Category: ไอที

  • “อาคารร้าวเพื่อไม่ให้ล้ม” มาตรฐานการออกแบบอาคารสูงรับแผ่นดินไหว

    “อาคารร้าวเพื่อไม่ให้ล้ม” มาตรฐานการออกแบบอาคารสูงรับแผ่นดินไหววันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เพจ Curiosity Channel คนช่างสงสัย ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานการออกแบบอาคารสูงสมัยใหม่เพื่อรับมือแผ่นดินไหว โดยพบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา มาตรฐานการออกแบบอาคารรับแรงแผ่นดินไหวในประเทศไทยได้ปรับแนวทางใหม่ โดยกำหนดให้วิศวกรต้องออกแบบอาคารให้มี “ความเหนียว” มากกว่าความแข็ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยความแตกต่างระหว่าง “อาคารแข็ง” กับ “อาคารเหนียว”โดยเพจ Curiosity Channel คนช่างสงสัย ได้อธิบายเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ คือ “ความแข็ง” มักมาพร้อมกับ “ความเปราะ” นั่นหมายความว่า เมื่อโครงสร้างแข็งเกินไป หากเกิดความเสียหายขึ้นจะเป็นการเสียหายแบบฉับพลัน ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เช่นเดียวกับเวลาหักดินสอ มันจะหักทันที ไม่ค่อยมีอาการร้าวให้เห็นก่อนในทางวิศวกรรมเรียกว่า “วิบัติแบบฉับพลัน” ซึ่งอันตรายมาก เพราะผู้อยู่อาศัยจะไม่มีโอกาสหลบหนีได้ทันในทางตรงกันข้าม อาคารที่ถูกออกแบบให้มีความเหนียวตามมาตรฐานปัจจุบันจะสามารถ “ยืดหยุ่น” ได้มากกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โครงสร้างอาจโยกหรือแอ่นตัวได้โดยไม่พังทันที เปรียบได้กับไม้บรรทัดพลาสติกที่สามารถบิดงอได้ก่อนจะหัก การบิดตัวนี้จะก่อให้เกิด “รอยร้าว” ตามจุดต่าง ๆ ของอาคาร โดยเฉพาะที่ผนัง ซึ่งรอยร้าวเหล่านี้ไม่ใช่ความล้มเหลวของโครงสร้าง แต่เป็น “สัญญาณเตือนภัย” ให้ผู้คนภายในรีบอพยพออกมาตึกรอยร้าวไม่ใช่สิ่งเลวร้ายแต่ไม่ควรประมาทก่อนหน้านี้มีความเข้าใจผิดว่ารอยร้าวของตึกสูง…

  • “อาคารร้าวเพื่อไม่ให้ล้ม” มาตรฐานการออกแบบอาคารสูงรับแผ่นดินไหว

    “อาคารร้าวเพื่อไม่ให้ล้ม” มาตรฐานการออกแบบอาคารสูงรับแผ่นดินไหววันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เพจ Curiosity Channel คนช่างสงสัย ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานการออกแบบอาคารสูงสมัยใหม่เพื่อรับมือแผ่นดินไหว โดยพบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา มาตรฐานการออกแบบอาคารรับแรงแผ่นดินไหวในประเทศไทยได้ปรับแนวทางใหม่ โดยกำหนดให้วิศวกรต้องออกแบบอาคารให้มี “ความเหนียว” มากกว่าความแข็ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยความแตกต่างระหว่าง “อาคารแข็ง” กับ “อาคารเหนียว”โดยเพจ Curiosity Channel คนช่างสงสัย ได้อธิบายเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ คือ “ความแข็ง” มักมาพร้อมกับ “ความเปราะ” นั่นหมายความว่า เมื่อโครงสร้างแข็งเกินไป หากเกิดความเสียหายขึ้นจะเป็นการเสียหายแบบฉับพลัน ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เช่นเดียวกับเวลาหักดินสอ มันจะหักทันที ไม่ค่อยมีอาการร้าวให้เห็นก่อนในทางวิศวกรรมเรียกว่า “วิบัติแบบฉับพลัน” ซึ่งอันตรายมาก เพราะผู้อยู่อาศัยจะไม่มีโอกาสหลบหนีได้ทันในทางตรงกันข้าม อาคารที่ถูกออกแบบให้มีความเหนียวตามมาตรฐานปัจจุบันจะสามารถ “ยืดหยุ่น” ได้มากกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โครงสร้างอาจโยกหรือแอ่นตัวได้โดยไม่พังทันที เปรียบได้กับไม้บรรทัดพลาสติกที่สามารถบิดงอได้ก่อนจะหัก การบิดตัวนี้จะก่อให้เกิด “รอยร้าว” ตามจุดต่าง ๆ ของอาคาร โดยเฉพาะที่ผนัง ซึ่งรอยร้าวเหล่านี้ไม่ใช่ความล้มเหลวของโครงสร้าง แต่เป็น “สัญญาณเตือนภัย” ให้ผู้คนภายในรีบอพยพออกมาตึกรอยร้าวไม่ใช่สิ่งเลวร้ายแต่ไม่ควรประมาทก่อนหน้านี้มีความเข้าใจผิดว่ารอยร้าวของตึกสูง…

  • “พายุทอร์นาโดจักรวาล” สุดตื่นตาผลงานกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope)

    “พายุทอร์นาโดจักรวาล” สุดตื่นตาผลงานกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope)องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ นาซา (NASA) เปิดเผยภาพถ่ายอันน่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope – JWST) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2025 ซึ่งบันทึกภาพของเฮอร์บิก-ฮาโร 49/50 (Herbig-Haro 49/50 – HH 49/50) กลุ่มก๊าซและฝุ่นที่สว่างจ้า เกิดจากลำเจ็ต หรือกระแสของก๊าซหรือพลาสมาความเร็วสูงแตกตัวออกของก๊าซความเร็วสูง ที่พุ่งออกมาจากดาวฤกษ์อายุน้อยบริเวณกลุ่มเมฆคามาเลียน I (Chamaeleon I) อยู่ห่างจากโลกประมาณ 550 ปีแสงภาพดังกล่าวเผยให้เห็นกลุ่มก๊าซและฝุ่น มองเห็นคล้ายกระแสหมุนวนคล้ายพายุทอร์นาโดในจักรวาล โดยมีลักษณะซับซ้อนเรืองแสงเป็นสีส้มอมแดง สะท้อนการปล่อยพลังงานมหาศาลจากดาวฤกษ์เกิดใหม่ ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างน่าตื่นตะลึงสิ่งที่ทำให้ภาพนี้งดงามยิ่งขึ้น คือ ความบังเอิญทางดาราศาสตร์ที่กลุ่มก๊าซและฝุ่นของ HH 49/50 เรียงตัวซ้อนทับกับดาราจักรก้นหอยในฉากหลังอย่างลงตัว แม้ว่าวัตถุทั้งสองจะอยู่ห่างกันคนละระดับจักรวาลก็ตาม โดยเฮอร์บิก-ฮาโร 49/50 ตั้งอยู่ภายในทางช้างเผือก ขณะที่ดาราจักรก้นหอยดังกล่าวอยู่ห่างออกไปในห้วงอวกาศลึกวัตถุเฮอร์บิก-ฮาโร (Herbig-Haro Objects)…

  • นาซาค้นพบโมเลกุลคาร์บอนสายยาวที่สุดบนดาวอังคาร อาจบ่งชี้ความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิต

    นาซาค้นพบโมเลกุลคาร์บอนสายยาวที่สุดบนดาวอังคาร อาจบ่งชี้ความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นพบโมเลกุลคาร์บอนสายยาว (Hydrocarbon Chain) ที่สุดเท่าที่เคยตรวจพบบนดาวอังคาร ซึ่งอาจเป็นเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ โดยตรวจพบสายโซ่ของอะตอมคาร์บอนจำนวนสูงสุดถึง 12 อะตอม ในบริเวณที่เชื่อว่าเคยเป็นก้นทะเลสาบโบราณการค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นจากการทำงานของเครื่องมือสุ่มตัวอย่างบนยานสำรวจคิวริออซิตี้ (Curiosity Rover) ขององค์การนาซา (NASA) บนดาวอังคาร ก่อนส่งข้อมูลตัวอย่างกลับมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการบนโลก โดยมีแคโรไลน์ ไฟรซิเนต์ (Caroline Freissinet) นักเคมีวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส (CNRS) เป็นผู้นำการวิจัยแม้ว่าสารประกอบเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้จากกระบวนการที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต แต่การค้นพบโมเลกุลอินทรีย์สายยาวบนพื้นผิวดาวอังคารเป็นหลักฐานยืนยันถึงศักยภาพของยานสำรวจในการตรวจจับร่องรอยทางเคมีที่อาจมีอายุย้อนไปหลายพันล้านปีแคโรไลน์ ไฟรซิเนต์ (Caroline Freissinet) ให้สัมภาษณ์กับ ScienceAlert สื่อด้านวิทยาศาสตร์ชั้นนำว่า“ความจริงที่ว่าโมเลกุลเชิงเส้นที่เปราะบางเหล่านี้ยังคงหลงเหลืออยู่บนพื้นผิวดาวอังคารหลังจากก่อตัวขึ้นเมื่อ 3.7 พันล้านปีก่อน ทำให้เราสามารถตั้งสมมติฐานใหม่ได้ว่า หากสิ่งมีชีวิตเคยปรากฏบนดาวอังคารในช่วงเวลาเดียวกับที่สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นบนโลก ร่องรอยทางเคมีของสิ่งมีชีวิตโบราณเหล่านี้อาจยังคงมีหลงเหลือให้เราตรวจพบได้จนถึงปัจจุบัน”นักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลตัวอย่างแร่ธาตุจากแหล่งหินโคลนคัมเบอร์แลนด์ (Cumberland mudstone) โดยใช้วิธีทางเคมีควบคู่กับการตรวจวัดด้วยเทคนิคแก๊สโครมาโทกราฟี-สเปกโตรเมตรี (GC-MS) ภายใต้อุณหภูมิสูงประมาณ 850 องศาเซลเซียส หรือ 1,562 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งทำให้สามารถควบคุมปฏิกิริยาเผาไหม้ได้อย่างปลอดภัยผลการทดลองเปิดเผยว่า ตัวอย่างจากดาวอังคารมีสายโซ่คาร์บอนยาวที่สุดเท่าที่เคยพบ ได้แก่ เดเคน (C10H22), อันเดเคน (C11H24), และโดเดเคน (C12H26) ซึ่งเป็นสายโซ่ของไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว…

  • Personal Color กำลังมาแรง มีคนให้ ChatGPT ช่วยวิเคราะห์ ผลออกมาละเอียดยิบ! (แม่นไม่แม่นดูอีกทีนะ)

    ช่วงนี้หลายคนอาจเห็นคำว่า “Personal Color” อยู่บ่อย ๆ เพราะมันกำลังเป็นเทรนด์ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในตอนนี้เลยPersonal Color คืออะไร? อันนี้คือศาสตร์ที่ช่วยวิเคราะห์สีสันที่เหมาะกับตัวเรา ช่วยในการแต่งตัวและเสริมสร้างบุคลิกต่าง ๆผลลัพธ์ของ Personal Color มันจะคอยบอกเราว่าสีผิวของเราเหมาะกับเสื้อผ้า เมคอัพ หรือเครื่องประดับสีไหน เพื่อเวลาที่เราใส่ออกมาแล้วหน้าจะได้มีออร่า ไม่หมองเอาจริงการหา Personal Color มันเป็นอะไรที่ยากพอสมควร แต่มันก็ได้รับความนิยมมาก ๆ ถึงขนาดมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้และมีคนยอมจ่ายเงินเพื่อเข้าทดสอบหา Personal Color ของตัวเองเลยแต่ตอนนี้การหา Personal Color เป็นอะไรที่ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมแล้วนะ เพราะล่าสุดมีคนลองให้ ChatGPT แนะนำดูและดันเวิร์กซะด้วย จนกลายเป็นเทรนด์ไปแล้วในตอนนี้วิธีก็ง่าย ๆ เลยค่ะ– เข้า ChatGPT แล้วใส่รูปของเราไปสัก 2-3 รูป เลือกรูปที่ไม่แต่งอะไรมาก เห็นผิวชัด ๆ– ถาม Personal Color ของเรา– กด “การค้นคว้าเชิงลึก” หรือ “Reason”– กดส่งหลังจากนั้น ChatGPT ก็จะค้นหา…

  • โดรนความเร็วเหนือเสียง ทะยานสู่มัค 5 ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

    Kratos Defense & Security Solutions พัฒนาโดรนความเร็วเหนือเสียงมัค 5 ราคาคุ้มค่า ใช้เทคโนโลยีใหม่ หวังปฏิวัติวงการบินและป้องกันประเทศบริษัท Kratos Defense & Security Solutions บริษัทเทคโนโลยีด้านการป้องกันและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ประกาศเปิดตัวโครงการพัฒนาโดรนรุ่นใหม่ล่าสุด โดยเป็นโครงการที่ Kratos Defense ลงทุนเอง มีเป้าหมายในการสร้างโดรนที่สามารถทำความเร็วได้เกินกว่ามัค 5 (Mach) หรือที่เรียกว่าไฮเปอร์โซนิก (Hypersonic) ซึ่งมีความเร็วที่ 6,174 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการบินความเร็วสูง และมีศักยภาพในการปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศสหรัฐอเมริกาเอริค เดอมาโค (Eric DeMarco) CEO ของบริษัท Kratos Defense เปิดเผยรายละเอียดของโครงการนี้เป็นครั้งแรกในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Aviation Week โดยระบุว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโดรนที่มีประสิทธิภาพสูงและมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ และตั้งเป้าที่จะสร้างโดรนความเร็วเหนือเสียงที่มีราคาถูกกว่าในตลาดโดรนรุ่นใหม่นี้จะถูกจัดอยู่ในตระกูล Kratos Furies หรือตระกูลระบบความเร็วเหนือเสียง โดยจะมีความแตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ ตรงที่ใช้เทคโนโลยีการขับเคลื่อนแบบใช้อากาศเป็นตัวออกซิไดซ์ (air-breathing propulsion) หรือระบบขับเคลื่อนที่ใช้อากาศจากบรรยากาศโดยรอบเป็นส่วนประกอบในการเผาไหม้เชื้อเพลิง เพื่อสร้างแรงขับดัน ซึ่งจะช่วยให้สามารถบินได้ในระยะทางที่ไกลขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโครงการพัฒนาโดรนความเร็วเหนือเสียงนี้ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ…

  • ชิปเรือธงล่าสุด Qualcomm Snapdragon 8 Elite 2 ได้คะแนนจาก AnTuTu สูงถึง 3.8 ล้านคะแนน

    ชิปเรือธงล่าสุด Qualcomm Snapdragon 8 Elite 2 ได้คะแนนจาก AnTuTu สูงถึง 3.8 ล้านคะแนนQualcomm ได้เปิดตัวชิปเซตเรือธง Snapdragon 8 Elite ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 4.32 GHz (เร็วที่สุดในตลาดสมาร์ตโฟนปัจจุบัน) ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา และผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจำนวนมากให้ความสนใจนำไปขุมพลังขับเคลื่อนสมาร์ตโฟนเรือธงหลายรุ่นในตลาดปัจจุบันล่าสุดมีรายงานว่า Qualcomm ได้เริ่มสดทดสอบชิปเซตเรือธงรุ่นถัดไปแล้ว ภายใต้ชื่อ Snapdragon 8 Elite 2Digital Chat Station ผู้รายงานข่าววงในจากประเทศจีน ได้โพสต์บน Weibo สื่อโซเฃียลมีเดียรายใหญ่ของประเทศจีน เปิดเผยว่า Snapdragon 8 Elite 2 ได้คะแนนทดสอบประสิทธิภาพบนแพลตฟอร์มของ AnTuTu สูงถึง 3.8 ล้านคะแนน ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดบนแพลตฟอร์มของ AnTuTu แซงหน้าสมาร์ตโฟนเรือธง iQOO 13 ที่ติดตั้งชิปเซต Snapdragon 8 Elite…

  • สหภาพยุโรปไฟเขียวเปิดทางให้ Apple ผลิต iPhone ไร้พอร์ตได้

    สหภาพยุโรปไฟเขียวเปิดทางให้ Apple ผลิต iPhone ไร้พอร์ตได้ข่าวดีสำหรับผู้ที่คาดหวังiPhone ไร้พอร์ต เมื่อสหภาพยุโรป (EU) ได้ออกมาให้ความชัดเจนเกี่ยวกับกฎหมายที่กำหนดให้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เคลื่อนที่ต้องมีพอร์ต USB-C ซึ่งเป็นการเปิดทางให้Apple สามารถผลิตiPhone ที่ไม่มีพอร์ตเชื่อมต่อใด ๆ ได้ในอนาคตก่อนหน้านี้ Mark Gurman นักข่าวจาก Bloomberg ได้รายงานว่า Apple เคยมีแผนที่จะออกแบบ iPhone 17 Air ให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ไม่มีพอร์ตใด ๆ โดยจะรองรับเฉพาะการชาร์จแบบไร้สายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวต้องชะลอไปเนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกฎหมายของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้ติดตั้งพอร์ต USB-C ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ล่าสุด 9to5Mac ได้รายงานว่า Federica Miccoli โฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ยืนยันว่าอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายเพียงอย่างเดียว ถือว่าสอดคล้องกับกฎหมายของสหภาพยุโรป เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ไม่มีระบบชาร์จผ่านพอร์ต USB-C อยู่แล้วโดยหลักการแล้ว สหภาพยุโรปได้กำหนดให้เฉพาะอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่และมีระบบชาร์จแบบใช้สาย จำเป็นต้องติดตั้งพอร์ต USB-C เพื่อเป็นมาตรฐานสำหรับการชาร์จแบบมีสายให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้งหมดดังนั้น อุปกรณ์ที่รองรับเฉพาะการชาร์จไร้สายจึงไม่จำเป็นต้องมีพอร์ต USB-C ใด ๆ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการยุโรปจะส่งเสริมให้เกิดมาตรฐานการชาร์จไร้สายที่เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อป้องกันผลกระทบด้านลบต่อตลาดและผู้บริโภคในอนาคต โดยจะมีการติดตามพัฒนาการและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีการชาร์จไร้สายอย่างใกล้ชิดรายงานล่าสุดนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับ Apple…

  • จีนรายงาน สหรัฐฯ แอบส่องคนทั้งโลกผ่านสมาร์ตโฟน

    จีนรายงาน สหรัฐฯ แอบส่องคนทั้งโลกผ่านสมาร์ตโฟนรายงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ใหม่จาก China Cybersecurity Industry Alliance (CCIA) ระบุว่าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้รวบรวมข้อมูลของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลกอย่างลับ ๆหน่วยงานจีนระบุว่า สหรัฐฯ ใช้เครื่องมือสำหรับการแฮกเพื่อเข้าถึงซิมการ์ด ระบบปฏิบัติการ และแอปฯ บนมือถือ นอกจากนี้ยังมีการกำหนดเป้าหมายไปที่ Wi-Fi, Bluetooth, GPS และเครือข่ายมือถือเพื่อติดตามผู้ใช้งานโดยไม่ให้ผู้ใช้งานทราบ ข้อมูลที่รวบรวมได้นั้นมีหลายอย่าง รวมไปถึงข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัญชี และประวัติตำแหน่งต่าง ๆสำหรับ iPhone นั้น หน่วยข่าวกรองใช้ช่องโหว่ Zero-click เป็นการฝังซอฟต์แวร์โดยตรงที่เครื่อง โดยไม่ต้องคลิก แตะ หรือเปิดอะไรทั้งนั้น และยังมีการส่งข้อความที่มีลักษณะเฉพาะผ่านทาง iMessage เพื่อฝังสปายแวร์ลงในเครื่อง เมื่อฝังสำเร็จแล้วก็จะสามารถขโมยข้อความ บันทึกการโทร รูปภาพ และแม้แต่ข้อมูลตำแหน่งแบบเรียลไทม์ได้ รายงานยังระบุด้วยว่าวิธีนี้ช่วยให้สามารถติดตามผู้ใช้ iPhone ได้ในระยะยาวโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวCCIA ระบุว่าหน่วยงานสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าถึงผู้ใช้งานผ่านแค่สมาร์ตโฟนเท่านั้น แต่ยังเข้าถึงด้วยหลายวิธี ได้แก่ดาตาเซนเตอร์ของบริษัทไอทีชั้นนำผู้ให้บริการเครือข่ายต่าง ๆผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต่าง ๆสาย USB และอุปกรณ์สำหรับโอนถ่ายข้อมูลCCIA เตือนว่าการผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทุกคนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง โดยระบุว่าหน่วยงานของสหรัฐฯ ใช้เครื่องมือสอดแนม…

  • Apple ปล่อยสายสัญญาณเสียงใหม่ ! สาย USB-C เป็นหัว 3.5 มม. ในราคา 1,490 บาท

    Apple ปล่อยสายสัญญาณเสียงใหม่ ! สาย USB-C เป็นหัว 3.5 มม. ในราคา 1,490 บาทหลังจาก Apple ประกาศว่า AirPods Max จะรองรับระบบเสียง Lossless โดยจะสามารถใช้งานได้ผ่านการอัปเดตเฟิร์มแวร์ฟรีในเดือนเมษายนนี้ ทำให้ AirPods Max เป็นหูฟังเพียงรุ่นเดียวที่ฟัง Lossless ได้ อย่างไรก็ตาม ‘AirPods Max ยังไม่สามารถฟังเสียง Lossless แบบไร้สายได้ ผู้ใช้จำเป็นต้องเชื่อมต่อผ่านสาย USB-C’ เพื่อรับคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดหากใช้สายนี้ร่วมกับ AirPods Max จะช่วยลดความหน่วงของเสียงให้ต่ำมาก จนแทบไม่ต่างจากเสียงที่ออกจากลำโพงของอุปกรณ์เอง เหมาะสำหรับการเล่นเกมหรือการทำคอนเทนต์ที่ต้องการความแม่นยำของเสียงสายสัญญาณเสียง USB-C เป็น 3.5 มม. รุ่นนี้รองรับการใช้งานแบบสองทิศทาง ทั้งพอร์ตขาเข้าและขาออกของสัญญาณเสียงขนาด 3.5 มม. สามารถใช้เชื่อมต่อหูฟัง AirPods Max หรือ Beats Studio Pro กับอุปกรณ์ที่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5…