Category: อาชญากรรม
-
“แต่งตั้ง ผบ.ตร.” มี “กฎหมายแม่บท” นำทาง แต่ “กติการอง” ยังตามไม่ทัน
การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. คนใหม่ แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.คนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุราชการ ในเดือน ก.ย.นี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค.นี้ และที่ผ่านมาผู้พิจารณาคือ คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ตร. มักยืนยันว่า ผู้ที่มาเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ จะเป็นคนที่เป็นอาวุโสตามลำดับชั้น เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ที่จะมานำพาองค์กรแห่งนี้ได้พ.ต.ท.ดร.ปรัชญ์ชา กระมลนิติธรรม สารวัตรกลุ่มงานคดีปกครอง กองคดีปกครองและคดีแพ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โพสต์บทความบนเพจ Dr.Chalaw Talk ถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่จะมีขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ระบุว่าแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบบความอาวุโส คือ ทางเลือกที่ถูกต้องเป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมายตาม พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และกฎหมายปกครองเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นหน่วยงานรูปแบบพิเศษที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง และมี พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 เป็นกฎหมายเฉพาะ (Specific Law) สามารถนำมาวิเคราะห์โครงสร้าง ปัญหา และแนวทางพัฒนาระบบคำสั่งทางปกครองในงานบุคคลของ ตร. ได้ 4…
-
นาทีบุกช่วย! นักศึกษา 19 ปี ถูกหลอก จัดฉากถูกควบคุมตัว เรียกค่าไถ่ตัวจากผู้ปกครอง สูญเกือบ 1 ล้านบาท
ศูนย์ ACSC ช่วยเหลือนักศึกษา 19 ปี ถูกมิจฉาชีพหลอกจัดฉากถูกควบคุมตัว เรียกเงินผู้ปกครองกว่า 9 แสนบาท พร้อมย้ำเตือนกลโกงล่าสุด และวิธีป้องกันตัวจากสายด่วน 1441เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี เข้าให้ความช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง วัย 19 ปี ซึ่งตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นักศึกษาคนดังกล่าวถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้จัดฉากการถูกควบคุมตัวและกักขังตนเองภายในห้องพักโรงแรม พร้อมบังคับให้ถ่ายคลิปวิดีโอส่งให้ผู้ปกครอง เพื่อทำการเรียกค่าไถ่ โดยทันทีที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงห้องพัก นักศึกษาอยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรง ตัวสั่น และร้องไห้อย่างหนัก พร้อมสอบถามย้ำว่าเจ้าหน้าที่เป็นตำรวจจริงหรือไม่ และมาช่วยพวกเขาจริงหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามปลอบประโลมจนนักศึกษามีอาการสงบลงภายหลัง เจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้ปกครองให้มารับตัวนักศึกษากลับ พร้อมทั้งอธิบายถึงกลโกงของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว และแนะนำขั้นตอนการแจ้งความเพื่อให้เข้าพบพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยกรณีนี้มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 9 แสนบาทศูนย์ ACSC ยังได้เปิดเผยข้อมูลจากการช่วยเหลือผู้เสียหายในช่วงที่ผ่านมาว่า กลุ่มนักเรียนและนักศึกษามักตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ โดยมีรูปแบบการหลอกลวงที่คล้ายคลึงกัน คือ มิจฉาชีพจะโทรศัพท์ไปอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีความ ก่อนจะหลอกลวงให้แอดไลน์ปลอม จากนั้นจะควบคุมการกระทำของเด็กผ่านการวิดีโอคอล บังคับให้เด็กออกจากบ้านไปเปิดห้องเช่าอยู่คนเดียว และจัดฉากว่าตนเองถูกทำร้าย พร้อมสร้างเรื่องราวและบทพูดให้โทรศัพท์หลอกลวงผู้ปกครองให้โอนเงิน ก่อนจะนำไปสู่การเรียก ‘ค่าไถ่ทิพย์’ จากผู้ปกครองในที่สุด ซึ่งในแต่ละกรณีพบว่ามีความเสียหายสูงถึงหลักล้านบาทศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)…
