Category: ไอที

  • ลือ iPhone 18 อัปเกรดหน้าจอสว่างจนผู้ผลิตจีน ทำไม่ไหว!

    นักปล่อยข่าวลือเผยเรื่องจอ iPhone 18 อัปเกรดความสว่าง มีรายงานว่า Apple เตรียมสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการสมาร์ตโฟนอีกครั้ง ด้วยการอัปเกรด "หน้าจอ" ให้มีความสว่างสูงในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน!ข้อมูลนี้มากจาก Instant Digital เผยข้อมูลเด็ดว่า Apple ได้ตั้งสเปกความสว่างหน้าจอของ iPhone 18 ไว้สูงมาก จนกลายเป็นโจทย์หินที่ทำเอาซัพพลายเออร์เจ้าเก่าอย่าง BOE จากจีน ถึงกับไปไม่เป็นiphone-17-ceramic-shieldรายงานระบุว่า BOE มีความหวังริบหรี่มากที่จะผลิตจอให้ได้ตามมาตรฐานมหาโหดนี้ ซึ่งสอดคล้องกับสื่อเกาหลี The Elec ที่รายงานว่า BOE กำลังเจอปัญหาการผลิตอย่างหนัก จน Apple จำเป็นต้องโยกออเดอร์ผลิตจอนับล้านชิ้นกลับไปซบอกพี่ใหญ่อย่าง Samsung Display ให้รับจบงานนี้แทน เพราะเทคโนโลยีถึงกว่านั่นเองเพื่อให้เห็นภาพว่า iPhone 18 จะสว่างโหดแค่ไหน ลองมาดูวิวัฒนาการความสว่างของหน้าจอ iPhone ที่ผ่านมากันiPhone 13 / 14: ความสว่างสูงสุดทั่วไป 800 nits (HDR 1,200 nits)iPhone 15 / 16…

  • “อไรซ์ เวนเจอร์ส” ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ซื้อหุ้น “ทรู” จาก “เทเลนอร์” ลุยเทคโนโลยีขั้นสูง

    กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (Arise Ventures Group) ซึ่งก่อตั้งและถือหุ้นทั้งหมดโดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่มีความบูรณาการและครอบคลุมยิ่งขึ้น ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นจำนวนร้อยละ 24.95 ในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศไทย จาก Telenor Thailand Investments Pte Ltdคุณศุภชัยได้ลงจากตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารของเครือเจริญโภคภัณฑ์เพื่อทุ่มเทในการบริหาร Arise Ventures Group กลยุทธ์ของกลุ่ม พอร์ตการลงทุนของ กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ครอบคลุมเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ศูนย์ข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์(AI) และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยกลุ่มบริษัทมีเป้าหมายในการยกระดับการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม และส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างกว้างขวางทั่วทั้งภูมิภาคบริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ถือหุ้นทั้งหมด ได้ดำเนินก้าวสำคัญในธุรกิจกลุ่มโทรคมนาคม โดยได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นจำนวนร้อยละ 24.95 ในบริษัท ทรู…

