Category: ไอที
-
ประวัติแชทบน ChatGPT ได้ถูกอัยการนำไปใช้เป็นหลักฐานเอาผิดในศาลแล้ว แต่ลูกขุนไม่ยอมรับ
ลูกขุนเสียงข้างมากให้ความเห็น ด้านมืดบนแอป ChatGPT ของจำเลยไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานปรักปรำความผิดที่เกิดได้การดำเนินคดี กับ เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI หรือ Artificial Intelligence) อย่าง ChatGPT นั้นเรียกได้ว่ากลายเป็นข่าวปกติไปแล้ว และในข่าวนี้ก็เป็นอีกข่าวที่แปลกใหม่สำหรับ ChatGPT คือแทนที่จะเป็นการฟ้อง กลับเป็นการเอาข้อมูลแชทไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล ซึ่งแหล่งข่าวได้ระบุว่าเป็นความพยายามครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยทีเดียวจากรายงานโดยเว็บไซต์ Mezha ได้กล่าวถึงคดีฟ้องร้องผู้ต้องสงสัย นาย Jonathan Rinderknecht ว่าเป็นผู้วางเพลิงจนนำไปสู่การเกิดไฟป่าที่ใหญ่ และร้ายแรงที่สุดในแถบเมืองลอสแองเจลลิส (Los Angeles) ในปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ซึ่งในขั้นตอนการพิสูจน์ว่าจำเลยมีความผิดจริงนั้น ทางผู้ฟ้องร้องได้ใช้หลักฐานต่าง ๆ มาประกอบจำนวนมากว่าตำแหน่งของจำเลยนั้นอยู่ในแถบต้นเพลิงในวันที่เกิดเหตุ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการวางเพลง ซึ่งหลักฐานนั้นประกอบด้วยภาพจากกล้องวงจรปิด, โทรศัพท์มือถือ iPhone, พยานบุคคล, และ ประวัติการพูดคุยบน ChatGPTซึ่งหลักฐานบน ChatGPT ที่ผู้ฟ้องร้องนำเสนอต่อศาลนั้น เป็นหลักฐานที่จำเลยทำการสร้างภาพ (Generate Image) รูปไฟจาก ChatGPT เพื่อแสดงความโกรธแค้น รวมทั้งการพูดคุยจำนวนมากที่เป็นไปในทิศทางที่ว่า คนรวยจำเป็นต้องโดนล้างบาง รวมถึงมีการถามตัว…
-
ฉีกทุกกฎจอพับ! The all-new Galaxy Z Fold8 พับไซซ์ใหม่ เบาที่สุดที่เคยมี กว้างเต็มตา Joy ทุกคอนเทนต์
(เพิ่มเติม…)
-
เครื่องเป่าวัดไขมันครั้งแรกของโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ แม่นยำแม้ไม่เจาะเลือดดูผล
ETH Zurich เปิดตัว Nutrion เครื่องตรวจลมหายใจพกพา วัดการเผาผลาญไขมันจากก๊าซอะซิโตน แม่นยำเทียบเท่าห้องแล็บ ปูทางสู่การใช้ช่วยเบาหวาน และผู้คุมอาหารทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีสวิส ซูริก (ETH Zurich) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำโดย ศาสตราจารย์ อันเดรอัส กึนต์เนอร์ (Andreas Güntner) จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและกระบวนการ ร่วมมือ Alivion AG บริษัทสปินออฟของสถาบันฯและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยซูริกฒนานวัตกรรมอุปกรณ์พกพาขนาดเล็กสำหรับตรวจวัดระดับก๊าซอะซิโตน (Acetone) ในลมหายใจ เพื่อประเมินอัตราการเผาผลาญไขมันของร่างกายได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องเจาะเลือด หวังยกระดับการแพทย์แบบเฉพาะบุคคล (Personalised Medicine) ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ไขมัน และโรคอื่น ๆ ในอนาคตนวัตกรรรมเบื้องหลังเครื่องเป่าวัดไขมันในทางชีวเคมี ก๊าซอะซิโตนเป็นผลพลอยได้ (By-product) จากกระบวนการเมแทบอลิซึมของไขมัน ซึ่งจะถูกขับออกมาทางลมหายใจผ่านปอด เมื่อร่างกายเปลี่ยนจากการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลมาเป็นการสลายไขมันคุณลักษณะเฉพาะ (Specifications)เทคโนโลยีเซนเซอร์ความไวสูงพิเศษ: พัฒนาต่อยอดมากว่า 10 ปี โดยตัวเซนเซอร์มีความไวสูงมากจนสามารถตรวจจับโมเลกุลของก๊าซอะซิโตนเพียง 1 โมเลกุล ท่ามกลางก๊าซชนิดอื่น ๆ ได้ถึง 100 ล้านโมเลกุล (1 in 100…
-
ลือ iPad Mini ใหม่อาจจะกันน้ำได้ เปิดตัวภายในปีนี้
รายงานล่าสุดเผยว่า iPad mini รุ่นถัดไปอาจกลายเป็น iPad รุ่นแรกที่ออกแบบมาให้ทนน้ำ พร้อมระบบลำโพงแบบใหม่ที่ไม่ต้องเจาะช่องบนตัวเครื่อง เสริมด้วยหน้าจอ OLED และชิปประมวลผลรุ่นใหม่ โApple อาจเตรียมยกระดับ iPad mini รุ่นใหม่ ครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2026 โดยรายงานล่าสุดระบุว่าแท็บเล็ตขนาดเล็กรุ่นนี้อาจเป็น iPad รุ่นแรกที่มีคุณสมบัติทนน้ำอย่างเป็นทางการ พร้อมเปลี่ยนมาใช้หน้าจอ OLED และชิปประมวลผลรุ่นใหม่ปัจจุบัน iPad ทุกรุ่นยังไม่มีมาตรฐานการป้องกันน้ำอย่างเป็นทางการ และ Apple ไม่ได้แนะนำให้นำไปใช้งานในบริเวณที่มีความชื้นสูง แต่ iPad mini รุ่นใหม่อาจถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานใกล้สระว่ายน้ำ ในห้องน้ำ หรือบริเวณที่มีโอกาสโดนน้ำกระเด็นได้มากขึ้นiPad mini อาจเป็น iPad รุ่นแรกที่ทนน้ำข้อมูลจาก Mark Gurman แห่ง Bloomberg ระบุว่า Apple กำลังพัฒนาตัวเครื่องแบบใหม่ที่ให้การป้องกันน้ำใกล้เคียงกับ iPhone แม้ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า iPad mini จะผ่านมาตรฐาน IP ระดับใดจุดประสงค์หลักน่าจะเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานทั่วไป มากกว่าการออกแบบมาให้นำลงน้ำโดยตรง เช่น การอ่านหนังสือริมสระ…
-
“Apple” หวั่นภาพลักษณ์เรื่องความเป็นส่วนตัวสั่นคลอน หลังเตรียมลุยตลาด “แว่นตาอัจฉริยะ”
เมื่อ “ความเป็นส่วนตัว” กลายเป็นโจทย์ใหญ่… แอปเปิลจะรับมืออย่างไรกับการลุยตลาด “แว่นตาอัจฉริยะ” โดยไม่ให้ภาพลักษณ์แบรนด์ต้องสั่นคลอน?แอปเปิล (Apple) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีที่สร้างจุดขายและจุดยืนเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้มาอย่างยาวนาน จนได้รับความไว้วางใจเหนือคู่แข่งอย่าง Google, Microsoft, Amazon หรือ Meta กำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่ครั้งสำคัญ เมื่อมีรายงานว่าบริษัทกำลังซุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มแว่นตาอัจฉริยะ Smart Glasses) ซึ่งเป็นหมวดหมู่สินค้าที่มักถูกผู้บริโภคมองว่าสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดความเป็นส่วนตัวและการแอบถ่ายแว่นตาอัจฉริยะภายใต้โค้ดลับ "N50"มาร์ก เกอร์แมน (Mark Gurman) จากสำนักข่าว บลูมเบิร์ก (Bloomberg) ได้เปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าววงในว่า เดิมทีแว่นตาอัจฉริยะของแอปเปิลภายใต้รหัสพัฒนา “N50" มีแผนจะเปิดตัวในปีนี้และเริ่มวางจำหน่ายต้นปี 2027 ทว่าล่าสุดต้องถูกเลื่อนกำหนดการออกไปเป็นปลายปี 2027 เนื่องจากแอปเปิลยังคงติดขัดเรื่องการวางแนวทางสื่อสารและมาตรการด้านความเป็นส่วนตัวให้รัดกุมที่สุดความกังวลของแอปเปิลไม่ใช่เรื่องเกินจริง เมื่อเหลียวมองคู่แข่งอย่าง เมตา (Meta) ที่แม้จะประสบความสำเร็จในแง่ยอดขายกับแว่นตาอัจฉริยะ แต่ก็ต้องเผชิญข่าวฉาวระลอกใหญ่ ทั้งรายงานจากพนักงานตรวจสอบเนื้อหาที่ระบุว่าเห็นคลิปหลุดของผู้ใช้ในสถานการณ์ส่วนตัวอย่างห้องน้ำ หรือข่าวการแอบติดตั้งระบบจดจำใบหน้า จนส่งผลให้แว่นตาประเภทนี้ถูกสั่งห้ามนำเข้าห้องพิจารณาคดีในหลายประเทศ และเกิดกระแสต่อต้านจากสังคมอย่างหนักความเป็นส่วนตัวคืออันดับหนึ่งเพื่อไม่ให้เดินซ้ำรอย Meta ทีมพัฒนาฮาร์ดแวร์ของ Apple จึงยกให้ "ความเป็นส่วนตัว" เป็นวาระสำคัญอันดับหนึ่ง โดยมีรายงานว่าแอปเปิลกำลังพิจารณาทางเลือกและมาตรการต่าง ๆ เช่น การใช้ระบบประมวลผลข้อมูลบนตัวอุปกรณ์ (On-device Processing)…
-
ลือ Apple ลดต้นทุนหน้าจอ iPhone 18 Pro Max แต่คุณภาพอาจไม่ต่างจากเดิม
ลือ Apple เตรียมใช้แผง OLED ต้นทุนต่ำลงกับ iPhone 18 Pro Max เพื่อควบคุมต้นทุนการผลิต โดยคาดว่าจะไม่ส่งผลต่อคุณภาพการแสดงผลของผู้ใช้แม้ iPhone 18 Pro Series จะยังไม่เปิดตัว แต่ข้อมูลจากซัพพลายเชนเริ่มเผยให้เห็นแนวทางที่ Apple อาจใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยรายงานล่าสุดระบุว่า iPhone 18 Pro Max อาจเปลี่ยนมาใช้แผงหน้าจอ OLED ที่มีต้นทุนต่ำกว่าเดิม แต่ยังคงคุณภาพการแสดงผลไว้ใกล้เคียงกับรุ่นปัจจุบันApple ไม่ได้ลดสเปก แต่ลดต้นทุนการผลิตจากข้อมูลที่สื่อในเกาหลีใต้ระบุว่า Apple กำลังพิจารณาเลือกใช้แผง OLED ที่ผลิตด้วยกระบวนการซึ่งมีต้นทุนต่ำลงสำหรับ iPhone 18 Pro Maxการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าหน้าจอจะมีความละเอียดต่ำลง ความสว่างลดลง หรือรีเฟรชเรตน้อยลง แต่เป็นการปรับในขั้นตอนการผลิต เพื่อช่วยควบคุมต้นทุนของชิ้นส่วนที่มีราคาสูงที่สุดชิ้นหนึ่งของสมาร์ตโฟนiphone-17-pro-orangeเหตุผลที่ Apple ต้องลดต้นทุนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้นทุนการผลิตสมาร์ตโฟนระดับเรือธงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากราคาชิป หน่วยความจำ และจอแสดงผล ส่งผลให้ผู้ผลิตหลายรายต้องหาวิธีลดต้นทุนในส่วนที่ไม่กระทบประสบการณ์ใช้งานของผู้บริโภคสำหรับ Apple แนวทางดังกล่าวอาจช่วยรักษาอัตรากำไร หรือชะลอการปรับขึ้นราคาของ iPhone รุ่นใหม่ แม้ว่าบริษัทจะยังไม่ได้เปิดเผยแผนด้านราคาอย่างเป็นทางการก็ตามผู้ใช้จะสังเกตเห็นความแตกต่างหรือไม่?จากข้อมูลที่มีในตอนนี้…
-
สำนักพิมพ์ “Harry Potter” รับเงินชดเชยมหาศาล หลัง “Anthropic” ขอไกล่เกลี่ยคดี AI แอบถ่ายโอนข้อมูลวรรณกรรม
เมื่อยักษ์ใหญ่ AI ถ่ายโอนข้อมูลวรรณกรรมไร้การอนุญาต สู่คดีประวัติศาสตร์ที่สำนักพิมพ์ Harry Potter และเหล่านักเขียนชนะเงินชดเชยเฉียด 2,000 ล้าน!บลูมส์เบอรี (Bloomsbury) สำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ผู้ตีพิมพ์วรรณกรรมระดับโลกอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) กำลังจะได้รับเงินชดเชยมูลค่าหลายล้านปอนด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงยอมความด้านลิขสิทธิ์ (Copyright settlement) มูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 50,000 ล้านบาท ระหว่าง แอนโทรปิก (Anthropic) สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับเหล่านักเขียนจำนวนหลายพันคน กรณีนำผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกฝนโมเดลแชตบอตบลูมส์เบอรี (Bloomsbury) ซึ่งเป็นต้นสังกัดของนักเขียนชื่อดังอย่าง เจ.เค. โรวลิง (J.K. Rowling), ซาราห์ เจ. มาส (Sarah J. Maas) และ ซูซานนา คลาร์ก (Susanna Clarke) เปิดเผยว่า มีผลงานในเครือข่ายที่ลงทะเบียนไว้ในข้อตกลงนี้ถึง 14,087 รายการ โดยได้รับข้อเสนอค่าชดเชยเฉลี่ยประมาณ 3,000…
-
เจ้าถิ่นมีหนาว รถยนต์ไฟฟ้า BYD เตรียมบุกญี่ปุ่น ท้าชนตลาดรถ Kei Car
ตลาดรถยนต์ญี่ปุ่นมีหนาว เมื่อยักษ์ใหญ่จีนเตรียมส่ง รถยนต์ไฟฟ้า BYD ในกลุ่ม รถ Kei Car เข้าบุกกรุงโตเกียว ชูจุดเด่น รถ EV ราคาประหยัดค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีนกำลังเปิดฉากบุกตลาดรถยนต์ญี่ปุ่นครั้งสำคัญ โดยเตรียมส่ง รถยนต์ไฟฟ้า BYD ประเภทรถ Kei Car หรือรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เป็นขวัญใจและวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่น เข้าไปท้าชนกับค่ายรถยนต์เจ้าถิ่นถึงหน้าบ้านการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่ดุดันมาก เพราะตลาดรถเล็กในญี่ปุ่นเป็นพื้นที่ปราบเซียนที่ค่ายรถยนต์ต่างชาติแทบจะไม่เคยเจาะเข้าเลย เนื่องจากติดเงื่อนไขเรื่องขนาดรถที่เข้มงวด ภาษี และพฤติกรรมผู้บริโภคท้องถิ่น แต่ BYD กลับมั่นใจตั้งเป้าส่งรถเล็กไฟฟ้าลงแข่งอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วแม้ว่าที่ผ่านมาคนญี่ปุ่นจะชาตินิยมและรักแบรนด์ตัวเองอย่างเหนียวแน่น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในยุคนี้คือ ต้นทุนการผลิตรถไฟฟ้า ซึ่ง BYD ได้เปรียบกว่าอย่างมหาศาลเพราะพวกเขามีซัพพลายเชนแบบเบ็ดเสร็จ ผลิตเองตั้งแต่แบตเตอรี่ มอเตอร์ ไปจนถึงชิปอัจฉริยะ ทำให้สามารถทำรถ EV ราคาประหยัดที่อัดสเปกมาเต็มที่ยิ่งไปกว่านั้น รถ Kei Car ส่วนใหญ่ถูกใช้งานเพื่อขับรับส่งลูก ไปซูเปอร์มาร์เก็ต หรือเดินทางระยะสั้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งตรงกับพฤติกรรมการใช้รถไฟฟ้าพิกัดเล็กที่ไม่ต้องง้อแบตเตอรี่ลูกใหญ่ ๆ ให้เปลืองเงินอย่างไรก็ตาม BYD ไม่ใช่เสือรายเดียวที่จ้องตลาดนี้ เพราะยักษ์ใหญ่รับจ้างผลิตอย่าง Foxconn ก็เอาด้วย แต่มาในเกมที่ต่างออกไป โดยใช้วิธีผูกมิตรกับค่ายญี่ปุ่นอย่าง…
-
หายตัวได้ โดรนล่องหน ลำใหม่ หมุนตัวหลอกสายตาคน
นักวิจัยคิดค้น โดรนล่องหน ลำใหม่ Phantom Twist อาศัยเทคนิคหมุนตัว 25 รอบต่อวินาที หลอกสายตามนุษย์ด้วยปรากฏการณ์ภาพติดตาจนมองไม่เห็นปกติเวลาโดรนบินผ่าน เรามักจะเห็นหัวโดรน เห็นแท่นใบพัดสี่ด้าน พร้อมเสียงที่ได้ยินมาจากไกล ๆ แต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ได้สร้างโดรนล่องหนแบบใหม่ขึ้นมาโดรนตัวนี้ ไม่ต้องพึ่งกระจกเงา วัสดุโปร่งแสง หรือเทคโนโลยีพรางตัวราคาแพงแบบในหนังไซไฟเลยสักนิด แต่เลือกใช้หลักการหมุนตัวเองด้วยความเร็วสูงถึง 15 ถึง 25 รอบต่อวินาที เพื่ออาศัยขีดจำกัดของสายตามนุษย์และปรากฏการณ์ ภาพติดตา (Motion Blur) ปั่นร่างกายให้กลายเป็นเพียงหมอกควันเบลอ ๆ ที่แทบจะกลมกลืนไปกับฉากหลังจนตาเราจับสังเกตไม่ทันความเจ๋งของ Phantom Twist ไม่ได้หยุดอยู่แค่การจับมันมาหมุนเหวี่ยงเล่น ๆ แต่เบื้องหลังคือการรื้อโครงสร้างโดรนแบบเดิมทิ้งทั้งหมด จากปกติที่เราคุ้นเคยกับโดรน 4 ใบพัด มีลำตัวนิ่ง ๆ อยู่ตรงกลาง เจ้า Phantom Twist ใช้มอเตอร์และใบพัดแค่ชุดเดียว โดยให้ใบพัดหมุนไปทางหนึ่ง ส่วนตัวโดรนหมุนสวนไปอีกทาง ทำให้ไม่มีจุดหยุดนิ่งให้สายตาเราจับโฟกัสได้เลยนอกจากนี้ ทีมวิจัยยังใช้ AI คัดเลือกโครงสร้างกว่า 20,000 แบบ ทดสอบการจำลอง กับฉากหลังสมจริงกว่า…
-
พบช่องโหว่ BlueHammer บน Windows สามารถใช้เพื่อฝังแรนซัมแวร์ได้
ช่องโหว่ดังกล่าวเป็นการเปิดช่องให้อัปเกรดสิทธิ์ผ่าน Microsoft Defender ทำให้แฮกเกอร์เข้าฝังมัลแวร์บนระบบได้Windows 11 กับช่องโหว่ความปลอดภัยนั้นคือของคู่กัน แต่ช่องโหว่ความปลอดภัยบางช่องนั้นก็อาจจะร้ายแรงกว่าช่องโหว่อื่น ๆ จนผู้ใช้งานจะต้องให้ความใส่ใจอย่างจริงจัง จากรายงานโดยเว็บไซต์ Security Week ได้กล่าวถึงการตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงบนระบบปฏิบัติการ Windows 11 โดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์อิสระ 2 ราย คือ Chaotic Eclipse และ Nightmare Eclipse ซึ่งนักวิจัยทั้ง 2 รายนั้นต่างเป็นกลุ่มผู้ที่มีความรู้สึกไม่ดีต่อรูปแบบการจัดการกับช่องโหว่ความปลอดภัยของทางไมโครซอฟท์อยู่แต่เดิมที่มักจะชอบทำการเปิดเผยการมีอยู่ของช่องโหว่ความปลอดภัยก่อนที่จะออกอัปเดตมาเพื่ออุดช่องโหว่ต่าง ๆ โดยทั้งคู่ได้เปิดเผยว่าช่องโหว่ที่พวกตนตรวจพบนั้นเป็นช่องโหว่ที่มีความร้ายแรงสูงที่อยู่ภายในซอฟต์แวร์ป้องกันภัยไซเบอร์ของทางไมโครซอฟท์อย่าง Microsoft Defender ที่ช่วยให้แฮกเกอร์ที่สามารถเข้าสู่ระบบได้สามารถเลื่อนสิทธิ์ (Privilege) ในการเข้าถึงระบบได้ ทั้งยังได้ตั้งชื่อช่องโหว่ดังกล่าวว่า BlueHammer ต่อมาช่องโหว่นี้ได้รับรหัสว่า CVE-2026-33825 และถูกเปิดเผยการมีอยู่ของช่องโหว่ในวันที่ 2 เมษายน ก่อนหน้าที่ทางไมโครซอฟท์จะทำการออกอัปเดตเพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าวในวันที่ 14 เมษายน (ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามเดิมที่นักวิจัยทั้ง 2 ไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใด ๆ) นอกจากนั้นทางไมโครซอฟท์ก็ยังไม่ได้ยืนยันอีกว่าได้มีแฮกเกอร์ใช้งานช่องโหว่ดังกล่าวแล้วหรือยัง ซึ่งขัดกับรายงานของทางบริษัทผู้เชี่ยวขาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ Huntess ที่รายงานว่าได้มีการใช้งานช่องโหว่ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสอดคล้องกับการที่องค์กร CISA…