Category: ไอที

  • วิธีปิด “พื้นหลังแชท” ใน iMessage ของ iOS 26 เมื่อไม่ต้องการเห็นลายที่คนอื่นตั้ง

    ใน iOS 26 คุณสามารถกำหนดพื้นหลังของการแชทให้กับเพื่อนได้ แต่ถ้าไม่ต้องการให้แสดงเพราะอ่านข้อความยากต้องทำอย่างไร วันนีเราจะมาบอกวิธีปิดกันใน iOS 26 เวอร์ชั่นใหม่ก็มีฟีเจอร์ต่างๆ มากมายทำให้หลายคนเลือก แต่สำหรับรอบนี้เราจะมาบอกความลับไปว่าในแอป Messages คือคุณสามารถตั้งค่าพื้นหลังของห้องแชท (Conversation Backgrounds) ซึ่งแม้จะช่วยเพิ่มสีสัน แต่เมื่อมีคนในกลุ่มเปลี่ยนพื้นหลัง ทุกคนก็จะเห็นภาพนั้นเหมือนกันหมด หากคุณไม่ชอบพื้นหลังที่เพื่อนเลือก หรือคิดว่ามันทำให้อ่านยาก ดังนั้นเราจะมาบอกวิธีปิดกันว่าทำอย่างไร เริ่มได้เลยขั้นตอนการปิดพื้นหลังแชท (Conversation Backgrounds)ทำตามขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้บน iPhone ของคุณได้เลย โดยก่อนอื่นต้องเป็น iOS 26 ก่อนdisable-conversation-backgrouเปิดแอป "การตั้งค่า" (Settings)ไปที่เมนู "Messages"เลือก Messages (ที่มีไอคอนพื้นหลังสีเขียว) จากนั้นแตะเข้าไปปิดสวิตช์ "Conversation Backgrounds"เพียงเท่านี้ เมื่อคุณกลับเข้าไปที่แอป Messages อีกครั้ง ห้องแชททั้งหมดจะกลับไปใช้พื้นหลังสีขาวเรียบๆ แบบคลาสสิกที่คุณคุ้นเคยทันที โดยไม่ต้องสนใจว่าเพื่อนร่วมสนทนาจะตั้งค่าพื้นหลังเป็นรูปอะไรอยู่ก็ตามหากต้องการเปิดใช้งานอีกครั้ง ทำอย่างไร?หากวันไหนคุณเปลี่ยนใจ และอยากกลับไปเห็นพื้นหลังที่เพื่อนๆ ตั้งค่าไว้ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยทำตามขั้นตอนเดิม เราก็สามารถทำได้โดยไปที่ การตั้งค่า (Settings)เลือก Messagesแตะสวิตช์ Conversation…

  • วิธีป้องกัน IO กัมพูชา ป่วนเพจเฟซบุ๊ก

    ภาพไฮไลต์การปะทะกันที่ชายแดนไทยกับกัมพูชาขยายวงกว้างขึ้น จนล่าสุด IO หรือ Information Operation ซึ่งเป็นปฏิบัติการสู้รบทางข่าวสาร ที่ทางกัมพูชาได้เข้ามาป่วนเพจเฟซบุ๊กของไทยโดยเฉพาะสื่อไทยมาดูวิธีบล็อก IO กัมพูชา ไม่ให้เข้ามาป่วนโจมตีเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งทำได้เบื้องต้น คือการปิดกั้นไม่ให้คนที่อยู่ในพื้นที่ประเทศกัมพูชา ติดตาม และเข้าถึงมองเห็นเนื้อหาในเพจเฟซบุ๊ก ทำได้ดังนี้1. ไปที่ตั้งค่า (Settings)2. ไปที่กลุ่มเป้าหมาย และการมองเห็น (Audience and Visibility)3. ไปที่ผู้ติดตาม และเนื้อหาสาธารณะ (Followers and Public Content)4. ไปที่การจำกัดประเทศที่เข้าถึง (Country restrictions) หากไม่ได้ปิดกั้นเลย ก็จะขึ้น off ให้กด View5. กดที่ Countries จากนั้นก็ค้นหาประเทศที่เราต้องการปิดกั้นการเข้าถึงทั้งนี้เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารภายในประเทศไทยที่อาจก่อให้เกิดการปั่นป่วนและสร้างความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นได้อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิธีป้องกัน IO กัมพูชา ป่วนเพจเฟซบุ๊กข่าวที่เกี่ยวข้องไทยรัฐโพลชี้คนไทยยังซื้อลอตเตอรี่ทุกงวด เพื่อฝันที่เป็นจริง ถึงจะไม่ถูกแต่ก็ขอสู้ต่อถอดรหัส “เมนูซูชิ” แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไรไทยรัฐโพลเผยคนไทยส่วนใหญ่เงินไม่พอใช้ แถมยังไร้อาชีพที่สองเปิดไอเดีย 5 เมนูข้าวกล่องทำง่าย ทำขายก็ได้ พกไปกินที่ทำงานก็ดีส่อง 6…

  • “เสื้อติดพัดลม” นวัตกรรมสุดเจ๋งจากญี่ปุ่น ตัวช่วยสู้ร้อนสุดฮิตที่ต้องมี

    นวัตกรรมช่วยคลายร้อนจากประเทศญี่ปุ่น กับ “เสื้อติดพัดลม” ที่ช่วยระบายอากาศ ลดอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นของชาวญี่ปุ่น ที่ต้องเจอกับปัญหาอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงฤดูร้อนญี่ปุ่นพัฒนา “เสื้อติดพัดลม” ที่มาพร้อมระบบระบายความร้อนเคลื่อนที่ได้ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิให้ผู้สวมใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนงานในไซต์ก่อสร้าง ท่ามกลางปัญหาอุณหภูมิในกรุงโตเกียว ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง"เสื้อติดพัดลม" ไม่ใช่เรื่องใหม่นวัตกรรมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จากประชาชนในญี่ปุ่น ที่กำลังเผชิญปัญหาคลื่นความร้อนในเมือง โดยผู้ที่คิดค้นเสื้อแจ็กเก็ตติดพัดลมนี้คือคุณฮิโรชิ อิชิกายะ (Hiroshi Ichigaya) อดีตวิศวกรจาก Sony โดยต้นแบบแรกเป็นเสื้อกั๊กที่มีถังเก็บน้ำขนาดเล็กติดอยู่ จากนั้นจึงได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นการออกแบบในปัจจุบันของบริษัท คุโชฟุกุ (Kuchofuku) ที่เป็นเสื้อแจ็กเกตติดพัดลมการทำงานของเสื้อติดพัดลมโดยเมื่อเปิดสวิตช์ เสื้อแจ็กเก็ตจะค่อย ๆ พองตัวขึ้น และใช้พัดลมดูดให้อากาศหมุนเวียนอยู่ภายใน ตัวพัดลมเชื่อมต่อกับชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะสร้างระบบปรับขนาดเล็กส่วนตัว โดยอากาศที่ร้อนจะไหลไปที่ช่องระบายช่วงคอและแขนเสื้อ ช่วยระเหยเหงื่อ ระบายความร้อนให้กับร่างกายต่อเนื่องนอกจากเสื้อติดพัดลมแล้วมีอะไรอีกบ้างนับตั้งแต่การประดิษฐ์คิดค้น เทคโนโลยีนี้ได้ถูกปรับใช้กับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่หมวกกันน็อก ไปจนถึงเบาะรองนั่ง และแม้กระทั่ง เปลเด็ก และเสื้อแจ็กเก็ตติดพัดลมนี้ก็ยังกลายเป็นที่นิยมสำหรับคนงานก่อสร้าง, พนักงานส่งของ รวมถึงคนทั่วไปที่ต้องการตัวช่วยต่อสู้กับแดดที่แผดเผาทางผู้พัฒนาระบุว่า ตลาดเสื้อปรับอากาศทั้งหมดในญี่ปุ่นมีมูลค่าถึง171 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,500 ล้านบาท โดยปกติแล้วราคาสำหรับเสื้อแจ็กเก็ตพร้อมพัดลมและแบตเตอรี่แบบชาร์จได้ จะอยู่ระหว่าง…

  • ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้มือถือ 2 พันล้านเครื่อง ช่วยเตือนภัยแผ่นดินไหว

    Google ประสบความสำเร็จในการใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวในสมาร์ทโฟน Android กว่า 2 พันล้านเครื่อง เพื่อสร้างเป็นเครือข่าย ตรวจจับแผ่นดินไหว ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถส่งคำเตือนอัตโนมัติไปยังผู้คนนับล้านใน 98 ประเทศทั่วโลก เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่มีความแม่นยำทัดเทียมกับเครื่องมือตรวจวัดเฉพาะทาง แต่ยังช่วยให้พื้นที่ที่ขาดแคลนเข้าถึงระบบเตือนภัยได้เป็นครั้งแรก (โดยเฉพาะกับบางประเทศ ที่แผ่นดินไหว เมื่อวาน แต่ประกาศเตือนวันต่อมา)เบื้องหลังความสำเร็จ คือพลังจากข้อมูลมหาศาล โดยแทนที่จะพึ่งพาเครื่องมือวัดแผ่นดินไหว ราคาแพงแบบดั้งเดิม ระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวของ Android หรือ Android Earthquake Alerts system อาศัยข้อมูลจาก มือถือ Android จำนวนมหาศาลที่ผู้ใช้ยินยอมให้เข้าถึงเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวหัวใจสำคัญของระบบนี้ไม่ใช่อยู่ที่ความแม่นยำของโทรศัพท์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง แต่เป็น พลังของจำนวน โดยอัลกอริทึมที่ Google พัฒนาขึ้นจะรวบรวมและวิเคราะห์สัญญาณการสั่นไหวจากโทรศัพท์หลายพันเครื่องในพื้นที่กว้าง ทำให้สามารถกรองสัญญาณรบกวนและระบุรูปแบบการสั่นสะเทือนที่เป็นแผ่นดินไหวจริง ๆ ได้ แม้จะเป็นแรงสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อยก็ตาม (เขียนได้ไงวะนั่น)ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ระบบนี้ได้ ตรวจจับแผ่นดินไหว ไปแล้วกว่า 11,000 ครั้ง และพิสูจน์แล้วว่ามีความแม่นยำในการระบุจุดศูนย์กลางและความรุนแรงของแผ่นดินไหวได้ทัดเทียมกับเครือข่ายวิทยาแผ่นดินไหวแบบดั้งเดิมแม้ระบบจะน่าประทับใจ แต่ก็ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะกับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ตุรกี…

  • จับตา 24 ชั่วโมง แฮกเกอร์กัมพูชาโจมตีแบบ DDoS กว่า 500 ล้านครั้ง

    ภาพไฮไลต์พบแฮกเกอร์ชาวกัมพูชาเจาะระบบไซเบอร์ผ่าน CORS/NCDC และการโจมตีแบบ DDoS ของเว็บไซต์หน่วยงานต่างๆ ของไทย คือการตรวจพบล่าสุดของสงครามไซเบอร์ ท่ามกลางการสู้รบกันในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเน้นจับตา 24 ชั่วโมง พบโจมตีแบบ DDoS กว่า 500 ล้านครั้งก่อนมีการแถลงร่วมกันของผู้นำสองประเทศที่พบกันที่มาเลเซีย ว่าตกลงหยุดยิง กองทัพภาคที่ 2 รายงานสรุปสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุถึงตอนหนึ่งว่า พบการคุกคามทางไซเบอร์ โดยพบกลุ่มแฮกเกอร์ชาวกัมพูชาเจาะระบบของส่วนราชการต่างๆ ผ่าน CORS/NCDC และก่อนหน้านี้ วอร์รูม (War room) ของไทย ซึ่งมีหน่วยงานร่วมกันทำงานคือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กองทัพไทย และสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ก็ออกมาย้ำว่า ได้เฝ้าระวังและติดตามสงครามไซเบอร์ตลอด 24 ชั่วโมงนอกจากการสกัดกั้นข่าวปลอม ยังจับตาการโจมตีแบบ DDoS ที่พุ่งเป้าเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐ การคุกคามทางไซเบอร์ โดยเจาะระบบผ่าน CORS/NCDC เป็นความพยายามเจาะระบบโดยข้ามแพลตฟอร์ม ซึ่งโดยปกติระบบต่างๆ ต้องมีการเขียนโค้ดให้มีความปลอดภัยไม่ให้ถูกโจมตี หรือเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย โดยมีการควบคุมการเข้าถึงแบบข้ามแพลตฟอร์มอย่างดีภาพจาก iStockส่วนการโจมตีแบบ…

  • ไม่ต้องผ่าตัด ยาหยอดตาชนิดใหม่ ช่วยรักษาต้อกระจก

    ปัจจุบัน มีผู้ป่วยโรคต้อกระจกมากกว่า 65 ล้านคนทั่วโลก ทำให้เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาสายตาเลือนรางและการมองเห็นบกพร่อง ซึ่งที่ผ่านมา การรักษาที่ได้ผลมีเพียงวิธีเดียวคือ การผ่าตัดต้อกระจก เพื่อนำเลนส์ตาที่ขุ่นมัวออกและใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปแทนแต่ล่าสุด งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Investigative Ophthalmology and Visual Science ได้จุดประกายความหวังใหม่ ด้วยการค้นพบยาหยอดตาที่รักษาต้อกระจก ได้ ทำให้ผู้ป่วยอาจไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ยุ่งยากอีกต่อไปสำหรับต้อกระจก เกิดจากการที่โปรตีนในเลนส์ตา ซึ่งปกติจะเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ เกิดการจับตัวกันเป็นก้อน ทำให้เลนส์ตาขุ่นมัว แสงจึงไม่สามารถเดินทางผ่านไปยังจอประสาทตาได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดอาการตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือมองเห็นในที่แสงน้อยได้ลำบากขึ้น ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากวัยที่สูงขึ้น แต่ก็อาจเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น การได้รับแสงแดดจัดเป็นเวลานาน การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน หรือการใช้ยาบางชนิดยาหยอดตาสลายต้อกระจกทีมนักวิจัยนานาชาติ จากมหาวิทยาลัยแองเกลียรัสกิน ได้ทำการศึกษายารักษาต้อกระจกชนิดใหม่ ที่สามารถจัดการกับปัญหาได้ถึงระดับโมเลกุล โดยพวกเขาได้ค้นพบสารประกอบในกลุ่ม ออกซิสเตอรอล Oxysterol ที่มีชื่อรหัสว่า VP1-001 ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการเข้าไปจัดเรียงโปรตีนในเลนส์ตาที่จับตัวกันเป็นก้อนให้กลับมาเป็นระเบียบอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยคืนความใสให้กับเลนส์ตาได้ทีมวิจัยได้ทดลองใช้ยาหยอดตา VP1-001 กับหนูทดลองที่มีภาวะต้อกระจกจากพันธุกรรม ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมากคือ1.คืนความสามารถในการโฟกัส เลนส์ตาของหนูที่ได้รับยามีค่าดัชนีการหักเหของแสงหรือ Refractive Index ดีขึ้นถึง 61% ซึ่งหมายถึงความสามารถในการโฟกัสภาพกลับมาดีขึ้น2.ลดความขุ่นมัวของเลนส์ตา โดยความขุ่นของเลนส์ตาลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง…

  • ตุรกีเปิดตัวตู้ระบบยิงจรวดจากคอนเทนเนอร์ ระยะยิงไกลสุด 400 กิโลเมตร

    ตุรกีเปิดตัวตู้ระบบยิงจรวดจากคอนเทนเนอร์ ระยะยิงไกลสุด 400 กิโลเมตรโรเก็ตซาน (Roketsan) ผู้ผลิตอาวุธจากตุรกี เปิดตัวระบบยิงจรวดจากฐานซ่อนพรางในตู้คอนเทนเนอร์คารา แอตมาคา (Kara Atmaca, ATMACA-UM) รองรับการใช้งานกับเรือพาณิชย์ ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายและใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นในภารกิจเชิงยุทธวิธีและป้องปรามระดับภูมิภาค ระบบนี้ใช้จรวดร่อนพิสัยไกลรุ่นใหม่ Kara Atmaca หรือ ATMACA-UM ซึ่งเป็นเวอร์ชันพัฒนาจากจรวดโจมตีทางทะเลข้อมูลจรวดที่ใช้กับตู้คอนเทนเนอร์ตุรกีแอตมาคา (ATMACA) เป็นจรวดร่อน (Cruise missile) พิสัยไกลสำหรับภารกิจโจมตีเรือผิวน้ำ หรือภาคพื้นดิน และเป็นจรวดที่สามารถยิงจากเรือดำน้ำได้ มีระยะยิงประมาณ 250 กิโลเมตร แต่ในรุ่น ATMACA-UM จะมีระยะยิง 400 กิโลเมตร และสามารถยิงจากฐานบนบกได้ข้อมูลทางเทคนิคของจรวดร่อน ATMACA-UMน้ำหนักจรวด 890 กิโลเมตรความยาว 4,800 – 5,200 มิลลิเมตร mmเส้นผ่านศูนย์กลาง 350 mmระยะยิง 400 กิโลเมตรหัวรบแบบระเบิดแรงดันสูง น้ำหนัก 250 กิโลกรัมความเร็วสูงสุดคาดว่าอยู่ที่ 0.85-0.90 มัค หรือประมาณ 1,050-1,110 กิโลเมตร/ชั่วโมงMaximum…

  • ทำไมบางคนเมา “รถยนต์ไฟฟ้า” เวียนหัวคลื่นไส้ ทั้งที่ไม่เคยเมารถมาก่อน?

    ทำไมบางคนเมา ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 คิดเป็น 22% ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมด เทียบกับ 18% ในปี 2023 แต่มีงานวิจัยจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่พบว่าผู้โดยสารในรถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้ม “เมารถ” มากกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะเมื่อนั่งที่เบาะหลังการเมารถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นจากอะไร?อาการเมารถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่เรื่องรู้สึกส่วนบุคคล แต่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างจริงจัง ผลการศึกษาหลายชิ้นสนับสนุนแนวคิดว่าอาการเมารถใน EV มีความเกี่ยวข้องกับธรรมชาติของการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าโดยวิลเลียม เอมอนด์ (William Emond) นักศึกษาปริญญาเอกจาก Université de Technologie de Belfort-Montbéliard ในประเทศฝรั่งเศส อธิบายว่า อาการเมารถในรถ EV ส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ที่ยังขาดหาย หรือความเคยชินของสมองมนุษย์ ทั้งในฐานะผู้ขับขี่และผู้โดยสาร สมองจึงยังไม่สามารถประมาณการการเคลื่อนไหวของรถได้อย่างแม่นยำโดยปกติสมองมนุษย์จะคุ้นชินและใช้ประสบการณ์ในอดีตช่วยในการคาดการณ์ เช่น การนั่งรถยนต์น้ำมันที่มีความแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์น้ำมันมีเสียงรอบเครื่องยนต์ การสั่นสะเทือน และแรงต้านที่สมองมนุษย์คุ้นเคย ซึ่งกลายเป็นเบาะแสให้สมองเรียนรู้การเคลื่อนที่ แต่ในกรณีของรถไฟฟ้า EV ที่ไร้เสียงและมีแรงบิดทันทีโดยไม่เตือนล่วงหน้า การเปลี่ยนความเร็วอย่างเงียบเชียบทำให้สมองไม่มีสัญญาณใดให้คาดการณ์ล่วงหน้า ส่งผลให้เกิดความรู้สึกผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่แปลกใหม่ในมุมมองของสมองงานวิจัยรองรับเกี่ยวกับอาการเมารถงานวิจัยในปี 2024 เรื่อง “ความสัมพันธ์อย่างมากระหว่างความรุนแรงของอาการเมารถกับการสั่นสะเทือนของเบาะนั่งในรถยนต์ไฟฟ้า” พบว่าอาการเมารถมีความเชื่อมโยงกับ แรงสั่นสะเทือนของเบาะนั่ง ในรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ผลการศึกษาในปี…

  • 10 สมาร์ตโฟนราคาไม่เกิน 10,000 บาทที่คุ้มที่สุด อัพเดทเดือนกรกฎาคม 2025

    10 สมาร์ตโฟนราคาไม่เกิน 10,000 บาทที่คุ้มที่สุด อัพเดทเดือนกรกฎาคม 2025ปี 2025 นี้ ตลาดสมาร์ตโฟนยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่มีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยตัวเลือกที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเกมเมอร์, ชอบถ่ายรูปสวยๆ, เน้นแบตเตอรี่อึดทน, หรือมองหาสมาร์ตโฟนที่ทนทานเป็นพิเศษ บอกเลยว่าในงบประมาณนี้ก็สามารถเป็นเจ้าของสมาร์ตโฟนที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างสบายๆวันนี้เราได้รวบรวม 10 สมาร์ตโฟนสุดคุ้มค่าที่โดดเด่นทั้งในด้านประสิทธิภาพ ฟีเจอร์ และราคา ที่จะเข้ามาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับคุณในปีนี้ เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ได้อย่างมั่นใจที่สุด1. Redmi Note 14 5Gจุดเด่นหลัก: กล้อง 108MP OIS, จอ AMOLED 120Hz, ชิปเซ็ต Dimensity 7025-Ultraช่องทางการสั่งซื้อLazada : https://c.lazada.co.th/t/c.YX8bl4Shopee :https://s.shopee.co.th/10nDuu1EN1สเปคโดยรวม:จอแสดงผล: 6.67″ AMOLED, 120Hz, ความละเอียด 2400×1080 พิกเซล (หรือ 1.5K ในรุ่น Pro)ชิปเซ็ต: Dimensity 7025-UltraRAM/ROM: 12GB/512GBกล้องหลัง: 108MP…

  • กูเกิลเปิดตัว “Opal” เครื่องมือสร้างเว็บแอปด้วย AI ไม่ต้องเขียนโค้ดสักบรรทัด

    กูเกิลเปิดตัว “Opal” เครื่องมือสร้างเว็บแอปด้วย AI ไม่ต้องเขียนโค้ดสักบรรทัดGoogle เปิดตัวเครื่องมือสร้างเว็บแอปตัวใหม่ล่าสุดในชื่อ Opal ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างเว็บแอปด้วยการพิมพ์คำสั่งหรือคำอธิบายธรรมดา ๆ โดยไม่ต้องมีพื้นฐานการเขียนโค้ดเลยแม้แต่น้อย เครื่องมือนี้อยู่ในช่วงทดลองผ่าน Google Labs และเปิดให้ผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ได้ลองใช้งานแล้วOpal เป็นเครื่องมือแนวไม่ต้องเขียนโค้ด No-code ที่กำลังมาแรงในยุคที่เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้ช่วยสร้างซอฟต์แวร์แบบรู้ใจ หรือที่บางคนเรียกว่า “Vibe-coding” ไม่ต่างจากเครื่องมือที่สตาร์ตอัปอย่าง Lovable และ Cursor พยายามผลักดันอยู่ในตลาดโดย Opal จะให้ผู้ใช้ป้อนคำอธิบายง่าย ๆ เกี่ยวกับแอปที่ต้องการสร้าง เช่น เว็บแอปที่คำนวณรายจ่ายรายเดือน หรือจะเลือกรีมิกซ์แอปจากแกลเลอรีตัวอย่างก็ได้ จากนั้นระบบ AI ของ Google จะจัดการสร้างต้นแบบขึ้นมาให้ทันที พร้อมแผงควบคุมที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปปรับแต่งเวิร์กโฟลว์ ดูการทำงานของอินพุต-เอาต์พุต และแก้ไขพรอมต์ของแต่ละขั้นตอนได้อย่างง่ายดาย รวมถึงสามารถเพิ่มขั้นตอนใหม่ได้ผ่านเครื่องมือที่เตรียมไว้เมื่อเสร็จแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเผยแพร่เว็บแอปดังกล่าวบนเว็บไซต์ และแชร์ลิงก์ให้คนอื่นทดสอบผ่านบัญชี Google ได้ทันทีแม้ก่อนหน้านี้ Google จะมี AI Studio สำหรับนักพัฒนาที่เขียนโค้ดอยู่แล้ว แต่การมาของ Opal สะท้อนว่าบริษัทต้องการเปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีทักษะทางเทคนิคมาก่อน…