Category: อาชญากรรม
-
รวบ 2 หนุ่มจีนเหิมควงปืนชิงทองด่านเกวียน หนีข้ามจังหวัดเข้ากรุง คุมสอบเข้ม!
รวบแล้ว 2 โจรชิงทองร้านทองด่านเกวียน เมืองโคราช ที่เป็น 2 หนุ่มจีน หลังก่อเหตุหอบทองหนีเข้ากรุงเทพฯ สุดท้ายไม่รอด ตร.คุมสอบเข้มส่งดำเนินคดีเมื่อวันที่ 27 เม.ย. จากกรณีเหตุ 2 คนร้ายควงปืนบุกชิงทรัพย์ร้านทองภายในหมู่บ้านด่านเกวียน ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา โดยคนร้ายสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้ามิดชิดบุกเข้าก่อเหตุอย่างอุกอาจก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับทองคำจำนวนหนึ่งสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งจังหวัด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับตำรวจสืบสวนภูธรภาค 3 สนธิกำลังติดตามแกะรอยคนร้ายอย่างกระชั้นชิดกระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองรายได้สำเร็จ โดยจับกุมได้ภายในพื้นที่เขตประเวศ กรุงเทพฯ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นทองคำที่ชิงไปได้ทั้งหมดตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นยืนยันผู้ต้องหาคือ นายโจว ชินเทา (Mr. Zou Qintao) อายุ 27 ปี และ นายซ่ง เห่าหลง (Mr. Song Haolong) อายุ 18 ปี สัญชาติจีน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผลถึงเส้นทางการหลบหนีและมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุข้ามจังหวัดครั้งนี้ต่อไป
-
ด่วน! 2 ไอ้โม่งควงปืนบุกปล้นร้านทองเมืองโคราช ชิงทองไปอื้อ พลเมืองดีใจเด็ดขี่จยย.ตาม
ตำรวจ สภ.โชคชัย เร่งสกัดจับเก๋งยาริส สีขาว หลัง 2 คนร้ายสวมไอ้โม่งควงปืนบุกชิงทองร้านทองเยาวราชด่านเกวียน ใช้เวลา 2-3 นาที คว้าทองไปอื้อหลบหนี พลเมืองดีใจเด็ดขี่จยย. ตามกระชั้นชิดเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ร้อยตำรวจตรี พิเชษฐ์ วงษ์เขื่อนแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.โชคชัย ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชด่านเกวียน เลขที่ 321/1 ตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาล 1 บ้านด่านเกวียน ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เกิดเหตุพบร่องรอยความเสียหายบริเวณตู้โชว์ทอง จากการสอบถามพยานระบุว่า คนร้ายเป็นชาย 2 คน คนแรกรูปร่างท้วม สวมกางเกงขาสั้นและคลุมศีรษะด้วยหมวกไอ้โม่ง ส่วนอีกคนสวมเสื้อผ้าปกปิดมิดชิดทั้งร่างกาย ทั้งคู่บุกเข้าไปภายในร้านพร้อมอาวุธปืนไม่ทราบขนาด ก่อนใช้ของแข็งทุบกระจกตู้โชว์ทองจนแตกโดยกลุ่มคนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการเพียง 2-3 นาที ด้วยท่าทางนิ่งเฉยไม่รีบร้อน กวาดเอาแหวนทองคำไปได้ประมาณ 30-40 วง หรือประมาณ 2-3 กำมือ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นหลายแสนบาท ก่อนจะพากันเดินไปขึ้นรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ที่มีการปิดอำพรางป้ายทะเบียน แล้วเร่งเครื่องหลบหนีไปทางแยกโชคชัยทั้งนี้มีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ได้ขี่รถจักรยานยนต์ติดตามรถคนร้ายไปอย่างกระชั้นชิด พร้อมโทรศัพท์แจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบเป็นระยะ…
-
เปิดปากแล้ว! หนุ่มบิ๊กไบค์ ยอมรับสารภาพสิ้น ก่อนก่อเหตุสลด
จากรรณี เกิดความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ หนุ่มบิ๊กไบก์คลั่งใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่รถประชาชนบนถนนเลียบคันคลองพระยาบันลือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนเป็นเหตุให้ครูสาวน้ำดีเสียชีวิตต่อหน้าลูกน้อยจากรรณี เกิดความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ หนุ่มบิ๊กไบก์คลั่งใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่รถประชาชนบนถนนเลียบคันคลองพระยาบันลือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนเป็นเหตุให้ครูสาวน้ำดีเสียชีวิตต่อหน้าลูกน้อยล่าสุด วันที่ 27 เมษายน 2569 นายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอลาดบัวหลวง เปิดเผยผลการตรวจสอบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อซีแซด (CZ) ที่ใช้ก่อเหตุ พบว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องตั้งแต่ปี 2551 แต่ชื่อผู้ครอบครองตามใบอนุญาตกลับเป็นอดีตข้าราชการตำรวจรายหนึ่ง ซึ่งได้รับอนุญาตจากที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น โดยเป็นปืนที่จัดซื้อผ่านโครงการสวัสดิการตำรวจประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ อาวุธปืนที่มีทะเบียนถูกต้องแต่ ผิดมือ กระบอกนี้ ตกมาอยู่ในมือของผู้ก่อเหตุที่อาศัยอยู่ในจังหวัดปทุมธานีได้อย่างไรทางที่ว่าการอำเภอลาดบัวหลวง เตรียมทำหนังสือด่วนที่สุดประสานไปยังที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ เพื่อเร่งตรวจสอบไปยังเจ้าของปืนตัวจริงให้นำอาวุธมาแสดง หากพบว่าอาวุธปืนยังอยู่กับเจ้าของ อาจเข้าข่ายการสวมทะเบียนเลขหมาย แต่หากสูญหายไปก่อนหน้านี้ จะต้องตรวจสอบย้อนหลังว่ามีการแจ้งความและแจ้งนายทะเบียนตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่เนื่องจากอาวุธปืนเป็นทรัพย์สินอันตราย ผู้ครอบครองมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาไว้ในสถานที่ตามที่ระบุในทะเบียนบ้าน หากปล่อยปละละเลยจนถูกนำไปใช้ก่อเหตุอาชญากรรมร้ายแรง เจ้าของปืนเดิมอาจต้องร่วมรับผิดชอบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหายังคงให้การสับสนเนื่องจากฤทธิ์ยาเสพติด โดยเบื้องต้นยอมรับว่าเสพยาบ้ามา 6 เม็ด ก่อนขับรถออกจากที่พักในจังหวัดปทุมธานี เพื่อไปหาแฟนสาวที่จังหวัดสุพรรณบุรี และยังมียาบ้าอยู่ในครอบครองอีก 3 เม็ดขณะนี้ยังไม่มีญาติเดินทางมาติดต่อขอเยี่ยมผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนยืนยันว่าคดีนี้มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต จึงต้องมีทนายความร่วมรับฟังการสอบสวนอย่างเคร่งครัด ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยังต้องรอการประเมินความปลอดภัย…
-
กำนันโหด ใช้ศาลเตี้ย หนุ่มขโมยของ ปล่อยมดแดงกัด 4 ชม. โดน 2 ข้อหา
ตำรวจพัทลุงแจ้ง 2 ข้อหากำนัน ตั้งศาลเตี้ยบุกจับหนุ่มวัย 28 ปีมัดต้นไม้ ให้มดแดงกัดนาน 4 ชั่วโมง ญาติหวั่นข้อหาเบาไป ด้านผู้ก่อเหตุส่งคนขอเคลียร์คดีแต่ครอบครัวยันเอาเรื่องถึงที่สุดครอบครัวของนายสุเทพ อายุ 28 ปี ร้องเรียนขอความเป็นธรรมหลังกำนันตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง บุกเข้าไปจับตัวนายสุเทพถึงเตียงนอน กำนันใส่กุญแจมือไพล่หลังนายสุเทพ นำตัวไปมัดติดกับต้นมะม่วง ตบหน้า 2 ครั้ง เตะซ้ำอีก 1 ครั้ง จากนั้นนำมดแดงมาเคาะใส่ตัวนายสุเทพกำนันอ้างว่ามีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพนายสุเทพแอบขโมยตัวด้วงของชาวบ้าน กำนันทิ้งนายสุเทพให้ทรมานแบบนั้นนานกว่า 4 ชั่วโมง น้าสาวต้องไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจสถานีตำรวจภูธรศรีนครินทร์ตำรวจเข้ามาไขกุญแจมือช่วยเหลือนายสุเทพ ร่างกายมีรอยพองจากมดแดงกัดเต็มไปหมด ครอบครัวจึงเข้าแจ้งความเอาผิดกำนันวันนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากำนัน 2 ข้อหา คือบุกรุกเคหสถานกับทำร้ายร่างกายผู้อื่น แม่กับน้าสาวรู้สึกคาใจกับการทำคดี ทั้งสองคนมองว่าตำรวจตั้งข้อหาเบาเกินไป กำนันเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ครอบครัวกลัวกำนันจะเข้ามาข่มขู่ จึงอยากให้ตำรวจเพิ่มข้อหาให้หนักขึ้นยายของนายสุเทพให้ข้อมูลว่าหลานชายมีนิสัยชอบลักขโมยแอบเสพยาเสพติด ยายมองว่ากำนันทำไปเพื่อตักเตือนลูกหลานในฐานะคนดูแลความสงบ ตาของนายสุเทพก็พูดตรงกันว่าหลานนิสัยไม่ดีจริง กำนันเคยนำกล้องวงจรปิดมาให้ตาดู ภาพในกล้องมีแค่ถุงพลาสติกสีขาว ไม่มีภาพตอนนายสุเทพขโมยของนางอมรรัตน น้าสาวของนายสุเทพยืนยันว่าถึงหลานจะนิสัยไม่ดี แต่กำนันทำรุนแรงเกินเหตุ กำนันควรจับตัวส่งตำรวจแทนการใช้ศาลเตี้ย กำนันพยายามส่งคนมาเจรจาขอเคลียร์คดี แต่น้าสาวยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดนายสุเทพปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ขโมยตัวด้วงหรือเศษยางพาราของชาวบ้าน เขายอมรับว่าอดีตเคยทำตัวไม่ดี แต่หลังจากนี้เขาจะขอเวลา 1 เดือนเพื่อเลิกยาบ้าให้เด็ดขาด…
-
นาทีเดือด! ผัวครูสาวชกกำแพงระบายแค้น จี้ถาม ‘ทำไมไม่หยุดยิง’
นาทีเดือด! ผัวครูสาวชกกำแพงระบายแค้น จี้ถาม 'ทำไมไม่หยุดยิง' ทั้งที่รู้ว่ามีเด็กในรถนาทีเดือด! ผัวครูสาวชกกำแพงระบายแค้น จี้ถาม 'ทำไมไม่หยุดยิง' ทั้งที่รู้ว่ามีเด็กในรถเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 พ.ต.อ.ปริญญา ทองมา ผู้กำกับการ สภ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวนายศราวุธ เมืองจินดา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนกราดยิงประชาชน ออกจากห้องควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสืบสวนด้านหลังโรงพัก พร้อมประเมินสถานการณ์ในการพาตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนควบคุมตัวกลับเข้าห้องควบคุมตามเดิมระหว่างการสอบสวน ปรากฏว่า นายศักชัย แซ่เซียว อายุ 35 ปี สามีของครูสาวผู้เสียชีวิต พร้อมญาติ เดินทางมาเฝ้าดูตัวผู้ต้องหา ด้วยความโกรธแค้นอย่างหนัก ทันทีที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกมา นายศักชัย พยายามวิ่งเข้าทำร้าย เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวผู้ต้องหากลับเข้าไปในห้องสืบสวน พร้อมจัดกำลังเข้าระงับเหตุและกันตัวญาติผู้เสียหายออกห่างต่อมา เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกมาอีกครั้ง นายศักชัย ยังอยู่ในอารมณ์โกรธ ตะโกนด่าสาปแช่ง พร้อมชกกำแพงอย่างแรงเพื่อระบายความคับแค้น จนได้รับบาดเจ็บที่มือนายศักชัย เปิดเผยว่า ตนมาเฝ้าดูผู้ต้องหาตั้งแต่วันก่อน เพิ่งมีโอกาสได้เห็นหน้า ยอมรับว่ารู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก…
-
สะเทือนใจ! เผยที่มาของกลาง ชายคลั่งกราดยิงไม่เลือกหน้า ทำครูดับสลด
จากกรณี เหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จากกรณีชายขี่บิ๊กไบค์ประสบอุบัติเหตุล้ม ก่อนเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์บนท้องถนน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายจากกรณี เหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จากกรณีชายขี่บิ๊กไบค์ประสบอุบัติเหตุล้ม ก่อนเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์บนท้องถนน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ น.ส.ปภัสรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ข้าราชการครู โรงเรียนวัดสุคันธาราม (สุคันธวิทยาคาร) อ.วังน้อย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ นายวัลลพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว พร้อมของกลางยาบ้า 3 เม็ดความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 27 เมษายน นายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอลาดบัวหลวง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ พบเป็นปืนขนาด 9 มม.…
-
เตรียมฝากขัง! มือยิงกลางถนนอยุธยา สารภาพเสพยาบ้า 6 เม็ด ก่อนก่อเหตุ
เตรียมฝากขัง! มือยิงกลางถนนอยุธยา สารภาพเสพยาบ้า 6 เม็ด ก่อนก่อเหตุ เร่งตรวจสอบปม ผู้ครอบครองอาวุธปืนไม่ตรงกับผู้ต้องหาในคดีเตรียมฝากขัง! มือยิงกลางถนนอยุธยา สารภาพเสพยาบ้า 6 เม็ด ก่อนก่อเหตุ เร่งตรวจสอบปม ผู้ครอบครองอาวุธปืนไม่ตรงกับผู้ต้องหาในคดี(27 เม.ย. 2569) ตำรวจเตรียมนำตัว นายศราวุธ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงประชาชนกลางถนนในพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ฝากขังต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมแจ้งข้อหาหนักหลายกระทง ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น ยิงปืนในที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเสพยาบ้ามาก่อนก่อเหตุจำนวน 6 เม็ด และพบของกลางติดตัวอีก 3 เม็ด ขณะถูกจับกุม โดยยังอยู่ในอาการเซื่องซึมและให้การสับสนโดบบรรยากาศที่ สภ.ลาดบัวหลวง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด โดยยังไม่มีญาติเข้าเยี่ยมแต่อย่างใด พนักงานสอบสวนระบุว่า ขณะนี้มีพยานหลักฐานครบ ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพียงพอสำหรับดำเนินคดี ซึ่งคดีนี้มีโทษสูงสุดถึงขั้น…
-
เปิดใจทีมรถพยาบาล นาทีชาวบ้านล้อมทุบ-หินขว้าง ขวางย้ายสรีระ”ครูบาหยัด”
เปิดใจทีมรถพยาบาลสยาม! วินาทีชาวบ้านล้อมทุบ-หินขว้าง ยับกว่า 10 จุด ปมขวางย้ายสรีระ เปิดใจทีมรถพยาบาลสยาม! วินาทีชาวบ้านล้อมทุบ-หินขว้าง ยับกว่า 10 จุด ปมขวางย้ายสรีระ "ครูบาหยัด"เหตุการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง ยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดกรณีชาวบ้านรวมตัวคัดค้านการเคลื่อนย้ายสรีระของ พระครูวิธานพัฒนาภรณ์ หรือ “ครูบาหยัด อัคคเตโช” อดีตเจ้าอาวาสวัดแม่พริกบน จนบานปลายเป็นเหตุชุลมุนทีมข่าวได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่รถพยาบาลสยาม ซึ่งเข้าไปปฏิบัติภารกิจในวันดังกล่าว โดยระบุว่า ขณะขับรถตู้พยาบาลเข้าไปภายในวัด ได้วนหาที่จอดรถและกำลังจะถึงบริเวณลานจอดรถ แต่เพียงไม่นานก็มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมาก คาดว่าประมาณ 30-40 คน วิ่งเข้ามาล้อมรถไว้อย่างรวดเร็วแม้ในจุดเกิดเหตุจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมถึงปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยควบคุมสถานการณ์อยู่แล้ว แต่ไม่สามารถคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากชาวบ้านมีจำนวนมากและอยู่ในอารมณ์ตึงเครียดเจ้าหน้าที่เล่าว่า ชาวบ้านบางส่วนใช้มือทุบกระจกและล้อมรถไว้รอบคัน บางรายใช้ก้อนหินขว้างใส่ตัวรถและหลังคา ขณะที่ยังมีการใช้หนังสติ๊กยิงใส่รถพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถได้รับความเสียหายหลายจุด ทั้งรอยบุบ รอยขีดข่วน และแรงกระแทกรอบคัน โดยเฉพาะบริเวณหลังคาใกล้ชุดสัญญาณไฟฉุกเฉินจากการตรวจสอบพบว่า ตัวรถมีรอยเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 จุด จำเป็นต้องซ่อมสีใหม่ทั้งคัน รวมถึงติดสติ๊กเกอร์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยประเมินมูลค่าความเสียหายรวมอยู่ที่ประมาณ 50,000-60,000 บาทหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในรถเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นรวดเร็วและน่ากลัวมาก เสียงทุบกระจกและเสียงวัตถุกระแทกดังต่อเนื่องรอบคัน โชคดีที่ได้ล็อกประตูรถจากด้านในไว้…
-
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
27 เม.ย. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 21:30 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง จุดสำโรงเหนือ พอไปถึง พบนายตั้ม อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ใบหน้าหลายแห่ง กู้ภัยจึงช่วยเหลือปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงนายตั้ม เล่าว่า ถูกกลุ่มคนงานต่างด้าวรุมทำร้ายร่างกาย สาเหตุมาจากก่อนหน้านี้ในขณะที่ตนเองอาบน้ำอยู่ในห้องพัก โดยมีแฟนสาวอยู่ภายในห้อง มีคนมาเคาะเรียกหลายครั้ง ตนเองเปิดประตูออกมา ตอนแรกคิดว่าเพื่อนมาเคาะห้องเรียก แต่ไม่ใช่กลายเป็นคนงานเมียนมาที่ตนเองไม่รู้จัก จึงเตือนไปว่าอย่ามาเคาะห้องแบบนี้ ตนเองไม่ชอบ เพราะไม่รู้จักกันมาก่อน ก่อนผู้ก่อเหตุจะได้ควักมือเรียกให้ตนเองออกมาหา ซึ่งตนเองไม่ได้ออกไป หลังจากนั้นเขากลับไปตามเพื่อนมารวม 6 คน มารุมทำร้ายร่างกายตนเองจนมีชาวบ้านเข้ามาช่วยส่วนแฟนสาวของผู้บาดเจ็บ ยืนยันว่า ไม่รู้จักกับคนที่มาเคาะห้องแต่อย่างใด โดยสาเหตุคาดว่ามาจากความเมาของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเขาพาเพื่อนมาสมทบและคุยกันไม่รู้เรื่อง จนทำให้แฟนเกิดความโมโหและชกต่อยกัน แต่อีกฝั่งมากันหลายคนขณะที่ฝ่ายปกครองไปติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุบางส่วนได้ที่ซอยเทพารักษ์ 88 จึงควบคุมตัวได้มา 4…
-
ผบ.ตร. ชื่นชม 3 ตำรวจสุด ‘กล้าหาญ-เสียสละ’ จับคนร้ายจนตัวเจ็บ
ทำดีต้องชื่นชม! ผบ.ตร. ขอบคุณ 3 ตำรวจ เสียสละ กล้าหาญ เข้มแข็ง ปฏิบัติการจับกุมคนร้ายจนตัวเจ็บ สั่งดูแลเต็มที่ พร้อมสั่งตรวจสอบด่วนให้ความเป็นธรรมกรณีญาติชายต้องสงสัยมียาบ้าคาใจตำรวจตามสกัดจับเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แสดงความชื่นชมและขอบคุณในความเสียสละของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี, สภ.เมืองปทุมธานี และกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อปราบปรามผู้ที่มั่วสุมค้ายาเสพติด และมีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม เพื่อป้องกันภัยและดูแลความสงบเรียบร้อย จนได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ขณะเข้าจับกุมผู้กระทำความผิด แต่ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ต่อ แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริงโดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี โดย “ส.ต.ท.ฐิติวัฒน์ แก้วคำ” ผบ.หมู่ คฝ. กก.สืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมกำลังตำรวจเข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่มั่วสุมเสพยาเสพติด ระหว่างการเข้าปฏิบัติ ผู้ต้องหาได้พยายามหลบหนีและดึงประตูกระจกปิดเพื่อขัดขวางการทำงาน เป็นเหตุให้ประตูกระจกแตกและเศษกระจกบาดเข้าที่แขนซ้ายของ ส.ต.ท.ฐิติวัฒน์ แม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ด้วยความเข้มแข็งเหตุการณ์ที่สอง เกิดขึ้นในพื้นที่…