Category: ไอที

  • ซีอีโอ OpenAI และ Anthropic ปฏิเสธการจับมือกันกลางเวที AI Impact Summit ที่อินเดีย

    ซีอีโอ OpenAI และ Anthropic ปฏิเสธการจับมือกันกลางเวที AI Impact Summit ที่อินเดียวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานเหตุการณ์บนเวทีงาน India AI Impact Summit ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อแซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของบริษัท OpenAI และดาริโอ อะโมเด (Dario Amodei) ซีอีโอของบริษัท Anthropic ปฏิเสธที่จะจับมือกันระหว่างการถ่ายภาพหมู่ร่วมกับผู้นำระดับโลกเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) นายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้ชูมือของอัลต์แมนและ ซุนดาร์ พิชัย (Sundar Pichai) ซีอีโอของ Google ขึ้น ท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้ร่วมงาน และคนอื่น ๆ บนเวทีก็ทำตาม แต่ทว่าอัลต์แมนและอะโมเดซึ่งยืนอยู่เคียงข้างกัน กลับเลือกที่จะชูกำปั้นขึ้นแทนการจับมือซึ่งกันและกัน แม้ว่าพวกเขาจะยอมจับมือกับบุคคลอื่นที่อยู่คนละฝั่งก็ตามภาพเหตุการณ์นี้กลายเป็นไวรัลและถูกพูดถึงอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย โดย ซิทธาร์ท บาเทีย…

  • ทุกคนพลาดกันได้! พบรักษาการ ผบ CISA จากรัฐบาลทรัมป์ อัปโหลดข้อมูลลับขึ้น ChatGPT เวอร์ชัน Public

    สายข่าวได้รายงานว่า รักษาการ ผบ CISA ใช้อำนาจบีบบังคับเพื่ออนุญาตให้เข้าถึง ChatGPT โดยลุแก่อำนาจจนข้อมูลรั่วอย่างที่เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า การใช้งานเครื่องมือ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์นั้น เวอร์ชันที่ใช้งานกันแบบทั่วไปเช่นเวอร์ชันฟรี มักจะมีข้อเสียที่ข้อมูลที่อัปโหลด หรือป้อนเข้าไปอาจจะมีการรั่วไหลได้ แต่ก็มักจะมีผู้ที่ทำผิดพลาดอยู่เสมอ และครั้งนี้ก็อาจนับได้ว่าเป็นความผิดพลาดอันไม่น่าให้อภัยอันเนื่องมาจากเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐโดยตรงจากรายงานโดยเว็บไซต์ Politico กล่าวถึงรายงานจากแหล่งข่าวนิรนามที่เป็นเจ้าหน้าที่ใน สำนักความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐานและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency หรือ CISA) ว่า นาย Madhu Gottumukkala ซึ่งเป็นรักษาการผู้อำนวยการ (Acting Director) ของทางองค์กร ได้มีการส่งคำขอพิเศษถึง สำนักงานประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ (Office of the Chief Information Officer) ในการใช้งานเครื่องมือ AI ยอดนิยมอย่าง ChatGPT ภายหลังได้รับตำแหน่งใหม่ ๆ ในช่วงปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ที่ผ่านมา…

  • ลือ SpaceX ผลิตฝูง “โดรน” ลับอัตโนมัติที่สั่งการด้วยเสียงให้กลาโหมของอเมริกา มูลค่า 3 พันล้านบาท

    สเปซ์เอ็กซ์ (SpaceX) และ xAI บริษัทของ Elon Musk อาจเข้าร่วมการแข่งขันประมูลลับครั้งใหม่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน เพื่อผลิตเทคโนโลยีฝูงโดรนอัตโนมัติที่สั่งการด้วยเสียง (Voice-controlled, autonomous drone swarming technology) ตามรายงานจากบลูมเบิร์ก (Bloomberg)รายละเอียดโครงการฝูงโดรนลับกับ SpaceXสำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) อ้างถึงรายงานจาก Bloomberg ที่ระบุว่า SpaceX และ xAI เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมแข่งขันเพื่อสัญญาจ้างผลิตฝูงโดรนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,000 ล้านบาทโดยโครงการฝูงโดรนที่ไม่ทราบชื่อได้เริ่มโครงการไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และมีระยะเวลา 6 เดือน เพื่อผลิตเทคโนโลยีฝูงโดรนขั้นสูงที่สามารถแปลคำสั่งเสียงให้เป็นคำสั่งดิจิทัลและควบคุมโดรนหลายลำพร้อมกันได้ที่มาโครงการฝูงโดรนลับกับ SpaceXเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้วางกลยุทธ์ใหม่เพื่อเร่งการพัฒนาและติดตั้งโดรน โดยตั้งเป้าที่จะลดขั้นตอนทางราชการและส่งเสริมการผลิตโดรนภายในประเทศนอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังพยายามหาวิธีที่มั่นคงและคุ้มทุนในการจัดการกับโดรน โดยเฉพาะในพื้นที่รอบสนามบินและงานกีฬาขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นความกังวลที่เร่งด่วนมากขึ้นก่อนการแข่งขัน FIFA World Cup และงานฉลองครบรอบ 250 ปี ของอเมริกา (America 250) ในช่วงฤดูร้อนนี้ด้วยSpaceX…

