Category: ไอที

  • ญี่ปุ่นผุดไอเดีย “เครื่องบีบอัดเสื้อผ้า” กลางสนามบิน ย่อเสื้อผ้าเหลือเท่าฝ่ามือใน 1 นาที

    ถูกใจสายเที่ยว ! ญี่ปุ่นแก้ปัญหากระเป๋าเดินทางล้น ด้วย “เครื่องบีบอัดเสื้อผ้าอัตโนมัติ” ย่อส่วนเสื้อผ้าได้ถึง 7 เท่าใน 1 นาที ช่วยคืนพื้นที่ให้คุณใส่ของฝากได้จุใจในกระเป๋าใบเดิม โดยไม่ต้องซื้อใบใหม่ และไม่ต้องทิ้งใบเก่าไว้ให้เป็นภาระสนามบินปัญหากระเป๋าเดินทางขากลับของนักท่องเที่ยวที่ล้นจนต้องทิ้งกระเป๋าใบเดิมเพื่อซื้อใบใหม่กำลังจะถูกแก้ไข เมื่อบริษัทเอสจอย (SJOY) ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอของญี่ปุ่นได้นำนวัตกรรม "Pocket Tips" หรือ "เครื่องบีบอัดเสื้อผ้าอัตโนมัติ" มาติดตั้งให้ทดลองใช้ฟรีในสนามบินของญี่ปุ่นโดยทางบริษัทมีความตั้งใจที่จะใช้นวัตกรรมนี้เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้งานจริงของนักท่องเที่ยวและช่วยลดภาระสัมภาระส่วนเกินในสนามบิน หลังจากที่โครงการนี้ ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเก็บข้อมูลและเช็กกระแสตอบรับครั้งแรกที่สนามบินนาฮาเมื่อเดือนธันวาคมปี 2025 ที่ผ่านมา ล่าสุดก็ได้ขยายผลมาทดลองให้ใช้ฟรีต่อที่สนามบินหลักอย่างนาริตะ เมื่อวันที่ 13 ถึง 15 มกราคม และเพิ่งจบการทดลองที่ สนามบินฮาเนดะ ไปเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมาหลักการทำงานของเครื่องบีบอัดเสื้อผ้าอัตโนมัติ "Pocket Tips"ตัวเครื่องทำงานอัตโนมัติ 100% เพียงใส่เสื้อผ้าเข้าไป เครื่องจะไล่อากาศออกจากช่องว่างระหว่างเส้นใยอย่างทั่วถึง โดยไม่ใช้ความร้อนความเร็ว: บีบอัดเสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาเพียง 1 นาทีประสิทธิภาพ: ย่อขนาดสัมภาระได้สูงสุดถึง 1 ใน 7 ของขนาดเดิมความจุ: ช่วยเพิ่มพื้นที่ในกระเป๋าเดินทางได้มากกว่า 20% จากการยืนยันของผู้ใช้งานจริง 87%เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: กระบวนการทั้งหมดไม่ก่อให้เกิดขยะพลาสติก…

  • ชี้คนไทยนิยมใช้พอยท์ แลกส่วนลดภาระค่าใช้จ่าย

    พอยท์เอกซ์ เผย ลูกค้าใช้พอยท์สะสมเพิ่มขึ้นกว่า 330% ชี้ พอยท์สะสมจะเปลี่ยนบทบาทจากการใช้แลก ของรางวัล สู่ เครื่องมือในการสร้างความคุ้มค่า กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือ บริหารค่าใช้จ่าย ผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้พอยท์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากขึ้นนายกฤตธี มโนลีหกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พอยท์เอกซ์ จำกัด ผู้พัฒนา แอปพลิเคชันรวมและแลกคะแนนสะสม เปิดเผยว่า ในปี 68 ที่ผ่านมา ได้เร่งเดินหน้าขยายระบบนิเวศของแพลตฟอร์มให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านการผนึกพันธมิตรทั้งแบรนด์ไลฟ์สไตล์และ ลอยัลตี้ โปรแกรม ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ค้าปลีก น้ำมัน ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร แพลตฟอร์มออนไลน์ การท่องเที่ยว สายการบิน โรงแรม ไปจนถึงมูลนิธิ ฯลฯ เพื่อเพิ่มทางเลือกและความยืดหยุ่นในการใช้พอยท์ตามไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งยังจัดโปรโมชัน แคมเปญการตลาด และกิจกรรมพิเศษอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการใช้พอยท์สะสมที่เพิ่มขึ้นกว่า 330% ในช่วงเดือนเม.ย.ถึง พ.ย ปี 68 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 67ซึ่งจากการเก็บข้อมูลการใช้งานบนแอป ช่วงเดือนมี.ค.-พ.ย.68 พบว่าผู้ใช้งานมีการใช้พอยท์ในหลากหลายฟีเจอร์ พร้อมเห็นแนวโน้มการใช้พอยท์ผ่านวิธีการใหม่ที่โตขึ้นแบบก้าวกระโดด…

  • นาซานำจรวดอาร์เทมิส 2 ขนาดมหึมาไปยังแท่นปล่อยจรวด ก่อนภารกิจมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์

    นาซานำจรวดอาร์เทมิส 2 ขนาดมหึมาไปยังแท่นปล่อยจรวด เปิดฉากขั้นตอนสำคัญก่อนภารกิจมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา (NASA) ประสบความสำเร็จในการเคลื่อนย้ายจรวดขนาดยักษ์ อาร์เทมิส 2 (Artemis 2) หรือจรวด SLS ไปยังแท่นปล่อยจรวดอย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโครงการอาร์เทมิส (Artemis Program) ที่มุ่งพามนุษย์กลับไปสู่ดวงจันทร์อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานกว่าครึ่งศตวรรษการเคลื่อนย้ายครั้งนี้ใช้ยานขนส่งขนาดใหญ่พิเศษ Crawler-Transporter 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในยานลำเลียงที่ทรงพลังที่สุดในโลก ทำหน้าที่ขนส่งจรวด Space Launch System หรือ เอสแอลเอส (SLS) พร้อมยานอวกาศ โอไรออน (Orion) จากอาคารประกอบยานอวกาศ (Vehicle Assembly Building หรือ VAB) ภายในศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ไปยังแท่นปล่อยจรวดหมายเลข 39Bสำหรับเส้นทางการเดินทางมีระยะทางประมาณ 6.4 กิโลเมตร นาซาเริ่มต้นการเคลื่อนย้ายในเวลา 07.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ และใช้เวลาทั้งหมดราว 8–10 ชั่วโมง…

  • โดรนพลังงานไฮโดรเจนลำแรกของโลกเข้าสู่สนามรบจริง ยูเครนส่ง Raybird รุ่นดัดแปลงปฏิบัติภารกิจเต็มรูปแบบ