  • “ChatGPT” เตรียมใช้ AI คาดเดาอายุผู้ใช้ แยก “เด็ก-ผู้ใหญ่” เพื่อความปลอดภัย

    ช่วงนี้เรื่องของแพลตฟอร์ม AI ยังคงร้อนแรง จากปัญหาการใช้งานที่ไม่เหมาะสม ล่าสุด OpenAI เลยประกาศการอัปเกรดใหม่ให้กับ ChatGPT ใส่ฟีเจอร์คาดเดาอายุ แยกผู้ใช้งานเด็ก-ผู้ใหญ่ เพื่อป้องกันเนื้อหาไม่เหมาะสมโอเพนเอไอ (OpenAI) ประกาศเริ่มใช้งานระบบ เอจ พรีดิกชัน (Age Prediction) หรือระบบคาดเดาอายุผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม แชตจีพีที (ChatGPT) อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อคัดกรองผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างสมดุลระหว่างการใช้งานของบัญชีผู้ใหญ่ กับมาตรการป้องกันที่เข้มงวดสำหรับเยาวชนความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ คือการเปลี่ยนผ่านจากการเชื่อข้อมูลอายุที่ผู้ใช้กรอกเอง (Self-declared) มาเป็นการใช้ระบบอัตโนมัติที่วิเคราะห์จากพฤติกรรม (Behavioral Signals) โดย AI จะประเมินจากปัจจัยต่าง ๆ เช่นระยะเวลาการใช้งานบัญชี รูปแบบการใช้งานในระยะยาว ช่วงเวลาที่เข้าใช้งานเป็นประจำ และข้อมูลอายุที่เคยระบุไว้ในอดีตโอเพนเอไอ (OpenAI) ระบุว่า วิธีนี้จะช่วยให้ระบบ สามารถอนุมานอายุของผู้ใช้ได้ โดยไม่ต้องบังคับให้ยืนยันตัวตนซ้ำ ๆ หรือคอยเด้งหน้าต่างสอบถามข้อมูลให้เสียอรรถรสในการใช้งาน และหากระบบไม่แน่ใจ แชตจีพีที (ChatGPT) ก็จะเลือกตั้งค่าเริ่มต้นให้เป็นโหมดปลอดภัยไว้ก่อนทันทีทั้งนี้หากระบบประเมินว่าผู้ใช้เป็นเยาวชน มาตรการป้องกันพิเศษจะถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ เพื่อลดความเสี่ยงในการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่น เนื้อหาภาพความรุนแรง การทำร้ายตัวเอง…

  • “บอร์ด กสทช.” ไฟเขียวโครงการขอทุน”กองทุน กทปส.”

    บอร์ด กสทช. ได้ให้ความเห็นชอบต่อโครงการต่าง ๆ ที่เสนอขอรับเงินสนับสนุนจาก กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.)นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะกรรมการ กสทช. (บอร์ด) ได้ให้ความเห็นชอบต่อโครงการต่าง ๆ ที่เสนอขอรับเงินสนับสนุนจาก กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) โดยได้เห็นชอบ โครงการทุนต่อเนื่อง : การเพิ่มโอกาสเข้าถึงพิพิธภัณฑ์นอกกระแสด้วย มิวเซียม พูล: ระบบบริหารข้อมูลนำชมพิพิธภัณฑ์แบบพกพา ของ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ งบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 6,835,200 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 24 เดือนรวมถึงโครงการพัฒนาระบบนิเวศน์ด้านข้อมูลดิจิทัลและข้อมูลโครงข่ายการสื่อสารสำหรับการสร้างแบบจำลองตัวแทน เพื่อรับมือเชิงป้องกันโรคอุบัติใหม่ : กรณีศึกษาการแพร่ระบาดโควิด-19 ประเทศไทย ของ บริษัท ทัช เทคโนโลยี จำกัด…

  • รีวิว POCO M8 Pro 5G นิยามใหม่ของ อึด ถึก แรง ด้วยแบตเตอรี่ 6500mAh และมาตรฐาน IP69K ในร่างเรือธง

    รีวิว POCO M8 Pro 5G นิยามใหม่ของ อึด ถึก แรง ด้วยแบตเตอรี่ 6500mAh และมาตรฐาน IP69K ในร่างเรือธงPOCO M Series กลับมาเขย่าวงการสมาร์ตโฟนอีกครั้งและรอบนี้ไม่ใช่แค่การอัปเกรดตามรอบปีปกติ แต่เป็นการยกระดับจุดยืนทางการตลาดของตัวเองขึ้นไปท้าชนกับกลุ่มระดับกลางค่อนบนหรือแม้กระทั่งเรือธงบางรุ่นอย่างไม่เกรงกลัว ด้วยการใส่สเปคที่ "จัดเต็มเกินพิกัด" หรือให้มาเกินคุ้มเมื่อเทียบกับกลุ่มตลาดปกติของซีรีส์ M โดยเฉพาะเรื่องของความทนทานและพลังงานการเปิดตัว POCO M8 Pro 5G ในครั้งนี้ ดูเหมือนทางแบรนด์จะตั้งใจเจาะกลุ่มผู้ใช้งานหนักที่ต้องการสมาร์ตโฟนที่ "ครบ จบ ในเครื่องเดียว" ทั้งหน้าจอที่สวยคมชัด แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ข้ามวันและความแข็งแกร่งที่พร้อมลุยไปทุกที่ เป็นการประกาศศักดาว่าความคุ้มค่าไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการลดสเปคอีกต่อไปShopee : https://s.shopee.co.th/BNgYMNK1DLazada :https://c.lazada.co.th/t/c.2ceZffไฮไลท์ที่ต้องพูดถึงเป็นอันดับแรกคือเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ก้าวกระโดด POCO M8 Pro 5G เลือกใช้แบตเตอรี่แบบ Silicon-Carbon ขั้นสูงที่มีส่วนผสมของซิลิคอนถึง 10% เทคโนโลยีนี้ทำให้สามารถอัดความจุได้มหาศาลถึง 6500mAh (typ) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนถึง 27% โดยมีความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้นแต่ไม่ทำให้ตัวเครื่องหนาเทอะทะ ผลลัพธ์คือเราได้สมาร์ตโฟนที่การันตีการใช้งานได้ตลอดทั้งวันแบบไม่ต้องพก Power Bankที่น่าทึ่งคือความทนทานของตัวเซลล์แบตเตอรี่ที่เคลมว่าใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง…

  • อังกฤษจัด “แข่งรถลุยโคลน” มอเตอร์สปอร์ตสายเด้ง ที่ไม่ได้วัดกันแค่ความเร็ว

    กีฬามอเตอร์สปอร์ตสุดแปลกที่เกิดขึ้นจริงในอังกฤษ กับการแข่งขันรถลุยโคลน ที่จะใช้นักแข่งสองคน คนหนึ่งขับ ส่วนคนหนึ่งต้องคอยขยับ ปรับตำแหน่งน้ำหนักตัวให้รถสามารถลุยโคลนไปได้จบไปแล้วสำหรับการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตสไตล์บริติชขนานแท้ กับการแข่งขันที่เรียกว่า สปอร์ตติง ไทรอัล (Sporting Trials) กีฬามอเตอร์สปอร์ตที่หินที่สุดรายการหนึ่ง เพราะนี่ไม่ใช่แค่การประลองความเร็ว แต่ผู้เข้าแข่งขัน ยังต้องอาศัยทักษะการควบคุมรถที่เหนือชั้นร่วมด้วยความต่างของการแข่งขันนี้ กับกีฬามอเตอร์สปอร์ตทั่วไปคือ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องมีความชำนาญในด้านการรักษาแรงส่ง รวมถึงการควบคุมคันเร่งที่เฉียบคม และการเลือกทางที่แม่นยำที่สุด เพราะแต่ละสถานีเปรียบเสมือนปริศนาที่ต้องใช้ทั้งไหวพริบและการตัดสินใจ เพื่อทำคะแนนให้กับทีมความพิเศษอีกอย่างของการแข่งขันนี้คือรถแต่ละคัน จะมีผู้เข้าแข่งขัน 2 คน ทำหน้าที่ประสานกัน ได้แก่ คนขับ (Driver) และ ผู้โดยสาร หรือที่เรียกกันว่า เบาซ์เซอร์ (Bouncer) หน้าที่ของคนขับคือพารถไปให้ไกลที่สุดโดยไม่หยุดส่วน เบาซ์เซอร์ คือคีย์แมนสำคัญ ที่จะต้องถ่ายเทน้ำหนักตัวไปมาอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างแรงรักษาความสมดุล ให้รถไปต่อได้ในทางชันสำหรับสนามแข่งขันแบ่งออกเป็น 10 สถานี แต่ละจุดจะมีธงปักเป็นตัวกำหนดเส้นทางและระยะทาง โดยรถแข่งขับเคลื่อน 2 ล้อที่มีความคล่องตัวสูง จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ถึงจุดหมายโดยไม่หยุดนิ่ง หากทำได้สมบูรณ์แบบ หรือผ่านประตูสุดท้ายได้ จะได้รับคะแนนที่ต่ำที่สุด เช่น 1 คะแนน และเมื่อจบวัน ใครที่มีคะแนนรวมน้อยที่สุดจะเป็นผู้คว้าชัยสำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศปีนี้จัดขึ้นที่เมือง ครูเคอร์น…

  • นักวิจัยพัฒนา “เซนเซอร์สั่น” ช่วยวินิจฉัยโรคผิวหนังได้ไว ไอเดียจากของเล่นเด็ก

    นักวิจัยหยิบเอาไอเดียใกล้ตัวอย่างเซนเซอร์ตัวสั่นในของเล่นเด็ก มาทำเป็นเซนเซอร์ตรวจสภาพผิว ช่วยดูความเปลี่ยนแปลงของโรคผิวหนัง ทำให้แพทย์สามารถดูแลการรักษาผู้ป่วยได้ไวยิ่งกว่าเดิมทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเฮเรียต-วัตต์ (Heriot-Watt University) ในสกอตแลนด์ ประสบความสำเร็จในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี "เซนเซอร์สั่น" (Buzzer) แบบที่พบในของเล่นเด็ก มาพัฒนาเป็นเซนเซอร์อัจฉริยะที่สามารถวัดสภาพชั้นผิวหนังได้อย่างละเอียด ซึ่งคาดว่าจะช่วยปฏิวัติการรักษาโรคผื่นแพ้ผิวหนัง (Eczema) และโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) ได้รวดเร็วกว่าเดิมอุปกรณ์ตัวนี้ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ภายในประกอบด้วยลำโพงขนาดเล็กที่สร้างแรงสั่นสะเทือนเบา ๆ ลงบนพื้นผิวหนัง และมีตัวรับสัญญาณขนาดเล็ก 4 จุดที่ทำหน้าที่เสมือนไมโครโฟน คอยตรวจจับการตอบสนองของชั้นผิวหนังแต่ละชั้น ข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาประมวลผลเพื่อวัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง ทำให้แพทย์หรือเภสัชกรสามารถประเมินผลการรักษาได้ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ แทนการคาดคะเนด้วยสายตาอย่างเดียวทีมวิจัยโครงการนี้อธิบายถึงปัญหาของการรักษาในปัจจุบันว่า โดยทั่วไปแล้วเมื่อผู้ป่วยมีผื่นขึ้น แพทย์มักจะให้ยาทา ที่ต้องกลับไปลองใช้ดูนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และคอยประเมินอาการด้วยสายตา ทำให้กว่าจะรู้ว่ายาตัวนั้นใช้ไม่ได้ผลก็เสียเวลาไปมหาศาลแต่ด้วยเทคโนโลยีนี้ แทนที่จะต้องรอถึง 6-8 สัปดาห์เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของการรักษา เซนเซอร์ที่ออกแบบขึ้นก็จะช่วยบอกได้ในเวลา1-2 สัปดาห์ ว่าการรักษานั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยเร่งกระบวนการตัดสินใจของแพทย์และเภสัชกรให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้นนอกจากความรวดเร็วแล้ว นวัตกรรมนี้ยังเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องการวินิจฉัยให้กับกลุ่มผู้ป่วยที่มีสีผิวเข้ม ซึ่งมักจะทำให้การวินิจฉัยด้วยสายตาทำได้ยากและมีอาจความคลาดเคลื่อนสูง แต่เซนเซอร์ตัวนี้ทำงานผ่านการวัดค่าทางกายภาพใต้ผิวหนัง จึงสามารถให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกับทุกสภาพสีผิวปัจจุบันโรคผื่นแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) ส่งผลกระทบต่อประชากรกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก เทคโนโลยีเซนเซอร์จากของเล่นชิ้นนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความล้ำสมัย แต่คือการมอบทางลัดสู่การรักษาที่ถูกต้องและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยนับล้านให้กลับมามีความสุขได้เร็วขึ้นกว่าเดิมข่าวที่เกี่ยวข้องNATO ทดสอบเทคโนโลยีโดรน รับมือภัยคุกคามใหม่ในน่านน้ำยุโรปWHO…

  • กทม. เตรียมสร้าง “สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” ยกระดับจุดชมวิวสองฝั่งน้ำ

    กทม. เผยโฉมแนวคิดสะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยาแห่งใหม่ เชื่อมย่านเมืองเก่าให้เดินถึงกันได้ 24 ชั่วโมง เตรียมปั้นแลนด์มาร์กสุดล้ำที่เน้นคนเดินและจักรยานโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร โดยสำนักการโยธา เผยแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเดินทางที่ยั่งยืน ผ่านโครงการก่อสร้าง “สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” บริเวณช่วงระหว่างสะพานพระปกเกล้าและสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยมีจุดเชื่อมต่อสำคัญจาก ท่าเรือสวัสดี ถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ ข้ามไปยัง ถนนเชียงใหม่ เขตคลองสาน รวมระยะทางโครงสร้างสะพานและทางเชื่อมประมาณ 1 กิโลเมตรแก้โจทย์ “คนเดินเท้า”โดยจากการขยายตัวของเมืองส่งผลให้ประชากรหนาแน่น แต่การสัญจรข้ามฝั่งเจ้าพระยายังคงมีข้อจำกัด เนื่องจากสะพานส่วนใหญ่เน้นการใช้งานของรถยนต์ หรือต้องพึ่งพาเรือข้ามฟากที่มีกำหนดเวลาให้บริการ โครงการนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็น “สะพานคนเดินและจักรยาน” (Pedestrian Bridge) โดยเฉพาะ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางข้ามฝั่งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงแผนดำเนินการสร้างทางเพจ กรุงเทพมหานคร ได้ออกมาชี้แจงว่า ภาพจำลองที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียเป็นเพียง “แบบร่างเบื้องต้น” (Conceptual Design) ซึ่งในปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาและออกแบบ ยังไม่มีการก่อสร้าง และต้องผ่านการพิจารณาของสภากรุงเทพมหานครเพื่อขอรับงบประมาณในอนาคตนอกจากนี้ ยังได้ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบรายละเอียดโครงการ โดยต้องพิจารณาข้อจำกัดด้านพื้นที่ การจราจร กฎหมาย และรูปแบบโครงสร้างที่ไม่กระทบเส้นทางเดินเรือ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการสอดคล้องกับบริบทพื้นที่และความต้องการของคนกรุงเทพฯโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของนโยบาย “กทม. ส่งการบ้าน (P023)” ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางแบบไร้รอยต่อ…

  • ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกเครือข่าย Global Anti-Scam Alliance (GASA) ดันไทยขึ้นแถวหน้า ร่วมปราบอาชญากรรมออนไลน์ทั่วโลก

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 21 มกราคม 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยีของไทย เข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคธุรกิจ (Corporate Member) ของ Global Anti-Scam Alliance (GASA) องค์กรพันธมิตรต่อต้านกลโกงโลกระดับนานาชาติที่มีภารกิจหลักในการปกป้องผู้บริโภคทั่วโลกจากภัยมิจฉาชีพและการหลอกลวงออนไลน์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวในการต่อต้านภัยจากเหล่ามิจฉาชีพ เสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านดิจิทัล และยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลที่ความปลอดภัย ผ่านความร่วมมือระดับโลกอย่างมีความรับผิดชอบ ท่ามกลางสถานการณ์ที่กลโกงและการฉ้อโกงออนไลน์ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นทั่วทุกมุมโลก การคุ้มครองผู้บริโภคในโลกดิจิทัลจึงกลายเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนและทุกประเทศ การเข้าร่วมเป็นสมาชิก GASA ของทรูในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมและข้ามพรมแดน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามและอันตรายจากการหลอกลวงออนไลน์นายวาที เปาทอง หัวหน้าฝ่ายงานกฎหมาย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “การหลอกลวงออนไลน์และภัยจากมิจฉาชีพเป็นความท้าทายระดับโลก ในฐานะผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยีของไทย ทรู คอร์ปอเรชั่น มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมขับเคลื่อนพันธกิจของ Global Anti-Scam Alliance (GASA) ในการปกป้องผู้บริโภคจากภัยหลอกลวง ในยุคที่การเชื่อมต่อกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวัน ความปลอดภัยของผู้คนในโลกดิจิทัลจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้น การเชื่อมต่อจึงต้องไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่น แต่ยังต้องมีความปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการป้องกัน ตลอดจนการผสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในทุกภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกอย่างไร้พรมแดน การเข้าร่วมเป็นสมาชิก GASA สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทรูในการทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลก…

