Category: ไอที
-
OPPO จัดโปร ซื้อ OPPO Reno14 Series 5G รับฟรี OPPO Enco Buds3
OPPO จัดโปร ซื้อ OPPO Reno14 Series 5G รับฟรี OPPO Enco Buds3OPPO มอบโปรโมชันสุดพิเศษให้กับลูกค้าที่ซื้อสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด OPPO Reno14 5G และ OPPO Reno14 Pro 5G ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม – 31 สิงหาคม 2568 นี้ รับทันทีของสมนาคุณ หูฟังไร้สาย OPPO Enco Buds3 มูลค่า 799 บาทOPPO Reno14 Series 5G สมาร์ตโฟน The AI Portrait Expert ถ่ายพอร์ตเทรตสวยทุกโมเมนต์ มาพร้อมกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5xหนึ่งเดียวในสมาร์ตโฟนราคาระดับกลาง อีกทั้งยังมาพร้อม AI Flash Photography ที่ช่วยให้การถ่ายภาพพอร์ตเทรตในสภาพแสงน้อยมีคุณภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มอบรายละเอียดผิวชัดเจน สีผิวมีความนุ่มนวลคงความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังให้อารมณ์ของภาพสุดชิคแบบ…
-
ความลับรั่วไหล ! Apple ยื่นฟ้องอดีตวิศวกรข้อหาขโมยข้อมูล Apple Watch ไปให้ Oppo
ความลับรั่วไหล ! Apple ยื่นฟ้องอดีตวิศวกรข้อหาขโมยข้อมูล Apple Watch ไปให้ OppoApple ยื่นฟ้องอดีตพนักงานคนหนึ่งที่คาดว่าแอบเอาความลับทางการค้าของ Apple Watch ไปให้บริษัทคู่แข่งอย่าง Oppo ซึ่งเป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากจีน โดยอ้างว่าอดีตพนักงานรายนี้ได้ร่วมกันกับ Oppo เพื่อขโมยความลับของบริษัทChen Shi อดีตวิศวกรและนักออกแบบระบบเซ็นเซอร์ของ Apple Watch ที่ทำงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 จนถึงเดือนมิถุนายน 2025 ถูกระบุชื่อในเอกสารการฟ้องร้องครั้งนี้เรื่องราวเริ่มจากที่ Shi บอกกับ Apple ว่าเขาจะลาออกเพื่อกลับไปดูแลพ่อแม่ที่ชราแล้วที่ประเทศจีน และยืนยันว่าจะไม่หางานใหม่ แต่ในระหว่างนั้นกลับมีหลักฐานที่ Apple อ้างว่า Shi ได้จัดประชุมส่วนตัวกับทีมพัฒนา Apple Watch นับสิบครั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเซ็นเซอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์วัดแสง เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ และเซ็นเซอร์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ ECGApple ยังอ้างว่า Shi ได้ดาวน์โหลดไฟล์ความลับกว่า 63 ไฟล์จากโฟลเดอร์ที่ถูกป้องกันของ Apple และย้ายข้อมูลลงใน USB ก่อนที่จะค้นหาวิธีการ “ลบข้อมูลใน MacBook”…
-
เครื่องบินอวกาศ X-37B เตรียมทดสอบระบบนำทางควอนตัมแทนการพึ่งพา GPS
ภารกิจ X-37B อาจเปิดศักราชใหม่ของการนำทางด้วยควอนตัม หากการทดสอบสำเร็จ จะช่วยให้นำทางได้แม่นยำโดยไม่ต้องพึ่ง GPS เสริมทั้งความมั่นคงทางทหารและการสำรวจอวกาศในอนาคตกองทัพอวกาศสหรัฐฯ เตรียมส่งเครื่องบินอวกาศไร้คนขับ X-37B ขึ้นสู่วงโคจรเป็นครั้งที่แปดในวันที่ 21 สิงหาคม 2025 โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญ คือ การทดสอบ เซนเซอร์เฉื่อยเชิงควอนตัม (Quantum Inertial Sensor) ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นทางเลือกใหม่แทนการใช้ระบบดาวเทียม GPSแม้รายละเอียดของภารกิจส่วนใหญ่ยังคงถูกเก็บเป็นความลับ แต่ที่ผ่านมาเครื่องบินอวกาศไร้คนขับ X-37B ถูกใช้เป็นแพลตฟอร์มทดสอบเทคโนโลยีล้ำสมัยหลายด้าน การทดลองครั้งนี้อาจเป็นก้าวสำคัญในการปฏิวัติการนำทางทั้งในอวกาศ ใต้ทะเล หรือแม้กระทั่งบนโลก ที่สัญญาณ GPS มักไม่เสถียรหรือถูกจำกัด เช่น ในพื้นที่ห่างไกล ใต้น้ำ หรือในสถานการณ์ความขัดแย้งที่สัญญาณอาจถูกบล็อกและปลอมแปลงได้ระบบนำทางควอนตัมปัจจุบัน ระบบนำทางเฉื่อย (INS) ใช้อุปกรณ์ไจโรสโคปและเครื่องวัดความเร่งเพื่อติดตามตำแหน่ง และการเคลื่อนไหวของยานพาหนะ แต่ข้อจำกัดสำคัญ คือ ความผิดพลาดเล็กน้อยจะสะสมเรื่อย ๆ จนทำให้การคำนวณตำแหน่งเบี่ยงเบน จำเป็นต้องแก้ไขด้วยสัญญาณจากภายนอก เช่น GPSเทคโนโลยีควอนตัมจึงถูกนำเข้ามาแก้ปัญหานี้ เซนเซอร์เฉื่อยเชิงควอนตัมใช้หลักการฟิสิกส์ควอนตัมที่อะตอมถูกทำให้เย็นใกล้ศูนย์สัมบูรณ์ และประพฤติตัวเหมือนคลื่น สามารถอยู่ในหลายสถานะพร้อมกันได้โดยใช้เทคนิคอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์อะตอม อะตอมจะถูกแบ่งออกเป็นเส้นทางซ้อนทับ เดินทางพร้อมกัน และถูกรวมกลับเพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงในการเคลื่อนที่ ผลลัพธ์คือการนำทางที่มีความแม่นยำสูงยาวนาน โดยไม่ต้องพึ่งสัญญาณจากภายนอกการทดสอบครั้งแรกในอวกาศในช่วงที่ผ่านมา…
-
พร้อมใช้งาน ดาวเทียมรับมือภัยพิบัติ กางเรดาร์สะท้อนแสงสำเร็จ
กางออกอย่างสวยงาม…แผ่นสะท้อนเสาอากาศเรดาร์ขนาดยักษ์บนดาวเทียม NASA-ISRO พร้อมใช้งานแผ่นสะท้อนเสาอากาศรูปกลองขนาดยาว 39 ฟุต (12 เมตร) บนภารกิจดาวเทียม NISAR ของ NASA และองค์การวิจัยอวกาศอินเดียได้กางออกสู่วงโคจรต่ำของโลกได้สำเร็จดาวเทียมถูกปล่อยตัวขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมจากศูนย์อวกาศ Satish Dhawan บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดียภารกิจนี้ติดตั้งระบบเรดาร์ที่ทันสมัยที่สุดแผ่นสะท้อนนี้ถูกเก็บซ่อนไว้ในลักษณะคล้ายร่มเรดาร์แบบรูรับแสงสังเคราะห์จะทำงานเหมือนเลนส์ของกล้องซึ่งโฟกัสแสงเพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดเพื่อติดตามการเคลื่อนที่ของแผ่นน้ำแข็งและธารน้ำแข็งการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของพื้นดินอันเนื่องมาจากแผ่นดินไหวภูเขาไฟระเบิดและดินถล่มรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศป่านอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยการรับมือกับภัยพิบัติการติดตามตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานและการเกษตรเป็นต้นดาวเทียม NISAR เป็นผลพวงจากการพัฒนาเรดาร์อวกาศที่ JPL ซึ่งปล่อยขึ้นสู่อวกาศในปีพ.ศ. 2521 และถูกนำมาต่อยอดจนสำเร็จที่มา : science.nasa.#ดาวเทียม #NISAR #เรดาร์ #TechhubUpdate⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวันกดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th
-
ทำสำเร็จ นักวิจัย ถอดรหัสเสียง แปลความคิดเป็นคำพูด
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เปิดตัวเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ที่สามารถแปลความคิดเป็นคำพูดได้โดยตรง จากกิจกรรมของสมอง นับเป็นครั้งแรกของวงการที่ทำได้สำเร็จโดยที่ผู้ใช้แค่คิดที่จะพูด โดยไม่จำเป็นต้องพยายามขยับปากหรือกล้ามเนื้อใดๆ เลยโดยเทคโนโลยี BCI รุ่นก่อนๆ มักจะทำงานโดยการตรวจจับสัญญาณสมองขณะที่ผู้ป่วยพยายามขยับปากหรือเส้นเสียง แต่เทคโนโลยีใหม่นี้ก้าวล้ำไปอีกขั้น เพราะสามารถอ่าน เสียงในใจ หรือ Inner Speech ได้โดยตรงงานวิจัยนี้ได้ทำการทดลองกับ ผู้ป่วยอัมพาต รุนแรง 4 ราย โดยทีมแพทย์ได้ทำการฝังขั้วไฟฟ้าขนาดจิ๋ว ลงในสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับการพูด จากนั้นจึงใช้ AI และ Machine Learning มาเรียนรู้และถอดรหัสรูปแบบของคลื่นสมองที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยพยายามพูดและคิดที่จะพูดแบบเงียบๆผลปรากฏว่าระบบสามารถแยกแยะรูปแบบคลื่นสมองที่สัมพันธ์กับหน่วยเสียงเล็กๆ (Phonemes) เช่น เสียง ‘เอ’, ‘บี’, ‘ซี’ แล้วนำมาประกอบกันเป็นคำและประโยคได้แบบเรียลไทม์ โดยมีความแม่นยำสูงถึง 74%ทีมวิจัยยังค้นพบประเด็นที่น่าสนใจด้านความเป็นส่วนตัว คือบางครั้งระบบสามารถตรวจจับความคิดที่ผู้ใช้ไม่ได้ตั้งใจจะพูดออกมาได้ เพื่อแก้ปัญหานี้ ทีมงานได้สร้างระบบล็อคด้วยความคิด หรือ Mental Lock ขึ้นมา โดยตัวถอดรหัสจะไม่ทำงานจนกว่าผู้ใช้จะคิดถึงรหัสผ่านในใจที่ตั้งไว้ ซึ่งในการทดลองได้ใช้วลีที่ชื่อ “chitty chitty bang bang” เป็นรหัสผ่าน พบว่าสามารถป้องกันการถอดรหัสความคิดที่ไม่ต้องการได้สำเร็จถึง 98%แม้ว่างานวิจัยของสแตนฟอร์ดยังอยู่ในขั้นทดลอง แต่ก็เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าในอนาคต…
-
“นครวัด” ความกลมกลืนทางดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิศวกรรมการก่อสร้าง
นครวัด คือ ผลงานสถาปัตยกรรมที่ผสานศาสนา คณิตศาสตร์ และดาราศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างน่าทึ่ง ทุกสัดส่วนและทิศทางถูกออกแบบอย่างแม่นยำ สะท้อนภูมิปัญญาโบราณที่ลึกซึ้ง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นทั้งวัดแห่งจักรวาลและนาฬิกาดาราศาสตร์ยักษ์ของโลก"นครวัด" ไม่เพียงแต่เป็นหมู่ปราสาทที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา แต่ยังถือเป็นสัญลักษณ์สูงสุดแห่งความศรัทธาและการอุทิศตนทางศาสนาของผู้คนในยุคโบราณ สิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงเพราะความอลังการของสถาปัตยกรรม หากยังสะท้อนถึงความรู้ ความเข้าใจ และภูมิปัญญาที่ล้ำสมัยเกินกว่ายุคสมัยของตนด้วยการผสมผสานอย่างน่าทึ่งระหว่างจิตวิญญาณ ศิลปะ และวิทยาศาสตร์ "นครวัด" ได้กลายเป็นผลงานชิ้นเอกของความแม่นยำทางคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ การจัดวางตำแหน่ง ปราสาท กำแพง