  • ทำไมองค์กรต้องระงับการใช้ AI Browser ไว้ก่อนในตอนนี้ ?

    จนกว่าเครื่องมือเหล่านี้จะมีมาตรการป้องกันที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ การ์ทเนอร์แนะนำให้องค์กรพิจารณาว่า AI Browser เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีความเสี่ยงสูงและยังมีข้อบกพร่องในเชิงฟังก์ชัน โดยควรระงับการใช้งานไว้ก่อนในตอนนี้ จากนั้นค่อยเริ่มโครงการนำร่องเมื่อเทคโนโลยีมีความปลอดภัยและเชื่อถือได้มากขึ้นAI Browser มาพร้อมความสามารถในการยกระดับประสบการณ์การท่องเว็บให้รวดเร็วและชาญฉลาดยิ่งขึ้น ที่ขยายขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลที่กว้างและลึกกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันความเหมาะสมของการนำมาใช้ในระดับองค์กรนั้นยังถือว่ามีความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่องค์กรส่วนใหญ่จะยอมรับได้AI Browser เช่น Perplexity Comet และ ChatGPT Atlas ของ OpenAI มีศักยภาพปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของพนักงาน จากเดิมที่ค้นหาข้อมูลด้วยตนเองไปสู่การรันงานบนเว็บแบบอัตโนมัติ ผ่านการบูรณาการ Agentic Features เข้ากับเบราว์เซอร์ ทำให้เครื่องมือเหล่านี้สามารถสรุปเนื้อหา ช่วยร่างอีเมล ตลอดจนค้นหาและสั่งซื้อสินค้าผ่านร้านค้าออนไลน์ได้อิสระสิ่งที่แตกต่างจากเบราว์เซอร์ดั้งเดิมคือ AI Browser เริ่มมีการใช้ "AI Agents" ที่ไม่เพียงแค่ตีความเจตจำนงของผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังสามารถบริหารและจัดการเวิร์กโฟลว์การทำงานได้ตั้งแต่ต้นจนจบ สิ่งนี้ถือเป็นนิยามใหม่ของการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือองค์กรกับ Digital Touchpoints ทั้งบนเว็บไซต์ บริการคลาวด์ และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆแม้จะมีขีดความสามารถน่าทึ่ง แต่ AI Browser มาพร้อมความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เราต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากเครื่องมือเหล่านี้ดำเนินการและการรันงานบนเว็บได้ด้วยตนเอง ซึ่งอาจก้าวข้ามผ่านระบบควบคุมความปลอดภัยแบบเดิม ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ การกระทำที่ผิดพลาดหรือไม่ถูกต้องของ AI หรือแม้แต่การละเมิดข้อมูลหรือเอกสารรับรองที่ใช้ยืนยันตัวตน (Credentials)…

  • การ์ทเนอร์ เปิดบทวิเคราะห์ ทำไมองค์กรต้องระงับการใช้ AI Browser ไว้ก่อนในตอนนี้

