NT แจงรายได้ครึ่งปีแรก69 ขาดทุน1.1 พันล. พร้อมเดินหน้าปรับองค์กรสู่ National Digital Infrastructure

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกเป็นผลขาดทุน 1,100 ล้านบาท จากการที่สัญญาพันธมิตรสิ้นสุดลง จากเดิมมีกำไรพันธมิตรปีละ 10,000 ล้านบาท โดยคาดสิ้นปีผลประกอบการขาดทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งดีกว่าแผนที่ตั้งไว้ว่าจะขาดทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท เกิดจาก NT ได้ดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ จากที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว เช่น ภาระค่าใช้จ่ายในโครงการปรับโครงสร้างกำลังคนโดยความสมัครใจ (Mutual Separation Plan : MSP) ลดพนักงานโดยการเกษียณอายุก่อนกำหนด ซึ่งแม้ยังไม่เป็นไปตามเป้าและอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม ทั้งการบริหารต้นทุน การใช้สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน เพื่อควบคุมไม่ให้ผลขาดทุนจริงมากไปกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ รวมถึงเตรียมรับมือสถานการณ์และปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อรายได้นอกจากนี้รายได้ในกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile) ลดลง ขณะที่การเติบโตของกลุ่มธุรกิจบริการดิจิทัล (Digital Services) ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังไม่สามารถทดแทนรายได้หลักเดิมได้ทัน ประกอบกับปัจจัยภายนอก ได้แก่ สภาวะตลาดและเศรษฐกิจชะลอตัว ต้นทุนพลังงานและสินค้าพุ่งสูงจากสภาวะสงคราม ขณะเดียวกัน NT ยังคงเร่งสร้างรายได้จากธุรกิจดิจิทัล ควบคู่กับการบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร โดยคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานทั้งปีจะดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 NT สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 3,004 ล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่าย ส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจ่ายโบนัสตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่พนักงานในการร่วมกันขับเคลื่อนองค์กร ทั้งนี้ผลดำเนินงาน NT ในปี 2570 จะมีรายได้จากธุรกิจดิจิทัลและ ICT Solutions เป็นหลักอยู่ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท และคาดหมายองค์กรจะมีกำไรในปี 2571 ส่วนปี 2569 และ ปี 2570 ตามแผนวิสาหกิจคาดการณ์ไว้จะขาดทุน 2 ปีพันเอก สรรพชัยย์ กล่าวว่า ในด้านการดำเนินธุรกิจ NT ยังคงมุ่งพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลควบคู่กับการขยายบริการดิจิทัลและ ICT Solutions เพื่อรองรับความต้องการของภาครัฐและภาคธุรกิจ สะท้อนศักยภาพของธุรกิจดิจิทัลและบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของ NT ในอนาคต ขณะเดียวกัน NT ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการยุทธศาสตร์ของประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การพัฒนาโครงข่ายสื่อสารเฉพาะกิจเพื่อรองรับภารกิจด้านความมั่นคงและการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (PSMN) การพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อรองรับรัฐบาลดิจิทัล และ NT ยังมุ่งสร้างความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการคุ้มครองข้อมูลสำคัญของประเทศ ด้วยการผลักดันการบริหารสมดุลเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (International Traffic Balancing) พร้อมทั้งโครงการ National Security Zone และ Digital Sovereignty รวมถึงการพัฒนาระบบวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล ตามมาตรฐานองค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization : IMO) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและสนับสนุนการให้บริการสาธารณะของประเทศพันเอก สรรพชัยย์ กล่าวต่อว่า NT ยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรและพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ พร้อมกับเน้นปรับลดค่าใช้จ่าย รวมถึงบูรณาการระบบต่าง ๆ อาทิ ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่าย (Network Operations Center : NOC) การเชื่อมโยงระบบโครงข่ายและศูนย์บริการลูกค้า รวมถึงระบบซอฟต์แวร์ต่างๆขององค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมุ่งเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ขององค์กร และเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว ตลอดจนการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อความมั่นคงของประเทศ และยกระดับการให้บริการดิจิทัลเพื่อภาครัฐและประชาชน


Posted

in

by

Tags: