Category: ไอที
-
HUAWEI Pura 80 Series ยืนหนึ่งเลนส์ซูม พร้อมการดูแลหลังการขายระดับพรีเมียม
HUAWEI Pura 80 Series ยืนหนึ่งเลนส์ซูม พร้อมการดูแลหลังการขายระดับพรีเมียมหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) มุ่งมั่นมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมสำหรับ HUAWEI Pura 80 Series สมาร์ทโฟนเรือธงที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมด้านการถ่ายภาพที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ พร้อมบริการหลังการขายระดับพรีเมียม HUAWEI Care+ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ และมอบความอุ่นใจในการใช้งานอย่างสูงสุดผลงานชิ้นเอกในมือคุณHUAWEI Pura 80 Series ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสมาร์ทโฟน ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำและความสง่างามเหนือระดับในหนึ่งเดียว นำโดยรุ่นท็อปอย่าง HUAWEI Pura 80 Ultra สมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของโลกด้านเลนส์ซูม และสุดยอดกล้องสมาร์ทโฟนอันดับหนึ่ง จากการจัดอันดับโดย DXOMARK ประกาศ ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2025 ไม่ว่าจะเป็นการเก็บความประทับใจในคอนเสิร์ต ถ่ายภาพสไตล์สตรีท หรือบันทึกความทรงจำขณะเดินทาง กล้องเทเลโฟโต้คู่แบบสลับเลนส์ได้รุ่นแรกของโลก และเทคโนโลยี Ultra Lighting HDR เซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้ว จะช่วยให้คุณถ่ายช็อตซูมได้จากระยะไกล โดยเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนทุกจังหวะ…
-
ผลสำรวจชี้ ผู้คนส่วนมากในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก สนับสนุนการห้ามเด็กต่ำกว่า 14 ใช้งานโซเชียลมีเดีย
จากการสอบถามผู้ร่วมวิจัยจาก 30 พบว่า กว่า 71% สนับสนุนใช้แบนเด็กอายุต่ำกว่า 14 จากการใช้โซเชียลมีเดียเด็ดขาดในช่วงเวลาที่ผ่านมา ข่าวที่เป็นข่าวใหญ่คงจะหนีไม่พ้นข่าวกฎหมายการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีในประเทศออสเตรเลียใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างเด็ดขาด นำมาสู่ความเคลื่อนไหวทั้งภาครัฐ และภาคประชาชนในหลากประเทศถึงความต้องการในการนำเอานโยบายที่คล้ายหรือใกล้เคียงกัน เอามาใช้งานบ้างจากรายงานโดยเว็บไซต์ Ipsos ได้กล่าวถึงรายงานวิจัยของทางองค์กรที่มีชื่อว่า 2025 Ipsos Education Monitor โดยรายงานดังกล่าวนั้นได้ทำการสำรวจความคิดเห็นถึงข้อกังวลใจของผู้คนในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา, ความท้าทายที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษา และกลุ่มเยาวชน รวมไปถึงบทบาทของเทคโนโลยีในด้านการศึกษา ซึ่งครอบคลุมในหลากประเด็น รวมไปถึงด้านการใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) ในหมู่เยาวชนด้วย โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งทีมข่าวขอคัดมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้โซเชียลมีเดียในกลุ่มเยาวชน ดังนี้ผลสำรวจชี้ ผู้คนส่วนมากในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก สนับสนุนการห้ามเด็กต่ำกว่า 14 ใช้งานโซเชียลมีเดียภาพจาก : https://www.ipsos.com/en-ch/majorities-all-countries-now-support-banning-under-14s-using-social-mediaด้านความกังวลใจในการใช้งานโซเชียลมีเดีย พบว่า กว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ใน 30 ประเทศทั่วโลกนั้น สนับสนุนการปิดกั้นไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างเด็ดขาด และเมื่อเจาะกลุ่มย่อยลงมาเป็นการสอบถามเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองที่เด็กกำลังอยู่ในวัยเรียน…
-
ญี่ปุ่นเปิดตัวโรงไฟฟ้าจากความเค็มของน้ำทะเล สร้างแรงดันผลิตไฟฟ้าได้ !? แห่งที่สองของโลกต่อจากเดนมาร์ก
การผลิตไฟฟ้าที่เกี่ยวกับทะเลก็มีหลายแบบ อาจจะไปตั้งกังหันในทะเล หรือใหม่หน่อยก็ใช้คลื่นทะเลสร้างแรงดัน แต่ที่ญี่ปุ่น เลือกใช้วิธีจัดการกับความเค็มของน้ำทะเล เพื่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าออสโมซิส – เบื้องหลังโรงไฟฟ้าจากความเค็มFukuoka Area Waterworks Agency หรือการประปาของเมืองฟูกุโอกะในญี่ปุ่น เปิดใช้งานโรงไฟฟ้าจากความเค็ม หรือ ที่เป็นทั้งแห่งแรกในเมือง แห่งแรกของประเทศ และเป็นแห่งที่ 2 ของโลก โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้เคลมว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าให้กับครัวเรือนได้ถึง 220 ครัวเรือนในแต่ละปีหลักการออสโมซิสทั้งนี้ โรงไฟฟ้าจากความเค็ม หรือ Osmotic Power Plant อาศัยหลักทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่าออสโมซิสที่เกิดขึ้นเมื่อมีน้ำจืด กับน้ำทะเล กั้นด้วยแผ่นเยื่อที่ให้น้ำผ่านได้ แต่เกลือในน้ำผ่านทะลุไม่ได้ด้วยเหตุนี้ น้ำจากฝั่งน้ำจืดจะผ่านเยื่อ หรือเรียกว่าเยื่อเลือกผ่าน (Selective membrane) ไปเพิ่มในฝั่งน้ำทะเล จนน้ำทะเลกับน้ำจืดมีความเข้มข้นเท่ากัน และระหว่างกระบวนนี้ จะเกิดความดันที่ฝั่งน้ำทะเล ตามกฎทางฟิสิกส์ในการเคลื่อนที่ของโมเลกุลน้ำ และถ้าหากสามารถนำเอาความดันตรงนี้ มาหมุนกังหันเพื่อผลิตไฟฟ้าได้ ก็จะได้แหล่งพลังงานที่ทั้งสะอาดและต่อเนื่องการพัฒนาโรงไฟฟ้าจากการออสโมซิสถึงแม้หลักการจะสวยงามแค่ไหน แต่นับตั้งแต่มนุษยชาติรู้จักหลักการออสโมซิสในปี 1748 แต่เทคโนโลยีในอดีตไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าจากความเค็มได้อย่างแพร่หลายได้ เนื่องจากต้องพิจารณาปัจจัยหลัก 3 อย่าง ได้แก่ น้ำทะเล น้ำจืด และแผ่นเยื่อสำหรับให้น้ำจืดผ่านได้แบบไม่มีโมเลกุลของเกลือไหลย้อนกลับในอดีต การผลิตไฟฟ้าด้วยความเค็มต้องใช้ไฟฟ้าจ่ายไฟไปยังปั๊มสูบน้ำ ทั้งน้ำทะเลและน้ำจืดเป็นจำนวนมาก…
-
เผยต้นแบบเหรียญที่ระลึก Steve Jobs มูลค่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ เริ่มจำหน่ายปีหน้า
ภาพไฮไลต์โรงกษาปณ์สหรัฐฯ หรือ US Mint เปิดภาพทางการของเหรียญ 1 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเหรียญที่ระลึกถึงสตีฟ จ็อบส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และอดีตซีอีโอแอปเปิล มีกำหนดการวางจำหน่ายปีหน้าเหรียญที่ระลึกของสตีฟ จ็อบส์ เป็นการย้อนอดีตไปถึงจ็อบส์ในวัยหนุ่มกำลังนั่งขัดสมาธิ โดยมีเบื้องหลังเป็นภูมิทัศน์เนินเขาแคลิฟอร์เนีย กับชุดคอเต่า พร้อมจารึกคำพูดว่า “Make something wonderful” ซึ่งเป็นประโยคที่ จ็อบส์เคยพูดในปี 2007เหรียญดังกล่าวอยู่ในโครงการที่เปิดให้แต่ละรัฐในสหรัฐฯ นำเสนอ “สัญลักษณ์แห่งนวัตกรรม” ของตัวเองเหรียญ 1 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเชิดชูสตีฟ จ็อบส์ ผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิลที่ล่วงลับไปแล้วทั้งนี้ ปี 2026 รัฐแคลิฟอร์เนียได้เสนอชื่อสตีฟ จ็อบส์ ขณะที่รัฐวิสคอนซินเลือกซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Cray-1 จากยุค 1970sนอกจากสายเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แล้วยังมี ดร.นอร์แมน บอร์ล็อก จากรัฐไอโอวา และรถ Mobile Refrigeration จากมินนิโซตาในส่วนการวางจำหน่ายจะขายผ่านเว็บไซต์โรงกษาปณ์สหรัฐฯ ในราคาเหรียญละ 13.25 ดอลลาร์สหรัฐ เริ่มวางจำหน่ายปีหน้าที่มา: US Mint, The Vergeอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :…
-
ของมันคู่กัน นักวิจัยพบมัลแวร์ล่องหนตัวใหม่ สามารถในการสร้างบัญชี Admin บนเว็บ WordPress ได้
นอกจากสร้างบัญชี Admin แล้วยังมีการใช้ Filter เพื่อซ่อนปลั๊กอิน และบัญชีของแฮกเกอร์จากการถูกตรวจพบได้อีกด้วยWordPress อาจจะเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับการสร้างเว็บไซต์ แต่ก็เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งในการแฮก หรือ ปล่อยมัลแวร์เพื่อเข้ายึดเว็บไซต์เช่นเดียวกัน ซึ่งในส่วนตรงนี้ผู้ใช้งานอาจต้องยอมรับความเสี่ยง และหาทางป้องกันอย่างสุดความสามารถ ซึ่งข่าวนี้อาจเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ผู้ใช้งาน WordPress สำหรับการสร้างเว็บไซต์ควรให้ความใส่ใจจากรายงานโดยเว็บไซต์ (RS)Websol ได้กล่าวถึงการตรวจพบมัลแวร์ล่องหน (Stealthy Malware) ที่มุ่งเน้นไปยังการโจมตีเว็บไซต์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม WordPress ซึ่งมัลแวร์ที่ไม่ถูกระบุชื่อดังกล่าวนั้น ทางทีมวิจัยจาก Sucuri บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการระบบรักษาความปลอดภัยบนเว็บไซต์ซึ่งเป็นทีมผู้ตรวจพบมัลแวร์ดังกล่าว ได้กล่าวว่า มัลแวร์ดังกล่าวนั้นนอกจากความสามารถพื้นฐานในการเป็นประตูหลังของระบบ (Backdoor) ให้แฮกเกอร์เข้าควบคุมเว็บไซต์ได้แล้ว ยังมีความสามารถอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ความสามารถในการพรางตัวในที่แจ้ง (Steganography) ซึ่งทำให้การตรวจพบเป็นไปได้อย่างยากลำบาก เสมือนกับล่องหนได้ตัวมัลแวร์นั้นจะปลอมตัวเป็นปลั๊กอิน (Plug-In) ที่มีชื่อว่า “DebugMaster Pro” โดยตัวปลั๊กอินปลอมนี้จะมีให้ดาวน์โหลดบนแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือสูงอย่างคลังเก็บไฟล์ดิจิทัล (Repo หรือ Repository) ของทาง Github ซึ่งเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมของเหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developer) โดยตัวไฟล์ปลั๊กอินนั้นจะมีการใส่รายละเอียดสำหรับข้อมูลภายใน (Metadata) จนดูมีความน่าเชื่อถือ อย่างเช่น ข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ…
-
“ตะกั่ว” อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษย์ยุคใหม่ (Homo sapiens) วิวัฒนาการเหนือกว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ทัล
“ตะกั่ว” อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษย์ยุคใหม่ (Homo sapiens) วิวัฒนาการเหนือกว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ทัลก่อนหน้านี้การสัมผัสกับสารตะกั่วของมนุษย์เคยถูกมองว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะในยุคสมัยใหม่เท่านั้น แต่จากการศึกษาใหม่พบว่า การสัมผัสตะกั่วโดยมนุษย์โบราณอาจทำให้มนุษย์มีความได้เปรียบในการอยู่รอดเหนือสปีชีส์อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความสามารถในการต้านทานผลกระทบที่เป็นอันตรายของตะกั่ว การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่า การสัมผัสสารพิษในอดีตอาจเป็นตัวกำหนดวิวัฒนาการของสมองมนุษย์การค้นพบการสัมผัสตะกั่วในโฮมินิดโบราณทีมวิจัยนานาชาติได้วิเคราะห์ปริมาณตะกั่วในฟอสซิลฟันของโฮมินิดจำนวน 51 ตัวอย่าง ตัวอย่างที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุประมาณ 1.8 ล้านปี และครอบคลุมทั้ง Homo sapiens, มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล (Neanderthals) และสปีชีส์ Homo ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว รวมถึงบรรพบุรุษมนุษย์โบราณ เช่น Australopithecus africanus และลิงใหญ่อาจจะสูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น Gigantopithecus blacki ผลการศึกษาพบว่า ร้อยละ 73 ของตัวอย่างมีสัญญาณของการสัมผัสกับตะกั่วในระหว่างการก่อตัวของฟันนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แซนดีเอโก (UC San Diego) เปิดเผยว่า กลุ่มญาติมนุษย์โบราณสัมผัสกับตะกั่วเร็วกว่าที่เคยคิดไว้ โดยเริ่มตั้งแต่ 2 ล้านปีก่อนที่มนุษย์ยุคใหม่จะเริ่มขุดแร่โลหะชนิดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอสซิลของ G. blacki ที่มีอายุ 1.8 ล้านปี แสดงให้เห็นการสัมผัสตะกั่วแบบเฉียบพลันบ่อยที่สุดนักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้ของการสัมผัสตะกั่วในโฮมินิดโบราณอาจเกิดจากการที่พวกเขาแสวงหาแหล่งน้ำที่ไหลอยู่ในถ้ำ เนื่องจากถ้ำมีตะกั่วจำนวนมากทำให้พวกเขาทั้งหมดได้รับสารปนเปื้อน โดยการสัมผัสนี้เริ่มตั้งแต่อยู่ในวัยเด็กนอกจากนี้ กระบวนการทางสิ่งแวดล้อม เช่น…
-
“Starlink” เชื่อมเมืองสแกมเมอร์ในเมียนมาร์ให้คืนชีพ ดาวเทียมของอีลอน มัสก์ ถูกใช้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์
“Starlink” เชื่อมเมืองสแกมเมอร์ในเมียนมาร์ให้คืนชีพ ดาวเทียมของอีลอน มัสก์ ถูกใช้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์สำนักข่าวต่างประเทศ France24 ประเทศฝรั่งเศส รายงานอ้างอิงภาพถ่ายดาวเทียมและโดรนจากสำนักข่าว AFP เผยให้เห็นความเคลื่อนไหวของการก่อสร้างอย่างเร่งรีบรอบเมืองเมียวดี บริเวณชายแดนไทย-เมียนมาร์ ซึ่งมีการใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) อย่างแพร่หลาย แม้พื้นที่ดังกล่าวจะเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ระดับโลกศูนย์หลอกลวงและขบวนการค้ามนุษย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเมืองหลอกลวงสแกมเมอร์ส่วนใหญ่ในเขตสามเหลี่ยมทองคำถูกควบคุมโดยกลุ่มอาชญากรชาวจีนที่ร่วมมือกับกองกำลังติดอาวุธเมียนมาร์ พื้นที่เหล่านี้ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของการหลอกลวงทางออนไลน์ในรูปแบบที่เรียกว่า “รักลวงต้มหมู” (Pig Butchering Scam) และการลงทุนปลอม ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่มาจากหลายประเทศในเอเชียและแอฟริกาแม้ว่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จีน ไทย และเมียนมาร์ ได้ร่วมกันกดดันให้กลุ่มติดอาวุธประกาศกวาดล้างศูนย์ดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้ถูกปล่อยตัวกว่า 7,000 คน แต่ยังมีรายงานว่ามีคนอีกมากถึง 100,000 คน ถูกกักขังอยู่ในค่ายคล้ายศูนย์รับสายโทรศัพท์ ที่มีการบังคับใช้แรงงานและทรมานผู้คนอย่างทารุณการกลับมาของอุตสาหกรรมหลอกลวงแม้จะมีการปราบปรามในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดแสดงให้เห็นการก่อสร้างที่กลับมาดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยจานดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) จำนวนมากปรากฏอยู่บนหลังคาของศูนย์หลอกลวงหลายแห่งในเขต เคเคพาร์ก (KK Park) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุด พบว่ามีมากกว่า 80 จาน บนอาคารเดียวกันแม้บริการดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) จะไม่มีใบอนุญาตให้บริการในเมียนมาร์ แต่กลับกลายเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอันดับหนึ่งของประเทศ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม 2025…
-
รุนแรงที่สุด เฝ้าระวังพายุแม่เหล็กโลก หวั่นกระทบระบบไฟฟ้า
นักวิทยาศาสตร์เตือน มวลโคโรนา (CME) พุ่งชนโลก ระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม อาจก่อให้เกิดแสงเหนือในอเมริกาเหนือพายุสุริยะกำลังพุ่งทะยานเข้าหาโลก โดยคาดว่าจะเกิดการพุ่งทะยานของมวลโคโรนา (CME) ทั้งหมดสามลูกศูนย์พยากรณ์อากาศอวกาศฯ หรือ NOAA คาดการณ์ว่า CME หลายลูกจะถูกปล่อยจากบริเวณจุดดับบนดวงอาทิตย์ AR4246 ระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคม ซึ่งจะเดินทางมาถึงโลกระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคมนี้คาดว่าพายุแม่เหล็กโลกที่รุนแรงที่สุดจะเกิดขึ้นในช่วงปลายวันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งพายุแม่เหล็กโลกอาจสูงถึงระดับ G2 อาจทำให้เกิดความผันผวนของระบบไฟฟ้าในระดับอ่อนถึงปานกลาง ส่งผลกระทบต่อดาวเทียมเล็กน้อย และมองเห็นแสงเหนือในพื้นที่อเมริกาเหนือซึ่งหมายความว่าหากท้องฟ้ายังคงปลอดโปร่งและสนามแม่เหล็กสุริยะเอียงเข้าหาโลกอย่างเหมาะสม อาจพบเห็นแสงเหนือในสกอตแลนด์ตอนเหนือ แคนาดา และรัฐต่างๆ ทางตอนเหนือของสหรัฐอาจเป็นข่าวดีของใครที่ชอบแสงเหนือ หรือเรื่องที่ต้องระวังคืออาจทำให้ระบบเทคโนโลยี เช่น สายส่งไฟฟ้า ระบบสื่อสาร และระบบนำร่องดาวเทียมขัดข้อง ที่เกิดจากความปั่นป่วนในชั้นบรรยากาศโลกและสนามแม่เหล็กที่มา : space#แสงเหนือ #สนามแม่เหล็ก #TechhubUpdate⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวันกดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th
-
สหรัฐฯ เร่งเครื่อง พัฒนา รถถังไร้คนขับ กองทัพเล็งเปิดตัวปีหน้า
กองทัพสหรัฐฯ ได้จับมือกับบริษัท Forterra พัฒนารถรถถังไร้คนขับ หรือ AMPV รุ่นต้นแบบที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองทำไมต้องพัฒนารถถังไร้คนขับรถหุ้มเกราะ AMPV ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนยานเกราะรุ่นเก่าอย่าง M113 ที่ใช้งานมาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น ซึ่งมีจุดอ่อนหลายด้าน ทั้งความปลอดภัย ความทนทาน และไม่สามารถติดตั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจร่วมกับรถถังหลักอย่าง M1 Abrams หรือ M2 Bradley ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพการเปลี่ยน AMPV ให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติ จะช่วยให้กองทัพสามารถส่งยานพาหนะเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงอันตรายได้โดยไม่ต้องใช้ทหาร อีกทั้งยังสามารถปฏิบัติภารกิจใหม่ๆ ที่หลากหลายมากขึ้นบริษัท Forterra จะเป็นผู้พัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้กับ AMPV ซึ่งมีจุดเด่นคือ สามารถนำทางและขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองอย่างแม่นยำ แม้ในสภาวะที่ไม่มีสัญญาณ GPS หรือถูกรบกวนสัญญาณ รวมไปถึงในพื้นที่ที่มีทัศนวิสัยต่ำมากเทคโนโลยีนี้จะถูกรวมอยู่ในชุดอัปเกรดที่เรียกว่า Capability Kit Series ซึ่งจะทำให้ AMPV สามารถติดตั้งระบบต่อต้านโดรน และป้อมปืนไร้คนขับได้ในอนาคตโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางใหม่ของชาติตะวันตกที่ต้องการเร่งความเร็วในการผลิตและอัปเกรดยุทโธปกรณ์ให้ทันต่อสงครามสมัยใหม่ที่เน้นการใช้งานระบบอัจฉริยะมากขึ้นที่มาnewatlas⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวันกดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th
-
OPPO เปิดตัว Find X9 และ X9 Pro : ขุมพลัง Dimensity 9500, กล้อง Hasselblad ซูม 200 ล้านพิกเซล, เริ่มต้น 20,000 บาท
OPPO เปิดตัว Find X9 และ X9 Pro : ขุมพลัง Dimensity 9500, กล้อง Hasselblad ซูม 200 ล้านพิกเซล, เริ่มต้น 20,000 บาทOPPO ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงซีรีส์ Find X9 จำนวน 2 รุ่น ได้แก่ Find X9 รุ่นมาตรฐาน และ Find X9 Pro ซึ่งได้ใช้ศักยภาพจากชิปเซตเรือธงล่าสุดของ MediaTek อย่าง Dimensity 9500 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายเดือนกันยายน 2025 ที่ผ่านมาOppo Find X9Oppo Find X9 ProDimensity 9500 นั้น ได้รับการผลิตด้วยเทคโนโลยี 3 นาโนเมตร และติดตั้งแกนซีพียู (CPU: Central Processing…