    เดนนิส ซวี รองประธานฝ่ายวิเคราะห์ของ การ์ทเนอร์ เปิดเผยว่า AI Browser มาพร้อมความสามารถในการยกระดับประสบการณ์การท่องเว็บให้รวดเร็วและชาญฉลาดยิ่งขึ้น ที่ขยายขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลที่กว้างและลึกกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันความเหมาะสมของการนำมาใช้ในระดับองค์กรนั้นยังถือว่ามีความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่องค์กรส่วนใหญ่จะยอมรับได้AI Browser เช่น Perplexity Comet และ ChatGPT Atlas ของ OpenAI มีศักยภาพปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของพนักงาน จากเดิมที่ค้นหาข้อมูลด้วยตนเองไปสู่การรันงานบนเว็บแบบอัตโนมัติ ผ่านการบูรณาการ Agentic Features เข้ากับเบราว์เซอร์ ทำให้เครื่องมือเหล่านี้สามารถสรุปเนื้อหา ช่วยร่างอีเมล ตลอดจนค้นหาและสั่งซื้อสินค้าผ่านร้านค้าออนไลน์ได้อิสระสิ่งที่แตกต่างจากเบราว์เซอร์ดั้งเดิมคือ AI Browser เริ่มมีการใช้ "AI Agents" ที่ไม่เพียงแค่ตีความเจตจำนงของผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังสามารถบริหารและจัดการเวิร์กโฟลว์การทำงานได้ตั้งแต่ต้นจนจบ สิ่งนี้ถือเป็นนิยามใหม่ของการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือองค์กรกับ Digital Touchpoints ทั้งบนเว็บไซต์ บริการคลาวด์ และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆแม้จะมีขีดความสามารถน่าทึ่ง แต่ AI Browser มาพร้อมความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เราต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากเครื่องมือเหล่านี้ดำเนินการและการรันงานบนเว็บได้ด้วยตนเอง ซึ่งอาจก้าวข้ามผ่านระบบควบคุมความปลอดภัยแบบเดิม ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ การกระทำที่ผิดพลาดหรือไม่ถูกต้องของ AI หรือแม้แต่การละเมิดข้อมูลหรือเอกสารรับรองที่ใช้ยืนยันตัวตน (Credentials) ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือช่องโหว่แฝงที่อาจยังไม่ถูกค้นพบในเทคโนโลยีที่ยังเพิ่งตั้งไข่นี้จนกว่าเครื่องมือเหล่านี้จะมีมาตรการป้องกันที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ…

  • ส่องโปร Samsung Galaxy S25 Series จาก AIS ส่งท้ายก่อนรุ่นใหม่มา

    ชี้เป้าโปรคุ้ม! ของ Samsung Galaxy S25 โค้งสุดท้ายก่อนรุ่นใหม่มารีบดูก่อนของหมดช่วงปลายอายุของมือถือหลายคนก็ชอบซื้อเพราะได้ราคาถูกใจ ซึ่ง Samsung Galaxy S25 Series ก็กำลังจะถึงเวลาผลัดใบแล้ว วันนี้ Sanook Hitech พาคุณมาส่องโปรของ Samsung Galaxy S25 Series ทั้ง 3 รุ่น จากให้ผู้บริการอย่าง AIS ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลยหมายเหตุ : สำหรับอีกค่ายนั้นหากมีข้อมูลเปิดเผยจะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปSamsung Galaxy S25 & S25 Plus (256GB)สำหรับรุ่นมาตรฐานและรุ่น Plus ทาง AIS มอบส่วนลดสูงสุดถึง 11,200 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจที่กำหนดเริ่มจากSamsung Galaxy S25 (256GB): ราคาเริ่มต้นเพียง 18,700 บาท (จากราคาปกติ 29,900.-) เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,299.- ขึ้นไปSamsung Galaxy S25…