    โดรนพลังงานไฮโดรเจนลำแรกของโลกเข้าสู่สนามรบจริง ยูเครนส่ง Raybird รุ่นดัดแปลงปฏิบัติภารกิจเต็มรูปแบบกองทัพยูเครนสร้างหมุดหมายใหม่ของเทคโนโลยีการทหารสมัยใหม่ หลังยืนยันการนำโดรนพลังงานไฮโดรเจนเข้าสู่เขตสู้รบจริงเป็นครั้งแรกของโลก โดยเป็นโดรนไฮบริดรุ่น เรย์เบิร์ด (Raybird) ที่พัฒนาโดยบริษัท สกายตัน (Skyeton) ซึ่งถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจร่วมกับกองทัพยูเครนในพื้นที่สงครามที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างเข้มข้นแม้โดรนที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนจะไม่ใช่แนวคิดใหม่ โดยมีการพัฒนามานานเกือบ 20 ปี แต่ในอดีตส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในขั้นต้นแบบหรือการทดสอบเชิงสาธิตเท่านั้น โดรนประเภทนี้มักถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจบินระยะไกลหรือการบินในระดับความสูงมาก ขณะที่โครงการก่อนหน้า เช่น เฮเวน แอโรเทค Z1 (Heven AeroTech Z1) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา แม้จะถูกวางตัวให้รองรับภารกิจแนวหน้า แต่ก็ยังไม่เคยถูกนำไปใช้งานจริงในสนามรบมาก่อน ทำให้โดรน Raybird กลายเป็นครั้งแรกที่เทคโนโลยีโดรนพลังงานไฮโดรเจนถูก ทดสอบในสนามรบจริงตามข้อมูลจากบริษัท สกายตัน โดรน Raybird รุ่นพลังงานไฮโดรเจนได้รับการดัดแปลงโครงสร้างใหม่เกือบทั้งหมด เพื่อรองรับระบบเชื้อเพลิงแบบใหม่ โดยเฉพาะการจัดวางถังไฮโดรเจนซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าถังเชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอนที่ใช้กับเครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไป การออกแบบใหม่ยังคำนึงถึงการกระจายน้ำหนักและความสมดุลของอากาศยาน เพื่อรักษาสมรรถนะการบินให้ใกล้เคียงกับรุ่นดั้งเดิมมากที่สุดโดรน Raybird เป็นอากาศยานไร้คนขับแบบไฮบริด โดยพลังงานไฮโดรเจนถูกนำมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่สร้างแรงขับเคลื่อน ตัวเครื่องมีน้ำหนักขณะบินขึ้น 51 ปอนด์ หรือ 23 กิโลกรัม วงปีกกว้างสูงสุด 15 ฟุต หรือ 4.7…

  • จีนเตรียมส่ง “ซุนเทียน” กล้องโทรทรรศน์อวกาศยักษ์ท้าชนฮับเบิลด้วยมุมมองกว้างกว่า 300 เท่า

    จีนเตรียมส่ง จีนกำลังก้าวเข้าใกล้อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ หลังนักวิทยาศาสตร์เสร็จสิ้นการจำลองการสังเกตการณ์อย่างเต็มรูปแบบของ กล้องโทรทรรศน์อวกาศจีน (Chinese Space Station Telescope หรือ CSST) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ซุนเทียน (Xuntian) ซึ่งแปลตรงตัวว่าการเดินทางสู่สวรรค์ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการปล่อยขึ้นสู่วงโคจรในช่วงไม่เร็วไปกว่าปลายปี 2026 และมีแนวโน้มชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 พร้อมกับการทำงานร่วมกับสถานีอวกาศ เทียนกง (Tiangong) ของจีนซุนเทียนเป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศขนาดใหญ่ใกล้เคียงรถบัส ติดตั้งกระจกหลักเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตร ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ากระจกของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่อวกาศจีนย้ำว่า ประสิทธิภาพโดยรวมของซุนเทียนในด้านการสำรวจท้องฟ้า จะเหนือกว่าฮับเบิลอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้าน มุมมองภาพ (Field of View) ที่กว้างกว่าประมาณ 300-350 เท่าหัวใจสำคัญของซุนเทียน คือ กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงถึง 2.5 กิกะพิกเซล ซึ่งจะทำให้สามารถถ่ายภาพท้องฟ้าได้ครอบคลุมพื้นที่ราว 40 เปอร์เซ็นต์ ของท้องฟ้าทั้งหมด ตลอดอายุภารกิจประมาณ 10 ปี ครอบคลุมช่วงความยาวคลื่นตั้งแต่ 255-1,000 นาโนเมตร ตั้งแต่ใกล้อัลตราไวโอเลตไปจนถึงใกล้อินฟราเรด พร้อมให้ภาพที่มีความละเอียดเชิงพื้นที่และเชิงมุมสูง เหมาะสำหรับการศึกษาวัตถุท้องฟ้าหลากหลายประเภทก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการปล่อย ทีมวิจัยจาก…

  • ดาวอังคารเคยชุ่มน้ำและมีสีน้ำเงินมากกว่าที่คิด นักวิทยาศาสตร์คำนวณระดับน้ำทะเลโบราณ

    ดาวอังคารเคยชุ่มน้ำและมีสีน้ำเงินมากกว่าที่คิด นักวิทยาศาสตร์คำนวณระดับน้ำทะเลโบราณ พบหลักฐานมหาสมุทรขนาดยักษ์ปกคลุมซีกโลกเหนืองานวิจัยใหม่ชี้ว่า ดาวอังคารซึ่งปัจจุบันแห้งแล้งและเต็มไปด้วยฝุ่น อาจเคยมีภูมิทัศน์สีน้ำเงินและอุดมด้วยน้ำมากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยประเมินไว้ ทั้งทะเลสาบ แม่น้ำคดเคี้ยว และมหาสมุทรกว้างใหญ่ โดยล่าสุดนักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณระดับน้ำทะเล ในช่วงเวลาที่ดาวอังคารมีน้ำบนพื้นผิวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ จากการวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมหลายภารกิจทีมวิจัยจากอิตาลีและสวิตเซอร์แลนด์ตรวจสอบข้อมูลจากดาวเทียม 3 ดวง และค้นพบหุบเขาใต้ทะเลโบราณชื่อ โคปราเตส ชาสมา (Coprates Chasma) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณวัลเลส มาริเนริส (Valles Marineris) เครือข่ายหุบเขาที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ภาพถ่ายจากอวกาศเผยให้เห็นตะกอนรูปพัดจำนวนมาก ลักษณะคล้ายดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่พบได้ทั่วไปบนโลก เมื่อแม่น้ำไหลมาบรรจบแหล่งน้ำนิ่งอย่างทะเลหรือมหาสมุทรฟริตซ์ ชลูเนกเกอร์ (Fritz Schlunegger) นักธรณีสัณฐานวิทยาจากมหาวิทยาลัยเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อธิบายว่า “โครงสร้างดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเกิดขึ้นบริเวณที่แม่น้ำไหลลงสู่มหาสมุทร ดังที่เราพบจากตัวอย่างมากมายบนโลก โครงสร้างที่ระบุได้จากภาพถ่ายดาวเทียมแสดงชัดเจนว่าเป็นปากแม่น้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทร” คำอธิบายนี้ช่วยยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยมีแหล่งน้ำนิ่งขนาดใหญ่รองรับน้ำจากเครือข่ายแม่น้ำนักวิจัยระบุว่า โครงสร้างคล้ายดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำทั้งหมดถูกพบที่ระดับความสูงประมาณ 3,650–3,750 เมตร ต่ำกว่าระดับอ้างอิงพื้นผิวของดาวอังคาร ซึ่งหมายความว่าระดับน้ำในอดีตอยู่สูงกว่าจุดที่ลึกที่สุดของวัลเลส มาริเนริสราว 1,000 เมตร การคำนวณนี้ชี้ว่ามหาสมุทรโบราณบนดาวอังคารอาจมีขนาดใกล้เคียงกับ มหาสมุทรอาร์กติกของโลก และแผ่ปกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่อิก นาติอุส อาร์กาเดสเตีย (Ig Natius ArgaDestia) นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยเบิร์น ระบุว่า “เราค้นพบหลักฐานของมหาสมุทรที่ลึกที่สุดและใหญ่ที่สุดในอดีตบนดาวอังคาร…

  • ฟินแลนด์โชว์ล้ำ! สาธิตส่ง “ไฟฟ้าผ่านอากาศ” สำเร็จ ปูทางสู่อนาคตไร้สายไฟ

    ฟินแลนด์โชว์ล้ำ! สาธิตส่ง ฟินแลนด์กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศแนวหน้าของโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานยุคใหม่ หลังนักวิจัยสามารถสาธิตการส่งพลังงานไฟฟ้าผ่านอากาศโดยไม่ต้องใช้สายเคเบิลได้สำเร็จ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีจากคลื่นเสียงอัลตราโซนิก แสงเลเซอร์ และคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) แม้งานวิจัยส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นทดลอง แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของโลกในระยะยาวความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นผลจากการทำงานร่วมกันของทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ (University of Helsinki) และมหาวิทยาลัยอูลู (University of Oulu) รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีภาคเอกชนของฟินแลนด์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการพัฒนาแนวทางใหม่ที่ทำให้ไฟฟ้าสามารถ “เคลื่อนที่ได้อย่างยืดหยุ่น ปลอดภัย และไม่ต้องพึ่งพาสายไฟแบบดั้งเดิม” เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคดิจิทัลและสังคมเมืองในอนาคตหนึ่งในผลงานที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการทดลองของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิกความเข้มสูงสร้างเส้นทางชั่วคราวในอากาศ เพื่อควบคุมทิศทางของประกายไฟฟ้าให้เคลื่อนที่ไปตามแนวที่กำหนดได้อย่างแม่นยำ ราวกับมี “สายไฟที่มองไม่เห็น” ลอยอยู่กลางอากาศ แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า “สายไฟอะคูสติก” (Acoustic Wire) ซึ่งอาศัยการเปลี่ยนคุณสมบัติของอากาศด้วยแรงดันจากคลื่นเสียง ทำให้ไฟฟ้าสามารถเดินทางไปตามเส้นทางนั้นได้แม้เทคโนโลยีสายไฟอะคูสติกจะยังไม่สามารถส่งพลังงานในระดับสูงหรือใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ในขณะนี้ แต่การสาธิตดังกล่าวถือเป็นหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์สำคัญที่ยืนยันว่า การส่งไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตัวนำโลหะเสมอไป นักวิจัยประเมินว่าในอนาคต แนวคิดนี้อาจนำไปสู่การเชื่อมต่อไฟฟ้าแบบไร้การสัมผัส อุปกรณ์อัจฉริยะที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก รวมถึงอินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่ที่ใช้ “เส้นทางไฟฟ้าในอากาศ” เป็นตัวกลางในการทำงานขณะเดียวกัน ภาคเอกชนของฟินแลนด์ก็เร่งพัฒนาเทคโนโลยีการส่งพลังงานด้วยแสง หรือ “พาวเวอร์บายไลต์” (Power-by-Light) ซึ่งใช้เลเซอร์กำลังสูงเป็นตัวส่งพลังงานไฟฟ้าผ่านอากาศหรือใยแก้วนำแสง ไปยังตัวรับแบบโฟโตโวลตาอิกที่จะแปลงแสงกลับมาเป็นไฟฟ้าอีกครั้ง หนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นคือ วินเซ พาวเวอร์ (Winse Power) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น…

  • iPhone 18 Series จ่ออัปเกรด RAM 12GB “ยกแผง” รับกับยุค AI

    มีการเปิดเผยว่า iPhone 18 ทั้งหมดจะได้ RAM สูงสุด 12GB พร้อมกับชิป A20 ในรุ่นท็อปใครที่เห็น iPhone 17 แล้วเบื่อเรื่องของสีสัน อยากรอของใหม่ในปี 2026 มาฟังเรื่องการอัปเดตข่าวลือของ iPhone 18 Series ก็เริ่มหลุดออกมาให้สาวกได้ตื่นเต้นกันแล้วครับ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง "ความแรง" ที่รอบนี้ Apple ดูเหมือนจะจัดเต็มเพื่อรองรับยุค AI อย่างสมบูรณ์แบบข้อมูลล่าสุดจาก 2 นักวิเคราะห์ขาประจำอย่าง Ming-Chi Kuo และ Jeff Pu (อ้างอิงจาก MacRumors) ประสานเสียงไปในทิศทางเดียวกันว่า iPhone รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า จะมาพร้อมกับ RAM 12GB ทุกรุ่น!นั่นหมายความว่า ไม่ใช่แค่รุ่น Pro หรือ Pro Max เท่านั้น แต่รวมถึง iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน และรุ่นปริศนาอย่าง iPhone…

