Google ปล่อยรายงาน Gemini Southeast Asia Report 2026 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการใช้งาน AI ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยระบุว่าภูมิภาคแห่งนี้เป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของ Gemini และมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างจากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในด้านภาษา อุปกรณ์ที่ใช้ และรูปแบบการโต้ตอบกับ AIGoogle ปล่อยรายงาน Gemini Southeast Asia Report 2026 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการใช้งาน AI ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยระบุว่าภูมิภาคแห่งนี้เป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของ Gemini และมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างจากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในด้านภาษา อุปกรณ์ที่ใช้ และรูปแบบการโต้ตอบกับ AIGemini เติบโตอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้Google ระบุว่าจำนวนผู้ใช้งาน Gemini แบบ Active Users ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี ถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของ Gemini สูงที่สุดในโลก สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนเริ่มนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการเรียน การทำงาน การสร้างคอนเทนต์ และการค้นหาข้อมูลพบว่าผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี เป็นกลุ่มที่ใช้งาน Gemini มากที่สุด ทั้งในด้านความถี่ในการใช้งาน จำนวนคำถาม รวมไปถึงระยะเวลาการสนทนากับ AI ซึ่งสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่กำลังมอง AI เป็นผู้ช่วยในการใช้ชีวิตมากกว่าจะเป็นเพียงเครื่องมือค้นหาข้อมูลนอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ใช้งานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 70% เลือกใช้ภาษาท้องถิ่นในการพูดคุยกับ Gemini แทนการใช้ภาษาอังกฤษ เวียดนามเป็นประเทศที่ใช้ภาษาท้องถิ่นกับ AI มากที่สุด 89% ตามมาด้วยประเทศไทยที่ 87% และอินโดนีเซียที่ 84% สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้มีความมั่นใจมากขึ้นว่า AI สามารถเข้าใจภาษาแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่จำเป็นต้องพิมพ์คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษเหมือนในอดีตGoogle มองว่านี่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้งาน AI ในภูมิภาคนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะลดข้อจำกัดด้านภาษาและเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเข้าถึง AI ได้ง่ายกว่าเดิมลักษณะการใช้งานของผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นแบบ Mobile-first อย่างชัดเจน โดยเกือบสามในสี่ของการใช้งาน Gemini มาจากสมาร์ตโฟน ประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้งานผ่านอุปกรณ์พกพาอยู่ที่ 74% ขณะที่อินโดนีเซียสูงถึง 82% และฟิลิปปินส์อยู่ที่ 71% แตกต่างจากสิงคโปร์ที่มีสัดส่วนการใช้งานผ่านมือถือเพียงประมาณ 40% ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมการใช้งานที่แตกต่างกันภายในภูมิภาคGoogle เผยว่าปัจจุบันกว่า 40% ของ Prompt ที่ส่งเข้า Gemini ไม่ได้เป็นการพิมพ์ข้อความเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการใช้เสียง รวมถึงการอัปโหลดรูปภาพและวิดีโอเพื่อให้ AI วิเคราะห์หรือช่วยตอบคำถาม ขณะที่ประมาณ 10% ของการใช้งานเป็นการสนทนาด้วยเสียงผ่าน Gemini Live แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ใช้เริ่มคุ้นเคยกับการสื่อสารกับ AI ในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น และ AI ก็กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ช่วยที่เข้าใจข้อมูลได้หลายรูปแบบในเวลาเดียวกันรายงานยังระบุว่า 40% ของการใช้งาน Gemini เป็นการสร้างเนื้อหาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ เพลง หรือวิดีโอ มากกว่าการค้นหาข้อมูลเพียงอย่างเดียว Google มองว่าผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สร้างภาพด้วย Nano Banana แล้วมากกว่า 5 พันล้านภาพ และสร้างเพลงผ่าน Lyria ไปเกือบ 1 ล้านเพลง นับตั้งแต่เปิดให้บริการในภูมิภาค สะท้อนว่า Generative AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานของผู้ใช้งานทั่วไปGoogle เตรียมขยาย Gemini Spark รองรับภาษาอื่นนอกเหนือจากภาษาอังกฤษนอกจากสถิติการใช้งานแล้ว Google ยังเปิดเผยแผนพัฒนา Gemini ในระยะถัดไป โดยเตรียมขยายการรองรับ Gemini Spark หรือระบบ AI Agent ที่สามารถช่วยควบคุมอุปกรณ์และทำงานแทนผู้ใช้ในลักษณะเดียวกับผู้ช่วยอัจฉริยะ ให้รองรับภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมากขึ้น ซึ่งมีกำหนดเริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานภายในสัปดาห์นี้อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ Google อ้างอิงผลการทดสอบจาก SEA-HELM หรือ Southeast Asian Holistic Evaluation of Language Models ซึ่งเป็นชุดทดสอบที่ออกแบบมาเพื่อประเมินความสามารถของโมเดล AI ในภาษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ จุดเด่นของ SEA-HELM คือการใช้ชุดข้อมูลและพรอมพ์ในภาษาท้องถิ่นจริง ไม่ใช่การแปลจากภาษาอังกฤษ ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์อารมณ์ข้อความภาษาไทยจากชุดข้อมูลของ Wisesight ที่ให้ AI ตอบเพียงว่า "แง่บวก", "แง่ลบ" หรือ "เฉย ๆ" เพื่อสะท้อนความเข้าใจภาษาและบริบทของผู้ใช้งานจริงผลการประเมินล่าสุดพบว่า Gemini ทำคะแนนรวมสูงที่สุดในกลุ่มโมเดลเชิงพาณิชย์ โดย Gemini 3.1 Pro ได้คะแนนรวม 77.39 คะแนน เฉือนชนะ GPT-5.5 (เวอร์ชันวันที่ 23 เมษายน 2026) ซึ่งได้ 76.33 คะแนน ภายใต้กรอบความเชื่อมั่น 95% ที่มีค่าความคลาดเคลื่อนเพียง ±0.05 คะแนนอย่างไรก็ตาม ผลทดสอบในภาษาไทยมีข้อมูลที่น่าสนใจ เมื่อ Gemma 4 31B ซึ่งเป็นโมเดลโอเพนซอร์สของ Google กลับทำคะแนนด้านภาษาไทยได้สูงกว่า Gemini 3.1 Pro ขณะที่ GPT-5.5 ตามมาเป็นอันดับถัดไป สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันด้าน AI สำหรับภาษาไทยยังคงเข้มข้น และแต่ละโมเดลมีจุดแข็งที่แตกต่างกันข่าวที่เกี่ยวข้องGemini Spark มาแล้ว เปิดตัวบน macOS ก่อน เตรียมต่อยอดสั่งงานในมือถือศาลสูงสุดยุโรปสั่งปรับ “Google” 4.1 พันล้านยูโร ปมผูกขาดแอปฯ “Android”AI ช่วยให้งานง่ายขึ้น แต่ทำไมเรายังเหนื่อย? รู้จัก AI Brain Fry ภาวะสมองล้าจากการใช้ AI มากเกินไปHKEX ปั้นดัชนีใหม่ รับเมกะเทรนด์ AI ปลุกตลาดหุ้นฮ่องกง
Google เผยสถิติ Gemini ปี 2026 คนไทยใช้ภาษาไทยคุยกับ AI คิดเป็น 87%
by
Tags: