Category: อาชญากรรม
-
พบร่างหญิงสาว ถูกยิงเสียชีวิต ข้างรถยนต์ ริมถนนพหลโยธิน จ.สระบุรี
พบร่างหญิงสาว ถูกยิงเสียชีวิต ข้างรถยนต์ ริมถนนพหลโยธิน จ.สระบุรีวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 22.00 น. กู้ภัยสว่างรัตนตรัยสระบุรี รับแจ้งว่า เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืน บริเวณริมถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าลพบุรี ก่อนถึง ปั้ม ปตท.สามชายดาวเรือง ในพื้นที่เขตเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรีที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล สีขาว จอดอยู่ริมถนนทางซ้าย ใกล้กันพบร่างของ ผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง ลักษณะถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม. มีบาดแผลบริเวณ ศีรษะ 1 นัด และที่หน้าอก 1 นัด นอนเสียชีวิต จมกองเลือดอยู่ข้างรถยนต์ดังกล่าว โดยมีถังแกลอนน้ำมัน ตั้งอยู่ 1 อันประสาน ร้อยเวร สภ.เมืองสระบุรี พิสูจน์หลักฐานจังหวัดสระบุรี และแพทย์เวร รพ.สระบุรี ตรวจสอบในจุดเกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไปกู้ภัยสว่างรัตนตรัยสระบุรี
-
จิตใจทำด้วยอะไร? บุกแทง ยายวัย 76 ทะลุขั้วหัวใจดับคาบ้านพัก ร้องขอความช่วยเหลือจนสิ้นใจ
เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางหมู่บ้านใน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ หญิงวัย 76 ปี ถูกแทงด้วยของมีคมเสียชีวิตภายในบ้านพัก ลูกชายอ้างได้ยินเสียงร้องก่อนพบแม่จมกองเลือด ขณะที่ตำรวจเร่งเก็บหลักฐาน ตรวจดีเอ็นเอ และไล่เช็กกล้องวงจรปิดเพื่อคลี่คลายคดีเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน 2569 พ.ต.ท.ธีระพงศ์ โพธิ์นรินทร์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุมีหญิงสูงอายุถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีคมภายในบ้านพัก หมู่ 5 ต.ปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและคาดว่าเสียชีวิต จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วิชาญ กระจ่างโพธิ์ ผู้กำกับการ สภ.บ้านด่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว เลขที่ 142 พบกองเลือดจำนวนมากบริเวณหน้าบ้าน ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นางน้อย เทียมเมฆ อายุ 76 ปี เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลปราสาทได้นำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านด่านก่อนหน้านี้แล้ว แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบพบมีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมบริเวณหน้าอกและแผ่นหลังรวม 3 แผล โดยหนึ่งในบาดแผลเป็นแผลฉกรรจ์ส่งผลกระทบต่อหัวใจนายอ้วน แซ่อึ้ง…
-
ระทึกกลางที่ประชุม! คลั่งบุกยิงแสกหน้าผู้ใหญ่บ้านดับ ฉุนถูกค้านประกันตัว
(7 มิ.ย. 69) ร.ต.อ.วิชา หนูแป้นน้อย ร้อยเวร สภ.เมืองพัทลุง และ พ.ต.อ.สมปราชญ์ กรรณกานนท์ ผกก.สภ.เมืองพัทลุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันเสียชีวิตบริเวณศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 บ้านอ้ายน้อย ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุงบริเวณหลังโต๊ะประชุม เจ้าหน้าที่พบศพผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 อายุ 57 ปี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าที่บริเวณศีรษะทะลุท้ายทอยจำนวน 1 นัด ข้างศพพบไมโครโฟนและเอกสารตกอยู่ นอกจากนี้บนพื้นด้านหน้าโต๊ะประชุมยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด .45 (11 มม.) ตกอยู่ 1 ปลอกจากการสอบสวนชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุผู้ใหญ่บ้านกำลังดำเนินการประชุมหมู่บ้านตามวาระประจำเดือน โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านเข้าร่วมประชุมกว่า 50 คน ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องได้เดินถืออาวุธปืนเข้ามาทางด้านข้างศาลา ตรงดิ่งไปหาผู้ใหญ่บ้านแล้วลั่นไกใส่ทันที 1 นัด ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่ต้องวิ่งหนีตายกันอลหม่านหลังจากก่อเหตุเสร็จสิ้น ผู้ก่อเหตุได้พยายามวิ่งหนีออกจากศาลาหมู่บ้าน แต่จู่ๆ มีเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด ส่งผลให้กระสุนเจาะเข้าที่ไหล่ขวาทะลุด้านหลังของผู้ก่อเหตุต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปิดล้อมและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ…
-
น่ากลัวมาก! ประวัติพี่สาววัย 12 เสิร์ชถาม ก่อนลงมือกับ น้ององุ่น จนเสียชีวิต
จากกรณีการเสียชีวิตปริศนาของ น้ององุ่น อายุ 7 ขวบ ที่หายตัวไปจากบ้านเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 69 ก่อนจะถูกพบเป็นศพอยู่กลางสวนยาง ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 69จากกรณีการเสียชีวิตปริศนาของ น้ององุ่น อายุ 7 ขวบ ที่หายตัวไปจากบ้านเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 69 ก่อนจะถูกพบเป็นศพอยู่กลางสวนยาง ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 69 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังตำรวจจากชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 รวมถึงเจ้าหน้าที่กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายแป๊ะ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าชาย และเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ)…
-
สาว 24 คิดสั้นเครียดหนักเรื่องส่วนตัว – ซึมเศร้า
ตร.-กู้ภัยตราด บุกช่วยสาวน่าน กินยากว่า 10 เม็ดหวังฆ่าตัวตาย คาดเหตุเรื่องส่วนตัว,ตรวจห้องพักพบยาซึมเศร้ากองทิชชูซับน้ำตาจำนวนมาก มีประวัติใช้มีดแทงตัวเองมาแล้ว7 มิ.ย.2569 – ศูนย์เหตุ 191 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับแจ้งมีเหตุหญิงสาวกินฆ่าตัวตายภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในตำบลหนองเสม็ด อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งได้ประสานตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองตราด เดินทางไปที่เกิดเหตุทันที โดยมีกำลังอาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ สนับสนุนที่เกิดเหตุเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงได้ขอให้ผู้แลห้องเช่า ช่วยเหลือประตูห้องเช่าให้ เนื่องจากประตูถูกล็อกอยู่ด้านใน ไม่นานก็สามารถเปิดประตูเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวได้สำเร็จ เบื้องต้นมีอายุ 24 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดน่าน ระหว่างตำรวจสอบถามสาเหตุและที่มาที่ไป หญิงสาว มีอาการร้องไห้เสียใจอย่างหนัก ตัวสั่นทั้งตัว และไม่ยอมรับว่ากินยาเกินขนาดแต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ในห้องทั้งหมด