Category: ในพระราชสำนัก
-
องค์หริภา รับสั่ง ตอนนี้หนูรู้แล้วว่า มันทรมานและยากลำบากแค่ไหน ที่ต้องอยู่โดยไม่มีพี่
วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เผยแพร่ภาพข้อความรับสั่งจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา“หนูเคยคิดว่าหนูไม่มีวันอยู่ได้ถ้าไม่มีพี่ ตอนนี้หนูรู้แล้วว่ามันทรมานและยากลำบากแค่ไหนที่ต้องอยู่โดยไม่มีพี่”“ไม่มีใครเอ่ยถึงความเจ็บปวดของการที่ต้องปล่อยคนที่เรารักให้หลุดมือไป การสูญเสียคนที่เรารักสุดใจ ทุกคืนที่หลับไม่ลง จะกินอะไรก็กินไม่ได้ ฝืนยิ้ม นอนมองเพดานในความมืดเวลาตีสาม และนอนร้องไห้ทุกคืนกว่าจะหลับไป พยายามที่จะหายใจและมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีคนที่คุณรักอีกต่อไป” “องค์หริภา”
-
อ่านแล้วน้ำตาซึม…องค์หริภา รับสั่งถึงพระองค์ภาฯ สะเทือนใจทั้งประเทศ
เพจเฟซบุ๊ก กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เผยแพร่ข้อความรับสั่งจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ หรือ "องค์หริภา" ที่มีถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาข้อความดังกล่าวสะท้อนความรู้สึกสูญเสียและความคิดถึงอย่างลึกซึ้ง โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า"หนูเคยคิดว่าหนูไม่มีวันอยู่ได้ถ้าไม่มีพี่ ตอนนี้หนูรู้แล้วว่ามันทรมานและยากลำบากแค่ไหนที่ต้องอยู่โดยไม่มีพี่"นอกจากนี้ ยังทรงถ่ายทอดความรู้สึกของผู้ที่ต้องเผชิญกับการสูญเสียคนอันเป็นที่รักไว้อย่างกินใจว่า ไม่มีใครกล่าวถึงความเจ็บปวดของการต้องปล่อยให้คนที่รักจากไป การใช้ชีวิตต่อท่ามกลางความว่างเปล่า การฝืนยิ้มในแต่ละวัน การนอนไม่หลับ และการต้องอยู่กับความคิดถึงที่ถาโถมเข้ามาในทุกค่ำคืนข้อความดังกล่าวถูกส่งต่ออย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยประชาชนจำนวนมากต่างแสดงความอาลัยและร่วมส่งกำลังใจ พร้อมยอมรับว่าเป็นถ้อยคำที่สะท้อนความรู้สึกของผู้สูญเสียได้อย่างลึกซึ้งและจริงใจแม้จะเป็นเพียงไม่กี่บรรทัด แต่ทุกถ้อยคำกลับเต็มไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความอาลัยที่มีต่อเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จนกลายเป็นอีกหนึ่งข้อความที่สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้คนจำนวนมากในช่วงเวลาแห่งการน้อมรำลึกถึงพระองค์ชมคลิป VVVVV VV VV VV VV V VV VVVV-อ่านเลยก่อนใคร!อดีตพระเอกดังอุ้มลูกเซอร์ไพรส์ข่าวดี! ขึ้นแท่นคุณพ่อแล้วเเบงค์ พชร เผยโมเมนต์อบอุ่น โบว์ กอดปลอบลูกสาวต้องฉีดวัคซีนเพลง Smiling to your birthday เพลงอวยพรวันเกิดสุดอบอุ่น ใช้แทน Happy Birthday ได้เลยรหัสลับที่ทำให้ผู้หญิงคิดถึงคุณไม่เลิก
-
ประมวลภาพ พิธีเคลื่อนพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” จาก รพ.จุฬาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา ท่ามกลางความอาลัยของพสกนิกร
วันที่ 13 มิถุนายน 2569 บรรยากาศการเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เต็มไปด้วยความโศกอาลัยจากพสกนิกรทั่วประเทศที่พร้อมใจกันเดินทางมาเฝ้าส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 15.