Mindblown: a blog about philosophy.
-
ป๊อบ สุไพรพล จัดหนัก! ปวิน หลอกคนว่าเป็นอาจารย์เกียวโต
ป๊อบ สุไพรพล จัดหนัก! ปวิน หนีไปญี่ปุ่น หลอกคน นั่งเขียนปั้นน้ำเป็นตัวไปวันๆผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายสุไพรพล ช่วยชู อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าสงสารจัง อุตส่าห์หนีไปอยู่ญี่ปุ่นใช้ชีวิตหลอกคนว่าเป็นอาจารย์อยู่เกียวโต วัน ๆ นั่งเขียนปั้นน้ำเป็นตัว ไม่รู้ว่าคนญี่ปุ่นเขาจะรู้กันไหมว่าให้ความช่วยเหลือนักโทษหนีคดีมาตรา 112อาจารย์จอมปลอมของส้มเน่า#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
คลังออก ‘พ.ร.ก.กู้เงิน’ 4 แสนล้าน แก้สูตรแจกคนละครึ่ง 4,000 บาท
คลังเล็งออก พ.ร.ก.กู้เงินแค่ 4 แสนล้าน “เอกนิติ” รัดเข็มขัดเข้ม-คุมกู้ภายใต้กรอบที่มีอยู่ หวังไม่ต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะเกิน 70% สั่งตัดงบฯรายจ่าย ปี’70 ทั้ง“ดูงาน-พัฒนาจังหวัด-สร้างตึกใหม่” กวาดเงินตุน “หน้าตัก” รับมือวิกฤตลากยาว ขุนคลังแจงเตรียมเติมเงินใส่บัตรสวัสดิการเป็นเดือนละ 1,000 บาท พร้อมปรับสูตรคนละครึ่งรัฐจ่าย 60% เปิดลงทะเบียน พ.ค.นี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงาน ทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนมีภาระต้นทุนโลจิสติกส์และราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น เกิดแรงกระแทกต่อภาวะเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมาก รัฐบาลจึงต้องออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งมาตรการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเพื่อลดพึ่งพาการนำเข้า โจทย์สำคัญของรัฐบาลคือการหาเงินเพื่อมาดำเนินมาตรการต่าง ๆรัดเข็มขัด-เงินกู้ 4 แสนล้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ตั้งเป้ากรอบวงเงินกู้ไว้ราว 4 แสนล้านบาท จากการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินสำหรับใช้เยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น 200,000 ล้านบาท และใช้เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอีก 200,000 ล้านบาท“ตอนนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะออก พ.ร.ก.วงเงินแค่ 400,000 ล้านบาท ไม่ถึง 500,000 ล้านบาท เพื่อจะไม่ไปกดดันว่าจะต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะเกิน…
-
ตูบไม่ยอมกลับบ้าน ตื๊อแค่ไหนก็ไม่ไป ก่อนรู้ความจริงสะเทือนใจ
สาวเห็นตูบไม่ยอมออกจากบ้านคุณยาย ตื๊อยังไงก็ไม่กลับ ก่อนจะได้รับข่าวว่า ยายกำลังจะจากไปกลายเป็นเรื่องราวทั้งชวนอึ้งและเศร้า เมื่อ “ลอเรน ลีเบอร์มา” เล่าถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของ “ชาร์ลี” สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ของเธอ ที่ยืนอยู่หน้าบ้านคุณยายและไม่ยอมกลับไปด้วยกัน ทั้งที่ปกติจะเชื่อฟังเป็นอย่างดี ก่อนที่เธอจะได้รู้ความจริงเบื้องหลังพฤติกรรมนั้นลอเรนเล่าว่า วันเกิดเหตุเธอไปที่บ้านพ่อแม่เพื่อรับชาร์ลีกลับบ้าน แต่ครั้งนี้มันกลับดื้อผิดปกติ ไม่ว่าจะพยายามเรียกหรือเกลี้ยกล่อมแค่ไหน แม้จะเอาขนมโปรดมาล่อก็ยังไม่ยอมขยับ แถมสีหน้ายังดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัด จนเธอรู้สึกแปลกใจไม่นานหลังจากนั้น เธอได้รับแจ้งจากแม่ว่า คุณยายวัย 90 ปีได้เสียชีวิตแล้ว ทำให้เธอเริ่มเข้าใจว่า ชาร์ลีอาจรับรู้ได้ล่วงหน้าว่าคุณยายกำลังจะจากไป จึงอยากอยู่เป็นเพื่อนในช่วงเวลาสุดท้ายหลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น หลายคนบอกว่าสุนัขไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่คือสมาชิกในครอบครัว ขณะที่บางส่วนเชื่อว่าสุนัขอาจมีสัมผัสพิเศษบางอย่างขอบคุณที่มา newsweekเรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตูบไม่ยอมกลับบ้าน ตื๊อแค่ไหนก็ไม่ไป ก่อนรู้ความจริงสะเทือนใจติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th
-
มีสะดุ้ง! พิชาย เหน็บ ประเทศตกอยู่ในมือเด็กไม่รู้จักโต
พิชาย เหน็บแรง! ประเทศน่าห่วง เพราะอำนาจตกอยู่ในมือเด็กไม่รู้จักโตผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า รองศาสตราจารย์ ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณบดีอาจารย์ประจำหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา โดยระบุว่าสิ่งน่ากังวลคือยามนี้ประเทศตกอยู่ในมือของคนมีอำนาจที่เป็นเด็กไม่รู้จักโต ทั้งยังมีความคิดและพฤติกรรมคล้ายตัวตลก#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
ชัดแล้ว!! “ไทยช่วยไทย พลัส” (คนละครึ่งพลัส) ให้เดือนละเท่าไหร่ เริ่มใช้วันไหน??
"ไทยช่วยไทย พลัส" เริ่มลงทะเบียน พฤษภาคมนี้ ก่อนเริ่มใช้เดือนมิถุนายน เบื้องต้นกำหนดจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือนผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย.69 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” หรือ คนละครึ่งพลัส ว่า… จะเริ่มให้ลงทะเบียนภายในเดือนพฤษภาคมและเบื้องต้นกำหนดจะเริ่มใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ โดยรัฐบาลจะจ่ายร้อยละ 60 ส่วนประชาชนจ่ายร้อยละ 40 ซึ่งระบบและการจ่ายเงินจะผ่านแอปพลิเคชั่น ”เป๋าตัง“ เหมือนเดิมเบื้องต้นวางแผน จะจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน เพื่อช่วยเยียวยาค่าครองชีพที่สูงขึ้นให้กับประชาชน#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
‘ตร.บางขุนนนท์’ ยันกล้องวงจรปิดเสีย ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาผูกคอดับ ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
“พ.ต.อ.อุเทน ตั้งพิทักษ์เสมอ” ผกก.สน.บางขุนนนท์ พร้อมช่างกล้องวงจรปิด แถลงข้อเท็จจริงและชี้แจงกับครอบครัวของผู้ต้องหาที่เสียชีวิต จากเหตุผูกคอดับ พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายกรณี แม่ของผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าร้องเรียนกับเพจ "สายไหมต้องรอด" เพื่อขอความเป็นธรรม หลังคาใจลูกชาย ผูกคอตายในห้องขัง สน.บางขุนนนท์ เมื่อญาติขอดูกล้องวงจรปิด กลับไม่สามารถเปิดดูได้นั้นเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ สน.บางขุนนนท์ พ.ต.อ.อุเทน ตั้งพิทักษ์เสมอ ผกก.สน.บางขุนนนท์ พร้อมด้วย พ.ต.ท. สิวิด แก้วปลั่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางขุนนนท์ และนายอวยพร รักขวัญจิต ช่างกล้องวงจรปิด บริษัท เจ.อาร์.ออฟฟิต ออโตเมชั่น ตั้งโต๊ะแถลงข่าว เพื่อตอบข้อสงสัยของทางญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิต กรณีที่ผู้ต้องขังผู้คอตายในห้องขังโดย พ.ต.อ.อุเทน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 69 เวลา 23.28 น. ตำรวจสน.บางกอกน้อย ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด (ไอซ์) พร้อมของกลางยาเสพติด จำนวน 2 ถุง น้ำหนัก…
-
แม่อวดรูปลูกสาว 10 ขวบโตกว่าวัย แต่ชาวเน็ตแห่ทัก “เด็กป่วยรุนแรง” ดูไม่ออกจริงเหรอ?
เกือบซวยเพราะความภูมิใจ! แม่โพสต์อวดลูกสาว 10 ขวบ อุทาหรณ์แม่มองข้าม! นึกว่าลูกสาวหุ่นดี "ก้นงอน-หลังแอ่น" ภูมิใจเก่งสระผมเองได้ ที่แท้คือสัญญาณโรคร้ายที่ต้องรีบหาหมอกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล เมื่อคุณแม่รายหนึ่งโพสต์คลิปลูกสาวด้วยความภูมิใจที่ลูกเป็นเด็กดูแลตัวเองเก่ง แต่กลับเจอชาวเน็ตตาดีจับสังเกต "สรีระ" ที่ผิดปกติ จนกลายเป็นคำเตือนที่ทำให้คนเป็นแม่ถึงกับจุก!นึกว่าจะโดนชม ที่ไหนได้โดนทักเรื่อง "โรค"เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคุณแม่รายหนึ่งในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน ได้โพสต์คลิปลูกสาววัย 10 ขวบขณะกำลังยืนเป่าผมในห้องน้ำ พร้อมระบุข้อความด้วยความภูมิใจว่า ลูกสาวคนนี้เก่งมาก สามารถอาบน้ำสระผมเองได้ตั้งแต่อยู่ชั้น ป.1 เธอรู้สึกปลื้มใจที่ลูกเป็นเด็กหัวไวและดูแลตัวเองได้ดีแต่หลังจากโพสต์คลิปไป แทนที่ชาวเน็ตจะเข้ามาชื่นชมความเก่งของหนูน้อย กลับมีคอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาด้วยความกังวลและตั้งคำถามว่า "คุณแม่ไม่สังเกตท่าทางลูกบ้างเลยเหรอ?"ท่าทาง "ก้นงอน-พุงยื่น" ที่แม่นึกว่าสวย… ที่แท้คืออาการป่วย!ชาวเน็ตสังเกตเห็นว่าขณะที่เด็กหญิงยืนอยู่นั้น ช่วงหน้าท้องของเธอโย้มาด้านหน้ามากผิดปกติ ในขณะที่ช่วงสะโพกงอนไปด้านหลังจนผิดธรรมชาติ บางคอมเมนต์ถึงขั้นบอกว่า "งอนจนแทบจะวางขวดน้ำบนก้นได้เลย"หลายคนเตือนว่านี่ไม่ใช่สรีระ "ทรงนาฬิกาทราย" ที่สวยงาม แต่คือสัญญาณเตือนของโรค ภาวะกระดูกเชิงกรานหมุนมาทางด้านหน้า (Anterior Pelvic Tilt) ซึ่งดูจากในคลิปแล้วเข้าข่ายขั้นรุนแรงที่ต้องรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยด่วน ก่อนที่จะส่งผลเสียต่อกระดูกสันหลังและบุคลิกภาพในระยะยาวบทเรียนราคาแพง: อย่าละเลยความผิดปกติของลูกเรื่องนี้ทำให้หลายคนนึกถึงเคสโด่งดังในอดีตที่ชาวเน็ตเคยช่วยชีวิตเด็กมาแล้ว เช่น เคส "ดวงตาพระอาทิตย์ตก" (Sunset Eyes) ที่ชาวเน็ตทักจนแม่พาไปตรวจและพบว่าเป็นโรคไฮโดรเซฟาลัส (น้ำไขสันหลังในโพรงสมองมากผิดปกติ)อย่างไรก็ตาม ในเคสของเด็กหญิง 10 ขวบรายนี้…
-
ดับก่อนรับปริญญา “น้องเมย์” อีก 4 วันจะแจ้งจบการศึกษาแล้วแท้ๆ
จากกรณีการจากไปอย่างกะทันหันของ นางสาวณัฐพัชร์ ลิ่วหล่อตระกูล หรือ “เมย์น้อย” ผู้ช่วยเลขานุการสภานิสิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประจำปีการศึกษา 2568เมย์น้อยประสบอุบัติเหตุรถยนต์ส่วนบุคคลเสียหลัก พุ่งตกถนนก่อนชนต้นไม้ บริเวณฝั่งขาออกนครราชสีมา มุ่งหน้าจังหวัดขอนแก่น ในพื้นที่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ส่งผลให้รถพลิกคว่ำและได้รับความเสียหายอย่างหนักเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า อุบัติเหตุอาจเกิดจากอาการอ่อนเพลียหรือหลับใน เนื่องจากเป็นช่วงเช้ามืด ทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมรถได้ จนนำไปสู่การสูญเสียในครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความสะเทือนใจ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคนรู้จักของเมย์น้อย ออกมาโพสต์อาลัย ระบุว่า “RIP… อีก 4 วัน หนูก็จะแจ้งจบการศึกษา รอรับปริญญาแล้วคนสวย แม่ขอให้หนูเดินทางในภพใหม่อย่างสวยงามนะคะเมย์น้อย” พร้อมระบุว่าเป็นตัวแทนจากสโมสรนิสิตคณะพลศึกษา รุ่น 67การจากไปของเมย์น้อยในช่วงเวลาที่กำลังจะก้าวสู่ความสำเร็จในชีวิต สร้างความอาลัยอย่างสุดซึ้งให้กับเพื่อนนิสิต คณาจารย์ และผู้ที่รู้จักทุกคนเป็นอย่างยิ่ง
-
กองทัพบกสหรัฐฯ ผลักดันหุ่นยนต์อัตโนมัติปฏิบัติภารกิจส่งกำลังบำรุงและอพยพผู้บาดเจ็บในเขตสู้รบ
กองทัพบกสหรัฐฯ ผลักดันหุ่นยนต์อัตโนมัติปฏิบัติภารกิจส่งกำลังบำรุงและอพยพผู้บาดเจ็บในเขตสู้รบกองทัพบกสหรัฐอเมริกา (U.S. Army) กำลังเร่งผลักดันการใช้ยานยนต์ภาคพื้นดินไร้คนขับ (UGV) หรือหุ่นยนต์อัตโนมัติ เพื่อทดแทนการใช้กำลังพลในปฏิบัติการที่อันตรายที่สุดบริเวณแนวหน้า ซึ่งได้แก่การขนส่งเสบียงและการอพยพทหารที่ได้รับบาดเจ็บในปัจจุบัน โดรนของฝ่ายตรงข้ามได้ขยายขีดความสามารถทั้งในด้านการสอดแนมและการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภัยคุกคามจากปืนใหญ่และพลซุ่มยิง ทำให้การเคลื่อนที่ของกำลังพลแม้ในระยะทางสั้นๆ กลายเป็นความเสี่ยงอย่างมหาศาลกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า สภาพแวดล้อมการรบในปัจจุบันถูกเฝ้าระวังจากศัตรูอยู่ตลอดเวลา ทำให้พื้นที่แนวหน้ามีความเปราะบางสูงมาก และกลายเป็นจุดบอดและอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้บังคับบัญชาในการส่งเสบียงอาหาร เครื่องกระสุน อุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนการเข้าไปอพยพผู้บาดเจ็บและเพื่อแก้ปัญหานี้ กองทัพบกสหรัฐฯ จึงได้ประกาศค้นหาแพลตฟอร์มหุ่นยนต์จากบริษัทต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติแบบทูอินวัน (Dual-role) ซึ่งสามารถใช้งานสลับกันระหว่างการลากจูงเสบียงและการอพยพผู้บาดเจ็บได้อย่างรวดเร็วโดยพึ่งพาการปรับแต่งเพียงเล็กน้อยในด้านการส่งกำลังบำรุง ยานพาหนะนี้จะต้องมีขีดความสามารถในการบรรทุกสิ่งของที่เพียงพอสำหรับรักษาสภาพความพร้อมรบของหมวดปืนเล็กและกองบัญชาการกองร้อยส่วนในโหมดอพยพทหารบาดเจ็บ ความยืดหยุ่นถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยหุ่นยนต์จะต้องสามารถบรรทุกทหารผู้บาดเจ็บได้อย่างน้อย 2 นาย จากจุดเกิดเหตุไปยังจุดรวมพลที่กำหนดไว้ โดยจะต้องไม่ทำให้อาการบาดเจ็บของทหารรุนแรงขึ้นกว่าเดิมหุ่นยนต์ดังกล่าวจะต้องทำงานได้ด้วยการควบคุมจากมนุษย์เพียงเล็กน้อย โดยระบบต้องรองรับการควบคุมระยะไกล (Teleoperation) การนำทางแบบอัตโนมัติ (Autonomous navigation) และการสื่อสารนอกระยะสายตา (Beyond-line-of-sight)นอกจากนี้ยังต้องสามารถเดินทางได้ทั้งบนถนนและเส้นทางออฟโรด รวมถึงในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณ GPS อีกทั้งยังต้องสามารถพรางตัวและลดการปล่อยสัญญาณตรวจจับ (Signatures and emissions) ให้น้อยที่สุด เพื่อหลบหลีกการจับตาของศัตรูในขณะเข้าประชิดหน่วยรบโครงการนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการเดิมอย่าง Small Multipurpose Equipment Transport (S-MET) และระบบหุ่นยนต์ Hunter…
-
NASA เปิดภาพ “ธารน้ำแข็งต่างดาว” เผยต้นกำเนิดน้ำในเอกภพ
NASA เปิดภาพ “ธารน้ำแข็งต่างดาว” เผยต้นกำเนิดน้ำในเอกภพนาซาเปิดภาพถ่ายใหม่ล่าสุดจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ SPHEREx เผยให้เห็นพื้นที่คาดว่าจะเป็นแหล่งกักเก็บน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ทอดยาวผ่านหนึ่งในบริเวณก่อกำเนิดดาวฤกษ์ที่ปั่นป่วนที่สุดในกาแล็กซีทางช้างเผือกการค้นพบที่สำคัญนี้เป็นเสมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นว่า แท้จริงแล้วน้ำส่วนใหญ่ในเอกภพ รวมถึงน้ำในมหาสมุทรบนโลกของเรา อาจมีจุดเริ่มต้นและถูกกักเก็บไว้ที่ใดโดยข้อมูลจากการสำรวจในปี 2025 ที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยนี้ ได้ทำแผนที่ของวัสดุที่เย็นจัดเป็นน้ำแข็งในพื้นที่ที่เรียกว่า "Cygnus X" ซึ่งเป็นกลุ่มเมฆก๊าซและฝุ่นหนาแน่นขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งกำเนิดของดาวฤกษ์ดวงใหม่จำนวนมากนักวิทยาศาสตร์พบว่าแหล่งกักเก็บน้ำแข็งเหล่านี้ประกอบไปด้วยโมเลกุลที่สำคัญยิ่ง เช่น น้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบทางเคมีพื้นฐานที่อาจนำไปสู่การก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตได้ฟิล คอร์นกัต (Phil Korngut) นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการ SPHEREx จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (Caltech) อธิบายว่า "โครงสร้างเยือกแข็งอันกว้างใหญ่เหล่านี้เปรียบได้กับธารน้ำแข็งต่างดาว (Interstellar glaciers) ซึ่งมีศักยภาพในการส่งต่อน้ำปริมาณมหาศาลให้กับระบบสุริยะเกิดใหม่ในบริเวณดังกล่าวการค้นพบนี้ยังตอกย้ำแนวคิดที่ว่า น้ำแข็งในอวกาศจะเกาะตัวอยู่บนอนุภาคฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วที่เล็กพอ ๆ กับอนุภาคในควันเทียน และเป็นแหล่งที่มาสำคัญของน้ำในเอกภพ และคาดว่ากระบวนการก่อตัวและกักเก็บน้ำแข็งเหล่านี้เองที่ถูกเชื่อว่าเป็นตัวช่วยเพาะพันธุ์น้ำให้กับระบบดาวเคราะห์ รวมถึงดาวหางและโลกของเราก่อนหน้านี้ทีมผู้วิจัยคาดหวังว่าจะพบน้ำแข็งเหล่านี้เฉพาะบริเวณด้านหน้าของดาวฤกษ์ที่สว่างจ้า ซึ่งแสงของดาวจะทำหน้าที่เหมือนไฟส่องสว่างให้เห็นวัตถุที่ขวางกั้นอยู่เท่านั้น แต่โจเซฟ โฮรา (Joseph Hora) หัวหน้าทีมวิจัยจาก Center for Astrophysics (CfA) กล่าวว่าสิ่งที่พวกเขาพบกลับแตกต่างออกไปโดยกล้อง SPHEREx สามารถจับภาพแสงพื้นหลังที่กระจายผ่านพื้นที่กลุ่มเมฆฝุ่นตามแนวระนาบของกาแล็กซีได้สำเร็จ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมองเห็นการกระจายตัวของน้ำแข็งในอวกาศได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนอย่างน่าเหลือเชื่อนอกจากนี้ การศึกษายังพบว่าน้ำแข็งไม่ได้กระจายตัวอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่จะไปกระจุกตัวรวมกันหนาแน่นในบริเวณที่ฝุ่นอวกาศมีความหนาแน่นที่สุด กลุ่มฝุ่นที่หนาแน่นเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยบล็อกรังสีอัลตราไวโอเลตอันรุนแรงจากดาวฤกษ์เกิดใหม่…
Got any book recommendations?