  • อุปกรณ์สุดล้ำ ช่วยเช็คสุขภาพ : HealthTech Insight

    อนาคตของการรักษาโรคแบบใหม่ ที่ใช้อุปกรณ์IoT เข้ามาช่วยดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล เริ่มต้นใช้จริงแล้วHealthTech Insight พาไปดูความตั้งใจของโรงพยาบาลพระรามเก้า กับการพัฒนาแอปพลิเคชั่น“9Care” ขึ้นมาเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างคุณหมอ และคนไข้ ผ่านอุปกรณ์IoT ทางการแพทย์ที่ออกแบบให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคนรศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี ที่ปรึกษาศูนย์โรงพยาบาลออนไลน์ โรงพยาบาลพระรามเก้า บอกว่า จากประสบการณ์การให้บริการ การแพทย์ทางไกล(Telemedicine) ของศูนย์บริการออนไลน์ในช่วงที่โควิดแพร่ระบาด มีผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรังหรือโรคที่ร้ายแรงบางอย่างที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง และใกล้ชิด“ในผู้ป่วยบางรายต้องมีการมอนิเตอร์ความผิดปกติให้เห็นตลอด24 ชั่วโมง เพราะไม่รู้ว่าจะมีความผิดปกติของตัวโรคเริ่มขึ้นมาเมื่อไหร่ จึงเริ่มพัฒนาแอปพลิเคชั่น9Care ขึ้นมา ในคอนเซ็ปต์Decentralized Healthcare Services เพื่อที่จะทำให้ประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยดียิ่งขึ้น”หัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดเรา คือข้อมูลที่ได้จากแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ ที่ช่วยกำหนดสเปคของการที่ใช้อุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ทั้งความดัน ระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อกำหนดค่าเพื่ออุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐานได้ค่าที่เป็นที่ยอมรับIoT Device ถูกเชื่อมกับแพลตฟอร์มที่สามารถมอนิเตอร์คนไข้แต่ละคน ซึ่งมีโรคที่แตกต่างกัน และการต้องการดูแลที่ไม่เหมือนกัน ด้วยการเครื่องของการทำPersonal Care Plan ที่เป็นจุดเด่นในการดูแลผู้ป่วย ร่วมกับคุณหมอที่ดูแลคนไข้ เพื่อตั้งค่าอุปกรณ์ มอนิเตอร์ค่าที่ต้องการเข้าในแอปพลิเคชั่น“คนไข้แต่ละคนถึงแม้จะเป็นโรคเดียวกันแต่ความต้องการในการดูค่าต่างๆ ไม่เหมือนกัน เช่นคนไข้โรคไตบางคนอาจจะมีเรื่องของความดันที่ต้องมอเตอร์ค่าความดันเป็นพิเศษ แต่คนไข้โรคไตบางคนอาจจะมีเรื่องเบาหวานก็จะมีค่าน้ำตาลแต่ละคนก็ความต้องการไม่เหมือนกัน”ขณะเดียวกัน มีแอปพลิเคชั่นกลาง ที่สามารถมอนิเตอร์ข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมกับอุปกรณ์อย่างสมาร์ทวอทช์ ที่เชื่อมต่อกับคนไข้ คุณหมอ รวมถึงญาติของผู้ป่วย ที่สามารถแจ้งเตือนได้พร้อมกันรศ.พญ.รวีรัตน์ บอกว่า การดูแลสุขภาพกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความสำคัญมากขึ้น…