Category: ไอที
-
หากสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารเคยมีอยู่จริง อาจถูกเก็บรักษาไว้ในแคปซูลกาลเวลาแช่แข็งใต้ผิวน้ำแข็ง
หากสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารเคยมีอยู่จริง อาจถูกเก็บรักษาไว้ในแคปซูลกาลเวลาแช่แข็งใต้ผิวน้ำแข็งการค้นพบครั้งใหม่ของนักวิจัยจาก NASA เผยให้เห็นว่า ชีวโมเลกุลที่ถูกกักเก็บอยู่ในน้ำแข็งบริสุทธิ์บนดาวอังคาร อาจสามารถทนทานต่อรังสีอันรุนแรงได้นานถึงหลายสิบล้านปี ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับภารกิจในอนาคตที่กำลังมองหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตโบราณบนดาวเคราะห์แดงนักวิจัยจาก NASA และมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตต (Penn State) ได้ทำการศึกษาใหม่ที่ชี้ให้เห็นว่า ชิ้นส่วนของชีวโมเลกุลจากจุลินทรีย์โบราณสามารถอยู่รอดได้ในน้ำแข็งของดาวอังคารเป็นเวลาหลายสิบล้านปี การค้นพบนี้ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 12 กันยายนในวารสาร Astrobiologyการจำลองสภาวะบนดาวอังคารในการทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อจำลองสภาวะของดาวอังคาร นักวิจัยได้นำตัวอย่างแบคทีเรีย E. coli หรือ E. coli bacteria มาแช่แข็งในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน 2 แบบน้ำแข็งบริสุทธิ์ส่วนผสมของน้ำแข็งและส่วนประกอบที่พบในดินของดาวอังคาร ซึ่งรวมถึงหินที่มีพื้นฐานเป็นซิลิเกตและดินเหนียวตัวอย่างเหล่านี้ถูกทำให้เย็นลงถึง -60 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ -51.1 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่คล้ายกับบริเวณที่มีน้ำแข็งบนดาวอังคารหลังจากนั้น ตัวอย่างถูกนำไปสัมผัสกับระดับรังสีที่เทียบเท่ากับสิ่งที่พวกมันจะได้รับในช่วงเวลา 20 ล้านปี บนดาวอังคาร ผลการทดลองยังถูกขยายผ่านการสร้างแบบจำลองเพื่อแสดงถึงการสัมผัสรังสีนานถึง 50 ล้านปีผลการทดลองน้ำแข็งบริสุทธิ์คือที่หลบภัยผลการศึกษาพบว่า กรดอะมิโน ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของโปรตีน สามารถอยู่รอดได้ดีกว่ามากในน้ำแข็งบริสุทธิ์ในน้ำแข็งบริสุทธิ์ กรดอะมิโนดั้งเดิมมากกว่า 10% ยังคงสภาพสมบูรณ์หลังจากการสัมผัสรังสีจำลอง 50 ล้านปีในส่วนผสมดิน กรดอะมิโนในส่วนผสมของดินได้เสื่อมสภาพลงเร็วกว่าถึง 10 เท่าและไม่สามารถอยู่รอดได้นักวิจัยยังได้ทำการทดสอบภายใต้อุณหภูมิที่เย็นกว่า เช่นเดียวกับที่พบในดวงจันทร์ยูโรปา (Europa) ของดาวพฤหัสบดี…
-
“มัลลิกา” กำชับสนามบินบุรีรัมย์ – อุบลฯ คุมเข้มความปลอดภัยต่อเนื่อง หลังกพท.ออกประกาศ ห้ามบินโดรนในพื้นที่ 5 จ.ชายแดน
วันที่ 18 ตุลาคม 2568 นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกประกาศ เรื่อง "ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา" ฉบับที่ 8 โดยยังคงมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2568 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง โดยเน้นย้ำและห้ามการบินโดรนอย่างเด็ดขาด ในพื้นที่ความมั่นคงหลัก ได้แก่ 5 จังหวัดชายแดนที่ประกาศกฎอัยการศึกหรือมีกองกำลังภาคพื้น คือ สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี รวมถึงพื้นที่รัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) รอบสนามบินที่กำหนด และพื้นที่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงประกาศเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ และมีเงื่อนไขในการทำการบินตามประกาศ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมาซึ่งได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยานกำชับให้ท่าอากาศยานในสังกัดที่อยู่ในพื้นที่ตามประกาศ 2 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานบุรีรัมย์และอุบลราชธานี ดำเนินการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการตรวจสอบและเฝ้าระวังการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ…
-
รู้เงื่อนไขก่อนใช้ “คนละครึ่งพลัส ฟู้ดเดลิเวอรี่” ใช้ที่ไหน? เริ่มเมื่อไหร่? คำตอบมีในนี้
“คนละครึ่ง พลัส ฟู้ดเดลิเวอรี่” อีกโครงการที่มีประโยชน์และใช้ง่ายกำลังจะกลับมา แต่มีเงื่อนไขอะไรที่คุณต้องรู้เพิ่ม เรามาดูกันข่าวดีสำหรับสายกินและสั่งอาหารเดลิเวอรี่! โครงการ "คนละครึ่ง พลัส ฟู้ดเดลิเวอรี่" เตรียมกลับมาช่วยเราประหยัดค่าอาหารกันอีกครั้ง โดยจากป้ายประกาศล่าสุด ได้สรุปไทม์ไลน์และเงื่อนไขสำคัญที่ทั้งฝั่งผู้ใช้งาน (ประชาชน) และฝั่งร้านค้า (ผู้ประกอบการ) ต้องรู้มาให้แล้ว ใครที่รอใช้อยู่ วันนี้ Sanook Hitech จะพาคุณมาเช็กข้อมูลและเตรียมแอปฯ ให้พร้อมกันได้เลยสรุปเงื่อนไขการใช่คนละครึ่งพลัส ฟู้ดเดลิเวอรี่1912x764px_banner-website-klkสรุปสำหรับ "ประชาชน" (คนใช้สิทธิ)สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการใช้สิทธิสั่งอาหาร มี 3 ข้อหลักๆ ที่ต้องรู้ ดังนี้ครับเริ่มใช้ได้เมื่อไหร่?ประชาชนสามารถเริ่มใช้สิทธิสั่งอาหารได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 – 31 มกราคม 2568ต้องใช้แอปฯ อะไร? ในการสั่งการใช้สิทธิทั้งหมดจะต้องทำผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" เท่านั้นวิธีและเวลาสั่งอาหารค้นหาร้านค้า: เราสามารถค้นหาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้โดยตรงจาก "แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่" ที่เราเลือกใช้บริการช่วงเวลาสั่ง: สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 น. – 21:00 น.สรุปสำหรับ "ผู้ประกอบการ" (ร้านค้า)สำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการเพื่อรับออเดอร์เดลิเวอรี่…
-
หลุดภาพเคส Galaxy S26 Ultra ตอกย้ำดีไซน์กล้องใหม่แบบ “เกาะเลนส์”
อีกไม่นานแล้วที่ Samsung Galaxy S26 Series จะเปิดตัว โดยล่าสุดใครที่อยากเห็นภาพแรกของมือถือใหม่นี้ในแบบใส่เคสของรุ่นใหม่ โดยภาพตัวเครื่องสีใหม่หลุดออกมาให้เห็นอีกไม่นานแล้วที่ Samsung Galaxy S26 Series จะเปิดตัว โดยล่าสุดใครที่อยากเห็นภาพแรกของมือถือใหม่นี้ในแบบใส่เคสของรุ่นใหม่ โดยภาพตัวเครื่องสีใหม่หลุดออกมาให้เห็น ล่าสุดก็มีภาพของตัวเครื่องที่อยู่ในเคสหลุดตามออกมาอีกชุด ตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ครั้งสำคัญที่หลายคนจับตามองลาก่อนดีไซน์ "กล้องแบบจุด"สิ่งที่โดดเด่นและชัดเจนที่สุดจากภาพหลุดรอบนี้ คือดีไซน์ของโมดูลกล้องหลัง ที่เปลี่ยนจากเลนส์เดี่ยวๆ เรียงกันลงมา (ที่หลายคนเรียกว่าดีไซน์เม็ดไข่มุก) ไปสู่การใช้ "เกาะกล้อง" (Camera Island) ลักษณะเป็นฐานวงรีนูนขึ้นมาชัดเจน ครอบเลนส์กล้อง 3 ตัวด้านซ้ายไว้ด้วยกันน่าสนใจว่าดีไซน์ลักษณะนี้ เป็นแนวทางที่ Samsung เริ่มนำมาใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นระดับเริ่มต้นและระดับกลางในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้หลายคนเคยคาดการณ์ว่า Samsung อาจต้องการใช้ดีไซน์เลนส์เดี่ยวเพื่อแบ่งแยกความพรีเมียมของรุ่นเรือธงออกจากรุ่นอื่นๆ แต่จากข้อมูลล่าสุดดูเหมือนว่า Samsung กำลังจะปรับดีไซน์นี้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในสมาร์ทโฟนทุกรุ่นของตัวเองแล้วs26-caseสเปกภายในที่คาดการณ์สำหรับขุมพลังคาดว่า Galaxy S26 Ultra จะมาพร้อมกับชิปเซ็ตระดับท็อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 แต่อาจมีรุ่นที่ใช้ชิป Exynos 2600 วางจำหน่ายในบางประเทศเช่นเคยตามกลยุทธ์ของ Samsungนอกจากนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมจากข่าวลือล่าสุดว่า ในรุ่นเริ่มต้นอย่าง…
-
Samsung อาจพับโครงการ Galaxy S26 Edge หลังยอดขายแย่กว่ารุ่นอื่น
สื่อในเกาหลีได้เปิดเผยว่า Samsung อาจจะไม่ได้ไปต่อกับ Galaxy S26 Edge เพราะรุ่นปัจจุบันอย่าง Galaxy S25 Edge ขายไม่ดีช่วงต้นปี Samsung ได้มีการเผยว่าจะเปิดตัว Galaxy S25 EDGE ที่เน้นเรื่องความบางแต่ด้วยสเปกที่ออกมานั้นทำให้หลายคนบอกว่า มันได้แต่ความบาง เลยทำให้ยอดขายดูไม่ดีเท่าไหร่ ล่าสุดมีกระแสว่า Galaxy S26 Edge ว่าที่มือถือบางรุ่นใหม่ ข่าวลือออกมาว่า ได้พับโครงการเป็นที่เรียบร้อยสื่อจากเกาหลีใต้อย่าง NewsPim รายงานว่า Samsung มีแนวโน้มที่จะยุติการผลิตสมาร์ทโฟนในซีรีส์ "Edge" ทั้งหมด หลังจากที่สามารถระบายสต็อกของ S25 Edge ที่มีอยู่จนหมด โดยอ้างอิงคำพูดจากเจ้าหน้าที่ของ Samsung ที่ไม่ประสงค์ออกนามว่าgal-1612723-20250509105612-2b"ผมไม่แน่ใจว่าไลน์ผลิตภัณฑ์ที่เน้นความบาง (Edge) จะกลับมาอีกหรือไม่ แต่ ณ ตอนนี้ดูเหมือนว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก มันแทบจะหายไปแล้วในทางปฏิบัติ"อย่างไรก็ตาม รายงานยังระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่า จริงๆ แล้ว Samsung ได้พัฒนาตัวเครื่อง Galaxy S26 Edgeเสร็จสมบูรณ์แล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะนำอุปกรณ์ดังกล่าวไปเปิดตัวในอนาคตภายใต้ชื่อรุ่นอื่นที่ไม่ใช่ "Edge"ข่าวดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลยอดขายจาก…
-
กรมขนส่งฯชี้แจงปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่ ยันไม่ปรับขึ้นค่าบริการ ย้ำเพียงแนวคิดนำ GPS ช่วยยกระดับบริการที่เป็นธรรมผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ
วันที่ 17 ตุลาคม 2568 นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงว่า จากกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีการปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ในช่วงเร่งด่วนหรือช่วงรถติด นั้น กรมการขนส่งทางบกขอยืนยัน กรณีดังกล่าวไม่ใช่การปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารแท็กซี่ เป็นแค่การเปลี่ยนเครื่องมือที่ใช้จากมาตรมิเตอร์ค่าโดยสาร มาใช้ระบบ GPS มาคิดในเรื่องค่ารถติดภายใต้สูตรคิดคงเดิม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ เพื่อลดปัญหาในเรื่องของการปฏิเสธรับผู้โดยสาร โดยขณะนี้เป็นแค่การศึกษาถึงการดำเนินการเท่านั้น ยังไม่ได้นำมาใช้และยังไม่ได้มีการปรับขึ้นใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นการรายงานความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการปฎิเสธผู้โดยสาร เพื่อให้มีความเป็นธรรมทั้งแท็กซี่ และผู้โดยสารทั้งนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการปรับขึ้นราคาใดๆทั้งสิ้น เป็นแนวคิดในการพิจารณานำเทคโนโลยีมาใช้ช่วยในการคิดมาตรมิเตอร์ สำหรับรถแท็กซี่ใหม่ในอนาคตเท่านั้น ซึ่งสูตรการคิดอัตราค่าโดยสารแท็กซี่ยังเป็นแบบเดิม เพียงแต่ใช้ระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการคำนวณอัตราค่ารถติด ภายใต้สถานการณ์การจราจรจริงๆ ไม่ใช่การใช้มาตรแบบกลไกที่ใช้อยู่เดิมเพื่อคำนวณกรณีรถติด ซึ่งเคยมีปัญหาการโกงค่ามิเตอร์ในอดีต อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดต้องศึกษาผลกระทบทั้งหมดอย่างรอบด้านทุกมิติ และหากจะบังคับใช้ ก็จะใช้สำหรับรถใหม่ที่จดทะเบียนในอนาคต หรือภาคสมัครใจ และต้องไม่กระทบหรือเป็นภาระกับผู้ขับแท็กซี่ปัจจุบัน
-
Huawei เปิดตัว nova Flip S : สมาร์ตโฟนพับจอได้ราคาถูกที่สุดในจีน พร้อมสีสันใหม่สะดุดตา
Huawei เปิดตัว nova Flip S : สมาร์ตโฟนพับจอได้ราคาถูกที่สุดในจีน พร้อมสีสันใหม่สะดุดตาHuawei ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนพับจอได้รุ่นล่าสุดของแบรนด์ที่ประเทศจีน นั่นคือ nova Flip S ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อเนื่องจาก nova Flip รุ่นแรก ที่เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ที่ผ่านมา โดยมาพร้อมสีตัวเครื่องแบบใหม่ และราคาเริ่มต้นที่ถูกลงกว่าเดิมHuawei nova Flip S นั้น ได้ใช้ศักยภาพจากชิปเซต Kirin ซีรีส์ 8 ของ HiSilicon (ภาคธุรกิจพัฒนาชิปของ Huawei) ซึ่งทางบริษัทมิได้ระบุชัดเจนว่าเป็นรุ่นใด แต่มีข่าวลือว่าอาจเป็น Kirin 8030 โดยพิจารณ์จาก nova Flip รุ่นแรก ที่ได้รับการติดตั้งชิปเซต Kirin 8000Huawei nova Flip SKirin 8030 นั้น ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพจาก Kirin 8020 ที่เปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับสมาร์ตโฟนพับจอได้ระดับกลางดีไซน์พรีเมียมอย่าง Huawei…
-
HUAWEI Pura 80 Series ยืนหนึ่งเลนส์ซูม พร้อมการดูแลหลังการขายระดับพรีเมียม
HUAWEI Pura 80 Series ยืนหนึ่งเลนส์ซูม พร้อมการดูแลหลังการขายระดับพรีเมียมหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) มุ่งมั่นมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมสำหรับ HUAWEI Pura 80 Series สมาร์ทโฟนเรือธงที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมด้านการถ่ายภาพที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ พร้อมบริการหลังการขายระดับพรีเมียม HUAWEI Care+ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ และมอบความอุ่นใจในการใช้งานอย่างสูงสุดผลงานชิ้นเอกในมือคุณHUAWEI Pura 80 Series ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสมาร์ทโฟน ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำและความสง่างามเหนือระดับในหนึ่งเดียว นำโดยรุ่นท็อปอย่าง HUAWEI Pura 80 Ultra สมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของโลกด้านเลนส์ซูม และสุดยอดกล้องสมาร์ทโฟนอันดับหนึ่ง จากการจัดอันดับโดย DXOMARK ประกาศ ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2025 ไม่ว่าจะเป็นการเก็บความประทับใจในคอนเสิร์ต ถ่ายภาพสไตล์สตรีท หรือบันทึกความทรงจำขณะเดินทาง กล้องเทเลโฟโต้คู่แบบสลับเลนส์ได้รุ่นแรกของโลก และเทคโนโลยี Ultra Lighting HDR เซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้ว จะช่วยให้คุณถ่ายช็อตซูมได้จากระยะไกล โดยเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนทุกจังหวะ…
-
ผลสำรวจชี้ ผู้คนส่วนมากในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก สนับสนุนการห้ามเด็กต่ำกว่า 14 ใช้งานโซเชียลมีเดีย
จากการสอบถามผู้ร่วมวิจัยจาก 30 พบว่า กว่า 71% สนับสนุนใช้แบนเด็กอายุต่ำกว่า 14 จากการใช้โซเชียลมีเดียเด็ดขาดในช่วงเวลาที่ผ่านมา ข่าวที่เป็นข่าวใหญ่คงจะหนีไม่พ้นข่าวกฎหมายการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีในประเทศออสเตรเลียใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างเด็ดขาด นำมาสู่ความเคลื่อนไหวทั้งภาครัฐ และภาคประชาชนในหลากประเทศถึงความต้องการในการนำเอานโยบายที่คล้ายหรือใกล้เคียงกัน เอามาใช้งานบ้างจากรายงานโดยเว็บไซต์ Ipsos ได้กล่าวถึงรายงานวิจัยของทางองค์กรที่มีชื่อว่า 2025 Ipsos Education Monitor โดยรายงานดังกล่าวนั้นได้ทำการสำรวจความคิดเห็นถึงข้อกังวลใจของผู้คนในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา, ความท้าทายที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษา และกลุ่มเยาวชน รวมไปถึงบทบาทของเทคโนโลยีในด้านการศึกษา ซึ่งครอบคลุมในหลากประเด็น รวมไปถึงด้านการใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) ในหมู่เยาวชนด้วย โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งทีมข่าวขอคัดมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้โซเชียลมีเดียในกลุ่มเยาวชน ดังนี้ผลสำรวจชี้ ผู้คนส่วนมากในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก สนับสนุนการห้ามเด็กต่ำกว่า 14 ใช้งานโซเชียลมีเดียภาพจาก : https://www.ipsos.com/en-ch/majorities-all-countries-now-support-banning-under-14s-using-social-mediaด้านความกังวลใจในการใช้งานโซเชียลมีเดีย พบว่า กว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ใน 30 ประเทศทั่วโลกนั้น สนับสนุนการปิดกั้นไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างเด็ดขาด และเมื่อเจาะกลุ่มย่อยลงมาเป็นการสอบถามเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองที่เด็กกำลังอยู่ในวัยเรียน…
-
ญี่ปุ่นเปิดตัวโรงไฟฟ้าจากความเค็มของน้ำทะเล สร้างแรงดันผลิตไฟฟ้าได้ !? แห่งที่สองของโลกต่อจากเดนมาร์ก
การผลิตไฟฟ้าที่เกี่ยวกับทะเลก็มีหลายแบบ อาจจะไปตั้งกังหันในทะเล หรือใหม่หน่อยก็ใช้คลื่นทะเลสร้างแรงดัน แต่ที่ญี่ปุ่น เลือกใช้วิธีจัดการกับความเค็มของน้ำทะเล เพื่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าออสโมซิส – เบื้องหลังโรงไฟฟ้าจากความเค็มFukuoka Area Waterworks Agency หรือการประปาของเมืองฟูกุโอกะในญี่ปุ่น เปิดใช้งานโรงไฟฟ้าจากความเค็ม หรือ ที่เป็นทั้งแห่งแรกในเมือง แห่งแรกของประเทศ และเป็นแห่งที่ 2 ของโลก โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้เคลมว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าให้กับครัวเรือนได้ถึง 220 ครัวเรือนในแต่ละปีหลักการออสโมซิสทั้งนี้ โรงไฟฟ้าจากความเค็ม หรือ Osmotic Power Plant อาศัยหลักทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่าออสโมซิสที่เกิดขึ้นเมื่อมีน้ำจืด กับน้ำทะเล กั้นด้วยแผ่นเยื่อที่ให้น้ำผ่านได้ แต่เกลือในน้ำผ่านทะลุไม่ได้ด้วยเหตุนี้ น้ำจากฝั่งน้ำจืดจะผ่านเยื่อ หรือเรียกว่าเยื่อเลือกผ่าน (Selective membrane) ไปเพิ่มในฝั่งน้ำทะเล จนน้ำทะเลกับน้ำจืดมีความเข้มข้นเท่ากัน และระหว่างกระบวนนี้ จะเกิดความดันที่ฝั่งน้ำทะเล ตามกฎทางฟิสิกส์ในการเคลื่อนที่ของโมเลกุลน้ำ และถ้าหากสามารถนำเอาความดันตรงนี้ มาหมุนกังหันเพื่อผลิตไฟฟ้าได้ ก็จะได้แหล่งพลังงานที่ทั้งสะอาดและต่อเนื่องการพัฒนาโรงไฟฟ้าจากการออสโมซิสถึงแม้หลักการจะสวยงามแค่ไหน แต่นับตั้งแต่มนุษยชาติรู้จักหลักการออสโมซิสในปี 1748 แต่เทคโนโลยีในอดีตไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าจากความเค็มได้อย่างแพร่หลายได้ เนื่องจากต้องพิจารณาปัจจัยหลัก 3 อย่าง ได้แก่ น้ำทะเล น้ำจืด และแผ่นเยื่อสำหรับให้น้ำจืดผ่านได้แบบไม่มีโมเลกุลของเกลือไหลย้อนกลับในอดีต การผลิตไฟฟ้าด้วยความเค็มต้องใช้ไฟฟ้าจ่ายไฟไปยังปั๊มสูบน้ำ ทั้งน้ำทะเลและน้ำจืดเป็นจำนวนมาก…