NASA เผยผลการทดลองที่เขย่าวงการสำรวจอวกาศยุคใหม่ หลังพบว่าเชื้อราและแบคทีเรียจากโลก สามารถติดไปกับชุดและอุปกรณ์ของนักบินอวกาศ และยังสามารถเอาชีวิตรอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้นานเป็นสัปดาห์นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ดของนาซา (NASA) เผยผลการวิจัยที่ใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ประเมินการรอดชีวิตของจุลินทรีย์บนโลก 5 ชนิด ในสภาพแวดล้อมบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ พบว่าพวกมันบางตัว สามารถรอดชีวิตได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนจุลินทรีย์อาจหลุดติดไปกับชุดอวกาศการค้นพบนี้ ทำให้เกิดข้อกังวลว่าการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่ติดไปกับชุดหรืออุปกรณ์ของมนุษย์อวกาศ อาจบิดเบือนการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีและร่องรอยสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมบนดวงจันทร์ของภารกิจในอนาคตโดยงานวิจัยนี้ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ไซแอนซ์ แอดวานส์ (Science Advancesฉ ได้ใช้ระบบแบบจำลองคอมพิวเตอร์ประเมินการรอดชีวิตของจุลินทรีย์ 5 ชนิด แบ่งเป็นเชื้อรา 2 ชนิด และแบคทีเรีย 3 ชนิด ในสภาพแวดล้อมบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยอ้างอิงข้อมูลจริงด้านรังสีและสภาพแวดล้อมจากยาน ลูนาร์ รีคอนเนสเซนซ์ ออร์บิเตอร์ (Lunar Reconnaissance Orbiter – LRO) ที่ปล่อยขึ้นสู่อวกาศในปี 2009แม้พื้นที่ส่วนเงาหลุมก็ยังสู้ได้ผลการศึกษาพบว่า บริเวณพื้นที่เงามืดถาวรภายในแอ่งอุกกาบาต (Craters) มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้จุลินทรีย์บางชนิดมีชีวิตรอดได้นานหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน โดยเฉพาะเชื้อราที่มีความทนทานสูงกว่าแบคทีเรียโดยข้อมูลแสดงว่าเชื้อราดำ แอสเพอร์จิลลัส ไนเจอร์ (Aspergillus niger) มีความทนทานสูงสุด สามารถรอดชีวิตได้แม้ในจุดที่ได้รับแสงแดดและรังสี UV บางส่วน ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ชนิดเดียวกับที่เคยพบบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ส่วนแบคทีเรียอีก 3 ชนิด (Deinococcus radiodurans, Staphylococcus aureus และ Bacillus subtilis) มีความสามารถในการทนทานต่อรังสี UV และความร้อนต่ำกว่า จึงมีอัตราการรอดชีวิตน้อยกว่านักวิจัยกล่าวว่า จุลินทรีย์เหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากร เช่น น้ำ ซึ่งพบในรูปของน้ำแข็งในบางพื้นที่ของดวงจันทร์ และอาจเป็นประโยชน์สำหรับนักบินอวกาศแม้การศึกษานี้จะเน้นไปที่การรอดชีวิตของเซลล์ ไม่ใช่การเจริญเติบโตหรือการขยายพันธุ์ และไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องการกลายพันธุ์ไปเป็นเชื้อก่อโรค แต่นักวิจัยเตือนว่า จุลินทรีย์เหล่านี้อาจถูกปกคลุมด้วยฝุ่นดวงจันทร์หรืออยู่ในหลุมที่มีน้ำแข็ง ซึ่งอาจปกป้องพวกมันจากรังสี และสร้างความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนข้ามฝั่ง (Contamination) ในโครงการสำรวจดวงจันทร์ยุคใหม่ เช่น อาร์ทีมิส (Artemis) ของสหรัฐฯ และโครงการดวงจันทร์ของจีนข่าวที่เกี่ยวข้องพบดาวฤกษ์ S301 เร็วสุดในทางช้างเผือก เฉียดหลุมดำยักษ์“บอลลูนยักษ์” พาจรวดท่องอวกาศ ทางเลือกใหม่สู่ชั้นบรรยากาศแบบต้นทุนต่ำเสื้อกั๊กกันรังสี “AstroRad” ทดสอบภารกิจ "Artemis I” ป้องกันอันตรายให้นักบินอวกาศสมองไหลสู่ AI ! “อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ” โดนแย่งแรงงานคนรุ่นใหม่ แห่ไปทำด้าน AI เยอะขึ้น“NASA” เปิดรับอาสาสมัคร ใช้ชีวิตบนพื้นที่ “ดวงจันทร์-ดาวอังคาร” จำลอง 1 ปีเต็ม
“NASA” เผยผลวิจัยสุดทึ่ง ! “จุลินทรีย์โลก” อาจอึดพอรอดชีวิตบนดวงจันทร์
by
Tags: