Category: ไอที

  • พนักงาน “Google” จี้ซีอีโอ ยุติ “เลิกจ้าง” สังเวยยุคทอง AI

    พนักงาน Google รวมตัวยื่นรายชื่อร้องเรียนต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เพื่อเรียกร้องมาตรการคุ้มครองจากการเลิกจ้างพนักงานกูเกิล (Google) รวมตัวยื่นรายชื่อร้องเรียนต่อ ซันดาร์ พิชัย (Sundar Pichai) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เพื่อเรียกร้องมาตรการคุ้มครองจากการเลิกจ้าง รวมถึงข้อเสนอให้เปิดทางเลือกจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้ที่สมัครใจลาออก ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีพากันตัดลดงบประมาณด้านบุคลากร แต่กลับทุ่มเงินมหาศาลนับหมื่นล้านดอลลาร์ไปกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)คำร้องเรียนเพื่อขอมาตรการคุ้มครองคำร้องเรียนดังกล่าวซึ่งนำโดยสหภาพแรงงานอัลฟาเบต (Alphabet Workers Union) และรวบรวมรายชื่อได้มากกว่า 4,500 รายชื่อ มีข้อเรียกร้องสำคัญได้แก่การันตีค่าชดเชยที่เป็นธรรม ต้องมีข้อเสนอการชดเชยแก่ผู้สมัครใจลาออกก่อนที่จะเริ่มกระบวนการเลิกจ้างบังคับในทุกแผนกผลิตภัณฑ์สิทธิเลือกวันลา เปิดโอกาสให้พนักงานเลือกรับค่าชดเชยในรูปแบบของการขยายเวลาลาพักร้อนโดยยังได้ค่าจ้างปฏิรูประบบประเมินผล เรียกร้องให้ยุติระบบการประเมินผลงานที่พนักงานมองว่าอิงตามโควตาการคัดคนออก มากกว่าจะดูจากความสามารถที่แท้จริงทั้งนี้ทาง กูเกิล (Google) ยังไม่ได้ออกมาตอบรับหรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อการเรียกร้องในครั้งนี้ทันที โดยกระแสการยื่นคำร้องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บริษัทบิ๊กเทค (Big Tech) กำลังลดขนาดองค์กรลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางแห่งอ้างเหตุผลตรงว่าเป็นเพราะการนำ AI เข้ามาแทนที่Google เริ่มทยอยปรับลดพนักงานลงเพราะ AI ?สำหรับ กูเกิล (Google) เอง ก็ได้ทยอยปรับลดพนักงานในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพื่อโยกงบประมาณไปลงทุนฝั่ง AI โดยข้อมูลจากสื่อ บิสสิเนส อินไซเดอร์ (Business Insider) ระบุว่า แผนก กูเกิล…

  • AI ออกแบบ “โดรนจิ๋ว” หมุนเร็วจนตาเปล่ามองไม่ทัน

    ทีมนักวิจัยออกแบบโดรนด้วย AI จนได้ “โดรนจิ๋ว” ที่หมุนเร็วจนตาเปล่ามองไม่ทันทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น (Northwestern University) ประสบความสำเร็จในการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยออกแบบโดรนรุ่นต้นแบบที่สามารถพรางตาระหว่างบินได้อย่างแนบเนียน โดยไม่ได้ใช้การพ่นสีพรางตัวเหมือนเทคโนโลยีทั่วไป แต่ใช้วิธีทางฟิสิกส์อย่างการเบลอจากการเคลื่อนไหว (Motion Blur) จนทำให้มนุษย์มองเห็นโดรนทั้งลำเป็นเพียงหมอกควันจาง ๆ เท่านั้นโดรนที่สามารถหมุนได้เร็วจนทำให้เกิดภาพเบลอโดรนต้นแบบนี้มีชื่อว่า แฟนธอม ทวิสต์ (Phantom Twist) มันมีความสามารถในการหมุนรอบตัวเองได้เร็วถึง 25 รอบต่อวินาที ซึ่งต่างจากโดรน 4 ใบพัด (Quadcopter) ทั่วไปที่ตัวลำจะอยู่นิ่งและมีเพียงใบพัดที่หมุน แต่ แฟนธอม ทวิสต์ (Phantom Twist) ใช้มอเตอร์และใบพัดเพียงชุดเดียวที่หมุนไปทิศทางหนึ่ง ในขณะที่ตัวเครื่องของโดรนจะหมุนสวนทางกัน โดยนักวิจัยเปรียบให้เห็นภาพว่าหมุนคว้างคล้ายกับจานร่อน ฟริสบี (Frisbee)ความท้าทายสูงสุดของการพัฒนาโดรนต้นแบบนี้ คือการทำให้วัตถุที่หมุนด้วยความเร็วสูงยังคงทรงตัวบินได้ ทีมนักวิจัยจึงใช้ AI และอัลกอริทึมการปรับค่าที่เหมาะสม (Optimization Algorithms) ในการคำนวณตำแหน่งที่แม่นยำที่สุดของชิ้นส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์, ใบพัด, แบตเตอรี่, แผงวงจร รวมถึงลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักAI ช่วยจำลองโครงสร้างให้เป็นไปได้ระบบ AI ได้จำลองรูปแบบโครงสร้างที่เป็นไปได้และบินได้เสถียรมากกว่า…

