Category: ในพระราชสำนัก

  • เช็กเส้นทางขบวนเชิญพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” บช.น. ขอประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง

    12 มิ.ย. 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เปิดเผยเส้นทางขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายในพระบรมมหาราชวัง โดยมีเส้นทางดังนี้เริ่มจาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนพระราม 4 ก่อนถึงแยกสามย่านเลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท และที่แยกพญาไทเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนศรีอยุธยาขบวนจะเคลื่อนผ่านอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และผ่านวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนราชดำเนินนอก ต่อเนื่องไปยังถนนราชดำเนินกลาง และถนนราชดำเนินใน จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายผ่านประตูวิเศษไชยศรี เข้าสู่จุดหมายปลายทาง คือ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวังทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อความสะดวกและลดผลกระทบด้านการจราจร พร้อมขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ด้านการจราจรจาก บช.น. อย่างต่อเนื่อง

  • กษัตริย์แห่งกัมพูชา ส่งพระราชสารแสดงความเสียพระทัย ต่อการสวรรคตขององค์ภา

    สื่อกัมพูชา Khmer Times รายงานว่า สมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา ทรงส่งพระราชสารถึงพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ของไทย เพื่อแสดงความเสียพระทัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาในพระราชสาร ระบุว่า พระองค์ทรงทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ ด้วยความโทมนัส และทรงขอแสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง ต่อพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ไทยทุกพระองค์ ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าอย่างยิ่งนี้ข้าพระองค์ขอส่งความคิดและคำอธิษฐาน ไปยังพระองค์ท่านและพระราชวงศ์ทุกพระองค์ ขอให้ความทรงจำอันล้ำค่าของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา และแบบอย่างที่ทรงทิ้งไว้ เป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจแก่ทุกคนที่เสียใจกับการจากไปของพระองค์

  • พระประวัติ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ จากเจ้าหญิงนักกฎหมาย สู่พระเกียรติยศ ‘เจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน’

    พระประวัติ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ จากเจ้าหญิงนักกฎหมาย สู่พระเกียรติยศ ‘เจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน’สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี สิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์โตในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทั้งทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตทรงเริ่มศึกษาที่โรงเรียนราชินี ในระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากนั้นได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ โรงเรียนฮีทฟิลด์ (Heathfield) ในเมืองแอสคอต (Ascot) สหราชอาณาจักร ก่อนเสด็จนิวัตประเทศไทย เพื่อทรงศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ที่โรงเรียนจิตรลดา ในระดับอุดมศึกษา ทรงศึกษาระดับปริญญาตรีในสองสาขา ในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของไทยสองแห่งคือ ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง และปริญญารัฐศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในปีเดียวกัน พระองค์เสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยคอร์แนล เมืองอิทากา มลรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยกลุ่ม Ivy…

  • ครม.มีมติให้ข้าราชการ-พนักงานรัฐวิสาหกิจ-เจ้าหน้าที่รัฐ ไว้ทุกข์ 15 วัน ประชาชนพิจารณาตามความเหมาะสม

    12 มิ.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งพิเศษ/2569 ภายหลังมีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่องการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาในการประชุมดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และนำคณะรัฐมนตรีร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยน.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการและดำเนินงานด้านพระราชพิธีพระศพให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี โดยกำหนดมาตรการสำคัญ ดังนี้ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไปให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ส่วนประชาชนทั่วไปขอให้พิจารณาปฏิบัติตามความเหมาะสมนอกจากนี้ ครม. ยังมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ได้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีพระศพ…

  • ท่านอ้น โพสต์อาลัย “ท่านพี่” ย้อนความทรงจำครั้งสุดท้ายที่นิวยอร์กเมื่อกว่า 20 ปีก่อน

