Category: ไอที

  • รู้จัก “อากาศยานไร้คนขับ DP-20” หรือ D-eyes 04 ของกองทัพบกไทยที่พัฒนาโดยคนไทย

    รู้จัก ในยุคที่เทคโนโลยีทางการทหารก้าวเข้าสู่ระบบไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบ กองทัพไทยได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว DP-20 หรือ D-eyes 04 อากาศยานไร้คนขับ (UAV) ฝีมือคนไทยที่ไม่ได้มีดีแค่ชื่อ แต่มาพร้อมกับสมรรถนะระดับมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นผลผลิตจากการผนึกกำลังระหว่างสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) กองทัพบกไทย (สวพ.ทบ.) และบริษัท อาวุธตีกอง จำกัด (ATIL)ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศโครงการ D-eyes 04 เริ่มต้นขึ้นจากวิสัยทัศน์ในการพึ่งพาตนเอง (Self-Reliance) เพื่อลดการนำเข้าเทคโนโลยีราคาแพงจากต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาให้อากาศยานลำนี้สามารถตอบโจทย์ภูมิประเทศและภารกิจของกองทัพไทยได้อย่างแม่นยำที่สุด สิ่งที่น่าภาคภูมิใจคือ DP-20 มีสัดส่วนการผลิตและชิ้นส่วนภายในประเทศสูงถึง 80% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับอากาศยานระดับยุทธวิธีสมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือชั้นDP-20 ถูกจัดอยู่ในประเภท Medium-Altitude Long-Endurance หรือ MALE อากาศยานไร้คนขับที่เพดานบินปานกลางแต่มีความคงทนในการบินสูง โดยมีคุณลักษณะเด่น เช่นการออกแบบตัวเครื่องมีความกว้างปีกถึง 13.4 เมตร ยาว 6.5 เมตร สร้างจากวัสดุคอมโพสิตน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง รองรับน้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด (MTOW) ได้ถึง 750 กิโลกรัมเครื่องยนต์ถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงานแต่ให้กำลังส่งสูง สามารถทำความเร็วเดินทางได้ที่ 150-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบินได้นานต่อเนื่องถึง 20 ชั่วโมง…

  • “Meta” อัปเดต “แว่นตา AI” ฟังเสียงคู่สนทนาชัดขึ้น พร้อมเล่นเพลงจาก “Spotify”

    Meta ปล่อยอัปเดตครั้งใหญ่ให้แว่น AI Ray-Ban และ Oakley เพิ่มฟีเจอร์ช่วยดึงเสียงคู่สนทนาให้ชัดขึ้นแม้อยู่ในที่เสียงดัง พร้อมลูกเล่นฟังเพลงจาก Spotify ตามภาพที่เห็นผ่านแว่นในชีวิตจริง เปิดใช้งานแล้วในสหรัฐฯ และแคนาดาเมตา (Meta) บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มดังอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ล่าสุด (v21) ให้กับแว่นปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่น เรย์แบน เมตา (Ray-Ban Meta) และ Oakley Meta HSTN ที่ทำให้การพูดคุยกันในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เช่น ร้านอาหารหรือบนรถไฟ กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น แถมยังเพิ่มลูกเล่นใหม่ให้แว่นสามารถเล่นเพลงจากแอปฯ ชื่อดังอย่าง สปอติฟาย (Spotify) ตามสิ่งที่กำลังมองเห็นได้ด้วยเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในงาน Meta Connect 2025หนึ่งในฟีเจอร์เด่นที่เปิดตัวภายในงาน Meta Connect 2025 งานประชุมประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมตา คือ “Conversation Focus” หรือการโฟกัสที่คู่สนทนา โดยใช้ไมโครโฟนและ AI ช่วยดึงเสียงของคนที่ผู้ใช้งานกำลังคุยด้วยให้ดังและชัดกว่า เสียงรอบข้าง ไม่ว่าจะอยู่ในห้าง งานสังสรรค์ หรือร้านกาแฟที่มีเสียงดังรอบตัว…

  • Adobe งานเข้า ! กลุ่มนักเขียนรวมตัวฟ้องยับ ปมแอบใช้ไฟล์หนังสือเถื่อน เทรน AI SlimLM

    Adobe งานเข้า ! กลุ่มนักเขียนรวมตัวฟ้องยับ ปมแอบใช้ไฟล์หนังสือเถื่อน เทรน AI SlimLMดูเหมือนเส้นทางสาย AI ของ Adobe จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบซะแล้ว แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทจะทุ่มเททรัพยากรไปกับการปั้นเครื่องมือ AI อย่าง Firefly ออกมาสู้ตลาดแต่ล่าสุดความมุ่งมั่นนี้กลับกลายเป็นดาบสองคม เมื่อ Adobe ต้องเผชิญกับมรสุมทางกฎหมายลูกใหญ่ จากการที่กลุ่มนักเขียนได้รวมตัวกันยื่นฟ้องร้อง โดยกล่าวหาว่าบริษัทแอบนำผลงานลิขสิทธิ์ของพวกเขาไปสอน AI โดยไม่บอกกล่าว แถมข้อมูลที่ได้มายังเป็นของเถื่อนอีกด้วยจุดเริ่มต้นดรามา มาจากที่กลุ่มนักเขียนเริ่มจับโป๊ะ AI และคดีนี้ก็เป็นการยื่นฟ้องแบบกลุ่ม โดยมีแกนนำคือ เอลิซาเบธ ไลออน (Elizabeth Lyon) นักเขียนชาวอเมริกัน ที่ลุกขึ้นมาเป็นตัวแทนผู้เสียหาย โดยอ้างว่า Adobe ได้นำไฟล์หนังสือเถื่อนจำนวนมหาศาล ซึ่งรวมถึงหนังสือของเธอเอง ไปใช้เป็นข้อมูลในการฝึกสอน โปรแกรม AI ตัวใหม่ที่ชื่อว่า ‘SlimLM’จาก Open Source กลายเป็นของโจร ?ประเด็นที่น่าสนใจของคดีนี้อยู่ที่ที่มาของข้อมูล ทาง Adobe พยายามชี้แจงว่า โมเดล SlimLM ของตัวเองนั้นขาวสะอาด…

  • แจก Prompt Gemini เปลี่ยนรูปเราเป็นธีมคริสต์มาส ฉากหลังยุโรป จนเพื่อนถาม บินไปเมื่อไหร่?

    แจก Prompt Gemini เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นธีมคริสต์มาส ฉากหลังยุโรปสวยจึ้งเหมือนบินไปเองแจก Prompt Gemini เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นธีมคริสต์มาส ฉากหลังยุโรปสวยจึ้งเหมือนบินไปเองหากคุณอยากมีรูปสวยๆ ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส แต่ไม่มีเวลาบินไปไกลถึงยุโรป วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ มาฝาก โดยการใช้ AI อย่าง Gemini ช่วยเปลี่ยนรูปธรรมดาของคุณให้กลายเป็นภาพถ่ายแฟชั่นท่ามกลางหิมะและแสงไฟสุดโรแมนติก เพียงแค่เตรียมรูปถ่ายของคุณและคัดลอกชุดคำสั่ง (Prompt) ด้านล่างนี้ไปวาง ก็จะได้รูปโปรไฟล์ใหม่ที่ดูเหมือนบินไปถ่ายที่ยุโรปจริงๆ ทันทีขั้นตอนเตรียมตัวก่อนเริ่มเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรเลือกรูปต้นฉบับที่เห็นใบหน้าชัดเจน ไม่สวมแว่นดำ และไม่มีสิ่งกีดขวางใบหน้า จากนั้นอัปโหลดรูปลงในช่องแชทของ Gemini แล้วพิมพ์คำสั่งตามขั้นตอนต่อไปนี้1. ชุดคำสั่งสำหรับ "รูปเดี่ยวผู้ชาย" (Male Christmas Edition)ลุคนี้เน้นความเท่แบบหนุ่มเมืองหนาว ผสมความขี้เล่นด้วยเสื้อไหมพรมหรือสูทกำมะหยี่ ให้คัดลอกข้อความภาษาอังกฤษด้านล่างไปวางต่อจากการอัปโหลดรูปภาพ:(Masterpiece, Best Quality, Photorealistic:1.5), A hyper-realistic cinematic shot of [Reference Image: Male, Keep exact facial features, hairstyle, and body proportions…

  • เว็บพจนานุกรมดัง ยก “Slop” เป็นคำแห่งปี 2025 สะท้อนปัญหาคอนเทนต์ขยะจาก AI

    เว็บพจนานุกรมดัง ยก Merriam-Webster ผู้จัดพิมพ์พจนานุกรมที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ประกาศให้ “Slop” เป็นคำแห่งปี 2025 ซึ่งหมายถึง “เนื้อหา AI คุณภาพต่ำ ซึ่งมักถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมากโดยใช้ความสามารถของ AI”“Slop” เติบโตจากการพัฒนาของ AIกำเนิดของกระแส “Slop” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลผลิตโดยตรงจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี Generative AI ที่บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างแข่งขันกันปล่อยของออกมาแบบไม่หยุดหลังจากนั้นก็ได้แจ้งเกิดครีเอเตอร์จำนวนมหาศาล ที่สร้างวิดีโอประหลาด ๆ ภาพโฆษณาที่ดูบิดเบี้ยวผิดเพี้ยน โฆษณาชวนเชื่อราคาถูก ข่าวปลอมที่ดูแนบเนียน ภาพตัวอักษรแปลก ๆ และแน่นอนว่ารวมถึงคลิปแมวพูดได้ ซึ่งผู้คนต่างรู้สึกว่ามันน่ารำคาญ และกังวลกับการแยกไม่ออกระหว่างคอนเทนต์จริงกับคอนเทนต์ปลอม แต่ในขณะเดียวกันก็เสพมันอยู่อย่างนั้น แม้จะมีการพยายามติดลายน้ำดิจิทัล เพื่อระบุว่าอันไหนคือ AI แต่ผู้สร้าง Slop ก็จะหาวิธีลบมันออกเสมอ“สร้างง่ายและอยู่ทุกที่” ความน่ากลัวของคอนเทนต์ขยะ AIThe Wall Street Journal ให้คำจำกัดความไว้อย่างเจ็บแสบว่า “AI Slop อยู่ทุกแห่ง” เปรียบเสมือนฝุ่นละอองที่แทรกซึมไปในทุกแพลตฟอร์ม แม้กระทั่งในความบันเทิงเบาสมองอย่างคลิปแมวที่ดูตลก แต่ลึก ๆ แล้วมันคือการกัดเซาะมาตรฐานของคุณภาพเนื้อหาอย่างช้า ๆ ด้าน…

  • ผลการศึกษาใหม่ชี้ดาวยูเรนัส-ดาวเนปจูน อาจไม่ใช่ดาวยักษ์น้ำแข็งอย่างที่เคยเชื่อกันมา

    ผลการศึกษาใหม่ชี้ดาวยูเรนัส-ดาวเนปจูน อาจไม่ใช่ดาวยักษ์น้ำแข็งอย่างที่เคยเชื่อกันมางานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยซูริก (UZH) ร่วมกับศูนย์ความสามารถแห่งชาติเพื่อการวิจัย PlanetS (NCCR PlanetS) กำลังสั่นคลอนความเข้าใจที่นักดาราศาสตร์ยึดถือกันมานานหลายสิบปีเกี่ยวกับโครงสร้างภายในของดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน ดาวเคราะห์ยักษ์สองดวงที่อยู่ไกลที่สุดของระบบสุริยะแม้ในเชิงเทคนิค ดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนจะถูกจัดเป็น “ดาวยักษ์ก๊าซ” แต่ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์มักเรียกพวกมันว่า “ดาวยักษ์น้ำแข็ง” (Ice Giants) เนื่องจากเชื่อว่าภายในอุดมไปด้วยสารระเหยอย่างน้ำและมีเทนในปริมาณมาก เมื่ออยู่ภายใต้ความดันมหาศาล สสารเหล่านี้จะเปลี่ยนสภาพเป็นของแข็งคล้ายน้ำแข็งอย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Astronomy & Astrophysics ชี้ว่า ภาพที่เคยเข้าใจกันอาจไม่สมบูรณ์นัก โดยดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนอาจมีแกนกลางที่ประกอบด้วยหินมากกว่าที่เคยคาดไว้ และมีสัดส่วนของน้ำแข็งน้อยกว่าที่แบบจำลองดั้งเดิมเคยประเมินแบบจำลองใหม่เปิดความเป็นไปได้ของดาวยักษ์หินงานวิจัยนี้นำโดยลูกา มอร์ฟ (Luca Morf) นักศึกษาปริญญาเอก และศาสตราจารย์ราวิต เฮลเลด (Ravit Helled) จากมหาวิทยาลัยซูริก (UZH) ซึ่งมองว่าการจัดประเภทดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนเป็นดาวยักษ์น้ำแข็งนั้นอาจเป็นการเหมารวมที่ง่ายเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดาวเคราะห์ทั้งสองดวงนี้ยังเป็นดาวเคราะห์ที่มนุษย์เข้าใจน้อยที่สุดในระบบสุริยะทีมวิจัยจึงพัฒนาแนวทางการสร้างแบบจำลองโครงสร้างภายในดาวเคราะห์แบบใหม่ โดยใช้โปรไฟล์ความหนาแน่นแบบสุ่ม แล้วคำนวณสนามแรงโน้มถ่วงที่สอดคล้องกับข้อมูลสังเกตจริง วิธีการนี้เปิดโอกาสให้พิจารณาองค์ประกอบภายในที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแบบจำลองที่อุดมด้วยน้ำเหมือนในอดีตลูกา มอร์ฟ (Luca Morf) อธิบายว่า ทีมงานพยายามผสานจุดแข็งของแบบจำลองทางฟิสิกส์ที่มีสมมติฐานซับซ้อน เข้ากับแบบจำลองเชิงประจักษ์ที่เรียบง่ายเกินไป เพื่อให้ได้กรอบการคำนวณที่เป็นกลาง และยังคงสอดคล้องกับหลักฟิสิกส์พื้นฐาน ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นว่า โครงสร้างภายในของดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนที่สอดคล้องกับข้อมูลมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำแข็งเป็นหลัก แต่สามารถมีหินเป็นองค์ประกอบสำคัญได้นอกจากนี้…

  • สหรัฐฯ จัดแข่ง “โดรนรบ” ครั้งใหญ่ในยุโรป เร่งปรับทัพรับมือสงครามสมัยใหม่

    กองทัพบกสหรัฐฯ จัดการแข่งขันโดรนรบ เพื่อฝึกฝนทักษะการใช้งานโดรนท่ามกลางสถานการณ์รบต่าง ๆ ตอบรับกระแสการใช้งานโดรนที่เป็นที่นิยมมากขึ้น ในยุคสงครามสมัยใหม่ เช่นกรณีความขัดแย้งในยูเครนท่ามกลางกระแสการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย และบทเรียนสำคัญจากความขัดแย้งในยูเครน กองทัพบกสหรัฐฯ ประจำยุโรปและแอฟริกา ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “Drone Warfighter Competition” ครั้งแรก ที่ศูนย์ฝึกในเยอรมนี ซึ่งเป็นพื้นที่ฝึกซ้อมถาวรที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพสหรัฐฯ ในต่างประเทศการแข่งขันที่จัดขึ้นนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อทดสอบทักษะการปฏิบัติการโดรน และฝึกอบรมผู้ใช้งาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามล่าสุดของรัฐบาลชาติตะวันตกในการยกระดับขีดความสามารถด้านโดรน ที่พิสูจน์แล้วว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ดำเนินมาเกือบสี่ปีภารกิจที่ใช้ในการแข่งขัน เช่น การจำลองการโจมตีเป้าหมายด้วยหุ่นจำลอง ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ที่สำคัญ โดยสหรัฐฯ ได้นำบทเรียนเหล่านี้มาเร่งจัดหาและนำโดรนราคาประหยัดจำนวนมากเข้าประจำการอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน กองทัพบกสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเหล่าทัพที่ใหญ่ที่สุด กำลังตั้งเป้าที่จะจัดซื้อโดรนให้ได้อย่างน้อยหนึ่งล้านลำ ภายในช่วงสองถึงสามปีข้างหน้าทางกองทัพระบุว่าข้อดีของการใช้งานโดรน คือความยืดหยุ่นในการปฏิบัติภารกิจในสนามรบ เพราะถึงแม้จะเป็นทหารชั้นผู้น้อย ก็สามารถใช้โดรนในการโจมตีได้ และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตของทหาร เนื่องจากโจมตีได้จากระยะไกลทั้งนี้ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันประกอบด้วย 8 ทีมจากสหรัฐฯ และทีมจากสเปนและอิตาลี โดยทีมเหล่านี้ต้องเข้าร่วมภารกิจที่ออกแบบมา เพื่อทดสอบทักษะหลากหลาย ทั้งการระบุเป้าหมายและการรายงานผลที่แม่นยำ รวมถึงความคล่องตัวในการบินโดรนและการประสานงานโจมตีเป้าหมายของการจัดงานแข่งขัน คือการแบ่งปันจุดแข็งและจุดอ่อนในกองกำลังแต่ละทีม เพื่อการฝึกฝนและพัฒนาตนเอง รวมถึงช่วยให้เห็นภาพการใช้งานโดรนเพื่อปฏิบัติการต่าง ๆ ในสนามรบจริง โดยท้ายที่สุดทีมจากสเปน สามารถคว้าชัยชนะโดยรวมของการแข่งขันนี้ไปครองข่าวที่เกี่ยวข้องผู้ว่าฯ โคราช เสนอ กพท.สั่งห้ามบินโดรนทั้งจังหวัด ป้องกันสายลับชายแดนเปิดตัว…

  • สมาร์ตโฟนจอมพลัง Xever 7 Pro เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องนาน 180 วินาที

    สมาร์ตโฟนจอมพลัง Xever 7 Pro เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องนาน 180 วินาทีแบรนด์สมาร์ตโฟน RugOne แบรนด์ย่อยน้องใหม่ของ Ulefone เปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นแรกอย่างเป็นทางการในชื่อ Xever 7 Pro เจาะกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะทาง ทั้งสายกิจกรรมกลางแจ้ง นักผจญภัย ช่างเทคนิค หรือผู้ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมสมบุกสมบันสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบให้มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ พร้อมใส่นวัตกรรมที่แทบไม่เคยพบในสมาร์ทโฟนทั่วไป คือ ระบบ Hot-Swap แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องเปลี่ยนแบตได้ทันที ไม่สะดุดการใช้งานจุดเด่นที่สุดของสมาร์ตโฟน Xever 7 Pro คือ แบตเตอรี่หลักความจุ 5,550 mAh ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ โดยภายในเครื่องมี แบตเตอรี่บัฟเฟอร์ (buffer battery) ทำหน้าที่สำรองพลังงานชั่วคราว เปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีเวลานานถึง 180 วินาที หรือประมาณ 3 นาที ในการถอดแบตเตอรี่ก้อนเดิมแล้วใส่ก้อนใหม่เข้าไป โดยไม่ต้องปิดเครื่อง ไม่ต้องรีสตาร์ต และไม่กระทบแอปพลิเคชันที่กำลังใช้งานอยู่แนวคิดนี้ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องใช้งานสมาร์ตโฟนต่อเนื่องในพื้นที่ห่างไกลจากแหล่งพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า ทำงานภาคสนาม หรือภารกิจกลางแจ้งที่ต้องพกแบตเตอรี่สำรองหลายก้อน นอกจากนี้ การใช้แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวเครื่องในระยะยาว เพราะผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อเริ่มเสื่อมสภาพได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ ซึ่งแบตเตอรี่เสื่อมถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สมาร์ตโฟนจำนวนมากถูกเลิกใช้งานแข็งแกร่งระดับทหาร…

  • “NASA” เผยภาพถ่าย “ดาวอังคาร” ครบภาพที่ 100,000 โชว์พื้นผิวคมชัดจนโลกตะลึง !