  • PALIT เปิดตัว GeForce RTX™ 3060 Infinity 2 OC การกลับมาของการ์ดจอระดับตำนาน

    (เพิ่มเติม…)

  • อัปสกิล AI เปิดคอร์สสอนฟรี แชร์เทคนิคทำงานขั้นเทพ

    หลักสูตรพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นอยากอัปสกิลด้าน AI การทำงานของ Machine Learning, และการประมวลผลภาษาธรรมชาติ ไปจนถึง Generative AI แชร์เทคนิคการสร้างพรอมต์และการใช้งาน การค้นหาข้อมูล และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Microsoft Copilot ให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีได้สะดวกยิ่งขึ้นคอร์สนี้เป็นให้เรียนออนไลน์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อเรียนทุกบทจะได้รับประกาศนียบัตรทันที⭐️ AI Basic : ทักษะเอไอระดับพื้นฐาน (2 ชั่วโมง 43 นาที)ทางไปเรียน >>skilllaneเนื้อหาที่น่าสนใจ-ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์-การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ-เพิ่มประสิทธิภาพในหารทำงานด้วย Microsoft Copilot-AI สำหรับทุกคนนอกจากเนื้อหาที่แนะนำไปแล้วยังมีคอร์สเรียนอีกมากมายให้ได้อัปสกิลกันที่ จิ้มลิ้งก์เลย >> techhub#เรียนฟรี #AI #MicrosoftCopilot #TechhubUpdate⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวันกดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

  • โนแลน ฟาดเดือด เปิดมุมมองสุดแหวก มั่นใจ เจน Z ไม่อิน AI

    เมื่อโนแลนฟันธง เจน Z ไม่อิน AI โหยหาความเรียลมากกว่าแชตบอต ถอดรหัสสัญญาณเตือนภัยถึงบิ๊กเทค ยุคที่จิตวิญญาณมนุษย์กำลังทวงคืนพ่อมดแห่งวงการฮอลลีวูดอย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลน กำลังจะส่งภาพยนตร์มหากาพย์เรื่องล่าสุดอย่าง The Odyssey ลงจอเงิน ท่ามกลางกระแสคลื่นความร้อนแรงของเทคโนโลยีล้ำสมัย เขากลับเลือกที่จะออกมาเปิดมุมมองสุดแหวกแนว โดยแสดงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง เจน Z จะเป็นกองกำลังสำคัญในการปฏิเสธและต่อต้านการเติบโตของ ปัญญาประดิษฐ์ ที่บิ๊กเทคพยายามยัดเยียดให้คนทั้งโลก เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่กำลังเหนื่อยหน่ายกับสิ่งสังเคราะห์ และโหยหาประสบการณ์ที่จริงใจและจับต้องได้จากมนุษย์มากกว่าโดยโนแลน ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้กำกับ ที่มีความอินดี้ถึงขั้นไม่ยอมพกสมาร์ตโฟนเพราะกลัวเสพติดการไถหน้าจอ ซึ่งเขาเผยข้อมูลที่ได้จากการสังเกตลูก ๆ ทั้ง 4 คนของตนเองว่า เด็กเจน Z สามารถแยกแยะและตราหน้าคอนเทนต์จากปัญญาประดิษฐ์ว่าเป็นเพียง “ขยะไอที” ได้ในทันที เพราะพวกเขาเติบโตมาในโลกออนไลน์จนรู้ไส้รู้พุงมันหมดแล้ว โนแลนมองว่า ความพยายามของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นแชตบอตไม่มีวันสำเร็จ และ AI ดันเกิดมาผิดเวลาในยุคที่ผู้คนเริ่มโหยหาความสมจริงทางกายภาพ หลังจากติดอยู่ในโลกเสมือนมานานซึ่งทฤษฎีนี้ถูกพิสูจน์ผ่านภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาอย่าง The Odyssey ที่มีความยาวสะใจถึง 173 นาที ทว่ากลับเน้นการใช้เทคนิคพิเศษทางกายภาพ ในการถ่ายทำฉากไซคลอปส์ และลดงานซีจีไอให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อรักษาความมหัศจรรย์ที่แท้จริงเอาไว้ การออกมาเคลื่อนไหวของคริสโตเฟอร์ โนแลน ในครั้งนี้ ยิ่งช่วยโหมกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในฮอลลีวูดให้ระอุขึ้น…

  • Apple ทำการอัปเดทเฟิร์มแวร์ชุดหูฟัง Beats Studio หลังพบว่าสามารถใช้ในการดักฟังผู้ใช้งานได้

    ช่องโหว่ดังกล่าวสามารถใช้ดักฟังเหยื่อได้ แต่ใช้งานได้ยากเพราะต้องอยู่ภายใต้รัศมีบลูทูธของอุปกรณ์นี้เสียก่อนชุดหูฟังแบบบลูทูธ (Bluetooth) นั้นอาจสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานทั้งเวลาฟังเพลง และคุยโทรศัพท์ได้ แต่ถ้าชุดหูฟังนั้นมีบั๊ก บั๊กนั้นอาจจะเปลี่ยนให้ชุดหูฟังดังกล่าวเป็นอุปกรณ์สอดแนมได้เช่นเดียวกันจากรายงานโดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้พัฒนาเครื่องมือต่อต้านมัลแวร์ชื่อดัง Malwarebytes ได้กล่าวถึงการตรวจพบบั๊ก CVE-2025-20701 บนชุดหูฟัง Beats Studio ของ Apple ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวนั้นเป็นช่องโหว่ความปลอดภัยภายใน “ระบบบนชิป” หรือ System-on-a-Chip (SoCs) บนชิป Airoha โดยเป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการยืนยันตัวตน (Authentication) ในช่วงของการจับคู่ระหว่างหูฟัง กับเครื่องมืออื่น ๆ ที่เปิดช่องให้แฮกเกอร์สามารถเข้าแทรกแซงได้ ทำให้ส่งผลให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถทำการได้ดังนี้แอบดักฟังผ่านทางชุดหูฟังขโมยกุญแจจับคู่ (Pairing Key) ของตัวชุดหูฟังลอกเลียนแบบ (Impersonation) ตัวหูฟังที่ระบบไว้วางใจ (Trusted)ที่รุนแรงที่สุดคือ สามารถนำไปสู่การเข้ายึดเครื่องโทรศัพท์มือถือ (Mobile Phone Hijacking) ที่เชื่อมต่อกับชุดหูฟังที่มีบั๊ก โดยแฮกเกอร์สามารถเข้าทำการขโมยรายชื่อผู้ติดต่อ, เปิดใช้งานระบบช่วยเหลือโดยใช้เสียง (Voice Assistant) หรือเข้าควบคุมการโทรเข้าออกได้แต่โชคยังดีที่การที่จะกระทำการดังกล่าวได้นั้น แฮกเกอร์จะต้องอยู่ภายในรัศมีบลูทูธของตัวเครื่องมือที่เป็นปัญหาดังกล่าวเพื่อเข้าถึง และใช้งานช่องโหว่เท่านั้น ทำให้การใช้งานช่องโหว่มีความยุ่งยากซับซ้อนสูงมากจนใช้ในสถานการณ์จริงได้ยาก นอกจากนั้นหลังจากที่ทาง Apple ทราบเรื่องแล้ว ทางบริษัทก็ได้ทำการออกเฟิร์มแวร์ (Firmware) Beats Firmware…

  • ออสเตรเลียเดินหน้าโครงการ แจกไฟฟ้าฟรีวันละ 3 ชั่วโมง ลดค่าไฟให้ประชาชนปีละ 26,000 บาท

    รัฐบาลออสเตรเลียเริ่มโครงการ Solar Sharer Offer มาตรการใหม่ด้านพลังงานสะอาด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 นี้ กำหนดให้ผู้ให้บริการไฟฟ้าปลีกในพื้นที่เปิดแพ็กเกจให้ประชาชนสามารถใช้ไฟฟ้าได้ฟรี 3 ชั่วโมงต่อวัน ในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากที่สุดรัฐบาลออสเตรเลียเริ่มโครงการ Solar Sharer Offer มาตรการใหม่ด้านพลังงานสะอาด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 นี้ กำหนดให้ผู้ให้บริการไฟฟ้าปลีกในพื้นที่เปิดแพ็กเกจให้ประชาชนสามารถใช้ไฟฟ้าได้ฟรี 3 ชั่วโมงต่อวัน ในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากที่สุดSolar Sharer Offer คืออะไร ?ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านมากที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีมากกว่า 4.3 ล้านระบบ ส่งผลให้ในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะเวลาประมาณเที่ยงถึงบ่ายต้น ๆ สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างมหาศาลเมื่อกำลังการผลิตมีมากกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้า ราคาซื้อขายไฟฟ้าในตลาดค้าส่งจึงลดลงอย่างมาก และบางช่วงเวลายังติดลบ หมายความว่าผู้ผลิตไฟฟ้าต้องจ่ายเงินเพื่อให้มีผู้รับไฟฟ้าไปใช้ อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวไม่ได้สะท้อนมายังค่าไฟของผู้ใช้ตามบ้าน เนื่องจากยังมีต้นทุนด้านการจำหน่ายและโครงสร้างราคาของผู้ให้บริการไฟฟ้าปลีก รัฐบาลจึงออกโครงการ Solar Sharer Offer เพื่อส่งต่อประโยชน์จากพลังงานส่วนเกินให้ประชาชน พร้อมลดการสูญเสียพลังงานสะอาดที่ผลิตได้ในแต่ละวันลงไปพร้อม ๆ กันโครงการ Solar…

  • JBL Speaker & Headphone ลดสูงสุด 55% พร้อมรับของแถมสุด Exclusive มูลค่ารวมสูงสุด 7,745 บาท

    (เพิ่มเติม…)

  • ชีวิตติด TECH-คลิปที่เห็น…เสียงที่ได้ยิน ‘ตัวจริง’ หรือ ‘ตัวปลอม’? เปิดวิธีรับมือภัยเงียบจาก Deepfake ที่ทุกคนต้องรู้

    ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญษประดิษฐ์ หรือ AI ส่งผลให้ Deepfake (ดีพเฟก) ที่เป็นการสร้างคลิปภาพและเสียงจาก AI …ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญษประดิษฐ์ หรือ AI ส่งผลให้ Deepfake (ดีพเฟก) ที่เป็นการสร้างคลิปภาพและเสียงจาก AI ประเภทการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) เพื่อสวมรอยหรือปลอมเป็นบุคคลอื่น โดยมีหน้าตา ท่าทาง และน้ำเสียงที่สมจริง ได้ถูกนำมาใช้หลอกเหยื่อเพื่อก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเทคโนโลยีหลอกได้เนบเนียนมากขึ้น แทบจะแยกกัยไม่ออกว่าอันไหน “ตัวจริง” หรือ “ตัวปลอม” เราจะมีวีธีป้องกันตัว หรือจุดสังเกต อย่างไนไม่ให้ตกเป็เหยื่อ วันนี้ คอลัมน์ “ชีวิตติด TECH” มีตำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ“ไซมอน เติ้ง” ผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคอาเซียนและกลุ่มประเทศเกิดใหม่ของเอเชีย แคสเปอร์สกี้ ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันและบริการความปลอดภัยทางไซเบอร์ยุคใหม่ บอกว่า การปราบปรามเครือข่ายการพนันออนไลน์มูลค่ามหาศาล 2.5 พันล้านบาทโดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ของประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้ บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอาชญากรรมไซเบอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น แทนที่กลุ่มจฉาชีพจะใช้กลยุทธ์แบบดั้งเดิม ในครั้งนี้ได้ใช้ดีพเฟก ของนักร้องนักแสดงชื่อดังที่สร้างโดย AI เพื่อหลอกลวงประชาชนให้สมัครใช้งานแพลตฟอร์มผิดกฎหมายขณะเดียวกัน มิจฉาชีพยังใช้มหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก…

  • ค้นหาแล้วทำต่อทันที Google Search เพิ่มระบบ Connected Apps

    Google เพิ่ม Connected Apps ให้ AI Mode ใน Search เชื่อมต่อ Instacart, Canva และ YouTube Music เพื่อซื้อของ ออกแบบงาน และสร้างเพลย์ลิสต์ได้จากหน้าค้นหาGoogle เดินหน้าขยายความสามารถของ AI Mode ใน Google Search ให้ทำได้มากกว่าการค้นหาข้อมูล ด้วยฟีเจอร์ Connected Apps ที่อนุญาตให้ผู้ใช้เชื่อมต่อบริการภายนอก และสั่งให้ AI ช่วยทำงานต่อได้โดยตรงจากหน้าค้นหาแอปที่รองรับในช่วงแรกประกอบด้วย Instacart, Canva และ YouTube Music โดยเริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาผ่าน AI Mode ก่อน และยังจำกัดเฉพาะภาษาอังกฤษในช่วงเปิดตัวGoogle Search เชื่อมต่อแอปแล้วทำอะไรได้บ้าง?เมื่อลิงก์บัญชีเข้ากับ AI Mode ผู้ใช้สามารถสั่งงานต่อเนื่องจากสิ่งที่กำลังค้นหาได้ทันที ตัวอย่างเช่นInstacart ช่วยสร้างรายการซื้อของ และเพิ่มวัตถุดิบลงตะกร้าสินค้าเพื่อไปชำระเงินต่อCanva แนะนำเทมเพลตสำหรับงานออกแบบ เช่น โปสเตอร์หรือใบปลิวYouTube Music สร้างเพลย์ลิสต์ตามธีมหรือกิจกรรม…