  • 15 ฟีเจอร์ Apple Watch มีแต่คุณอาจไม่เคยรู้

    ส่อง Apple Watch ของคุณกันว่าจะมีฟีเจอร์ใหม่ที่คุณอาจจะยังไม่รู้มาก่อนApple Watch นาฬิกาอัจฉริยะที่หลายคนเลือกใช้นอกจากเรื่องความฉลาดในการแจ้งเตือน โทรคุยได้และยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ช่วยดูแลสุขภาพได้ดี เพียงแต่ว่ามี 15 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณใช้งานได้เหมือนมือโปร ตั้งแต่การจัดการแอปไปจนถึงฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใน watchOS 26จะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกัน15 เทคนิคใช้ Apple Watch อย่างโปร1. สลับแอปไปมาด้วยความเร็วแสงเพียงกดปุ่ม Digital Crown สองครั้ง (Double-press) คุณจะเห็นแอปที่เปิดค้างไว้ทั้งหมด สามารถหมุนเพื่อเลือกแอปที่ต้องการ หรือปัดซ้ายแล้วแตะเครื่องหมาย X สีแดงเพื่อปิดแอปที่ไม่ใช้ได้ทันที2. เปลี่ยนมุมมองแอปให้สะอาดตาถ้าหน้า Grid แบบรังผึ้งดูวุ่นวายเกินไป ให้ไปที่แอป Watch ใน iPhone > App View > เลือก List View แอปของคุณจะเรียงเป็นรายการที่เลื่อนอ่านง่ายขึ้นเยอะมากเลย33. จัดระเบียบแอปตามใจสั่งคุณสามารถย้ายแอปที่ใช้บ่อยมาไว้ใกล้ๆ มือได้ โดยการกดค้างที่แอปในหน้า Grid แล้วลากไปยังจุดที่ต้องการ หรือจะเข้าไปจัดผ่านเมนู App View ➝ Arrangement ใน iPhone…

  • ทำความรู้จัก OpenClaw ปัญญาประดิษฐ์ AI Agent มาแรงสุดแห่งปี 2026

    ทำความรู้จัก OpenClaw ปัญญาประดิษฐ์ AI Agent มาแรงสุดแห่งปี 2026กระแส AI Agent ในปี 2026 ยังแรงไม่ตก และชื่อของ OpenClaw ถูกพูดถึงบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่นักพัฒนาและองค์กรเทคโนโลยี มันไม่ใช่แค่แชตบอตที่คุยเก่ง แต่ถูกออกแบบให้เป็นตัวแทนอัตโนมัติที่ลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้จริง ตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงระดับองค์กรขนาดใหญ่เส้นทางของโปรเจกต์นี้สะท้อนตัวตนอย่างชัดเจน ตั้งแต่ชื่อแรกอย่าง Clawd หรือ Clawdbot ที่เล่นคำล้อกับ Claude ของบริษัท Anthropic ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Moltbot ซึ่งสื่อถึงการลอกคราบของกุ้งล็อบสเตอร์ เปรียบเหมือนการเติบโตและพัฒนาระบบให้แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายลงตัวที่ชื่อ OpenClaw เพื่อประกาศจุดยืนด้านโอเพนซอร์สแบบเต็มตัวเบื้องหลังโปรเจกต์นี้คือ ปีเตอร์ สไตน์เบอร์เกอร์ (Peter Steinberger) ผู้ก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ระดับองค์กร PSPDFKit ประสบการณ์จากการพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่ต้องรองรับลูกค้าองค์กรจำนวนมาก ทำให้ OpenClaw ถูกสร้างขึ้นบนแนวคิดของโครงสร้างที่มั่นคงและขยายตัวได้ ไม่ใช่โปรเจกต์ทดลองที่ทำขึ้นเพื่อโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นระบบที่คิดเผื่อการใช้งานจริงในระยะยาวหัวใจของ OpenClaw เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือผู้ใช้ต้องควบคุมทุกอย่างได้เองระบบเปิดซอร์สโค้ดทั้งหมดให้ตรวจสอบได้ และสามารถรันบนเครื่องหรือเซิร์ฟเวอร์ของผู้ใช้โดยตรง แนวทางแบบ Self-hosted นี้ช่วยลดความกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล…

  • นักวิจัยตรวจพบรหัสผ่านถูกขโมยกว่า 149 ล้านชุด พร้อมเตือนให้รับมือการระบาดของมัลแวร์ Infostealer

    นักวิจัยมองว่าการปริมาณของข้อมูลไม่ได้บ่งชี้ว่าต้องปราบปรามหนักอย่างเดียว แต่ต้องเข้มงวดกับความปลอดภัยให้มากมัลแวร์ประเภทขโมยข้อมูลจากเหยื่อ หรือ Infostealer นั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในประเภทของมัลแวร์ที่ถูกใช้งานมากที่สุดตัวหนึ่งในปัจจุบัน และการตรวจพบจำนวนชุดข้อมูลที่ถูกขโมยไปในแต่ละครั้งก็มักจะมีตัวเลขที่น่าตกใจอยู่เสมอ เช่นข่าวนี้จากรายงานโดยเว็บไซต์ IT Security Guru ได้กล่าวถึงการตรวจพบฐานข้อมูล (Database) ที่เก็บชุดข้อมูลที่ถูกขโมยมาด้วยมัลแวร์ประเภท Infostealer มากถึง 149 ล้านชุด ซึ่งทางนักวิจัยที่ตรวจพบฐานข้อมูลดังกล่าวก็ได้ทำการปิดการเข้าถึงผ่านทางช่องทางออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับเหยื่อที่ถูกขโมยข้อมูลไป ซึ่งทางนักวิจัยรายดังกล่าวนั้นได้กล่าวว่า จากการตรวจสอบนั้นพบว่าในฐานข้อมูลมีการบรรจุข้อมูลรหัสผ่านของบริการต่าง ๆ มากมาย เช่น อีเมล, แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย, บริการทางการเงิน, แพลตฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซี และบริการจากทางรัฐ ซึ่งเมื่อตรวจสอบให้ลึกเข้าไปอีกพบว่า ข้อมูลนั้นมีความหลากหลายมากจนสันนิษฐานได้ว่า ไม่ได้มาจากการใช้แคมเปญมัลแวร์เพียงแคมเปญเดียว แต่เกิดจากข้อมูลที่ถูกส่งมาจากหลากหลายแคมเปญมาสะสมรวมกันนักวิจัยตรวจพบรหัสผ่านถูกขโมยกว่า 149 ล้านชุด พร้อมเตือนให้รับมือการระบาดของมัลแวร์ Infostealerภาพจาก : https://www.expressvpn.com/blog/149m-infostealer-data-exposed/ซึ่งเมื่อตั้งคำถามว่าการลักลอบขโมยข้อมูลดังกล่าวนั้นถูกขโมยมาได้อย่างไร หลังจากตรวจสอบให้ถ้วนถี่ก็สามารถสรุปได้ว่ามาจากมัลแวร์ประเภท Infostealer อย่างแน่นอน เพราะมัลแวร์เหล่านี้มีศักยภาพในการขโมยชุดข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ปรากฏอยู่บนฐานข้อมูลได้ ทั้งยังสามารถทำงานได้อย่างเงียบเชียบโดยที่เหยื่อไม่รู้ตัว และไม่ทราบว่าข้อมูลถูกขโมยไปแล้วอีกด้วยโดยจากเหตุการณ์การตรวจพบฐานข้อมูลที่มีการบรรจุชุดข้อมูลที่ถูกขโมยมาจำนวนมาก ก็ได้นำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ และการให้ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในวงการความปลอดภัยไซเบอร์มากมาย ซึ่งเริ่มจากนักวิจัยอาวุโสแห่ง Huntress บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยจากแฮกเกอร์ ได้แสดงความเห็นว่า การตรวจพบดังกล่าวนั้นเป็นสัญญาณเตือนถึงภัยอันร้ายแรงของมัลแวร์แบบ Infostealer ที่เป็นภัยทั้งในระดับผู้ใช้งานแบบปัจเจก…

  • “บลูบิค”แตกไลน์ตั้งบริษัทลูก ลุยยกระดับองค์กรด้วย“เอไอ”

    เปิดตัวบริษัทลูก ‘บลูบิค ดิจิทัล’ ยกระดับบริการ DX เตรียมรับงานโครงการขนาดใหญ่ระดับ 100 ล้านขึ้นไป มั่นใจผลประกอบการปี 69 โตต่อเนื่องตามเป้า 20%นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมองเห็นโอกาสการขยายตัวจากกระแสการปรับใช้เทคโนโลยีในหลากหลายอุตสาหกรรม จึงได้ เปิดตัวบริษัทลูก คือ ‘บลูบิค ดิจิทัล’ เน้นการขยายการให้บริการที่ครอบคลุมและลึกมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับ ดิจิทัล อีโค่ซิสเต็มส์ ของลูกค้าในระยะยาวด้วยนวัตกรรมและกลยุทธ์ที่แม่นยำ ช่วยปลดล็อกศักยภาพและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรลูกค้า โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระดับองค์กร และเอไอ ทรานฟอร์เมชั่นI ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการส่งมอบนวัตกรรมที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมนายปัญญา พรขจรกิจกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า การบริหารจัดการกำลังพลภายใต้ บลูบิค ดิจิทัล มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากกว่าเดิม เนื่องจากการทำงานแบบรวมศูนย์ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำวิจัยและพัฒนา รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ จากเดิมที่เคยกระจัดกระจาย ให้มีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้น อีกทั้งการทำงานภายใต้แนวคิด…