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินถึง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อทรงประกอบพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณีต่อมาเวลา 16.26 น. ขบวนเชิญพระศพได้เคลื่อนออกจาก อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินประทับรถยนต์พระที่นั่ง นำขบวนรถยนต์หลวงเชิญพระศพ พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มุ่งหน้าสู่ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายในพระบรมมหาราชวังทันทีที่ขบวนพระศพเคลื่อนผ่านบริเวณหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ คณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์ นิสิตแพทย์ นักศึกษาพยาบาล ตลอดจนประชาชนที่มารอเฝ้าฯ ต่างพร้อมใจก้มกราบถวายความอาลัยอย่างสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณตลอดเส้นทางการเคลื่อนขบวนพระศพ สองฟากถนนเนืองแน่นไปด้วยพสกนิกรจากทั่วทุกภูมิภาคที่เดินทางมาร่วมเฝ้าส่งเสด็จด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง บางคนปักหลักรอตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์และถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบ สมพระเกียรติ และเปี่ยมด้วยความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า
-
องค์หริภา รับสั่ง “ตอนนี้หนูรู้แล้วว่ามันทรมานและยากลำบากแค่ไหนที่ต้องอยู่โดยไม่มีพี่”
วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เผยแพร่ภาพข้อความรับสั่งจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา“หนูเคยคิดว่าหนูไม่มีวันอยู่ได้ถ้าไม่มีพี่ ตอนนี้หนูรู้แล้วว่ามันทรมานและยากลำบากแค่ไหนที่ต้องอยู่โดยไม่มีพี่”“ไม่มีใครเอ่ยถึงความเจ็บปวดของการที่ต้องปล่อยคนที่เรารักให้หลุดมือไป การสูญเสียคนที่เรารักสุดใจ ทุกคืนที่หลับไม่ลง จะกินอะไรก็กินไม่ได้ ฝืนยิ้ม นอนมองเพดานในความมืดเวลาตีสาม และนอนร้องไห้ทุกคืนกว่าจะหลับไป พยายามที่จะหายใจและมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีคนที่คุณรักอีกต่อไป” “องค์หริภา”
-
องค์หริภา รับสั่งสุดอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรมานแค่ไหนที่ต้องอยู่โดยไม่มีพี่
สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้อ่านเป็นอย่างมาก เมื่อเพจ กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ได้เผยแพร่รับสั่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ที่ทรงมีต่อ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้อ่านเป็นอย่างมาก เมื่อเพจ กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ได้เผยแพร่รับสั่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ที่ทรงมีต่อ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาโดยมีข้อความตอนหนึ่งที่สะท้อนถึงความอาลัยและความผูกพันอันลึกซึ้งว่าหนูเคยคิดว่าหนูไม่มีวันอยู่ได้ถ้าไม่มีพี่ ตอนนี้หนูรู้แล้วว่ามันทรมานและยากลำบากแค่ไหนที่ต้องอยู่โดยไม่มีพี่พร้อมถ่ายทอดความรู้สึกของการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไว้อย่างจับใจว่าไม่มีใครเอ่ยถึงความเจ็บปวดของการที่ต้องปล่อยคนที่เรารักให้หลุดมือไป การสูญเสียคนที่เรารักสุดหัวใจ ทุกคืนที่หลับไม่ลง จะกินอะไรก็กินไม่ได้ ฝืนยิ้ม นอนมองเพดานในความมืดเวลาตีสาม และนอนร้องไห้ทุกคืนกว่าจะหลับไป พยายามหายใจและมีชีวิตอยู่ต่อไป โดยไม่มีคนที่เรารักอีกแล้วข้อความดังกล่าวได้สร้างความอาลัยแก่ผู้คนจำนวนมาก ที่ต่างร่วมน้อมรำลึกถึงความรัก ความผูกพัน และสายใยแห่งครอบครัวที่มีต่อกันอย่างลึกซึ้ง พร้อมร่วมส่งกำลังใจท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความสูญเสียอันยากจะทำใจของพระบรมวงศานุวงศ์และพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ
-
เผยพระอารมณ์ขัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ “โลกนี้อนิจจังไม่เที่ยง แม้แต่เปาบุ้นจิ้นยังกลายเป็นผงซักฟอก”
ย้อนคลิปรายการ “ที่นี่กรุงเทพ” พ.ศ. 2533 ขณะสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร ทรงมีพระชนมายุ 11 พรรษา เผยที่มาคำคมที่ทรงประทับใจย้อนคลิปรายการ ที่นี่กรุงเทพ ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 เมื่อ พ.ศ. 2533 ซึ่งเคยสัมภาษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขณะทรงมีพระชนมายุ 11 พรรษา โดยช่วงหนึ่งของรายการเผยให้เห็นพระอุปนิสัยเรียบง่าย สนพระทัยการอ่าน และทรงมีพระอารมณ์ขันอย่างเป็นธรรมชาติในรายการดังกล่าว มีช่วงที่พิธีกรถามถึงหนังสือที่ทรงสะสม พระองค์มีรับสั่งว่า หนังสือที่ทรงเก็บไว้มีหลายประเภท ทั้งสารคดี วรรณคดี การ์ตูน และนิตยสาร คำตอบนี้ทำให้เห็นว่า การอ่านเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้พระองค์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตำราเรียน แต่รวมถึงหนังสือหลายแขนงที่ช่วยเปิดมุมมองต่อโลกอีกช่วงหนึ่งของรายการ กล่าวถึงข้อความที่ติดไว้ในห้องสรงของพระองค์ คือประโยคว่า “โลกนี้อนิจจังไม่เที่ยง แม้แต่เปาบุ้นจิ้นยังกลายเป็นผงซักฟอก” ซึ่งเป็นถ้อยคำที่มีทั้งอารมณ์ขันและข้อคิดเรื่องความไม่แน่นอนของชีวิตเมื่อพิธีกรถามถึงที่มาของประโยคดังกล่าว พระองค์มีรับสั่งโดยสรุปว่า ทรงเห็นข้อความนี้ระหว่างนั่งรถกลับจากโรงเรียน ขณะรถติด และเห็นว่าข้อความนั้น “เพราะดี” จึงทรงนำมาเขียนไว้ ประโยคสั้น ๆ นี้จึงไม่ใช่เพียงมุกขำจากท้ายรถบรรทุก แต่กลายเป็นวลีที่หลายคนจดจำได้ เพราะจับเรื่องใหญ่ของชีวิตมาเล่าด้วยภาษาธรรมดาข้อความ…
-
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เชิญพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ จากรพ.จุฬาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 15.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จถึงโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยจากนั้นเวลา 16.26 น. ขบวนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ออกจากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง นำรถยนต์หลวงเชิญพระศพ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ตามขบวนพระศพออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรีซึ่งเมื่อขบวนรถเชิญพระศพ เคลื่อนออกจากหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ คณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยนิสิตแพทย์ นักศึกษาพยาบาลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และประชาชน พร้อมใจกันก้มกราบแสดงความอาลัยจากนั้น เวลา 17.04 น. ขบวนอันเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา ถึงพระบรมมหาราชวังแล้ว โดยเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรีการนี้จะมีการพระราชทานน้ำสรงพระศพ ณ…
-
ประมวลภาพ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เชิญพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา
ประมวลภาพ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวังเมื่อเวลา 16.26 น.วันที่ 13 มิ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชทานน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวังเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาเมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ฯ ถึงอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ เสด็จขึ้นชั้น 29 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ท่านผู้หญิงสิริกิตยา เจนเซน…