    ท่านอ้น โพสต์อาลัย “ท่านพี่” ย้อนความทรงจำครั้งสุดท้ายที่นิวยอร์กเมื่อกว่า 20 ปีก่อนหลังจากสำนักพระราชวังเผยแพร่แถลงการณ์เรื่องการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ได้สร้างความโศกเศร้าแก่พสกนิกรชาวไทยและผู้ที่เคารพรักพระองค์เป็นอย่างยิ่งขณะเดียวกัน“ท่านอ้น” วัชเรศร วิวัชรวงศ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย โดยถ่ายทอดความรู้สึกจากใจถึง “ท่านพี่” ผู้เป็นที่รักและเคารพยิ่งท่านอ้นระบุว่า รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งเมื่อได้รับทราบข่าวการจากไปของท่านพี่ พร้อมย้อนเล่าถึงความทรงจำครั้งสุดท้ายที่พี่น้องทั้งสี่คนมีโอกาสเข้าเฝ้า ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อราวปี 2004 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ภายหลังจากได้เข้าเฝ้าทูลกระหม่อมพ่อในวันนั้น ท่านพี่ทรงมีพระเมตตาอย่างยิ่ง พระราชทานคำแนะนำ คำสั่งสอน และกำลังใจแก่น้องชายทุกคนด้วยความรักและความห่วงใย ทำให้ช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ กลายเป็นความทรงจำล้ำค่าที่ไม่มีวันเลือนหายแม้ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา จะไม่ได้มีโอกาสพบปะกันบ่อยนัก แต่ท่านอ้นเผยว่า ท่านพี่ยังคงมอบความรัก ความเอ็นดู และความปรารถนาดีมายังน้อง ๆ เสมอ ทำให้ทุกความทรงจำยังคงชัดเจนอยู่ในหัวใจมาจนถึงวันนี้ท้ายที่สุด ท่านอ้นได้ลงนามแทนพี่น้องด้วยถ้อยคำที่สะเทือนใจว่า “ด้วยความอาลัยรักจาก น้องอ้วน น้องอ้น และน้องอินทร์”

  • ราชกิจจาฯ ประกาศ ลดธงครึ่งเสา 15 วัน ไว้ทุกข์ทั่วประเทศ เริ่ม 12 มิ.ย. เป็นต้นไป

    ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศสำนักนายกฯ ให้สถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา-ไว้ทุกข์ 15 วัน เริ่ม 12 มิ.ย. นี้ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศสำนักนายกฯ ให้สถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา-ไว้ทุกข์ 15 วัน เริ่ม 12 มิ.ย. นี้เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ใจความสำคัญของประกาศระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวังเรื่องการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสและเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง จึงเห็นสมควรประกาศแนวทางปฏิบัติสำหรับหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังต่อไปนี้แนวทางปฏิบัติสำหรับหน่วยงานราชการและเจ้าหน้าที่รัฐการลดธงครึ่งเสา: ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และสถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 15 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไปการไว้ทุกข์: ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยงาน ร่วมไว้ทุกข์เป็นระยะเวลา 15 วัน…

  • “ทูลกระหม่อมปู่คือแรงบันดาลใจ” พระดำรัส ‘พระองค์ภาฯ’ ให้โอกาสผู้พลาดพลั้ง

    หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2559 ในงานครบรอบ 10 ปี 'โครงการกำลังใจในพระดำริฯ' หนึ่งในโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงรูปธรรม ซึ่งดำเนินงานภายใต้สำนักกิจการในพระดำริของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งวันนั้นพระองค์ได้ประทานพระราชดำรัสที่เปรียบเสมือนเข็มทิศในการทำงาน โดยทรงย้อนจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจว่า'แรงบันดาลใจสำคัญมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงงานเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยมาโดยตลอด'ประกอบกับเมื่อพระองค์ได้ศึกษาด้านนิติศาสตร์และทำงานที่เกี่ยวข้อง ทรงพบว่าอุปสรรคสำคัญของผู้ที่พลาดพลั้งในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่แค่เพียงความผิดที่ก่อไว้ แต่คือการ 'เข้าไม่ถึงโอกาส' ในสังคม พระปณิธานของพระองค์จึงไม่ใช่แค่การช่วยเหลือให้จบไป แต่เป็นการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงการแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้ผู้ที่เคยเดินผิดพลาดสามารถก้าวผ่านเงื่อนไขชีวิตไปสู่การเริ่มต้นใหม่ได้นอกเหนือจากเรื่องการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมแล้ว พระองค์ยังทรงย้ำถึงพระปณิธานที่ชัดเจน ไม่ทรงย่อท้อ เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำพระทัยต่อพสกนิกร ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของทูลกระหม่อมปู่ว่า"ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่โครงการกำลังใจได้เป็นส่วนเล็กๆ ในการเปลี่ยนแปลงทางด้านนโยบายนำไปสู่การปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายหรือแก้ไขระเบียบต่างๆ และพยายามจัดหาแนวทางที่ดีที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหา สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากท่านทุกคน รวมทั้งฝากคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพที่จะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร คือ ขอให้ทุกคนให้โอกาสผู้ที่เคยผิดพลาดและช่วยกันให้กำลังใจและส่งเสริมผู้ที่เคยผิดพลาดให้ได้ศึกษาเรียนรู้และกลับตัวคืนสู่สังคม ซึ่งการให้โอกาสนั้นหมายถึง การไม่รังเกียจ ให้อภัย อันเป็นการสร้างทางเลือกให้แก่ผู้ที่เคยผิดพลาดและเป็นการน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาปรับใช้"โครงการกำลังใจในพระดำริฯโครงการนี้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2549 วัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับกลุ่มผู้ที่ก้าวพลาดทำให้ชีวิตต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมและผู้ขาดโอกาสกลุ่มอื่นๆ ให้สามารถมีโอกาสกลับมาดำรงชีวิตเป็นคนดีของสังคมได้อย่างปกติสุข เพื่อส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมที่พร้อมจะเป็นกำลังใจและให้โอกาสแก่ผู้ที่แม้ชีวิตจะเคยก้าวพลาดแต่ก็พร้อมที่จะเริ่มชีวิตใหม่เป็นคนดีของสังคม และเพื่อให้สังคมมีส่วนร่วมให้การช่วยเหลือ สนับสนุนแก่กลุ่มผู้ต้องการกำลังใจและผู้ขาดโอกาสเหล่านี้ ดังพระดำริของพระเจ้าหลานเธอฯที่มาโครงการกำลังใจในพระดำริฯwelovemyking

  • กษัตริย์จิกมี ทรงอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ยกย่องผู้อุทิศพระชนม์ชีพเพื่อประเทศ-ประชาชน

    กษัตริย์จิกมี ทรงอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ยกย่องผู้อุทิศพระชนม์ชีพเพื่อประเทศ-ประชาชน ผ่านพระราชภารกิจในการส่งเสริมความยุติธรรม ส่งเสริมสวัสดิภาพของสตรีและเด็กกษัตริย์จิกมี ทรงอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ยกย่องผู้อุทิศพระชนม์ชีพเพื่อประเทศ-ประชาชน ผ่านพระราชภารกิจในการส่งเสริมความยุติธรรม ส่งเสริมสวัสดิภาพของสตรีและเด็ก และพระราชภารกิจอันโดดเด่นในกองทัพไทยเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2569 สมเด็จพระราชาธิบดีชิกเม เคซาร์ นัมเกล วังชุก โพสต์เฟซบุ๊กอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ว่าสมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ทรงทราบข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา แห่งประเทศไทย ด้วยความโศกเศร้ายิ่งพระองค์ทรงอุทิศพระชนม์ชีพ เพื่อรับใช้ประเทศชาติและประชาชน ผ่านพระราชภารกิจในการส่งเสริมความยุติธรรม ส่งเสริมสวัสดิภาพของสตรีและเด็ก และพระราชภารกิจอันโดดเด่นในกองทัพไทย พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของความรู้สึกถึงความรับผิดชอบอย่างลึกซึ้ง และความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อื่นการอุทิศพระองค์ในการรับใช้สาธารณะ ทำให้พระองค์ทรงได้รับความเคารพและความชื่นชมอย่างกว้างขวาง ในช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชวงศ์ และประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทย เราขอร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียเจ้าหญิงอันเป็นที่รัก ผู้ซึ่งอุทิศพระชนม์ชีพเพื่อรับใช้ชาติและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราขอส่งคำอธิษฐานไปยังผู้ที่รู้จักและรักพระองค์ท่านอย่างสุดซึ้ง และกำลังโศกเศร้ากับการจากไปของพระองค์อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กษัตริย์จิกมี ทรงอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ยกย่องผู้อุทิศพระชนม์ชีพเพื่อประเทศ-ประชาชนติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website…

  • เปิดกำหนดการถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

    ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การถวายน้ำสรง และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการเข้าถวายน้ำสรง และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ดังนี้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดาเบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกา 30 นาที ถึงเวลา 12 นาฬิกาพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 น. – 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัย…

  • ราชกิจจาฯ ประกาศโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

    วันที่ 11 มิ.ย.69 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 5 ตรี มาตรา 12 มาตรา 14 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 จึงทรงพระกรุณาโปรดแต่งตั้ง สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธิ์ เขมงกโร) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการมหาเถรสมาคมโดยให้ดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดแต่งตั้ง ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2568ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569ประกาศ ณ วันที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน