Category: อาชญากรรม
-
ผงะ! พบสาวทอมเสียชีวิตในรถ ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง หลังจอดแช่นาน 18 วัน
หัวหน้าแคชเชียร์ผงะ! รถSUVจอดนานหลายวันส่งกลิ่นเหม็น พบศพสาวทอมรมควันเสียชีวิตหัวหน้าแคชเชียร์ผงะ! รถSUVจอดนานหลายวันส่งกลิ่นเหม็น พบศพสาวทอมรมควันเสียชีวิตเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 พ.ค. 69 พ.ต.ท.วิศิษฏ์ ชมเชย สว.สส.สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุ มีผู้รมควันเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ SUV บริเวณลานจอดรถแห่งหนึ่งภายในเมืองทองธานี ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จึงพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รีบตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในลานจอดรถดังกล่าว พบรถยนต์ SUV ยี่ห้อ Nissan รุ่น X Trail สีแดง (ป้ายเหลือง) หมายเลขทะเบียน 7 กษ 1989 กทม. ภายในรถบริเวณเบาะหลังพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ น.ส.นภัทร สังข์หรุ่น อายุ 37 ปี สภาพศพนอนตะแคงเสียชีวิต สวมเสื้อยืดสีส้ม ใส่กางเกงขาสั้นสีดำ คาดเสียชีวิตมานานหลายวัน บริเวณใต้ท้องรถพบมีน้ำเหลืองไหลหยดอยู่ ใกล้กันพบเตาอั้งโล่ ปืนจุดเตาแก๊ส 7 อัน น้ำมันลอนสัน…
-
ระทึกกาฬสินธุ์! บั้งตะไล 10 ล้านระเบิด พระ-คนวิ่งหนีตายวุ่น ไร้เจ็บ
ระทึกกาฬสินธุ์! วินาทีชีวิตคนและพระวิ่งหนีตายวุ่น หลังบั้งตะไล 10 ล้าน ระเบิดบึ้มคาทันทีที่ฐานจุด ท่ามกลางลุ้นทำลายสถิติ ไร้เจ็บระทึกกาฬสินธุ์! วินาทีชีวิตคนและพระวิ่งหนีตายวุ่น หลังบั้งตะไล 10 ล้าน ระเบิดบึ้มคาทันทีที่ฐานจุด ท่ามกลางลุ้นทำลายสถิติ ไร้เจ็บกาฬสินธุ์ เป็นภาพสุดหวาดเสียว ที่ฐานจุดบั้งตะไลล้าน ที่บั้งนี้เป็นบั้งตะไล 10 ล้าน หลังจากทีมงานค่ายบั้งตะไลทั้งคนทั้งพระรีบวิ่งหนีออกจากฐานจุด หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีหลังจากนักท่องเที่ยวกำลังลุ้นว่าบั้งตะไลบั้งนี้จะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทำลายสถิติได้หรือไม่ จู่ๆ ก็เป็นภาพระทึกอย่างที่เห็น โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บบั้งไฟตะไล 10 ล้าน เป็นบั้งขนาดใหญ่ ความกว้างปากกระบอก 8.5 นิ้ว ราคาผลิตบั้งละประมาณ 200,000 บาท เป็นบั้งไฮไลต์ของงานอีกบั้ง ในงานประเพณีวัฒนธรรมผู้ไทบุญบั้งไฟตะไลล้าน ประจำปี 2569 เป็นความร่วมมือของคนในท้องถิ่นร่วมกันจัดทำเพื่อบูชาพญาแถนให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลงานประเพณีวัฒนธรรมผู้ไทบุญบั้งไฟตะไลล้าน เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญของ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อสืบทอดความเชื่อความศรัทธาต่อพญาแถน ซึ่งจะดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล รวมทั้งอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำบั้งไฟตะไลล้าน และมีการพัฒนาเป็นบั้งไฟตะไล 10 ล้าน ล่าสุดปีนี้มีถึง 20 ล้าน หนึ่งเดียวในโลกที่โด่งดัง ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชม และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเป็นอย่างดี งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14…
-
แจ้งข้อหา ‘คนโบกธง’ รถไฟชนรถเมล์ ฐานประมาทฯ คุมพิมพ์ลายนิ้วมือ เจ้าตัวปัดตอบสื่อ
ตำรวจเชิญตัวเจ้าหน้าที่โบกธงสัญญาณรถไฟ ผู้ปรากฏในคลิปก่อนเกิดเหตุรถไฟพุ่งชนรถเมล์แยกอโศก-เพชรบุรี เข้าสอบปากคำและแจ้งข้อหา “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ก่อนคุมตัวพิมพ์ลายนิ้วมือ ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 พ.ค. 69 ตำรวจชุดสืบสวนได้เชิญ นายอุเทน จอมคีรี ตำแหน่งพนักงานการเดินรถ 2 ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โบกธงให้สัญญาณรถไฟ และเป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปวงจรปิดก่อนเกิดเหตุรถไฟพุ่งชนรถเมล์ บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี เข้ามาที่ สน.มักกะสัน เพื่อสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา ฐาน "กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย"ต่อมาเวลา 19.15 น. หลังจากสอบปากคำเสร็จ พนักงานสอบสวนคุมตัวผู้ต้องหาไปพิมพ์ลายนิ้วมือ ที่ชั้น 2 ของ สน.ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามในประเด็นต่างๆ แต่นายอุเทน ไม่ตอบคำถามใดๆ
-
งามไส้รถไฟมรณะ! ตรวจฉี่ “สยมพร” คนขับรถไฟ พบเป็นสีม่วง
งามไส้รถไฟมรณะ! ตรวจฉี่ งามไส้รถไฟมรณะ! ตรวจฉี่ "สยมพร" คนขับรถไฟชนรถเมล์ดับ 8 ศพ พบเป็นสีม่วงจากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ รถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก – ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. (16พ.ค.69) ที่ผ่านมา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บอีก 32 รายนั้นวันนี้เวลา 19.30 น. ตำรวจชุดสืบสวนควบคุมตัว นายสยมพร อายุ 46 ปี คนขับรถไฟเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสืบสวน สน.มักกะสัน หลังแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยตำรวจชุดสืบนำตัวเข้ามาเงียบๆ จังหวะที่ผู้สื่อข่าวกำลังสัมภาษณ์คนโบกธง จึงไม่มีใครได้พูดคุยกับคนขับรถไฟล่าสุดมีรายงานเพิ่มเติมว่า ผลการตรวจสอบสารเสพติดของนายสยมพร คนขับรถไฟ พบว่าผลเป็นบวก ฉี่ม่วงอย่างไรก็ตามต่อมา 20.05 น. ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับ ผกก.มักกะสัน ว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ ทางด้าน ผกก. ระบุสั้นๆว่าขอให้ข้อมูลทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ จากนั้นก็เดินไปเลย
-
เพื่อนร่วมงานช็อก ‘ลุงลาภิศ’ ขับแทนเพื่อน ก่อนพุ่งชนรถไฟดับ 8 ศพ
กะสุดท้ายไม่ถึงอู่! เพื่อนร่วมงานช็อก 'ลุงลาภิศ' ขับแทนเพื่อน ก่อนพุ่งชนรถไฟดับ 8 ศพกะสุดท้ายไม่ถึงอู่! เพื่อนร่วมงานช็อก 'ลุงลาภิศ' ขับแทนเพื่อน ก่อนพุ่งชนรถไฟดับ 8 ศพจากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ รถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก – ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. (16พ.ค.69) ที่ผ่านมา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บอีก 32 รายนั้นขณะเดียวกันทีมข่าวได้พูดคุยกับญาติและเพื่อนร่วมงานของนางสุภากรณ์ พนักงานเก็บค่าโดยสาร และ นายลาภิศ คนขับรถเมล์คันเกิดเหตุ ว่า เมื่อวานตนก็ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมอาการของทั้ง 2 คน หลังทราบข่าวก็ปรากฏว่าทางแพทย์ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม วันนี้จึงเดินทางมาเยี่ยมอาการของทั้ง 2 คนอีกรอบ เพราะเป็นห่วง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้เข้าเยี่ยมอีกหรือไม่ส่วนเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ตนก็ยังไม่ได้ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทางผู้บาดเจ็บ ซึ่งตนก็ทราบรายละเอียดจากข่าวเท่านั้น ขณะเดียวกันตนเองก็ยังไม่ทราบแม้กระทั่งว่าอาการของเพื่อนร่วมงานบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหนเพื่อนร่วมงาน ยังบอกอีกว่า นายลาภิศ คนขับรถเมล์ เพิ่งจะกลับมาทำงานได้ไม่กี่วัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายลาภิศ คนขับรถเมล์ ประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์…
-
ด่วน!ผลกล่องดำรถไฟชน 35 กม./ชม. เบรกฉุกเฉินตั้งแต่ 100 เมตรเอาไม่อยู่
ด่วน! ผลกล่องดำรถไฟชนรถเมล์ เบรกฉุกเฉิน 100 เมตรเอาไม่อยู่ ด่วน! ผลกล่องดำรถไฟชนรถเมล์ เบรกฉุกเฉิน 100 เมตรเอาไม่อยู่ "สิริพงศ์" ยันคนขับฉี่ม่วงจริงจากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ รถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก – ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. (16พ.ค.69) ที่ผ่านมา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บอีก 32 รายนั้นล่าสุดนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีออนไลน์ ว่า ตนได้รับรายงานจากนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ถึงผลการตรวจกล่องดำของหัวรถจักร ซึ่งขณะนั้นรถไฟวิ่งเข้ามาปะทะรถเมล์ ด้วยความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหยุดรถด้วยการใช้ emergency brake (เบรกฉุกเฉิน) ก่อนถึงจุดปะทะของรถประมาณ 100 เมตร ซึ่งมองว่าเรื่องนี้ไม่ปกติเนื่องจากรถไฟหนักและมีการใช้เบรกฉุกเฉินที่กระชั้นชิดไป และต้องมีการตรวจสอบต่อ ทั้งในส่วนของผู้ดูสัญญาณ ผู้ขับรถไฟ อย่างไรก็ตามต้องมีการตรวจสอบต่อไป ต้องดูวิธีปฏิบัติโดยรวมว่าเป็นอย่างไรการ เมื่อแจ้งเตือนแล้วมีขั้นตอนอย่างไรส่วนที่มีรายงานว่าคนขับรถรถไฟ มีปัสสาวะสีม่วงนั้นได้รับรายงานแล้ว…
-
ลาแล้วเกาะเสม็ด! สาวเกือบถูกขืนใจในรีสอร์ทดัง – รีสอร์ทแถลงก่อนลบ
(3 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์อุทาหรณ์เตือนภัยหลังพาครอบครัวและกลุ่มเพื่อนรวม 12 คน เดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง และเข้าพักในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว บริเวณอ่าวช่อ แต่กลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรงในคืนแรก เมื่อมีคนร้ายลอบเข้ามาในห้องพักส่วนตัวหมายจะขืนใจและฆ่าเพื่อนร่วมทริป โดยเหยื่อได้ต่อสู้อย่างสุดชีวิตก่อนที่แฟนหนุ่มจะเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ทำให้คนร้ายหลบหนีไป เมื่อตะโกนขอความช่วยเหลือกลับต้องรอนานกว่าจะมีพนักงานมาดูแล ขณะที่โรงแรมแจ้งว่าไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำโรงแรม.ผู้โพสต์ระบุอีกว่า สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือทัศนคติของผู้จัดการทั่วไป (GM) ของโรงแรม ที่เข้ามาเจรจาในวันรุ่งขึ้น โดยยื่นข้อเสนอให้กลุ่มผู้เสียหายกลับไปนอนห้องเดิม ส่วนเพื่อนที่ประสบเหตุจะย้ายไปห้องอื่น และเตรียมจะนำห้องที่ระบบล็อกชำรุดดังกล่าวไปเวียนขายให้ผู้บริโภครายอื่นเข้าพักต่อทันที โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กและคนท้องที่มาในทริป.ทำให้ทางกลุ่มตัดสินใจเช็กเอาต์กลับฝั่งระยองทันทีเนื่องจากสภาพจิตใจย่ำแย่ นอกจากนี้ยังแฉซ้ำว่าระบบสาธารณสุขและตำรวจบนเกาะมีน้อยมาก ต้องรอเจ้าหน้าที่จากฝั่งข้ามมาสมทบ และมีกระบวนการพยายามช่วยกันปิดข่าวทั่วทั้งเกาะ ทั้งนี้ จึงอยากฝากเตือนภัยให้นักท่องเที่ยวขอให้เที่ยวกันอย่างระมัดระวังตัวเอง.หลังเรื่องดังกล่าวเผยแพร่ไป มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นในวงกว้าง ทางรีสอร์ทที่เกิดเหตุได้โพสต์ภาพแถลงการณ์จากผู้บริหาร ระบุว่า.“แถลงการณ์จากผู้บริหาร เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์.ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทางโรงแรมไม่ได้นิ่งนอนใจหรือปกปิดข้อมูลที่เกิดขึ้น เพียงแต่เล็งเห็นว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหาย โดยเฉพาะด้านความรู้สึกของผู้เสียหาย และทางโรงแรมยังคงติดต่อกับผู้เสียหายอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงแรมขออนุญาตชี้แจง ดังต่อไปนี้.1. ผู้ก่อเหตุ เป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่พนักงานของโรงแรม และไม่ได้เป็นผู้อยู่อาศัยบนเกาะเสม็ด หลังจากเกิดเหตุ ได้พบและจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที หลังทราบเหตุ พนักงานของโรงแรมเป็นผู้พบ และได้นำมาให้ทางกลุ่มผู้เสียหายชี้ และยืนยันตัวตน…
-
เกินมนุษย์! บุกรวบ “ไอไวท์” ทักแชทขอมีอะไรกับแม่แท้ๆ เจ้าตัวสารภาพเพราะหลอนยาบ้า
แม่แท้ๆ ทนไม่ไหวหอบแชทไลน์พึ่ง จากกรณีที่ นายพีรพล (ไอไวท์) โพนขาว อายุ 38 ปี ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม หลังมีการส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ถึงมารดาของตนเองในลักษณะขอมีเพศสัมพันธ์ จนทำให้ น.ส.กิ่งกมล อุทัยอ้ม อายุ 57 ปี ผู้เป็นแม่ ต้องเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ พร้อมเข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก “กัน จอมพลัง” ให้ช่วยติดตามคดีและผลักดันการดำเนินคดีกับลูกชาย เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อครอบครัวและชุมชนจากพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดต่อมา พ.ต.ท.รุ่งอรุณ ยั่งยืน สว.(สอบสวน) สภ.สำโรงใต้ ได้สอบปากคำผู้เสียหายและตรวจสอบข้อมูลจากแชทไลน์ พบข้อความในลักษณะคุกคามทางเพศ ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานคุกคามทางเพศต่อผู้อื่น อันเป็นการกระทำที่ส่งผลให้ผู้เสียหายไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ โดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับล่าสุด เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 3 มิ.ย. 2569 พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ พัชรนิยยธรรม ผู้กำกับการ สภ.สำโรงใต้ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อดุลย์ มงคลเจริญ รอง…
-
หนุ่มใหญ่อเมริกันดับปริศนา คว่ำหน้าห้อยหัวคาระเบียงชั้น 6 กลางพัทยา
ระทึก! หนุ่มใหญ่อเมริกันดับปริศนา คว่ำหน้าห้อยหัวคาระเบียงชั้น 6 กลางพัทยา สร้างความหวาดเสียวผู้พบเห็น พบกลิ่นกัญชาโชยคลุ้งทั่วตึกระทึก! หนุ่มใหญ่อเมริกันดับปริศนา คว่ำหน้าห้อยหัวคาระเบียงชั้น 6 กลางพัทยา สร้างความหวาดเสียวผู้พบเห็น พบกลิ่นกัญชาโชยคลุ้งทั่วตึกเมื่อเวลา 00.49 น. วันที่ 18 พ.ค. 69 ศูนย์วิทยุกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุมีชายชาวต่างชาติอยู่ในลักษณะห้อยหัวออกมาจากระเบียงอาคาร ภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านถนนจอมเทียนสาย 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สร้างความหวาดเสียวให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมนำกำลังกู้ภัยเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์สูง 6 ชั้น ตั้งอยู่บนถนนจอมเทียนสาย 2 โดยพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณห้องชั้น 6 ระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวเดินขึ้นไปตรวจสอบ พบว่ามีกลิ่นกัญชาโชยตลบอบอวลบริเวณชั้น 5 และชั้น 6 อย่างชัดเจนต่อมาผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ได้ใช้กุญแจเปิดห้องให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ภายในพบร่างชายชาวต่างชาติอยู่ในสภาพเสียชีวิต ลักษณะคว่ำหน้าพาดอยู่บนราวระเบียง โดยช่วงลำตัวท่อนบนห้อยออกไปนอกอาคาร สวมเพียงกางเกงยีนส์สีเทา ไม่สวมเสื้อและรองเท้า มีเลือดไหลเปรอะเปื้อนบริเวณใบหน้า คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ท่าทางการเสียชีวิตสร้างความสยดสยองแก่ผู้พบเห็นอย่างมากจากการตรวจสอบเอกสารทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายทิโมธี ทาเฮ วิทซิล…
-
เจ้าของร้านโอดลงทุนไปเป็น 10 ล้าน จู่ๆ เจอสั่งเปลี่ยนถังแซท
(3 มิ.ย. 69) นายแก้ว เจ้าของธุรกิจร้านสะดวกซัก 24 ชั่วโมง ในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ออกมาร้องเรียนสื่อมวลชนหลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากกรณีที่เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลวิชิตเข้าตรวจสอบอาคารหลังยื่นขออนุญาตประกอบกิจการ และสั่งให้แก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียโดยต้องเปลี่ยนถังบำบัดน้ำเสียหรือถังแซท จากเดิมขนาด 600 ลิตร เป็นถังบำบัดรวมขนาดใหญ่ถึง 6,000 ลิตร จึงจะออกใบอนุญาตให้ได้.ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าตนพร้อมที่จะแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้องตามมาตรฐาน แต่ร้านมีพื้นที่จำกัด หากต้องใช้ถังขนาดใหญ่ตามสั่งจะต้องรื้อบ้านเพื่อวางถังใหม่ สุดท้ายจำใจติดป้ายไวนิลหน้าร้านประกาศ “หยุดให้บริการชั่วคราว” พร้อมวอนขอความเห็นใจจากหน่วยงานรัฐให้พิจารณาตามสัดส่วนการใช้งานจริง แม้จะเป็นร้านที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยเพียงวันละ 5 ชั่วโมงเท่านั้น.นอกจากนี้ เจ้าของร้านยังตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสและมาตรฐานในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าจากการตระเวนศึกษาดูงานร้านสะดวกซักและกิจการประเภทเดียวกันในพื้นที่อื่น ๆ หลายแห่ง กลับพบว่าใช้ถังบำบัดขนาดเล็กกว่านี้มากแต่สามารถเปิดดำเนินกิจการได้ตามปกติ จึงเกิดความสงสัยว่าเหตุใดเกณฑ์การพิจารณาของเทศบาลตำบลวิชิตถึงแตกต่างออกไป.ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการร้องเรียนไม่ได้ต้องการท้าทายอำนาจรัฐ แต่ต้องการขอความยุติธรรมและอยากให้มีการตรวจสอบข้อกำหนดดังกล่าวอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ผู้ประกอบการตัวเล็ก ๆ สามารถเดินหน้าทำมาหากินต่อไปได้ฃ.ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตาในสังคม ว่าสุดท้ายแล้วข้อกำหนดเรื่องถังบำบัดน้ำเสียขนาด 6,000 ลิตรนั้น เป็นมาตรฐานที่ใช้กับทุกร้านอย่างเท่าเทียมหรือไม่ และเจ้าของกิจการรายนี้กำลังเผชิญกับกฎระเบียบตามปกติ หรือกำลังได้รับความไม่เป็นธรรมจากระบบราชการกันแน่