    NASA ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ หลังยานสำรวจ Mars Reconnaissance Orbiter (MRO)สามารถถ่ายภาพพื้นผิวดาวอังคารครบ 100,000 ภาพ ผ่านกล้อง HiRISE หลังจากโคจรรอบดาวอังคารมานานเกือบ 2 ทศวรรษ โดยภาพล่าสุดแสดงให้เห็นที่ราบและเนินทรายในบริเวณที่เรียกว่า Syrtis Major พร้อมเผยข้อมูลภาพที่ช่วยนักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจพื้นผิวและวางแผนการสำรวจ ดาวต่อไปในอนาคตนาซา (NASA) เผยความสำเร็จของยานสำรวจดาวอังคาร “เอ็มอาร์โอ” (Mars Reconnaissance Orbiter – MRO) ที่ทำสถิติใหม่ด้วยการถ่ายภาพบนพื้นผิวดาวอังคาร จากกล้องความละเอียดสูงพิเศษ (High Resolution Imaging Science Experiment- HiRISE) ที่ขึ้นไปโคจรเหนือดาวอังคารมานานเกือบ 20 ปี นับเป็นคลังภาพแห่งแรงบันดาลใจและฐานข้อมูลที่ช่วยให้มนุษย์สามารถดูดาวอังคารแบบใกล้ชิดมากกว่าเดิมโดยล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม กล้องได้จับภาพถ่ายของดาวอังคารภาพที่ 100,000 เป็นภาพของบริเวณที่เรียกว่า “ไซร์ติส เมเจอร์” (Syrtis Major) หรือพื้นที่ภูเขาไฟที่มืดที่สุดบนดาวอังคาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างจากหลุมอุกกาบาตเจซีโร (Jezero Crater) ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 80 กิโลเมตร…

  • สหรัฐฯ เตรียมสร้างหุ่นยนต์ 50,000 ตัว เล็งใช้ในกองทัพและงานอุตสาหกรรม

    สตาร์ตอัปสัญชาติอเมริกัน Foundation วางแผนสร้างกองทัพหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์จำนวน 50,000 ตัว ภายในปี 2027 เพื่อใช้ในงานป้องกันประเทศและงานอุตสาหกรรม ซีอีโอเปรย “ไม่ลังเลที่จะให้หุ่นยนต์พกอาวุธและต่อสู้ได้”Foundation บริษัทสตาร์ตอัปจากสหรัฐฯ เร่งผลักดันการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ “Phantom MK-1” เพื่อใช้งานในกองทัพและภาคอุตสาหกรรม โดยวางแผนที่จะผลิตมากถึง 50,000 ตัว ภายในสิ้นปี 2027 ตามการเปิดเผยของ แซนเคท พาเธ็ก (Sankaet Pathak) ซีอีโอของบริษัทหุ่นยนต์ Phantom MK-1 สูงประมาณ 175 เซนติเมตร และหนักประมาณ 80 กิโลกรัม ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรม รวมงานของกองทัพ โดยเฉพาะบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ ลาดตระเวน การเก็บกู้ระเบิด และปฏิบัติการภาคพื้นดินที่มีความเสี่ยงสูงขณะที่การทำงานอาศัยกล้องเป็นหลัก ไม่ได้ใช้เซนเซอร์อย่าง LiDAR ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของบริษัท ที่ต้องการลดความซับซ้อนในการรวมข้อมูลและเพิ่มความน่าเชื่อถือหากต้องนำไปใช้ในสถานการณ์รุนแรงหุ่นยนต์พกอาวุธได้ ?แซนเคท พาเธ็ก เปิดเผยระหว่างการสัมภาษณ์กับ จอห์น โคเอตซิเออร์ (John Koetsier) ในพอดแคสต์รายการ Tech First ว่า…