-
เปิดประวัติ “เจมส์ บอนด์ 1ด-0929” รถตู้ทรงงานสู่ราชพาหนะส่งเสด็จครั้งสุดท้าย
เรื่องราวความเป็นมาของยานพาหนะคันสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามเรียกขานในหมู่ข้าราชบริพารและผู้ติดตามว่า รถตู้พระที่นั่ง "เจมส์ บอนด์" รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถตู้ยี่ห้อโฟล์คสวาเกน รุ่นคาราเวล ที 4 วี 6 (Volkswagen Caravelle T4 / V6) ชนิดฐานล้อยาว รุ่นปีคริสต์ศักราช 2001 ตัวรถภายนอกเป็นสีเทาเรียบง่าย ตกแต่งด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือการคาดแถบสีฟ้าบริเวณด้านข้างตัวรถ พร้อมทั้งติดแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน 1ด-0929 อันเป็นภาพที่จดจำได้อย่างดีของพสกนิกรชาวไทย ในห้วงเวลาสำคัญต่าง ๆนามเรียกขานเพื่อความสะดวกในขบวนเสด็จฯ ยุคทรงงานสำหรับที่มาของนามเรียกขานอันเป็นเอกลักษณ์ว่า "เจมส์ บอนด์" นั้น สืบเนื่องมาจากในอดีต รถตู้พระที่นั่งคันนี้ คือยานพาหนะทรงงานคู่พระทัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ซึ่งมักทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร และปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ต่างจังหวัดและถิ่นทุรกันดารข้าราชบริพารและผู้ติดตามจึงถวายคำเรียกขานรถคันนี้ ตามชื่อของสายลับภาพยนตร์ชื่อดัง เนื่องจากภายในรถตู้คันนี้อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์สื่อสารทางวิทยุ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระจายสัญญาณต่าง ๆ ที่ทรงใช้ในการติดตามสถานการณ์ ดูแลความทุกข์สุขของประชาชน และประสานงานความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ประหนึ่งอุปกรณ์เทคโนโลยีชั้นสูงห้องทรงงานเคลื่อนที่สะท้อนพระราชจริยวัตร "ความพอเพียง"สิ่งสำคัญที่ได้รับการกล่าวขานและเป็นแบบอย่างอันดีงามคือ โครงสร้างภายในของรถตู้พระที่นั่ง "เจมส์ บอนด์" มิได้มีการปรับแต่งหรือตกแต่งอย่างหรูหราแต่อย่างใด สภาพภายในรถยนต์รวมถึงเบาะนั่งผ้าทึบและระบบเครื่องเสียงยังคงเป็นวัสดุมาตรฐานเดิม…
-
รถยนต์พระที่นั่ง “เจมส์ บอนด์” ปฏิบัติภารกิจประวัติศาสตร์อีกครั้ง
ย้อนบทบาทรถยนต์พระที่นั่ง Volkswagen Caravelle V6 ทะเบียน 1ด-0929 หรือ “เจมส์ บอนด์” ที่เคยใช้ในภารกิจสำคัญของแผ่นดิน ตั้งแต่การเชิญพระบรมศพรัชกาลที่ 9 จนถึงการเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569รถยนต์พระที่นั่ง Volkswagen Caravelle V6 ทะเบียน 1ด-0929 หรือที่ประชาชนรู้จักกันในชื่อ “รถเจมส์ บอนด์” กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมไทยอีกครั้ง หลังปฏิบัติภารกิจเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569รถยนต์พระที่นั่งคันดังกล่าวเป็นหนึ่งในรถที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงใช้งานเป็นประจำตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยลักษณะเรียบง่าย สมพระราชจริยวัตรที่ทรงยึดมั่นในความพอเพียงและใกล้ชิดประชาชน จนกลายเป็นภาพที่คนไทยคุ้นเคยตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ รถยนต์พระที่นั่งทะเบียน 1ด-0929 ได้ทำหน้าที่ในภารกิจสำคัญของประเทศหลายครั้ง โดยเมื่อเดือนตุลาคม 2559 รถคันนี้ถูกใช้ในการเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9…