Category: ไอที
-
สหรัฐฯ ทำสำเร็จ แปลงเอทานอลเป็นเชื้อเพลิง สำหรับ “เครื่องบิน” ได้ในขั้นตอนเดียว
สหรัฐอเมริกาพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาที่สามารถเปลี่ยนเอทานอลให้กลายเป็นสารตั้งต้นของเชื้อเพลิงเครื่องบินในขั้นตอนเดียวได้สำเร็จ อาจช่วยวิกฤติความต้องการใช้เชื้อเพลิงเครื่องบิน ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสหรัฐอเมริกาพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาที่สามารถเปลี่ยน “เอทานอล” แอลกอฮอล์ที่ได้จากการหมักพืชผลทางการเกษตร ให้กลายเป็นสารตั้งต้นของเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF)ในขั้นตอนเดียวได้สำเร็จ อาจช่วยวิกฤติความต้องการใช้เชื้อเพลิงเครื่องบิน ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องการเปลี่ยนเอทานอลเป็นเชื้อเพลิงเครื่องบินด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเทคโนโลยีใหม่นี้พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานวิจัยในสหรัฐฯ โดยบริษัท Gevo ได้นำเทคโนโลยีตัวเร่งปฏิกิริยาจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติโอ๊คริดจ์ (ORNL) ภายใต้กระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา มาใช้ต่อยอดเชิงอุตสาหกรรมจุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ คือการเปลี่ยนเอทานอล ซึ่งสามารถผลิตได้จากพืชหรือของเสียทางการเกษตร ให้กลายเป็น “โอเลฟิน” (ETO) สารตั้งต้นสำคัญของเชื้อเพลิงเครื่องบิน โดยปกติแล้วกระบวนการนี้ต้องใช้หลายขั้นตอนและใช้พลังงานสูง แต่ตัวเร่งปฏิกิริยาแบบใหม่สามารถรวมกระบวนการทั้งหมดไว้ในขั้นตอนเดียว ทำให้ลดทั้งต้นทุนและเวลาในการผลิตลงนอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังสามารถทำงานร่วมกับระบบเครื่องปฏิกรณ์สมัยใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของปฏิกิริยาเคมีผ่านการเพิ่มพื้นที่ผิวและควบคุมอุณหภูมิได้ดีขึ้น ส่งผลให้กระบวนการมีความเสถียรและขยายสเกลได้ง่ายในระดับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมการบิน เนื่องจากสามารถผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียน เช่น ชีวมวล ไขมันพืช หรือของเสียจากอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม แม้หลายสายการบินและองค์กรระดับโลกจะให้ความสนใจ และเริ่มลงทุนในเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนแล้ว แต่การผลิตในปริมาณมากยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนและโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีการแปลงเอทานอลแบบขั้นตอนเดียวจึงเข้ามาตอบโจทย์เรื่องนี้โดยตรง ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้คาร์บอนและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป ทำให้ต้นทุนโดยรวมมีแนวโน้มลดลง หากสามารถพัฒนาไปสู่ระดับเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ ก็อาจช่วยเร่งการใช้งาน SAF ในวงกว้างได้เร็วขึ้นศักยภาพต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่นนอกจากการผลิตเชื้อเพลิงเครื่องบินแล้ว โอเลฟินที่ได้จากกระบวนการนี้ยังสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นได้อีกหลากหลาย เช่น การผลิตพลาสติก ตัวทำละลาย และสารเคมีพื้นฐาน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ระดับโลก การมีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตสารตั้งต้นเหล่านี้จากทรัพยากรหมุนเวียน จึงช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจชีวภาพ และลดการพึ่งพาปิโตรเลียมในหลายอุตสาหกรรมอย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีนี้จะมีศักยภาพสูง แต่ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาและทดสอบในระดับกึ่งอุตสาหกรรม โดยมีการสนับสนุนจากโครงการวิจัยและพัฒนาของภาครัฐ เพื่อประเมินประสิทธิภาพ…
-
“กสทช.” ลงพื้นที่พระราม 2 พบแล้วต้นเหตุทำมอเตอร์ไซค์ใช้กุญแจรีโมตสตาร์ตไม่ติด
สำนักงาน กสทช. ลงพื้นที่ถนนพระราม 2 ตรวจคลื่นความถี่วิทยุ หลังมอเตอร์ไซค์ใช้กุญแจรีโมทสตาร์ตไม่ติด พบอุปกรณ์ควบคุมรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นระบบควบคุมประตูรั้วบ้าน อาจนำสาเหตุรบกวน แจ้งเจ้าของบ้านให้ความร่วมมือนำอุปกรณ์ตรวจสอบละเอียดอีกครั้งนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) กล่าวว่า วันนี้ (18 เม.ย. 69) เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ภาค 1 พร้อมด้วยตำรวจสอบสวนกลาง ได้ลงพื้นที่อาคารที่คาดว่ามีการใช้งานอุปกรณ์ที่อาจก่อให้เกิดสัญญาณรบกวนทำให้เกิดกรณีรถจักรยานยนต์สตาร์ตไม่ติด บริเวณถนนพระราม 2 ช่วงระหว่างซอย 46-48 ตามหมายค้นของศาลอาญาธนบุรี“สำนักงาน กสทช. ได้รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์จำนวนมากในพื้นที่ดังกล่าว หากดับเครื่องแล้วจะสตาร์ตรถไม่ติด ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช้ระบบกุญแจรีโมต โดยบริเวณดังกล่าวติดกับปั๊มน้ำมัน ทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เติมน้ำมันต้องดับเครื่องยนต์ และจะสตาร์ตกลับมาไม่ติด สำนักงาน กสทช. สันนิษฐานว่า อาจมีสาเหตุจากการรบกวนคลื่นความถี่วิทยุย่าน 433 MHz ซึ่งเป็นย่านความถี่ไร้สายระยะสั้น จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ พร้อมเครื่องวิเคราะห์สัญญาณคลื่นความถี่เพื่อใช้ในการรับสัญญาณ”นายไตรรัตน์ กล่าวต่อว่า ผลการตรวจสอบอาคารดังกล่าวที่อยู่ติดกับปั๊มน้ำมัน พบอุปกรณ์ควบคุมรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นระบบควบคุมประตูรั้วบ้าน ไม่มีชื่อรุ่น ปรากฏอักษรจีน…
-
แนวคิดสมาร์ตโฟนจอพับ E Ink tinyBook Flip ที่ออกแบบมาเพื่อลดอาการติดสมาร์ตโฟน
แนวคิดสมาร์ตโฟนจอพับ E Ink tinyBook Flip ที่ออกแบบมาเพื่อลดอาการติดสมาร์ตโฟนสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่า "วางไม่ลง" หน้าจอที่มักจะถูกวางหงายขึ้นบนโต๊ะพร้อมสว่างขึ้นทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือน ทำให้การหยิบขึ้นมาเช็กดูอีกสักครั้งเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายดายโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจออกแบบฮาร์ดแวร์เพื่อขจัดอุปสรรคในการใช้งานออกไป เพื่อทำให้สมาร์ตโฟนเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันทว่า แนวคิดของสมาร์ตโฟนที่ชื่อว่า tinyBook Flip กลับตั้งคำถามที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ "จะเกิดอะไรขึ้น หากสมาร์ตโฟนถูกออกแบบมาเพื่อหลีกทางให้กับชีวิตของเรา?"การออกแบบและกลไกที่ช่วยลดการเสพติดtinyBook Flip เป็นแนวคิด (Concept) สมาร์ตโฟนจอพับแนวตั้งที่สร้างขึ้นโดยใช้หน้าจอแสดงผลแบบ E Ink ขนาด 6.1 นิ้ว จุดเด่นคือเมื่อพับปิดหน้าจอลง ตัวเครื่องจะหดตัวกลายเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดกะทัดรัด ขอบโค้งมน พร้อมพื้นผิวสีขาวด้าน ซึ่งมีสัดส่วนที่ดูคล้ายกับกระดาษจดบันทึกแบบพับได้มากกว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน และที่สำคัญคือหน้าจอจะถูกซ่อนไว้ด้านในทั้งหมด เมื่อปิดเครื่องจะไม่มีหน้าจอสี่เหลี่ยมที่มีแสงเรืองรองวางหงายอยู่บนโต๊ะ ไม่มีแสงไฟแจ้งเตือนที่คอยกระตุ้นให้เราหยิบขึ้นมาเช็ก มันจะกลายเป็นเพียงวัตถุขนาดเล็กที่เงียบสงบ ซึ่งรูปทรงในขณะพับนี้ทำงานตอบโจทย์ด้านพฤติกรรมมากกว่าที่ตาเห็น เพราะการจะใช้งานสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ ผู้ใช้จะต้องใช้ความพยายามทางกายภาพในการ "กางเครื่องออก"อุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่มเข้ามาเพียง 2 วินาทีนี้ ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการ "หยิบสมาร์ตโฟนแบบอัตโนมัติ" ให้กลายเป็นการ "ตัดสินใจอย่างมีสติ" ซึ่งความล่าช้าเพียง 2 วินาทีนั้นมักจะเพียงพอที่จะเข้าไปขัดจังหวะวงจรการเสพติดสมาร์ตโฟนได้ แนวคิดนี้ถือเป็นการนำเอาอุปสรรคในการใช้งานมาเปลี่ยนเป็น "ฟีเจอร์หลัก" ของการออกแบบ…
-
ผู้บัญชาการภารกิจ Artemis 2 ยืนยันห้องน้ำบนยาน Orion ทำงานได้เยี่ยมแม้ยอมรับปัญหาท่อตัน
ผู้บัญชาการภารกิจ Artemis 2 ยืนยันห้องน้ำบนยาน Orion ทำงานได้เยี่ยมแม้ยอมรับปัญหาท่อตันเรด ไวส์แมน (Reid Wiseman) ผู้บัญชาการภารกิจ Artemis 2 ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าห้องน้ำบนยานอวกาศจากกระแสวิจารณ์ในแง่ลบตลอดช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าห้องน้ำอวกาศบนยานแคปซูล Orion นั้นยอดเยี่ยมและทำงานได้เป็นอย่างดีในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา เรด ไวส์แมน (Reid Wiseman) และลูกเรือ ซึ่งประกอบด้วยวิกเตอร์ โกลเวอร์ (Victor Glover), คริสตินา คอช (Christina Koch) นักบินอวกาศจาก NASA และเจเรมี แฮนเซน (Jeremy Hansen) จากองค์การอวกาศแคนาดา ได้ร่วมกันพูดถึงภารกิจประวัติศาสตร์นี้โดยเรด ไวส์แมน (Reid Wiseman) กล่าวว่า "ผมอยากจะบอกอย่างชัดเจนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า นั่นเป็นห้องน้ำที่ยอดเยี่ยมมาก ห้องน้ำทำงานได้ดีเยี่ยม"นอกจากนี้ เขายังกล่าวชื่นชมทีมวิศวกรผู้สร้างห้องน้ำอวกาศนี้ว่าไม่ควรต้องรู้สึกผิดหวัง แต่ควรจะเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้แม้ว่าส้วมอวกาศซึ่งเป็นรุ่นย่อส่วนจากที่ใช้บนสถานีอวกาศนานาชาติจะสามารถกดน้ำได้ตามปกติ แต่ปัญหาของระบบกำจัดของเสียได้เกิดขึ้นเมื่อของเหลวไหลลงไปด้านล่างแล้วเกิดการอุดตันในท่อระบายท่อระบายนี้มีหน้าที่นำปัสสาวะจากห้องน้ำไปปล่อยออกสู่อวกาศผ่านตัวถังของยานแคปซูล ซึ่งไวส์แมนบรรยายถึงภาพปัสสาวะที่ถูกปล่อยออกไปนอกหน้าต่างว่าเหมือน "เกล็ดน้ำแข็งเล็ก ๆ นับพันล้านชิ้นพุ่งออกไปในห้วงอวกาศลึก"การอุดตันในท่อทำให้ไม่สามารถระบายของเสียได้ตามปกติ ส่งผลให้ห้องน้ำไม่สามารถใช้งานได้ในบางช่วงของภารกิจ เนื่องจากถังเก็บสามารถรองรับการปัสสาวะได้ไม่ถึง…
-
เครื่องบินเหนือเสียง “NASA X-59” บินเก็บล้อครั้งแรก มุ่งสู่โซนิคบูมเสียงเบา
ความคืบหน้าของการพัฒนาเครื่องบินเร็วเหนือเสียงของนาซารุ่น X-59 ล่าสุดทดสอบบินแบบเก็บฐานล้อได้สำเร็จ ซึ่งช่วยให้ทีมพัฒนา สามารถศึกษาประสิทธิภาพของรูปทรงที่เพรียวลมของตัวเครื่องได้อย่างละเอียดขึ้นนาซา (NASA) พานวัตกรรมการบินก้าวล้ำไปอีกขั้น เมื่อเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงรุ่นล่าสุดอย่าง เอ็กซ์ ฟิพตี้ไนน์ (X-59) ได้อวดโฉมความโฉบเฉี่ยวเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก หลังจากผ่านความสำเร็จครั้งสำคัญในการทดสอบบินแบบเก็บฐานล้อ (Wheels-up) เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาโดยปกติแล้ว เครื่องบินทดลองจะเริ่มทำการบินในช่วงแรกด้วยการกางล้อทิ้งไว้เพื่อความปลอดภัย จนกว่าจะผ่านเกณฑ์การทดสอบสมรรถนะพื้นฐาน ทว่าล่าสุดหลังผ่านการทดสอบมาเป็นเวลานาน เครื่องบินความเร็วเหนือเสียง เอ็กซ์ ฟิพตี้ไนน์ (X-59) ก็สามารถพิสูจน์ศักยภาพดังกล่าวได้สำเร็จโดยเที่ยวบินทดสอบนี้ ได้นักบินทดสอบของนาซา จิม “คลู” เลส (Jim “Clue” Less) เป็นผู้ควบคุมเครื่องยนต์ โดยทะยานขึ้นจากฐานทัพอากาศที่ศูนย์วิจัยการบินอาร์มสตรอง (Armstrong Flight Research Center) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งการบินครั้งนี้กินเวลากว่า 90 นาทีสำหรับสถิติการบินที่ทำได้ในครั้งนี้ คือการบินที่ระดับความสูงราว 20,000 ฟุต หรือประมาณ 6,000 เมตร และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ประมาณ 460 ไมล์ต่อชั่วโมง (mph) หรือราว 740 กิโลเมตรต่อชั่วโมงความสำเร็จในการบินแบบเก็บฐานล้อครั้งนี้ ถือว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของการพัฒนาเครื่องบินรุ่นดังกล่าว…
-
อวสานคลิปสั้น AI Slop ? เมื่อ YouTube เปิดให้ผู้ใช้ตั้งค่าความยาวคลิปวิดีโอสั้นในหน้าฟีด
อวสานคลิปสั้น AI Slop ? เมื่อ YouTube เปิดให้ผู้ใช้ตั้งค่าความยาวคลิปวิดีโอสั้นในหน้าฟีดในตอนนี้ใครที่พบเห็นคลิปสั้น AI ที่น่าเบื่อบน Youtube คุณสามารถหนีมันได้แล้ว ล่าสุด YouTube ได้อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าจำกัดเวลาดูฟีด Shorts ให้เป็นศูนย์นาที ซึ่งเท่ากับการซ่อนและลบวิดีโอสั้นออกจากแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนวิกฤต AI Slop และ Brainrot บน YouTube Shortsโดยจากข้อมูลงานวิจัยของบริษัทตัดต่อวิดีโอ Kapwing พบว่ามากกว่า 1 ใน 5 ของวิดีโอที่อัลกอริทึม YouTube Shorts นำเสนอให้กับผู้ใช้ใหม่ คือ วิดีโอ AI คุณภาพต่ำ (AI Slop)สิ่งที่น่าตกใจ คือ จากการทดสอบกับบัญชีผู้ใช้ใหม่เอี่ยม วิดีโอ 500 คลิปแรกที่ถูกฟีดขึ้นมานั้นเป็นวิดีโอที่สร้างจาก AI ถึง 104 คลิป หรือ 21% และอีก 165 คลิป หรือ 33%…
-
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ H1 วิ่งสับทำความเร็วเทียบชั้นยูเซน โบลต์ ทลายกำแพง 10 วินาทีในระยะ 100 เมตร
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ H1 วิ่งสับทำความเร็วเทียบชั้นยูเซน โบลต์ ทลายกำแพง 10 วินาทีในระยะ 100 เมตรวงการเทคโนโลยีและหุ่นยนต์โลกต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อเมื่อบริษัท Unitree Robotics ประเทศจีนได้เผยแพร่วิดีโอโชว์ศักยภาพของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น H1 ที่สามารถวิ่งสปรินต์บนลู่วิ่งกรีฑาด้วยความเร็วถึง 10.1 เมตรต่อวินาที แม้บริษัทจะระบุว่าอาจมีค่าความคลาดเคลื่อนในการวัดผลเล็กน้อยความเร็วดังกล่าวถือเป็นการประกาศสถิติโลกใหม่ของหุ่นยนต์ และเป็นความเร็วที่เข้าใกล้สถิติโลกของนักวิ่งระดับตำนานอย่าง เช่น ยูเซน โบลต์ (Usain Bolt) ที่เคยทำความเร็วเฉลี่ยไว้ที่ 10.44 เมตรต่อวินาที ในการทำสถิติวิ่ง 100 เมตรด้วยเวลา 9.58 วินาทีเมื่อปี 2009เปิดสเปก "H1" หุ่นยนต์ลมกรดสำหรับหุ่นยนต์ H1 ได้รับการออกแบบให้มีสรีระคล้ายมนุษย์ โดยมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 62 กิโลกรัม และมีความยาวช่วงขารวม 80 เซนติเมตร ความสำเร็จในการทำความเร็วระดับแชมป์โลกนี้ มาจากระบบขับเคลื่อนขั้นสูงที่ใช้ระบบเกียร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะและมอเตอร์ข้อต่อแรงบิดสูงที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง โดยตัวหุ่นยนต์ทำงานด้วยแบตเตอรี่ความจุ 15 Ah (0.863 kWh)นอกจากพละกำลังแล้ว H1 ยังติดตั้งระบบการรับรู้สภาพแวดล้อมขั้นสูง ทั้งกล้องวัดระยะความลึก (Depth Camera)…
-
F-16 ดีลเดือด หั่นราคา 50% ในเปรู (แต่ลดสเปก) ทำรัฐบาลเขี่ย Gripen ทิ้ง แม้แถลงซื้อปีที่แล้วก็ตาม
บริษัทล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) เสนอขายเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 24 ลำ ให้แก่เปรู ในราคาที่เกือบเท่ากับ 12 ลำสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) กำลังปิดข้อเสนอขายเครื่องบินขับไล่แบบ F-16 Block 70 จำนวน 24 ลำ ให้แก่เปรูในราคาเท่ากับ 12 ลำ ที่เคยเสนอขายก่อนหน้านี้ และเชื่อว่าเปรูตัดสินใจที่จะเลือกซื้อเครื่องบินขับไล่แบบ F-16 แทน Gripen E/F ที่เสนอขายให้เปรู 12 ลำ ตามที่ TNN Tech รายงานเมื่อช่วงเดือนเมษายนปีที่ผ่านมารายละเอียดข้อเสนอ F-16 ใหม่ต่อเปรูโดยสื่อในต่างประเทศอ้างอิงจากรายงานของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ลา เรพลูบลิกา (La República) ที่ระบุว่า Lockheed Martin ได้ปรับปรุงข้อเสนอเริ่มต้นที่จะขายเครื่องบินขับไล่ F-16 C/D Block 70/72 จำนวน…
-
บราซิลระบุตัว “ฟอสซิลสัตว์เลื้อยคลาน” ปากนกแก้ว อายุกว่า 230 ล้านปี
นักวิจัยวิเคราะห์หน้าตาของสัตว์เลื้อยคลานยุคโลกล้านปี ที่มีจุดเด่นคือจะงอยปากของมัน ที่คล้ายกับสัตว์ตระกูลนกแก้ว โดยนักวิจัยเชื่อว่ามันเคยอาศัยอยู่สมัยที่ผืนแผ่นดินโลกยังเชื่อมต่อกัน หรือประมาณ 230 ล้านปีที่แล้วทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติซานตามาเรีย (UFSM) ประเทศบราซิล ประสบความสำเร็จในการระบุอัตลักษณ์ของสัตว์เลื้อยคลานสายพันธุ์ใหม่ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 230 ล้านปี โดยจุดเด่นอยู่ที่ลักษณะจะงอยปากที่คล้ายกับนกแก้ว โดยถูกค้นพบในรัฐ ริโอ แกรนด์ โดซูล (Rio Grande do Sul) ทางตอนใต้ของประเทศการค้นพบครั้งนี้ นำโดยนักบรรพชีวินวิทยา โรดริโก เทมป์ มุลเลอร์ (Rodrigo Temp Muller) และทีมศึกษาวิจัย ซึ่งได้บรรยายลักษณะของสัตว์เลื้อยคลานที่มีชื่อว่า ไอโซดาเพดอน วาร์เซอาลิส (Isodapedon varzealis) โดยวิเคราะห์จากซากดึกดำบรรพ์ส่วนกะโหลกที่ขุดพบในปี 2020สัตว์เลื้อยคลานสายพันธุ์นี้ มีลักษะทางกายภาพที่น่าสนใจ โดยมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 1.2 ถึง 1.5 เมตร เคลื่อนที่ด้วยขาสี่ข้าง และเป็นสัตว์กินพืช ที่ใช้จะงอยปากที่แหลมคมในการตัดพืชพรรณ และขุดรากไม้เพื่อเป็นอาหารอย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการศึกษาวิจัยซากสัตว์ตัวนี้ไม่ง่าย โดยทีมวิจัยต้องใช้กระบวนการเตรียมฟอสซิลเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน เนื่องจากต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการกำจัดตะกอนออกจากบริเวณฟันของกะโหลก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการระบุเอกลักษณ์จัดจำแนกสิ่งมีชีวิตออกเป็นหมวดหมู่ทั้งนี้การวิเคราะห์ซากฟอสซิลดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันบราซิลมีการค้นพบกลุ่มสัตว์สายพันธุ์ ริงโคซอร์…
-
จีนโชว์ฝีมือ “หุ่นยนต์ AI อัจฉริยะ” ลุยงานเสี่ยงอันตรายแทนมนุษย์
จีนเร่งเครื่องลุยด้านหุ่นยนต์เต็มที่ ล่าสุดโชว์ผลงานหุ่นยนต์แมงมุมเหล็กไต่กำแพง และหุ่นยนต์ตรวจการภาคพื้นดิน ที่ต่างก็ออกแบบมาเพื่อช่วยงาน และรับความเสี่ยงอันตรายแทนมนุษย์จีนประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะ ด้วยการพัฒนาและใช้งานหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย หรือ เอ็มบอดี เอไอ (Embodied AI) เพื่อปฏิบัติภารกิจในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมหนักหนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นคือหุ่นยนต์แมงมุมเหล็กที่มาพร้อม แขนกลฮิวแมนนอยด์คู่ (Humanoid Dual Arms) และความสามารถในการ ไต่กำแพงด้วยพลังแม่เหล็ก ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานแทนมนุษย์ในหน้าที่อันตราย เช่น การเชื่อมโลหะ การตรวจสอบรอยตำหนิ การกำจัดสนิมบนถังเก็บสารเคมี เรือบรรทุกสินค้า และโรงงานพลังงานจุดเด่นสำคัญคือการใช้ระบบการจ่ายไฟผ่านสายเคเบิล (Cable-powered) ที่ทำให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องยาวนานโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องแบตเตอรี่ และยังขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมหาศาลจากโมเดล AI สำหรับหุ่นยนต์เฉพาะทางที่ใหญ่ที่สุดในจีน โดยผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงตัวหุ่นยนต์สะสมชั่วโมงการทำงานมากกว่า 100,000 ชั่วโมงด้วยกัน และยังมีระยะทางารทำงานรวมแล้วกว่า 22,500 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติงานกว่า 5,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งข้อมูลการฝึกฝนเหล่านี้ช่วยให้ AI เรียนรู้และมีความฉลาดในการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้นในทุกวินาทีที่ปฏิบัติงานนอกจากหุ่นยนต์ไต่กำแพงแล้ว จีนยังเปิดตัว หุ่นยนต์ตรวจการภาคพื้นดิน ที่ติดตั้งแขนกล 6 แกน (6-axis robotic arm) ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้หรือก๊าซพิษรั่วไหล เพื่อทำหน้าที่ปิดสวิตช์หรือหมุนวาล์วแทนมนุษย์ได้ทันทียิ่งไปกว่านั้น มันยังติดตั้งระบบเซนเซอร์ที่สามารถ…