Category: ไอที
-
จีนสร้างสถิติครั้งใหม่ส่งจรวด Long March จำนวน 3 ลำขึ้นสู่วงโคจรภายในเวลาไม่ถึง 19 ชั่วโมง
จีนสร้างสถิติครั้งใหม่ส่งจรวด Long March จำนวน 3 ลำขึ้นสู่วงโคจรภายในเวลาไม่ถึง 19 ชั่วโมงจีนสร้างสถิติครั้งใหม่ส่งจรวด Long March จำนวน 3 ลำขึ้นสู่วงโคจรภายในเวลาไม่ถึง 19 ชั่วโมง ความสำเร็จในการปล่อยจรวดชุดนี้ยังส่งผลให้ยอดรวมการปล่อยจรวดขึ้นสู่วงโคจรของประเทศจีนในปี 2025 พุ่งสูงถึง 83 ครั้ง ซึ่งเป็นการขยายสถิติประจำปีของประเทศออกไปอีก หลังจากที่สถิติสูงสุดเดิมอยู่ที่ 68 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 83 ครั้งนี้ยังไม่ถือเป็นสถิติโลก เนื่องจากบริษัท SpaceX ของสหรัฐอเมริกา สามารถปล่อยภารกิจขึ้นสู่วงโคจรไปแล้วถึง 159 ครั้งในปี 2025การปล่อยจรวดเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันจันทร์ 8 ธันวาคม เวลา 17:11 น. โดยจรวด Long March 6A ได้ทะยานขึ้นจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมไท่หยวนทางตอนเหนือของประเทศจีน ภารกิจแรกนี้ได้ส่งดาวเทียมบรอดแบนด์ชุดหนึ่งไปยังวงโคจรระดับต่ำของโลกสำหรับเครือข่ายดาวเทียมขนาดใหญ่ Guowangการปล่อยครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในเวลา 22:41 น. จรวด Long March 4B…
-
Nvidia ดึงเกม ! พัฒนาระบบยืนยันตำแหน่งชิป AI ท่ามกลางศึกชิป สหรัฐฯ–จีน l TNN Tech
Nvidia ดึงเกม ! พัฒนาระบบยืนยันตำแหน่งชิป AI ท่ามกลางศึกชิป สหรัฐฯ–จีน l TNN Techในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อนุมัติการส่งออกชิป H200ให้จีน แลกกับการแบ่งรายได้ 25% เข้าคลังสหรัฐฯ ทำให้ประเด็นการลักลอบขนชิปกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อมีการจับกุมชาวจีน 2 รายในคดีพยายามลักลอบนำชิป Nvidia H100 และ H200 ซึ่งเป็นชิป AI ระดับสูงออกจากสหรัฐฯจากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงถือเป็นจังหวะดีที่เอ็นวิเดีย (Nvidia) บริษัทเทคฯ ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่ของโลก ได้ประกาศพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ข้อมูลสามารถตรวจสอบได้ว่าชิปกำลังถูกใช้งานอยู่ในประเทศไหน และช่วยป้องกันความเสี่ยงที่ชิปจะถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ถูกควบคุมหรือ พื้นที่ที่ถูกจำกัดโดยทาง Nvidia ได้พัฒนาเทคโนโลยี “ยืนยันตำแหน่งชิป” (Location Verification) ซึ่งจะผูกชิป AI เข้ากับข้อมูลที่ระบุตำแหน่งในระดับประเทศแบบกว้าง ๆ โดยใช้มุมมองด้านความปลอดภัยของเทคโนโลยีในการป้องกันข้อมูล ขณะที่ชิปกำลังประมวลผล (Confidential Computing) เพื่อป้องกันข้อมูลไม่ให้ถูกล้วง และวิเคราะห์ความหน่วงของสัญญาณ (Latency) ระหว่างชิปกับเซิร์ฟเวอร์ของ Nvidia เพื่อประเมินว่าชิปน่าจะอยู่ในประเทศใด…
-
ฟังจาก “ปลัดดีอี-อดีตปลัดดีอี” กรณี “MOU”ที่เป็นปัญหา!!
“พชร” ปลัดดีอี แจงกรณี MOU ระหว่างกระทรวงดีอี และ Prime Opportunity Fund ยืนยันยังไม่มีโครงการอะไรที่หน่วยงานในสังกัดเข้าไปทำ ทาง รมว.ดีอี มีแนวคิดตั้งคณะกรรมการคนนอกเข้ามาตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส ด้าน “วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ” อดีตปลัดกระทรวงดีอี ยืนยันดำเนินการตามขั้นตอน จะทำโครงการอะไรต้องขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ขัดกับกฎหมายไทยจะไม่สามารถดำเนินการได้จากกรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้สั่งให้มีการตรวจสอบและติดตามผล เกี่ยวกับการทำ MOU ระหว่างกระทรวงดีอี และ Prime Opportunity Fund VCC Singapore เมื่อวันที่ 27 มี.ค.67 อย่างละเอียดอีกครั้งและให้รายงานกลับมาโดยเร็วที่สุด หลังมีภาพการลงนาม MOU ปรากฏบนสื่อนั้นล่าสุด วันนี้ (10 ธ.ค.) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวให้สัมภาษณ์กับ “เดลินิวส์” ว่า ท่าน รมว.ดีอี ได้สั่งการด้วยตนเอง ถึงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทุกแห่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีใคร…
-
แคปซูลโซยุซลงจอดอย่างปลอดภัย นำลูกเรือ 3 คนกลับถึงโลก หลังใช้เวลา 8 เดือนบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
แคปซูลโซยุซลงจอดอย่างปลอดภัย นำลูกเรือ 3 คนกลับถึงโลก หลังใช้เวลา 8 เดือนบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)วันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ทีมนักบินอวกาศสองคนจากรัสเซียและนักบินอวกาศชาวอเมริกันได้เดินทางกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย หลังจากใช้เวลา 8 เดือนบนสถานีอวกาศนานาชาติ ISS โดยแคปซูล Soyuz MS-27 ได้นำลูกเรือ ประกอบด้วยนักบินอวกาศรัสเซียเซอร์เกย์ ริซิคอฟ (Sergey Ryzhikov) และอเล็กเซย์ ซูบริตสกี (Alexey Zubritsky) พร้อมด้วยนักบินอวกาสจอนนี คิม (Jonny Kim) จากสหรัฐอเมริกา ลงจอดบนพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในที่ราบสเตปป์ของคาซัคสถานยานลงจอดในเวลา 10:03 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยยานลดระดับลงด้วยร่มชูชีพและชะลอความเร็วด้วยเครื่องยนต์เบรก ทีมกู้ภัยของ Roscosmos ซึ่งทำงานร่วมกับตัวแทนจาก NASA ได้เข้าให้ความช่วยเหลือลูกเรือทั้งสามคนออกจากแคปซูลอย่างรวดเร็ว เพื่อทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้นโดยนักบินอวกาศเซอร์เกย์ ริซิคอฟ (Sergey Ryzhikov) และจอนนี คิม (Jonny Kim) ดูมีสภาพดีและมีกำลังใจดี แต่นักบินอวกาศอเล็กเซย์ ซูบริตสกี (Alexey Zubritsky)…
-
สรรพสามิตเตือนผู้รับบำนาญ มิจฉาชีพอ้างเป็นจนท.ลวงเข้ากลุ่มไลน์ “บำเหน็จ–บำนาญ” หลอกโอนเงิน
วันที่ื 10 ธันวาคม 2568 ดร. นิตยา โสรีกุล รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิต โดยโทรศัพท์หลอกลวงผู้รับบำนาญให้เข้าร่วมกลุ่มไลน์ชื่อ “บำเหน็จ–บำนาญ” รวมทั้งชักชวนให้ติดตั้งแอปพลิเคชั่นที่อ้างว่าเป็นของหน่วยงานรัฐ เพื่อแอบเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน และโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายโฆษกกรมสรรพสามิต กล่าวา กรมสรรพสามิตไม่มีนโยบายโทรศัพท์ติดต่อผู้รับบำนาญหรือชักชวนผ่านทางไลน์ส่วนตัวหรือกลุ่มไลน์ เพื่อสอบถามข้อมูลสิทธิทายาท หรือไม่มีการให้ติดตั้งแอปพลิเคชั่นเพิ่มเติม ตลอดจนไม่มีการขอข้อมูลบัญชีธนาคารหรือให้ดำเนินธุรกรรมใด ๆ ผ่านทางโทรศัพท์โดยเด็ดขาด หากผู้รับบำนาญได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว ขอให้ อย่าหลงเชื่อ และ หยุดการติดต่อกับผู้แอบอ้างทันที ทั้งนี้ หากพบพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าจะเป็นการหลอกลวง หรือประสงค์ตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิตหรือไม่ สามารถติดต่อได้ที่สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพสามิต หมายเลขโทรศัพท์ 0 2241 5600 -18 ต่อ 542401 , 542431 หรือสำนักงานสรรพสามิตภาค และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อสอบถามข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจะเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น“กรมสรรพสามิตขอแจ้งเตือนผู้รับบำนาญและประชาชนให้ระมัดระวัง และอย่าหลงเชื่อ พฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต พร้อมขอความร่วมมือในการเผยแพร่ ข้อมูลเตือนภัยนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวและผู้ใกล้ชิดตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงดังกล่าว” โฆษกกรมสรรพสามิต กล่าว
-
Apple Fitness+ ประกาศขยายบริการอีก 28 ประเทศ พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ “AI พากย์เสียง”
Apple Fitness+ ขยายให้บริดการอีก 28 ประเทศเริ่ม 15 ธันวาคม และยังมีการเพิ่มให้ AI มาพากย์เสียงแทนApple เดินหน้าขยายอาณาจักรคนรักสุขภาพครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว ด้วยการประกาศนำบริการ Apple Fitness+ บุกตลาดใหม่เพิ่มอีก 28 ประเทศ ในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ พร้อมงัดเทคโนโลยีใหม่ใช้ AI ช่วยพากย์เสียงเทรนเนอร์ และเอาใจสายเกาฯ ด้วยเพลย์ลิสต์ K-Pop ให้ได้ใช้งานกันการขยายตัวครั้งนี้จะทำให้ Apple Fitness+ ครอบคลุมพื้นที่รวมเป็น 49 ประเทศทั่วโลก โดยกลุ่มประเทศใหม่ที่จะเริ่มใช้งานได้ในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ มีทั้ง ชิลี, ฮ่องกง, อินเดีย, เนเธอร์แลนด์, ไต้หวัน รวมถึงประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียและอาเซียนอย่าง สิงคโปร์, เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ส่วน ญี่ปุ่น มีคิวจะเปิดตัวในช่วงต้นปีหน้าอย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับสาวก Apple ชาวไทย เพราะในรายชื่อ 28 ประเทศใหม่นี้…
-
Facebook ปรับโฉมใหม่ ขยับเข้าใกล้ความเป็น Instagram มากขึ้น
ภาพไฮไลต์การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้บนเฟซบุ๊ก จะรวมถึงฟีเจอร์ที่สามารถ "Double-tap" แตะที่รูปสองครั้งบนฟีดเพื่อกดถูกใจได้ทันทีเพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งเมตา ที่ต้องการผลักดันให้ เฟซบุ๊กมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ล่าสุด เมตาได้ประกาศชุดอัปเดตใหม่หลายรายการ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานจัดการกับความยุ่งเหยิง และสร้างสรรค์คอนเทนต์ภายในแอปพลิเคชันได้ดียิ่งขึ้นการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ของเฟซบุ๊ก เริ่มตั้งแต่การปรับแต่งวิธีการมองเห็นและการโต้ตอบกับรูปภาพบนฟีด (Feed) ซึ่งทำให้ประสบการณ์ใช้งานมีความรู้สึกคล้ายคลึงกับอินสตาแกรม (Instagram) มากขึ้น เพื่อให้ทำให้ฟีดเรียบง่ายและดื่มด่ำไปกับเนื้อหาบนแพลตฟอร์มยิ่งขึ้น หากมีการโพสต์รูปภาพหลายรูปพร้อมกัน ระบบจะแสดงผลในรูปแบบตาราง (Grid) และผู้ใช้งานจะสามารถใช้นิ้วแตะสองครั้ง หรือ Double-tap บนรูปภาพเพื่อกดถูกใจได้แล้วในเวลาเดียวกัน เมตากำลังออกแบบกระบวนการสร้าง Stories และโพสต์ใหม่ โดยใช้วิธีจัดวางเครื่องมือยอดนิยม เช่น การใส่เพลงและการแท็กเพื่อน ไว้ในตำแหน่งที่สามารถค้นหาและเรียกใช้งานได้ง่ายในส่วนการค้นหา (Search results) จะได้รับการปรับปรุงให้มีเนื้อหามากขึ้นในเลย์เอาต์แบบ Grid ที่ดูเต็มตาและรองรับคอนเทนต์ทุกประเภท นอกจากนี้ เมตากำลังทดสอบวิธีการดูรูปภาพและวิดีโอแบบเต็มหน้าจอ โดยที่ผู้ใช้จะไม่สูญเสียตำแหน่งเดิมในหน้ารายการค้นหานั้นก่อนหน้านี้ เมตาได้แนะนำวิธีปรับแต่งการมองเห็นบนอินสตาแกรม และเธรดส์ (Threads) ไปแล้ว และสำหรับเฟซบุ๊ก ทางเมตาให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าแนะนำวิธีการใหม่ๆ ให้คุณสามารถกำหนดทิศทางของ Feed และให้ข้อมูลแก่อัลกอริทึมได้เพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าบนเว็บบล็อกของเมตายังมีบอกเพิ่มเติมว่า เมตาจะออกแบบเมนูที่ทำให้การคอมเมนต์ลดความซับซ้อนลง โดยเมตาบอกว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการทำให้เฟซบุ๊กดูรกตาน้อยลงและใช้งานง่ายขึ้น โดยจะมีอัปเดตเพิ่มเติมตามมาในปีหน้าที่มา: Facebookอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :…
-
เปิดสถิติคนไทยตื่นเรียน “เอไอ” ลงทะเบียนเรียนทุก ๆ 1 นาที!!
คอร์สเซรา เผยผลศึกษา เทรนด์ผู้เรียนชาวไทยประจำปี 68 68 จากข้อมูลผู้เรียนมากกว่า 1.2 ล้านคน พบว่า ประเทศไทยมีการลงทะเบียนเรียน เจน เอไอ เฉลี่ยทุก ๆ 1 นาที ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ทุก ๆ 16 นาทีนายแอชชูโทช กุปตะ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ คอร์สเซรา(Coursera) แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ระดับโลก เปิดเผยว่า คอร์สเซรา ได้สำรวจ เทรนด์ผู้เรียนชาวไทยประจำปี 68 จากข้อมูลผู้เรียนมากกว่า 1.2 ล้านคน พบว่าคนไทยมีแรงส่งในการพัฒนาทักษะ ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ และ เจนเนอเรทีฟ เอไอ(เจน เอไอ) อย่างก้าวกระโดด โดยประเทศไทยมีการลงทะเบียนเรียน เจน เอไอ เฉลี่ยทุก ๆ 1 นาที ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ทุก ๆ 16 นาที ส่งผลให้ยอดลงทะเบียนรวมสะสมทะลุกว่า 305,000…
-
ส่อง 4 ฟีเจอร์เด็ดใน Samsung One UI 8.5 ใครใช้ต้องรอเล่นเลย
One UI 8.5 Beta เปิดให้คนทั่วไปได้ลองแล้ว แต่มีอะไรที่น่าสนใจวันนี้เรามาดูกับ 4 ฟีเจอร์เด็ดนี้กันใครที่ใช้งานมือถือ Samsung ล่าสุดนี้มีการเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของ One UI 8.5 Beta อย่างเป็นทางการแล้ว! โดยรอบนี้ไม่ได้มาแค่แก้บั๊ก แต่ขนทัพฟีเจอร์ใหม่ที่เน้นเรื่องการทำงาน (Productivity), ความเป็นส่วนตัว (Privacy) และประสิทธิภาพที่ลื่นไหลขึ้นฟีเจอร์เด็ดของ One UI 8.5แม้เมืองไทยจะไม่ได้ลองเหมือนกับประเทศอื่น แต่ใครที่สนใจเราขอสรุป4 ฟีเจอร์เด็ด มาป้ายยากันครับphoto1. Photo Assistสายแต่งรูปต้องกรี๊ด เพราะฟีเจอร์ Photo Assist ใน One UI 8.5 ได้รับการปลดล็อกขีดจำกัด เพราะคุณสามารถใช้ AI เจนเนอเรทรูปภาพเติมแต่งส่วนต่างๆ ได้แบบ "ไม่จำกัดจำนวนครั้ง" นอกจากนี้ยังรองรับการแก้ไขแบบต่อเนื่อง (Continuous edits) และสามารถย้อนดูประวัติการแก้ไขได้ ทำให้การแต่งรูปยืดหยุ่นกว่าเดิมมาก2. Quick Shareการส่งรูปให้เพื่อนจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะ Quick Share เวอร์ชันใหม่มาพร้อมระบบจดจำใบหน้า ระบบจะสแกนคนในรูปภาพ และแนะนำรายชื่อเพื่อนที่อยู่ในรูปนั้นขึ้นมาให้เรากดส่งได้ทันที…
-
iPhone Fold ถูกยกให้เป็นตัวเปลี่ยนเกม มีโอกาสสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ตลาดสมาร์ทโฟน
ภาพไฮไลต์ตัวเลขของ IDC ชี้ว่า ตลาดสมาร์ทโฟนจอพับเตรียมโตแบบกระโดดระดับ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยมีตัวแปรสำคัญคือการมาของ iPhone พับได้ หรือ iPhone FoldIDC (International Data Corporation) บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยี เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ที่เน้นย้ำถึงความคาดหวังในตลาดสมาร์ทโฟนจอพับสำหรับปีหน้า โดยประเมินการเติบโตแบบปีต่อปี (YoY) ไว้สูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัวเลขที่พุ่งสูงนี้มีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากสิ่งที่ถูกระบุว่าเป็นตัวเปลี่ยนเกม หรือ Game-changer อย่าง iPhone Fold ซึ่งก็คือ ไอโฟนพับได้การเติบโตของมือถือจอพับในมุมมองของ IDCนาบิลา โปปอล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอาวุโสของ IDC ระบุว่า ปี 2026 จะเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับหมวดสินค้ากลุ่มนี้ โดยตลาดจะขยายตัวจากเดิมที่คาดการณ์ไว้เพียง 6 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นมาเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ทางฝั่งซัมซุงจะเริ่มต้นปี 2026 ด้วยการเปิดตัว Galaxy Z Trifold เพื่อนำนวัตกรรมพับสามทบ (Tri-fold) เข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป สานต่อโมเมนตัมจาก Galaxy Z…