-
ยกฟ้อง! ศาลอาญา พิพากษา “แอม ไซยาไนด์” พ้นผิดคดีวางยา “พี่น้อย” แม่ค้าขายผัก
ยกฟ้อง! ศาลอาญา พิพากษา “แอม ไซยาไนด์” พ้นผิดคดีวางยา “พี่น้อย” แม่ค้าขายผัก เหตุพยานหลักฐานไม่เชื่อมโยงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า ที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแอมไซยาไนด์คดีที่ 5 หมายเลขดำ อ.857/2568 ที่พนักงานอัยกาฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนางสรารัตน์ อายุ 39 ปี หรือ "แอม ไซยาไนด์" เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯโจทก์ฟ้องว่า จำเลยใส่สารพิษไซยาไนด์ลงในอาหารเพื่อมีเจตนาฆ่า นางรสจรินทร์ หรือ พี่น้อย แม่ค้าผัก ผู้ตาย โดยมีมูลเหตุมาจากการที่จำเลยต้องการฆ่าล้างหนี้ที่จำเลยยืมเงินผู้ตายจำนวน 60,000 บาท และให้สามีของผู้ตายชดใช้หนี้ในมูลค่าที่สูงกว่าที่ยืมไป ด้วยการผสมไซยาไนด์ลงในสลัดผัก ผู้ตายนำมากิน ก่อนเป็นลมชัก และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลจำเลยให้การปฏิเสธศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สืบเนื่องจากการมีการเสียชีวิตหลายราย ที่จำเลยเกี่ยวข้องด้วยการวางยาไซยาไนด์ ในช่วงเดือนมีนาคม 2566 ทำให้สามีของผู้เสียชีวิตสงสัยว่า จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนางรสจรินทร์ ภรรยา เมื่อช่วงปี 2565 สามีของผู้ตายจึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับจำเลยกล่าวหาว่า เจตนาฆ่าผู้ตายโดยปลอมปนสารไซยาไนด์ลงไปในสลัดผัก…
-
ศาลยกฟ้อง แอม ไซยาไนด์ คดีวางยา แม่ค้าขายผัก
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีคำพิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์ คดีที่ 5 ซึ่งพนักงเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีคำพิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์ คดีที่ 5 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางสรารัตน์ หรือ "แอม ไซยาไนด์" อายุ 39 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนคดีนี้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ นางรสจรินทร์ หรือ "พี่น้อย" แม่ค้าขายผัก โดยอัยการระบุว่า จำเลยนำสารไซยาไนด์ผสมในสลัดผักให้ผู้ตายรับประทาน เพื่อหวังฆ่าล้างหนี้จำนวน 60,000 บาท ก่อนที่ผู้ตายจะเกิดอาการชักและเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า แม้คดีจะเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเสียชีวิตหลายรายที่มีชื่อของจำเลยเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่หลักฐานในคดีนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า ผู้ตายเสียชีวิตจากการได้รับสารไซยาไนด์แพทย์ผู้รักษาให้การเพียงว่า ผู้ตายมีภาวะเลือดเป็นกรด ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อรุนแรงหรือได้รับสารพิษ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสารไซยาไนด์ หรือระบุได้ว่าสารพิษเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใด จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะชี้ว่าจำเลยเป็นผู้วางยานอกจากนี้ พยานซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้ตาย แม้จะยืนยันว่าเคยเห็นจำเลยนำสลัดผักมาให้ผู้ตายรับประทาน แต่เมื่อถูกทนายฝ่ายจำเลยซักค้าน ก็ไม่สามารถระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ของจำเลยได้…
-
ด่วน! ศาลอาญาสั่งยกฟ้อง “แอม ไซยาไนด์” พ้นผิดคดีพี่น้อยดับปริศนา
ด่วน! ศาลอาญาพิพากษาสั่งยกฟ้อง ด่วน! ศาลอาญาพิพากษาสั่งยกฟ้อง "แอม ไซยาไนด์" พ้นผิดคดีที่ 5 ฆ่าพี่น้อย แม่ค้าผักดับปริศนา ชี้พยานหลักฐานไม่เชื่อมโยง ปมวางยาฆ่าล้างหนี้เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ก.ค. 69 ที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ในศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีแอมไซยาไนด์คดีที่ 5 หมายเลขดำ อ.857/2568 ที่พนักงานอัยกาฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นาง สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ อายุ 39 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯโจทก์ฟ้องว่า จำเลยใส่สารพิษไซยาไนด์ลงในอาหาร เพื่อมีเจตนาฆ่า นางรสจรินทร์ นิลน้อย หรือ พี่น้อย แม่ค้าผักผู้ตาย โดยมีมูลเหตุมาจากการที่จำเลยต้องการฆ่าล้างหนี้ที่จำเลยยืมเงินผู้ตายจำนวน 60,000 บาท และให้สามีของผู้ตายชดใช้หนี้ในมูลค่าที่สูงกว่าที่ยืมไป ด้วยการผสมไซยาไนด์ลงในสลัดผัก ผู้ตายนำมากิน ก่อนเป็นลมชัก และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สืบเนื่องจากการมีการเสียชีวิตหลายรายที่จำเลยเกี่ยวข้องด้วยการวางยาไซยาไนด์…
-
‘บิ๊กราญ’ ส่ง ‘พล.ต.ท.นพศิลป์’ บุกเชียงใหม่ ลุยค้น 18 จุด ทลายแก๊งนอมินี ยึดทรัพย์กว่า 633 ล้าน
‘บิ๊กราญ’ สั่งลุยต่อเนื่อง ‘พล.ต.ท.นพศิลป์’ สนธิกำลังกว่า 250 นาย บุกค้น 18 จุด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มูลค่าความเสียหาย 633 ล้านบาท20 ก.ค.2569-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจสืบภาค 5 , ตำรวจสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ , เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน กว่า 250 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 5” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นำหมายค้น 18 จุด 31 คดี มูลค่าความเสียหาย 633 ล้านบาทพล.ต.อ.สำราญ…
-
K9 สหรัฐฯ โชว์ผลงานจมูกไว สกัดกระเป๋าขนเสบียงจากไทย ยึดของได้อื้อ
K9 สหรัฐฯ โชว์ผลงานจมูกไว สกัดกระเป๋าขนเสบียงจากไทย ยึดหมูยอ-ฮอทดอก-มะม่วง-หน่อไม้-หน่อกล้วย อึ้งเจอตัวเงินตัวทองหลายกิโลK9 สหรัฐฯ โชว์ผลงานจมูกไว สกัดกระเป๋าขนเสบียงจากไทย ยึดหมูยอ-ฮอทดอก-มะม่วง-หน่อไม้-หน่อกล้วย อึ้งเจอตัวเงินตัวทองหลายกิโลวันที่ 21 ก.ค. 69 เฟซบุ๊ก CBP Office of Field Operations ของ สำนักงานปฏิบัติการภาคสนาม CBP ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งในกรุงวอชิงตัน ดีซี โพสต์ภาพสุนัขตำรวจ K9 พร้อมของกลาง หลังตรวจค้นพบสิ่งของผิดกฎหมายจากกระเป๋าเดินทางมาจากประเทศไทยโดยข้อความระบุว่า “ถ้าคุณเจอของทั้งหมดนี้ในกระเป๋าเดินทาง คุณคงจะมีความสุขแบบนี้ใช่ไหม? สุนัขตำรวจ K9 ชื่อเมซี่ ของ CBP ลอสแอนเจลิส ตรวจพบกระเป๋าจากประเทศไทยที่มีเนื้อสัตว์ 50 ปอนด์ หรือประมาณ 22 กิโลกรัม ทั้งหมูยอ ฮอทดอก รวมถึงเนื้อดิบ, มะม่วง 33 ปอนด์, กระเทียม, หน่อไม้ และหน่อกล้วย หน่วยงานบริการปลาและสัตว์ป่าแห่งสหรัฐอเมริกาได้ยึด ตัวเงินตัวทองหนัก 16…
-
หนุ่มหอบพระขึ้นห้างหวังหาค่ารักษามะเร็งให้ยายแต่ผิดหวัง หันไปกระชากทอง
หนุ่มหอบพระขึ้นห้างหวังหาค่ารักษามะเร็งให้ยายแต่ผิดหวัง หันไปก่อเหตุกระชากสร้อยคอ 10 บาท จากร้านขายทองแทนหนุ่มหอบพระขึ้นห้างหวังหาค่ารักษามะเร็งให้ยายแต่ผิดหวัง หันไปก่อเหตุกระชากสร้อยคอ 10 บาท จากร้านขายทองแทนวันที่ 20 ก.ค.69 เมื่อเวลา 18.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี รับแจ้งจากห้างแห่งหนึ่ง ย่านถนนงามวงศ์วาน ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี มีเหตุคนร้ายเข้าไปก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ร้านขายทองรูปพรรณ ที่บริเวณชั้น 1 ของห้าง แต่ถูกทาง รปภ.ของห้าง ไล่จับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุเอาไว้ได้ หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ รปภ.ของห้างซึ่งควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ ทราบชื่อคนร้ายคือนาย พงศ์กร อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ พร้อมของกลาง สร้อยคอรูปพรรณทองคำน้ำหนัก 10 บาท ถูกกระชากขาดเป็น 2 เส้น จึงควบคุมตัวคนร้ายมาทำการสอบสวนต่อที่โรงพักจากการภาพกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ นายพงศ์กร ผู้ต้องหา ซึ่งสวมเสื้อดำสะพายกระเป๋าเข้าไปก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำจากร้านขายทอง ก่อนวิ่งหลบหนีไปทางประตูด้านหลังห้าง โดยมีพนักงานร้านขายทองสวมเสื้อสีฟ้า วิ่งไล่ตามคนร้ายไป ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ รปภ.ห้าง ช่วยสกัดจับตัวไว้ได้ทันสอบสวนนายพงศ์กร ผู้ต้องหา…
-
จับตานายกฯ เสนอชื่อ “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” ขยับขึ้น ผบ.ตร. คนที่ 16
ภาพไฮไลต์จับตานายกฯ เสนอชื่อ “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” ขยับขึ้น ผบ.ตร. คนที่ 16 เหตุฝ่ายการเมืองต้องการ ผบ.ตร.ที่เป็นคนหนุ่ม มีอายุราชการเหลืออีกยาวนาน เข้ามาสานต่อนโยบายสำคัญของรัฐ ด้วยชื่อชั้น ผลงานเป็นที่ประจักษ์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ตร.เป็นประธานการประชุม ก.ตร.วาระพิเศษ เพื่อพิจารณาเสนอชื่อ ผบ.ตร.ให้ ก.ตร.พิจารณาเห็นชอบต่อจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณราชการในวันที่ 30 ก.ย.คณะกรรมการฯ ก.ตร. ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประธาน ก.ตร. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง…
-
เมียหลวงแฉซ้ำ เชื่อผัวโดนทำของมนต์ดำ เปิดหลักฐานคลิปเด็ดพร้อมไฟล์เสียงลับ
เมียหลวงแฉซ้ำ เชื่อผัวโดนทำของมนต์ดำ เปิดหลักฐานคลิปตัวรถโยก พร้อมไฟล์เสียงลับมัดตัว จ่อเดินหน้าฟ้อง เอาผิดถึงขั้นไล่ออกจากราชการชู้สาวผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดในคดีรักสามเส้าวงการข้าราชการท้องถิ่น หลังจากเมียหลวง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในองค์กรแห่งหนึ่ง ได้ว่าจ้าง “บอย นักสืบ” จนสามารถจับโป๊ะสามี ซึ่งมีตำแหน่งระดับ ผอ. แอบไปมีสัมพันธ์สวาทกับชู้สาว ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงรองปลัด โดยอาศัยอำนาจหน้าที่สั่งการสามี และพากันไปทำกิจกรรมสวาท ข้างศาลพระภูมิ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้อ่านข่าว เมียหลวงเตรียมเชิญ ศาลพระภูมิเป็นพยาน มัดตัวผัวแซ่บเมียน้อยคารถตู้ริมทาง ไม่อายสิ่งศักดิ์สิทธิ์อ่านข่าว เมียหลวงเปิดใจ จ่อฟ้องชู้แอบแซ่บกับผัวบนรถตู้ข้างศาลพระภูมิ แฉใช้ตำแหน่งสูงว่ามาข่มล่าสุด วันที่ 20 ก.ค.2569 บอย นักสืบ ได้เปิดหลักฐานชิ้นใหม่ ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดหน้ารถ ที่บันทึกเหตุการณ์อีกวันหนึ่ง ในคืนวันที่ 24 มิ.ย.69 เวลา 22.42 น. โดยหลักฐานชิ้นนี้เผยให้เห็นนาทีที่รถตู้คันเกิดเหตุจอดอยู่ในที่มืด ใกล้ศาลพระภูมิ และตัวรถเริ่มมีอาการสั่นไหว และขยับเคลื่อนตัวไปมาตามจังหวะอย่างรุนแรงซึ่งคาดว่าเป็นช่วงที่สามี และสาวชู้รัก กำลังปฏิบัติการแอบแซ่บกันอยู่ภายในรถตู้ โดยในคลิปหลักฐานยังได้ยินเสียงทีมนักสืบที่เฝ้าสังเกตการณ์อุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า รถโยกอีกแล้วๆๆซึ่งนอกจากภาพวงจรปิด ที่เห็นรถสั่นโยกชัดเจนแล้ว ยังมีหลักฐานชิ้นสำคัญอีกหนึ่งชิ้น ที่เก็บไว้เป็นหลักฐานในศาล นั่นคือ "เครื่องแอบบันทึกเสียง" ที่…