Meta เคลื่อนไหว ลบบัญชีกว่า 540,000 บัญชี แนะใช้ระบบตรวจอายุใหม่

Meta อัปเดตการปฏิบัติตามกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดียในออสเตรเลีย หลังลบบัญชีกว่า 540,000 บัญชี พร้อมชี้ปัญหาและเสนอทางออกใหม่ผ่านระบบยืนยันอายุระดับ App Storeหลังกฎหมายออสเตรเลียห้ามผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดียถูกประกาศใช้ครบ 1 เดือน ทาง Meta ได้ออกมาอัปเดตความคืบหน้าในการปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมเผยว่า กฎหมายดังกล่าวอาจยัง “ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายหลัก” ในการเพิ่มความปลอดภัยและสุขภาวะของเยาวชนออสเตรเลียตามที่ต้องการMeta ลบบัญชี 544,052 บัญชีMeta ได้ออกมาประกาศลบและปิดการเข้าถึงบัญชีโซเชียลมีเดียที่คาดว่าเป็นบัญชีของผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ในออสเตรเลียไปเกือบ 544,052 บัญชี ประกอบไปด้วย Instagram 330,639 บัญชี Facebook 173,497 บัญชี และ Threads 39,916 บัญชีทาง Meta ได้ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ว่าการตรวจสอบอายุบนโลกออนไลน์ยังคงเป็นเรื่องที่ยากในปัจจุบัน เนื่องจากยังไม่มีมาตรฐานกลางของอุตสาหกรรม ส่งผลให้กระบวนการยืนยันอายุมีความคลาดเคลื่อนและต้องมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่องหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ Meta จึงได้ประกาศเข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง OpenAge Initiative (โอเพ่นเอจ อินิชิเอทีฟ) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่มุ่งพัฒนาระบบยืนยันอายุที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ AgeKeys (เอจคีย์ส) ที่ให้ผู้ใช้ยืนยันอายุตัวเองได้หลายวิธี ผ่านทางเอกสารราชการ บัตรประชาชน ข้อมูลทางการเงิน การประเมินใบหน้า ไปจนถึงระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลระดับชาติ (National Digital Wallet) ระบบดิจิทัลที่รัฐรับรอง ใช้เก็บข้อมูลประจำตัวของประชาชนในรูปแบบออนไลน์ โดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้บนอุปกรณ์ของผู้ใช้เอง และแชร์เฉพาะข้อมูลอายุที่จำเป็นเท่านั้น โดยทาง Meta มีแผนนำระบบ AgeKeys (เอจคีย์ส) นี้มาใช้งานในออสเตรเลียและประเทศอื่น ๆ ภายในปี 2026ทำไม Meta มองว่า “การยืนยันอายุระดับ App Store” ดีกว่าแม้ AgeKeys (เอจคีย์ส) จะเป็นก้าวสำคัญ แต่ Meta ชี้ว่าเยาวชนและผู้ปกครองยังต้องยืนยันอายุแยกเป็นรายแอป ซึ่งไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง โดยงานวิจัยในสหรัฐฯ ระบุว่าวัยรุ่นยุคปัจจุบัน มีการใช้งานแอปพลิเคชันมากกว่า 40 แอปต่อสัปดาห์ และหลายแอปอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยหรือไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายแบนโซเชียลมีเดียMeta จึงเสนอแนวทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่า คือการยืนยันอายุและการขออนุญาตจากผู้ปกครองในระดับ App Store เพื่อให้เกิดมาตรการคุ้มครองที่สม่ำเสมอทั่วทั้งอุตสาหกรรม และลดปัญหาที่เด็กย้ายไปใช้แอปพลิเคชันอื่น ๆ เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายการยืนยันอายุระดับ App Store คือการให้แอปสโตรอย่าง Apple Store หรือ Google Play Store เป็นจุดศูนย์กลางในการตรวจสอบอายุผู้ใช้ และขอความยินยอมจากผู้ปกครอง แทนที่แต่ละแอปพลิเคชันตะต้องมาตรวจอายุแยกกันเอง ข้อดีคือผู้ใช้หรือผู้ปกครองยืนยันอายุครั้งเดียวกับ App Store ผ่านเอกสารราชการ หรือกับบัญชีผู้ปกครอง (Family Sharing)ทาง App Store จะรู้ว่าใครมีอายุต่ำกว่า 16 ปีบ้างเมื่อเด็กพยายามดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ถ้าเป็นแอปโซเชียล ระบบจะบล็อกหรือต้องขออนุญาตผู้ปกครองก่อน ถ้าเป็นแอปพลิเคชันทั่วไป ก็จะให้อนุญาตตามอายุ หรือตามข้อกำหนดนักพัฒนาแอปพลิเคชันไม่ต้องเก็บข้อมูลอายุเอง ซึ่งลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวลงผลกระทบที่ Meta กังวลจากกฎหมายแบนโซเชียลมีเดียMeta ระบุว่าตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ มีความกังวลจากผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มเยาวชน และผู้ปกครองหลายประเด็น เช่นเยาวชนที่เปราะบางอาจถูกตัดขาดจากชุมชนออนไลน์ที่ให้การสนับสนุนเด็กถูกผลักดันไปใช้แอปพลิเคชันหรือพื้นที่ออนไลน์ที่มีการกำกับดูแลน้อยกว่าวิธีการยืนยันอายุยังไม่สอดคล้องกันระหว่างแพลตฟอร์มความสนใจในการปฏิบัติตามกฎหมายของวัยรุ่นและผู้ปกครองยังอยู่ในระดับต่ำMeta ชี้ว่าหนึ่งในเป้าหมายของกฎหมายนี้ คือการป้องกันไม่ให้เด็กเผชิญกับ “ประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม” ซึ่งยังไม่ตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากแม้ผู้ใช้จะอยู่ในสถานะไม่ล็อกอิน แพลตฟอร์มก็ยังใช้อัลกอริทึมในการเลือกเนื้อหาอยู่ดี เพียงแต่ปรับให้เหมาะสมกับอายุในระดับหนึ่ง บริษัทจึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของฟีเจอร์อย่าง Teen Accounts (ทีนแอคเคานต์ส) ที่มีระบบป้องกันในตัวและเครื่องมือให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานได้ แต่กฎหมายแบนกลับทำให้เยาวชนไม่สามารถเข้าถึงฟีเจอร์เหล่านี้ได้อีกต่อไปTeen Accounts คือบัญชีโซเชียลที่ Meta ออกแบบมาเฉพาะสำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีข้อจำกัดมากกว่าบัญชีทั่วไป เช่น สามารถจำกัดว่าใครส่งข้อความหาได้ จำกัดเนื้อหาที่ระบบแนะนำ ปิดฟีเจอร์บางอย่างโดยอัตโนมัติ ผู้ปกครองสามารถดูเวลาการใช้งาน ตั้งค่าต่าง ๆ ไปจนถึงควบคุมบางฟีเจอร์ได้Meta ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้รัฐบาลออสเตรเลียเปิดพื้นที่ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความเหมาะสมตามวัย และการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว แทนการใช้มาตรการ “ห้ามแบบครอบคลุม” ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่ตั้งใจต่อเยาวชนในระยะยาวแหล่งที่มา : Mediumข่าวที่เกี่ยวข้องMeta ยืนยันปลดพนักงานฝ่าย Metaverse กว่า 1,000 ตำแหน่งMeta ซื้อกิจการ Manus สตาร์ตอัป AI สัญชาติจีนเสริมความสามารถของ AI AgentMeta ทดลองจำกัดโพสต์ Facebook ที่มีลิงก์ไม่เกินเดือนละ 2 โพสต์ หวังดึงยอดคนใช้ Meta Verified “Meta” อัปเดต “แว่นตา AI” ฟังเสียงคู่สนทนาชัดขึ้น พร้อมเล่นเพลงจาก “Spotify”Meta รุกธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า หนุนพลังงาน AI Data Center มหาศาล


Posted

in

by

Tags: