CEO บอกเอง! ปีนี้ Nothing เรือธงคือ! Nothing Phone (3) แต่…

หลังจาก Nothing Phone (3) ที่เปิดตัวไปทำให้แฟนคลับมองว่ารุ่นใหม่ปีนี้ต้องมาแน่นอน แต่ล่าสุด Carl Pei CEO ของ Nothing ออกมาบอกแล้วว่า?ในขณะที่หลายแบรน์พูดถึงมือถือเรือธง! กันยกใหญ่ สำหรับแบรนด์อินดี้ขวัญใจเด็กแนวอย่าง Nothing ที่ล่าสุด Carl Pei ซีอีโอฝีปากกล้า ได้ออกมาอัปเดตทิศทางของบริษัทในปี 2026 ผ่านคลิปวิดีโอ Community Update ล่าสุด ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ทำเอาแฟนคลับต้องปรับอารมณ์กันแทบไม่ทัน ทั้งข่าวร้ายสำหรับคนที่รอเรือธงรุ่นใหม่ และข่าวดีสำหรับสายความคุ้มค่าnothing-phone-3Nothing Phone (3)ปีนี้มือถือเรือธงคือ Nothing Phone (3)Carl Pei ประกาศชัดเจนในคลิปว่า "ปีนี้ Nothing Phone (3) คือเรือธงของปีนี้" นั่นหมายความว่าเราจะไม่ได้เห็น Nothing Phone (4) ในปี 2026 นี้แน่นอนโดยเขาให้เหตุผลที่น่าสนใจว่า "เราไม่อยากปล่อยมือถือเรือธงออกมาทุกปีเพียงเพราะคนอื่นเขาทำกัน" แต่ Nothing ต้องการให้การอัปเกรดแต่ละครั้งมีความหมายและเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนจริงๆ ดังนั้น Nothing Phone (3) ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ จะยังคงสถานะเป็น "Flagship" ของแบรนด์ลากยาวไปตลอดทั้งปี 2026อ่านรีวิว : รีวิว Nothing Phone (3) มือถือเรือธงสุดมินิมอล แต่ฟีเจอร์เยอะเกินคาดscreenshot2026-01-30130530Carl Pei (CEO Nothing)อัปเดตเรื่อง "Nothing Phone (4a)"แม้จะไม่มีรุ่นพี่ใหญ่ แต่ปีนี้ Nothing จะเทหมดหน้าตักไปที่ซีรีส์ A ซึ่งเป็นรุ่นขายดีที่สุด แทน โดยเตรียมเปิดตัว "Nothing Phone (4a)" ที่ Carl Pei เคลมว่าจะไม่ใช่แค่มือถือรุ่นประหยัดลดสเปกอีกต่อไป แต่จะเป็นการ "Level Up" ประสบการณ์ใช้งานให้ใกล้เคียงเรือธงมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นวัสดุและดีไซน์: จะมีการใช้วัสดุพรีเมียมมากขึ้น และการออกแบบที่มีการทดลองสีสันใหม่ๆกล้องและจอ: อัปเกรดแบบยกเครื่อง (Complete Evolution) ทั้งคุณภาพหน้าจอและประสิทธิภาพกล้องประสิทธิภาพ: ตั้งเป้าให้เป็น A-Series ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยทำมาแต่ราคาจะขึ้น!อีกประเด็นที่น่ากังวลคือเรื่องของ "ราคาแรม (RAM)" ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจในตลาดโลก (ผลพวงจากความต้องการ Server ที่ประมวลผลให้ AI ทำงาน) Carl Pei ยอมรับตรงๆ ว่าต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาก และอาจส่งผลให้สินค้าของ Nothing ในปีนี้ "จำเป็นต้องปรับราคาขึ้น" เพื่อแลกกับการได้สเปกที่ดีขึ้น เช่นการขยับไปใช้ UFS 3.1ดังนั้นแล้วเรียกว่าการที่ไม่ได้ปล่อยรุ่นออกมาเยอะ เพราะ Nothing ต้องการที่จะ "รอ" นวัตกรรมที่ส่งผลดีในระยะยาว ดังนั้นการขยับให้ Nothing Phone (4a) จะทำให้ดูพรีเมียมตามราคาจนเรียกว่า พลิกโฉม Mid-Range ที่ดูน่ามองก็เป็นอีกโจทย์ที่น่าติดตาม แล้วคุณคิดว่าอย่างไรปล. แอดเห็น Nothing Phone (3a) ลดราคาใครสอยรีบสอยกันนะ!


Posted

in

by

Tags: