Category: ไอที
-
Samsung ไล่บี้ iPhone ในสหรัฐฯ ปลุกกระแสมือถือจอพับ
Samsung ไล่บี้ iPhone ในสหรัฐฯ ปลุกกระแสมือถือจอพับศึกสมาร์ทโฟนกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง อิงจากข้อมูลยอดขายไตรมาส 2 ล่าสุดชี้ว่า ซัมซุง (Samsung) กำลังไล่บี้และช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ จาก แอปเปิล (Apple) โดยแรงหนุนหลักมาจากกระแสความนิยมของสมาร์ทโฟนจอพับ ที่กลายเป็นจุดขายสำคัญในปีนี้รายงานจาก Canalys ระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดของซัมซุงในสหรัฐฯ ขยับขึ้นจาก 23% มาอยู่ที่ 31% ขณะที่แอปเปิลลดลงจาก 56% เหลือ 49% แม้ยังครองอันดับหนึ่ง แต่ก็สะท้อนแรงกดดันครั้งใหม่ต่อบริษัทที่แทบไม่เคยเจอคู่แข่งสั่นคลอนในรอบทศวรรษที่ผ่านมาหนึ่งในตัวชูโรงคือ Galaxy Z Fold 7 และ Z Flip ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีทั้งจากสื่อและผู้ใช้งาน โดยเฉพาะคอนเทนต์รีวิวความทนทานที่ถูกแชร์สนั่นบนโซเชียลมีเดีย เช่น คลิปทดลองพับเครื่องกว่า 200,000 ครั้ง จนมียอดวิวทะลุ 15 ล้านครั้งใน YouTubeนอกจากนี้ ซัมซุงยังสร้างความได้เปรียบด้วยการวางไลน์ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกระดับราคา ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นราว 650 เหรียญ (ประมาณ 21,450 บาท) ไปจนถึงรุ่นท็อปราคา…
-
“ว่าวยักษ์ผลิตพลังงานไฟฟ้า” นวัตกรรมเล่นลมเพื่อพลังงานสะอาดในไอร์แลนด์
บริษัทด้านพลังงานจากเนเธอร์แลนด์ พัฒนานวัตกรรมการปล่อยว่าวยักษ์ขึ้นไปรับลม ที่ไม่ได้ทำกันเล่น ๆ แต่เป็นวิธีการสร้างพลังงานไฟฟ้าแบบใหม่ ที่สามารถติดตั้งและใช้งานได้ง่าย เคลื่อนย้ายได้สะดวกกว่าการใช้กังหันผลิตไฟฟ้าเดิมไคต์พาวเวอร์ (Kitepower) บริษัทด้านพลังงานจากเนเธอร์แลนด์ นำเสนอนวัตกรรมการใช้“ว่าวยักษ์” รับแรงลมเพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยเริ่มโครงการทดสอบในพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของไอร์แลนด์ ที่มีลมแรงตลอดเวลา หวังที่จะจุดประกาย “การปฏิวัติ” ครั้งใหม่ในวงการพลังงานลมระบบการทำงานของว่าวระบบการทำงานของว่าวเป็นแบบอัตโนมัติ โดยมีซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยในเนเธอร์แลนด์เป็นตัวควบคุม ระบบนี้จะใช้ว่าวขนาดใหญ่ ที่มาขนาดผืนว่าวประมาณ 60 ตารางเมตร เป็นตัวรับพลังงานลมจากอากาศมาผลิตไฟฟ้า ซึ่งข้อดีก็คือสามารถเข้าถึงระดับความสูงที่ลมแรงได้ง่ายขึ้นการผลิตไฟฟ้าของว่าวสำหรับการผลิตไฟฟ้าแต่ละครั้ง ระบบจะทำงานโดยการปล่อยสายโยงว่าวให้ลอยขึ้นไปที่ความสูงเหนือพื้นดินประมาณ 350-400 เมตร เพื่อรับแรงลม โดยที่จะคอยดึงว่าวขึ้นและลงกลับไปกลับมาซ้ำ ๆ เพื่อสร้างพลังงานเก็บในแบตเตอรี่แต่ละรอบสร้างพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 30-40 กิโลวัตต์ (kW)ข้อดีของระบบการผลิตไฟฟ้าด้วยว่าวและเมื่อเทียบกับการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การใช้กังหันขนาดใหญ่ ตัวระบบว่าวยักษ์ผลิตพลังงานไฟฟ้า จะมีข้อได้เปรียบกว่า ทั้งความยืดหยุ่นและความสามารถในการติดตั้งที่รวดเร็วด้วยระบบที่มีขนาดเล็กกว่า ทำให้เคลื่อนย้ายได้ง่าย ติดตั้งได้ภายใน 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องสร้างฐานรากแบบกังหัน ที่ต้องใช้ทั้งต้นทุน เวลา และพลังงานมหาศาล อีกทั้งรบกวนทัศนียภาพน้อยกว่ากังหันลมมากถึงแม้ว่าตอนนี้ไอร์แลนด์จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นทดลองระบบ แต่บริษัทเชื่อว่านวัตกรรมนี้อาจเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้ไอร์แลนด์ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมันและก๊าซ และยังสามารถกักเก็บพลังงานในแบตเตอรี่ ทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมข่าวที่เกี่ยวข้องโลกเผชิญ…
-
ในที่สุดก็มา! Google Messages เพิ่มฟีเจอร์ “ลบข้อความสำหรับทุกคน” เมื่อไม่พร้อมส่ง
Google Message ได้เพิ่มฟีเจอร์ Google กำลังเดินหน้าอัปเกรดแอปMessages อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ฤกษ์ปล่อยฟีเจอร์ที่ผู้ใช้หลายคนรอคอย นั่นคือความสามารถในการ "ลบข้อความสำหรับทุกคน" (Delete for Everyone) หรือฟังก์ชัน Unsend ทำให้ผู้ใช้สามารถยกเลิกข้อความที่ส่งผิดพลาดได้แล้วฟีเจอร์ใหม่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสามารถที่เกิดขึ้นได้จากโปรโตคอล RCS (Rich Communication Services) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Google พยายามผลักดันให้มาแทนที่ SMS/MMS แบบดั้งเดิม เพื่อให้แอป Messages มีความสามารถทัดเทียมกับแอปแชทชั้นนำอื่นๆ เช่น การส่งภาพความละเอียดสูง, แสดงสถานะกำลังพิมพ์ และล่าสุดคือการยกเลิกข้อความgm1ก่อนหน้านี้เคยมีการค้นพบโค้ดที่บอกใบ้ถึงฟีเจอร์นี้เมื่อหลายเดือนก่อน แต่ล่าสุด Google ได้เริ่มทยอยปล่อยอัปเดตให้ผู้ใช้งาน Google Messages ทั่วไปได้ใช้งานแล้ววิธีการใช้งานก็ตรงไปตรงมา เพียงแค่แตะค้างที่ข้อความที่ต้องการลบ จากนั้นเลือกไอคอนรูปถังขยะ จะมีหน้าต่าง Pop-up เด้งขึ้นมาถามเพื่อให้เลือกระหว่าง "ลบสำหรับฉัน" (Delete for me) ซึ่งจะลบแค่บนเครื่องของเรา หรือ "ลบสำหรับทุกคน" (Delete for everyone) ซึ่งจะลบข้อความนั้นออกจากเครื่องของผู้รับด้วยแม้ว่านี่จะไม่ใช่ฟีเจอร์ใหม่ในวงการแอปพลิเคชันส่งข้อความ แต่ก็เป็นฟีเจอร์ที่ Google…
-
HTC เปิดตัว Vive Eagle : แว่นตาอัจฉริยะพร้อมกล้อง 12 ล้านพิกเซล, AI แปลภาษา, แบตฯ ใช้ได้ 36 ชั่วโมง
HTC เปิดตัว Vive Eagle : แว่นตาอัจฉริยะพร้อมกล้อง 12 ล้านพิกเซล, AI แปลภาษา, แบตฯ ใช้ได้ 36 ชั่วโมงHTC แบรนด์เทคโนโลยีจากประเทศไต้หวัน ได้รุกเข้าตลาด VR เมื่อหลายปีก่อนด้วยการเปิดตัวอุปกรณ์ VR สวมศีรษะซีรีส์ Vive หลายรุ่น โดยล่าสุดทางบริษัทได้ขยายตลาดให้กว้างขึ้นในรูปแบบแว่นตาอัจฉริยะ เรียกว่า Vive Eagle พร้อมฟีเจอร์ AI ที่น่าสนใจHTC Vive Eagle นั้น เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Ray-Ban Meta ซึ่งเป็นแว่นตาอัจฉริยะที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันของ Meta บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp โดยมีจุดมุ่งหมายในการออกแบบให้ดูเหมือนแว่นตาธรรมดา แต่มาพร้อมฟังก์ชันที่มีความล้ำหน้า ทั้งกล้อง FPV (First Person View: มุมมองบุคคลที่ 1), ฟีเจอร์ AI และลำโพงสเตอริโอHTC Vive…
-
หลุดโครงสร้าง iPhone 17 Pro จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม
yeux1122 แชร์ภาพที่อ้างว่าเป็นดีไซน์ภายในของ iPhone 17 Pro Max หลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว ตอกย้ำข่าวลือต่างๆ ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนก่อนที่ Apple จะเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ก็ได้มีภาพที่อ้างว่าเป็นดีไซน์ภายในของiPhone 17 Pro Max หลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว ตอกย้ำข่าวลือต่างๆ ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ภาพดังกล่าวถูกแชร์โดยบัญชี "yeux1122" บนแพลตฟอร์ม Naver ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบัญชีที่รวบรวมข่าวลือและข่าวหลุดต่างๆ จึงยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของภาพได้ 100% แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เราพอจะเห็นภาพรวมของสิ่งที่คาดว่าจะได้เจอในเดือนหน้าจากภาพที่ปรากฏ มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายอย่างดังนี้alleged-iphone-17-pro-max-intจุดที่น่าสนใจที่สุดคือแบตเตอรี่ที่ถูกหุ้มด้วยโลหะ ซึ่งสอดคล้องกับข่าวลือก่อนหน้านี้อย่างสมบูรณ์ ข้อดีของฝาครอบโลหะคือช่วยในการระบายความร้อน (Heat Dissipation) ได้ดีกว่าฝาครอบฟอยล์สีดำแบบเดิม โดย Apple เคยใช้ดีไซน์นี้มาแล้วใน iPhone 16 Pro และดูเหมือนว่าจะขยายมาสู่รุ่น Pro Max ในปีนีนอกจากนี้ ภาพยังเผยให้เห็นแบตเตอรี่ 2 รูปแบบ คือแบบตัว L สำหรับรุ่นที่ยังคงมีถาดใส่ซิมการ์ดจริง (Physical SIM) และแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า สำหรับรุ่นที่ไม่มีถาดซิม…
-
ขึ้นบินครั้งแรก เฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้า eCopter ขนส่งสินค้าได้ ไม่ง้อคน
ขึ้นบินครั้งแรก eCopter ขนส่งสินค้า เตรียมใช้ปี 2027FlyNow Aviation บริษัทสตาร์ทอัพด้านการเคลื่อนย้ายทางอากาศ ส่งเฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้าแบบโรเตอร์คู่ขึ้นบินเพื่อบันทึกการบิน ของ eCopter ณ ศูนย์ทดสอบทางตะวันออกของออสเตรียeCopter มีลักษณะเหมือนเฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้าส่วนบุคคลมากกว่า eVTOL เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองเน้นใช้ง่ายมีประสิทธิภาพ สะอาด และมาในราคาจับต้องได้ในปี 2021 มีการทดสอบการบินเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นก็มีการทดสอบการบินและปรับแต่งเพิ่มเติม จนมาถึงปัจจุบันที่ eCopter สามารถบินขึ้นลงได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งมนุษย์เป้าหมายคือนำไปบรรทุกสินค้าเพื่อขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ คาดว่าจะมีความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบินได้นาน 30 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แถมได้รับการรับรองมาตรฐาน European Special Category Specific Assurance Integrity Level (SAIL) II ในปี 2565 เป็นที่เรียบร้อยที่มา : newatlas#eCopter #TechhubUpdate⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวันกดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th
-
หลุด! Apple Watch รุ่นปี 2026 จ่อยกเครื่องดีไซน์ครั้งใหญ่ มาพร้อมเซ็นเซอร์สุขภาพแบบวงแหวน 8 ตัว
DigiTimes ว่า Apple Watch รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2026 อย่างน้อยหนึ่งรุ่น จะได้รับการ ออกแบบใหม่ พร้อมกับ เซ็นเซอร์ 8 ตัวที่จัดเรียงเป็นวงแหวนอัปเดตข่าวลือของ Apple Watch กันหน่อยเพราะล่าสุดนี้ เว็บไซต์DigiTimes สื่อดังแห่งไต้หวันซึ่งมีสายสัมพันธ์ในแวดวงซัพพลายเชน ได้เปิดเผยรายงานล่าสุด (แบบต้องเสียเงินอ่าน) โดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า Apple Watch รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2026 อย่างน้อยหนึ่งรุ่น จะได้รับการ "ออกแบบใหม่ครั้งสำคัญ" โดยการออกแบบนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง "ดีไซน์ภายนอก" อย่างเห็นได้ชัด โดยหนึ่งในไฮไลท์ที่น่าสนใจคือการติดตั้ง "เซ็นเซอร์ 8 ตัวที่จัดเรียงเป็นวงแหวน ซึ่งสามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังกระจก"ข้อมูลนี้สอดคล้องกับภาพหลุดของเครื่องโปรโตไทป์ที่อ้างว่าเป็น Apple Watch Series 10 ซึ่งเคยปรากฏออกมาก่อนหน้านี้ โดยในภาพดังกล่าวได้เผยให้เห็นดีไซน์ฝาหลังที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นวงแหวนที่มีเส้นสีขาว 8 เส้น จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าดีไซน์ที่เคยถูกพักไว้ อาจจะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งใน Apple Watch Series 12 และ/หรือ Apple Watch Ultra…
-
รัฐบาลไทยเตรียมเปิดตัว “TouristDigiPay” เปิดทางนักท่องเที่ยวใช้คริปโตแลกเงินบาทหนุนท่องเที่ยว
รัฐบาลไทยเตรียมเปิดตัว “TouristDigiPay” เปิดทางนักท่องเที่ยวใช้คริปโตแลกเงินบาทหนุนท่องเที่ยวรัฐบาลไทยเตรียมเปิดตัวโครงการ “TouristDigiPay” อย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2568 เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ชะลอตัวจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง โดยโครงการนี้จะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถแปลงสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เป็นเงินบาทเพื่อใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยวในประเทศไทยโดยคาดว่าการแถลงข่าวเปิดตัวจะนำโดย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมด้วยผู้บริหารจากกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากลไกการทำงานและข้อกำหนดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะใช้บริการ TouristDigiPay ต้องเปิดบัญชีกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. และเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ e-Money ที่อยู่ภายใต้การดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยการใช้งานจะอยู่ใน Sandbox ที่มีกรอบเวลาไม่เกิน 18 เดือน และอาจขยายได้ตามความเหมาะสมผู้ใช้งานต้องผ่านขั้นตอน ยืนยันตัวตน (KYC/CDD) ตามหลักเกณฑ์ของ ปปง. เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน โดยเงินบาทที่ได้จากการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถนำไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การสแกน QR Codeนอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะพัฒนา Tourist Wallet สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการชำระค่าสินค้าและบริการในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ยังไม่เชื่อมโยงระบบชำระเงินข้ามพรมแดนมาตรการควบคุมความเสี่ยงคาดว่ารัฐบาลได้วางเงื่อนไขสำหรับบริการ TouristDigiPay เพื่อป้องกันการนำคริปโตไปใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินหรือทำธุรกรรมผิดกฎหมาย รัฐบาลได้กำหนดวงเงินการใช้จ่าย…
-
ดาวเทียม NISAR กางจานสะท้อนเรดาร์ขนาดยักษ์เสร็จสมบูรณ์บนอวกาศ
ดาวเทียม NISAR ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างนาซาและอินเดีย ได้กางจานสะท้อนเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 เมตรสำเร็จในวงโคจร นับเป็นก้าวสำคัญสู่การเริ่มภารกิจวิทยาศาสตร์โลก โดยเรดาร์ L-band และ S-band จะช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็ง แผ่นดิน และระบบนิเวศทั่วโลกอย่างละเอียดวันที่ 15 สิงหาคม 2568 (ตามเวลาท้องถิ่น) เพียง 17 วันหลังการปล่อยจากทางตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย ชิ้นส่วนสำคัญของฮาร์ดแวร์ทางวิทยาศาสตร์บนดาวเทียม NISAR ได้กางออกสำเร็จในวงโคจร นี่ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับภารกิจ NASA-ISRO Synthetic Aperture Radar (NISAR) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) และองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO)จานสะท้อนบนดาวเทียม NISARจานสะท้อนเสาอากาศของดาวเทียม NISAR ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง12 เมตร ได้กางออกอย่างสมบูรณ์ในวงโคจรโลกต่ำ จานนี้เคยถูกเก็บไว้ในลักษณะคล้ายร่ม จนกระทั่งบูมยาว 9 เมตร ที่รองรับมันถูกกางออกและล็อกเข้าที่บนดาวเทียมฟิล บาเรลา ผู้จัดการโครงการ NISAR ที่ Jet Propulsion Laboratory (JPL) ของ NASA ในแคลิฟอร์เนีย…
-
กองทัพอากาศไทยเผยโฉม “F-5TH อัปเกรด” พร้อมปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง
กองทัพอากาศไทยเผยโฉม กองทัพอากาศไทยได้เปิดเผยความคืบหน้าการยกระดับประสิทธิภาพเครื่องบินขับไล่ F-5TH หรือ "ไกิ" ซึ่งแม้จะมีอายุการใช้งานนานกว่า 10 ปี และจัดอยู่ในเครื่องบินยุคที่ 3 ที่มีขีดความสามารถจำกัดแต่ปัจจุบันได้รับการอัปเกรดครั้งสำคัญ ทำให้มีขีดความสามารถด้านระบบอาวุธเทียบเท่ากับเครื่องบินขับไล่ในยุค 4.5 และ 5 การอัปเกรดนี้มุ่งเน้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันอธิปไตยและรักษาความสงบสุขของประเทศขีดความสามารถที่โดดเด่นหลังการอัปเกรด F-5TH1. ระบบเรดาร์และอาวุธระยะไกล เครื่องบินขับไล่ F-5TH ได้รับการติดตั้งระบบเรดาร์ระยะไกลและระบบอาวุธระยะไกลเกินสายตา (Beyond Visual Range)2. ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Link-T) โดยมีระบบ Data Link เชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีผ่าน Link-T ซึ่งเป็นลิงก์ที่พัฒนาโดยคนไทย และปัจจุบันสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ทั้ง 3 เหล่าทัพระบบนี้ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์สมรรถนะสูงแบบอื่น ๆ ของกองทัพอากาศ และระบบป้องกันทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ3. ความแม่นยำในการโจมตี โดยสามารถใช้ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ (GBU) และระเบิดร่อน KGGB จากเกาหลีใต้ได้ เน้นการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินที่แม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำลาย และไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องในการรบ4. ปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง กองทัพอากาศไทยยืนยันความพร้อมของ F-5TH ของฝูงบินที่ 211 ซึ่งประจำการอยู่ที่กองบิน…