และแนวถนนล้วนสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของมนุษย์ที่จะเชื่อมโยงโลกทางกายภาพเข้ากับจักรวาลเหนือธรรมชาติภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และศาสนา"นครวัด" นั้นถูกสร้างขึ้นในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 การก่อสร้างปราสาทขนาดมหึมาแห่งนี้ใช้เวลากว่าสามทศวรรษ โดยแรกเริ่มอุทิศให้กับพระวิษณุ เทพเจ้าแห่งศาสนาฮินดู ซึ่งเป็น "ผู้พิทักษ์ ผู้รับผิดชอบในการรักษาระเบียบจักรวาลและการปกป้องจักรวาล"ในเวลาต่อมาเชื่อว่านครวัดถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นศูนย์กลางของการบูชาพระพุทธศาสนา และเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงกลางศตวรรษที่ 19 นักสำรวจชาวฝรั่งเศส Henri Mouhot ได้ค้นพบปราสาทแห่งนี้และนำข้อมูลไปเปิดเผยการมีอยู่ของนครวัดกับชาวโลกความกลมกลืนทางดาราศาสตร์นครวัดเป็นผลงานชิ้นเอกของความแม่นยำทางดาราศาสตร์ โดยมีความรู้ทางดาราศาสตร์ขั้นสูงที่ถูกฝังอยู่ในการออกแบบ โดยการวางแนวไปทางทิศตะวันตกและวิษุวัต โดยนครวัดมีทิศทางไปทางทิศตะวันตกซึ่งผิดปกติสำหรับวัดฮินดู การวางสิ่งก่อสร้างแนวนี้มีความสำคัญทางดาราศาสตร์อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงวิษุวัตในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นเหนือหอคอยกลางของวัดโดยตรง สามารถมองเห็นได้จากประตูหลักทางทิศตะวันตก ปรากฏการณ์นี้เน้นย้ำถึงบทบาทของปราสาทในฐานะวัดแห่งจักรวาลการเชื่อมโยงกับวัฏจักรทางจันทรคติและนาฬิกาแดดโครงสร้างแกนกลางของนครวัดยังสอดคล้องกับจุดขึ้นและตกทางเหนือสุดของดวงจันทร์ นอกจากนี้ ปราสาทแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็น "นาฬิกาแดดขนาดใหญ่" โดยมีเงาของหอคอยและกำแพงที่ระบุเวลาของวันและฤดูกาลเชื่อว่าความรู้ด้านดาราศาสตร์มีความสำคัญในวัฒนธรรมโบราณ โดยทำหน้าที่เป็นรากฐานสำหรับความเชื่อทางศาสนา ระบบปฏิทิน และการปฏิบัติทางการเกษตร…
-
ผู้ใช้โวย Windows โดนบังคับอัปเดตแอป ทำได้แค่หยุดพักชั่วคราว
ผู้ใช้งาน Windows โดยเฉพาะกลุ่ม Power User ต่างไม่พอใจ หลังจาก Microsoft ทยอยปล่อยอัปเดตใหม่ที่บังคับอัปเดตแอปอัตโนมัติ ผ่าน Microsoft Store โดยถอดเมนูสำหรับปิดฟีเจอร์นี้ออกไปอย่างถาวรแล้วเกิดอะไรขึ้นกับการอัปเดตแอปใน Microsoft Store?จากเดิมที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปตั้งค่าใน Microsoft Store เพื่อเปิดหรือปิดการอัปเดตแอปอัตโนมัติได้ตามต้องการ แต่ล่าสุดมีรายงานจากเว็บไซต์ Deskmodder.de ว่า Microsoft ได้นำปุ่มตัวเลือกนี้ออกไปแล้วสิ่งที่ผู้ใช้ทำได้ตอนนี้มีเพียงการหยุดพักการอัปเดตชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งสามารถเลื่อนได้นานสุดเพียง 1-5 สัปดาห์ เมื่อครบกำหนด แอปทั้งหมดก็จะถูกบังคับให้อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยอัตโนมัติเหมือนเดิมมีวิธีแก้หรือทางเลี่ยงหรือไม่?สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ใช้ Windows 10/11 Home ต้องบอกว่า ไม่มีวิธีง่ายๆ ในการปิดการอัปเดตนี้อีกต่อไป เพราะวิธีเดิมๆ อย่างการแก้ไขผ่าน Registry ก็ถูก Microsoft ปิดกั้นไปแล้วอย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ใช้งาน Windows รุ่น Pro, Enterprise หรือ Education ยังมีทางออกอยู่ โดยสามารถเข้าไปปิดการอัปเดตผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่า Group Policy Editor (gpedit.msc) ได้ ซึ่งเป็นเครื่องมือระดับสูงที่ไม่มีใน…
-
[บทความ] เปิดปูม ‘iPhone 17’ เจาะลึกดีไซน์ใหม่, ชิปเทพ, และฟีเจอร์ AI สุดล้ำ ใน iOS 26
[บทความ] เปิดปูม 'iPhone 17' เจาะลึกดีไซน์ใหม่, ชิปเทพ, และฟีเจอร์ AI สุดล้ำ ใน iOS 26อีกไม่นานเกินรอ ! แฟน ๆ Apple ทั่วโลกกำลังนับถอยหลังสู่งานเปิดตัวครั้งใหญ่ประจำปี ที่มักจะจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนกันยายน ซึ่งปีนี้ก็จะเป็นคิวของ iPhone 17 ที่จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการล่าสุดอย่าง iOS 26 ที่ติดตั้งมาให้จากโรงงานเลยทีเดียว แม้ว่าเราจะยังต้องอดใจรอลุ้นโฉมจริงกันอีกหลายสัปดาห์ แต่ข่าวลือและข้อมูลที่หลุดออกมาก็มีมากมายพอที่จะทำให้เราพอจะวาดภาพของสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่นี้ได้ลาง ๆ มาดูกันว่ามีอะไรที่เราจะได้เห็นจาก Apple ในเดือนกันยายนนี้บ้างเคสใหม่ “TechWoven” และกล้องที่ใหญ่ขึ้น?New TechWoven Case Colors for iPhone 17 RevealedFull Article: https://t.co/nSA8Wbek5G pic.twitter.com/W6fZdb8psn— Majin Bu (@MajinBuOfficial) August 21, 2025หนึ่งในข่าวลือที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับ iPhone 17 มาจากนักปล่อยข่าวชื่อดังอย่าง Majin Bu ที่อ้างว่า…
-
อุปกรณ์ช่วยหัวใจขนาดจิ๋ว กอบกู้ชีวิตผู้ป่วยโรคหัวใจ Impella อุปกรณ์ยุคใหม่โดยทีมแพทย์จุฬาฯ
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยด้วย การแพทย์ก้าวล้ำไปอีกขั้น เมื่อทีมแพทย์ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการนำ อิมเพลลา (Impella) อุปกรณ์ช่วยการทำงานของหัวใจที่เล็กที่สุดในโลกมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย อุปกรณ์ล้ำสมัยนี้เป็นเหมือนเครื่องจักรขนาดจิ๋วที่เข้าไปช่วยพยุงการทำงานของหัวใจในภาวะวิกฤต เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีความเสี่ยงสูงสามารถเข้ารับการรักษาที่ซับซ้อนได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น เป็นความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีความเสี่ยงสูงImpella คืออะไร?อิมเพลลา (Impella) คือ เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวช่วยระบบไหลเวียนโลหิตในระยะสั้น อุปกรณ์นี้มีลักษณะเป็นปั๊มขนาดจิ๋วที่ถูกสอดเข้าไปในหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบ และนำทางไปยังหัวใจห้องล่างซ้ายเมื่อติดตั้งสำเร็จ อิมเพลลา (Impella) จะทำหน้าที่สูบฉีดเลือดจากหัวใจไปยังหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา (Aorta) หรือหลอดเลือดแดงหลักและใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดที่มีออกซิเจนจากหัวใจห้องล่างซ้าย (Left Ventricle) ไปยังอวัยวะและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกายโดยตรง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย และลดภาระการทำงานของหัวใจ ซึ่งจะช่วยให้หัวใจได้พักและฟื้นตัวได้ในที่สุดอุปกรณ์นี้สามารถปรับความเร็วในการปั๊มได้สูงถึง 46,000 รอบต่อนาที สามารถเพิ่มอัตราการไหลเวียนโลหิตได้ถึง 4.3 ลิตรต่อนาที ซึ่งช่วยพยุงการทำงานของหัวใจในภาวะวิกฤต เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือภาวะช็อก ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในผู้ป่วยโรคหัวใจการใช้งานในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจมักใช้ อิมเพลลา (Impella) ควบคู่ไปกับการทำหัตถการสวนและขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด (PCI) ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงมาก (Complex high-risk indicated percutaneous…
-
ออสเตรเลียค้นพบ “แมลงกิ่งไม้” สายพันธุ์ใหม่ ใหญ่และหนักมากที่สุดในประเทศ !!
ออสเตรเลียประกาศค้นพบ “แมลงกิ่งไม้สายพันธุ์ใหม่” มีน้ำหนักมากที่สุดในประเทศนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเจมส์คุก ประกาศการค้นพบแมลงกิ่งไม้สายพันธุ์ใหม่ “Acrophylla alta” มีขนาดที่ใหญ่มาก มีน้ำหนักถึง 44 กรัม หนักที่สุดในออสเตรเลีย ขนาดใกล้เคียงกับลูกกอล์ฟ 1 ลูก และตัวแมลงมีความยาวมากถึง 40 เซนติเมตร“แมลงกิ่งไม้” ที่ตัวใหญ่เท่าลูกกอล์ฟแมลงกิ่งไม้สายพันธุ์ใหม่ “Acrophylla alta” ถูกค้นพบบนเรือนยอดไม้สูงในภูมิภาคเขตร้อนชื้น บนภูเขาทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ในเขตฟาร์นอร์ทควีนส์แลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย โดยทีมวิจัยระบุว่า ขนาดที่ใหญ่ของแมลงนี้ อาจแสดงถึงปฏิกิริยาทางด้านการวิวัฒนาการต่อถิ่นที่อยู่อาศัยที่ทั้งเย็นและชื้นนักวิทยาศาสตร์มองว่า ด้วยมวลกายที่มากของ Acrophylla alta ทำให้พวกมันสามารถรอดชีวิตจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้พวกมันมีขนาดใหญ่มานานหลายล้านปี และถิ่นที่อยู่อาศัยอันห่างไกล ในพื้นที่ป่าฝนที่ราบสูงขนาดเล็ก อาศัยอยู่บนเรือนยอดไม้สูง หากพายุไซโคลนหรือนกไม่พามันลงมา ก็แทบจะไม่มีใครเคยได้เห็นตัว จึงทำให้แมลงชนิดนี้ไม่ถูกค้นพบมาเป็นเวลานานทำไมถึงรู้ว่าเป็น “สายพันธุ์ใหม่”นักวิจัยระบุว่า ไข่ของแมลงกิ่งไม้ Acrophylla alta มีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุว่ามันเป็นแมลงกิ่งไม้ “สายพันธุ์ใหม่” เพราะแมลงกิ่งไม้แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะไข่ที่แตกต่างกัน พวกมันมีพื้นผิวที่แตกต่างกัน เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน รอยบุ๋มที่แตกต่างกัน และอาจมีรูปร่างที่แตกต่างกัน แม้แต่ฝาครอบก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากตัวอย่างของ Acrophylla alta ที่เก็บมาได้ในครั้งนี้ จะถูกเพิ่มเข้าไปในคอลเล็กชันพิพิธภัณฑ์ควีนส์แลนด์…