พบสุนัขจำนวน 2 ตัว ไอแพดที่กำลังเปิดเพลงอยู่พร้อมกับกองกระดาษทิชชูที่เต็มไปด้วยน้ำตา และยารักษาจำนวนมากทั้งโรคประจำตัวและซึมเศร้า ทำให้เจ้าหน้าที่พยายามเกลี่ยกล่อมเพื่อให้หญิงสาวรายนี้ไปตรวจเช็ครักษาตัวที่โรงพยาบาล นานกว่า 15 นาที จึงยินยอมให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลพระปิยมหาราชผู้ดูแลห้องเช่า ระบุว่า หลังจากทราบเรื่องจากกูัภัย จึงรีบนำกุญแจมาไขประตูห้อง ซึ่งระหว่างนั้นพบว่าหน้าต่างห้องเปิดอยู่เล็กน้อยแล้ว เมื่อเห็นหญิงสาวยังอยู่ในอาการสงบ จึงถอยออกมาและปล่อยให้จนท. ดำเนินการต่อด้านนายอรรถพล ไลวลักษณ์ หัวหน้าชุดเมืองตราด อาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งเพื่อนหญิงสาวรายนี้เช่นกัน…
-
ช็อก! พี่สาววัย 12 เสิร์ชบทลงโทษก่อนลงมือฆ่า “น้ององุ่น” พ่อแฉวันแรกฆาตกรยังนอนเนียนที่วัด
คดีพลิกสลด! พ่อรับศพ “น้ององุ่น” 7 ขวบ หลังถูกพี่สาววัย 12 และน้าชายร่วมฆ่าอำพรางศพปมแย่งมือถือ ตะลึงพบประวัติพี่สาวโพสต์ถามข้อกฎหมายก่อนลงมือฆ่า พ่อแฉวันแรกหลังเกิดเหตุ ทั้งคู่ยังทำเนียนไปนอนเล่นที่วัดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากกรณีการเสียชีวิตปริศนาของ “น้ององุ่น” อายุ 7 ขวบ ที่หายตัวไปจากบ้านเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 69 ก่อนจะถูกพบเป็นศพอยู่กลางสวนยาง ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 69 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังตำรวจจากชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 รวมถึงเจ้าหน้าที่กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายแป๊ะ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าชาย และเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ขวบ พี่สาวของน้ององุ่น ผู้ก่อเหตุลงมือก่อเหตุ โดยเด็กหญิงเอให้การรับสารภาพว่า ได้มีปากเสียงทะเลาะกับน้อง ก่อนใช้ถุงกระสอบข้าวสารคลุมศีรษะ และบีบคอจนเสียชีวิต…
-
ระดมค้นหาชาวกะเหรี่ยงพิการ ถูกหลานอุ้มไปไว้กลาง “ป่าแก่งกระจาน”
วันนี้ (7 มิ.ย.2569) นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายบุญทรง ลาเดาะ และนายหน่อแอะ มีมิ ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ลักลอบเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยในส่วนของนายบุญทรงได้เดินทางกลับออกจากป่าแล้วแต่สำหรับ นายหน่อแอะ มีมิ ซึ่งเป็นผู้พิการไม่สามารถเดินได้ มีรายงานว่า ถูกหลานชาย 3 คน ประกอบด้วย นายแยแย มีมิ, นายพ้าจอเด้ ทู้บุ และนายไพรัช รักจงเจริญ ร่วมกันแบกขึ้นหลัง พร้อมเสบียงข้าวสาร 15 กิโลกรัม นำไปส่งทิ้งไว้ บริเวณบ้านบางกลอยบน ในป่าต้นน้ำ ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.2569 และยังไม่กลับลงมาจนเป็นที่วิตกกังวลของหลายฝ่าย ระดมค้นหาชาวกะเหรี่ยงพิการ ถูกหลานอุ้มไปไว้กลาง “ป่าแก่งกระจาน ระดมค้นหาชาวกะเหรี่ยงพิการ ถูกหลานอุ้มไปไว้กลาง “ป่าแก่งกระจานสำหรับปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของ 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ฝ่ายปกครองอำเภอแก่งกระจาน ตำรวจตระเวนชายแดน 144 ทหารฉก.ทัพพระยาเสือ…
-
ลูกบ้านเดือดชกหน้าผู้ใหญ่บ้านปากแตก ปมไม่พอใจการทำงาน
เปิดศึกกลางหมู่บ้าน! ลูกบ้านด่าทำงานชุ่ย-ประเดิมหมัดแรก เจอผู้ใหญ่บ้านสวนคืนหน้าหงายเปิดศึกกลางหมู่บ้าน! ลูกบ้านด่าทำงานชุ่ย-ประเดิมหมัดแรก เจอผู้ใหญ่บ้านสวนคืนหน้าหงายเหตุกาณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่ง ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยก่อนเกิดเหตุมีการโต้เถียงกันระหว่างลูกบ้านคนหนึ่งกับผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งลูกบ้านกล่าวหาผู้ใหญ่บ้านไม่สนใจดูแลงานส่วนรวมของหมู่บ้าน แต่ผู้ใหญ่ตอบโต้ลูกบ้านให้ไปดูสิ่งที่สาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้าน ที่ชำรุดเสียหายผู้ใหญ่ ก็ประสานส่วนที่เกี่ยวข้องแก้ไขให้แล้วแต่ลูกบ้านไม่พอใจ จึงใช้กำปั้นชกใบหน้าผู้ใหญ่บ้านไป 1 หมัด ถูกปากผู้ใหญ่บ้านแตก ผู้ใหญ่บ้านทำใจเย็น พอสบโอกาส จึงกำหมัดชกหน้าลูกบ้านหงายหลัง ทำให้ปืนพกที่อยู่กับเอวผู้ใหญ่บ้านล่วงหล่นลงกับพื้น ลูกบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ช่วยกันห้ามปราม แต่ทั้งคู่ก็ยังโต้เถียงกันต่อ ระหว่างนั้นผู้ใหญ่บ้านสบโอกาสจึงกำหมัดชกหน้าลูกบ้านไปอีก 1 หมัด จนลูกบ้านเซล้มลง จากนั้นผู้ใหญ่จึงใช้เท้าเตะเสยคางลูกบ้านไปอีก 1 ครั้ง ลูกบ้านต้องช่วยกันชุลมุนเพื่อไม่ให้เหตุบานปลาย และให้ผู้บ้านกลับบ้านไปก่อนลูกบ้านอีกคน เปิดเผยว่า ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวขับขี่รถจักรยานยนต์มาหาตนเองที่บ้าน แต่ขณะนั้นตนเองไม่อยู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านจึงมาพบเจอกับภรรยาของตน และถามหาว่าตนเองอยู่ไหน ซึ่งภรรยาตนเองบอกไปสวนยาง พร้อมกับบอกว่ามีธุระอะไรฝากไว้ก็ได้ แต่ผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่า อยากเจอตัวมากกว่า เพราะปากดี จะเอาลูกปืนยิงใส่ปาก และก่อนที่ผู้บ้านจะกลับไปได้โยนอาวุธปืน ใส่ตระกล้าหน้ารถจักรยานยนต์ ให้ภรรยาตนเองพบเห็นปืน ซึ่งถือเป็นการข่มขู่ทางด้านพันตำรวจเอกปราโมทย์ คงคาลัย ผู้กำกับการ สภ.บ้านค่าย ให้ข้อมูลว่า ผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้าน ต่างฝ่ายมาแจ้งความ ซึ่งสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ใหญ่บ้าน…
-
จเรตำรวจ แจงปม สุ่มตรวจราชการ สภ.เสม็ด กลางดึก ยันผู้ตรวจไม่ต้องแต่งเครื่องแบบ
ภาพไฮไลต์สำนักงานจเรตำรวจ ชี้แจงกรณี สุ่มตรวจราชการ สภ.เสม็ด ยืนยันดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าและผู้ตรวจไม่ต้องแต่งเครื่องแบบแต่อย่างใด เพื่อให้ทราบการบริการประชาชนที่แท้จริงพ.ต.อ.จตุรวิทย์ คชน่วม รองโฆษกสำนักงานจเรตำรวจ เปิดเผยกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพการสุ่มตรวจราชการในพื้นที่ สภ.เสม็ด จังหวัดชลบุรี ซึ่งก่อให้เกิดข้อสงสัยในสังคมเกี่ยวกับความเหมาะสมของการแต่งกายของผู้ตรวจราชการ ว่า สำนักงานจเรตำรวจรับทราบข้อกังวลดังกล่าว และพร้อมน้อมรับทุกความคิดเห็นด้วยความเคารพทั้งนี้ การสุ่มตรวจราชการเป็นภารกิจที่ดำเนินการตามระเบียบและอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสามารถเข้าตรวจราชการได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และสามารถแต่งกายด้วยชุดสุภาพ ชุดสายลับ หรือปลอมตัวได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้สามารถเข้าถึงสภาพการปฏิบัติงานจริง รวมถึงประเมินการให้บริการประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจับผิด หรือสร้างภาระแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม สำนักงานจเรตำรวจตระหนักดีว่า แม้การดำเนินการจะเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมายที่กำหนด แต่ความถูกต้องเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากยังไม่สามารถสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นแก่ประชาชนได้ จึงพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติ รวมถึงการสื่อสารต่อสาธารณะให้มีความเหมาะสมและชัดเจนยิ่งขึ้นรองโฆษกสำนักงานจเรตำรวจ กล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจราชการทุกครั้งมีเป้าหมายสำคัญในการสนับสนุน พัฒนา และยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของหน่วยงานตำรวจ เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่มีคุณภาพสูงสุด ไม่ใช่การมุ่งจับผิดหรือสร้างความกดดันแก่ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจเรตำรวจขอยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ พร้อมเปิดรับฟังทุกเสียงสะท้อนจากสังคม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์กรตำรวจอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรตำรวจในระยะยาวทั้งนี้ สำนักงานจเรตำรวจยังคงยึดหลัก “การตรวจสอบที่ดี ไม่ใช่การจับผิด แต่คือการร่วมกันพัฒนา เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดีที่สุด” ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น “ตำรวจมืออาชีพ เพื่อประชาชน”ขณะเดียวกันเพจเฟซบุ๊ก สภ.เสม็ด ได้มีการโพสต์ข้อความ ระบุว่า…
-
ไฟไหม้รถกระโดดหนีแทบไม่ทัน เจ้าของบอกเพิ่งซ่อมหลังน้ำท่วม
(6 มิ.ย. 69) ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ บริเวณถนนพัทยาสายสาม แยกสื่อสารพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเมืองพัทยา พร้อมรถดับเพลิง 1 คัน รีบรุดไปตรวจสอบ.เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก มีเปลวเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณไม่ถึง 10 นาที จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ แต่รถได้รับความเสียหายทั้งคัน เหลือเพียงโครงสร้างเหล็กเท่านั้น เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกิดขึ้นบนเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น รถที่สัญจรผ่านต้องชะลอตัว ส่งผลให้การจราจรติดขัดชั่วคราว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเร่งอำนวยความสะดวกและเคลื่อนย้ายซากรถออกจากพื้นที่.จากการสอบถามเจ้าของรถ ซึ่งเป็นหญิงไทยอายุประมาณ 40-50 ปี และไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ ให้ข้อมูลว่า รถคันดังกล่าวเคยถูกน้ำท่วมและเพิ่งนำไปซ่อม โดยมีการเปลี่ยนหัวเทียนและแบตเตอรี่ใหม่ ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถมาตามถนนพัทยาสายสามเพื่อมุ่งหน้าออกจากพื้นที่ ระหว่างทางมีผู้ขับขี่รถที่ตามหลังมาตะโกนแจ้งว่ารถของตนมีไฟลุกไหม้ เมื่อได้ยินเสียงเตือน จึงรีบกระโดดลงจากรถ และรีบทิ้งรถวิ่งหนีออกมาเพื่อความปลอดภัย จากนั้นเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว จนรถทั้งคันถูกไฟเผาไหม้วอดต่อหน้าต่อตา.เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้บันทึกภาพและตรวจสอบที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมอยู่ระหว่างประสานผู้เกี่ยวข้องและตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้