หงษ์ทองฯ จำเลยที่ 1…
-
ย้อนคลิปสุดท้าย “ป้าพัน” ก๋วยเตี๋ยวเรือดัง ร้องเพลงวันเกิดชื่นมื่น ก่อนถูกลูกคลั่งยาฆ่าสลด
โลกโซเชียลแชร์คลิปบีบหัวใจขณะ “ป้าพัน” ร้องเพลงวันเกิดอย่างมีความสุข ก่อนเกิดเหตุสลดลูกชายแท้ ๆ คลุ้มคลั่งทำร้ายแม่จนเสียชีวิตและพยายามฆ่าตัวตายตามจากเหตุสะเทือนขวัญกรณี นางสุภาพรรณ์ หรือ ป้าพัน อายุ 64 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดังในจังหวัดเชียงราย ถูกนายภาคิน ลูกชายวัย 32 ปี ลงมือสังหารภายในบ้านพัก ล่าสุด ในโลกออนไลน์มีผู้ใช้บัญชี TikTok ชื่อ angrycatthailandv2 ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ขณะป้าพันกำลังร่วมฉลองวันเกิดให้กับคนในครอบครัว โดยป้าพันมีสีหน้ายิ้มแย้มและร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์อย่างมีความสุข ซึ่งคาดว่าเป็นภาพความทรงจำสุดท้ายก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดฝันตามที่ปรากฏในรายงานข่าวชมคลิปขอบคุณข้อมูลจาก : TikTok angrycatthailandv2ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย ระบุว่า ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงภายในร้านก๋วยเตี๋ยวเรือป้าพัน ตั้งอยู่ที่หมู่ 13 ถนนราษฎร์บำรุง ต.รอบเวียง เมื่อไปถึงพบว่าประตูด้านหน้าและด้านหลังถูกล็อกกุญแจจากด้านในอย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่ต้องประสานกู้ภัยนำกรรไกรตัดเหล็กมาตัดกุญแจเพื่อพังประตูเข้าไปเมื่อเข้าสู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่พบร่างป้าพันเสียชีวิตอยู่บนพื้น ส่วนใกล้กันพบนายภาคิน ผู้ก่อเหตุ ได้รับบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากพยายามปลิดชีพตัวเองเพื่อหนีความผิด อาสากู้ภัยจึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างเร่งด่วนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า นายภาคินเกิดอาการคลุ้มคลั่งจากการขาดยาเสพติด ร่วมกับอยู่ในภาวะมึนเมา จนขาดสติและก่อเหตุสลดต่อแม่ของตนเอง ขณะนี้ตำรวจได้อายัดตัวผู้ก่อเหตุไว้ที่โรงพยาบาล เพื่อรอให้อาการพ้นขีดอันตรายก่อนจะนำตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายเหตุการณ์นี้สร้างความเสียใจให้กับชาวเชียงรายและลูกค้าที่เคยไปใช้บริการเป็นอย่างมาก โดยต่างพากันโพสต์ข้อความร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของป้าพัน ซึ่งเป็นที่รักและคุ้นเคยของคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน@angrycatthailandv2 อาลัย ป้าพัน”เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือป้าพัน(เชียงราย) #ก๋วยเตี๋ยวเรือป้าพัน #ความรักจากแม่…