  • ปิดตำนาน ASUS ยืนยัน “เลิกทำสมาร์ตโฟน” อย่างเป็นทางการ

    ประธานของ ASUS ได้ออกมากล่าวจะไม่ทำมือถือ เพราะไม่ได้กำไรและธุรกิจอื่น ยั่งยืนกว่าถือเป็นข่าวช็อกวงการส่งท้ายเดือนมกราคม 2026 เลยทีเดียวครับ สำหรับแฟนคลับอารยธรรม ASUS และสาวกเกมมิ่งโฟนอย่าง ROG Phone เมื่อล่าสุดทางประธานบริษัทได้ออกมา "ยืนยันด้วยตัวเอง" แล้วว่า ASUS จะยุติบทบาทในตลาดสมาร์ตโฟน และจะไม่มีการเปิดตัวรุ่นใหม่ในปีนี้อีกต่อไปJonney Shih ประธานกรรมการของ ASUS ได้กล่าวในงาน Taipei Nangang Exhibition Center อย่างชัดเจนว่า ทางแบรนด์ไม่มีแผนที่จะปล่อยสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้วJonney-ShihJonney Shihทิศทางใหม่ของ ASUS จะเทงบวิจัยและพัฒนา (R&D) ทั้งหมดไปที่ตลาดที่มีการเติบโตสูงกว่า ได้แก่Commercial PCs: คอมพิวเตอร์สำหรับองค์กรและธุรกิจPhysical AI: เทคโนโลยี AI ที่จับต้องได้ เช่น หุ่นยนต์ (Robotics) และแว่นตาอัจฉริยะ (Smart Glasses)สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ หนีไม่พ้นเรื่องของ "ตัวเลข" ครับ โดย Jonney Shih เปิดเผยว่าในปี 2025 ที่ผ่านมา…

  • เปิดตัว Infinix Note Edge มือถือจอโค้ง 1.5K สว่างตาแตก แบตฯ อึดใช้งานยาว 6 ปี

    Infinix ได้เปิดตัว Infinix Note Edge มือถือที่บางเฉียบ ได้แบตเตอรี่ 6000 พร้อมกับขนาดหน้าจอใหญ่อลังการกับความเร็วหน้าจอที่สัมผัสได้ไวสุดInfinix Note Edge มือถือรุ่นล่าสุดจากค่าย Infinix เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อย นอกจากความบางสุดๆ แล้วต้องบอกเลยว่าสเปกที่ให้มานั้น "เกินเรื่อง" ไปมากเมื่อเทียบกับราคา โดยเฉพาะหน้าจอที่จัดเต็มและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เคลมว่าทนทานระดับใช้งานได้ครึ่งทศวรรษ!note-edge-2หน้าจอใหญ่และสว่างจุดขายหลักของรุ่นนี้คือหน้าจอแสดงผลที่อัปเกรดมาให้แบบไม่กั๊ก กับหน้าจอโค้งขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K ให้ภาพคมชัดกว่า FHD+ ทั่วไป สามารถดันความสว่างสูงสุดได้ถึง 4,500 nits ใช้งานกลางแดดเปรี้ยงๆ ได้สบาย Touch Sampling Rate สูงสุด 2,800 Hz กับ Refresh Rate 120 Hzแต่ทั้งหมดนี้ยังได้ขอบจอบางสมมาตรเพียง 1.87 มม. พร้อมครอบทับด้วยกระจกแกร่งรุ่นใหม่ Gorilla Glass 7iInfinix แก้ปัญหาแบตเสื่อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ โดยรุ่นนี้ให้แบตเตอรี่มาจุกๆ สูงสุด 6,500 mAh (ขึ้นอยู่กับประเทศที่จำหน่าย)…