Mindblown: a blog about philosophy.

  • เปิดดวง 3 ราศี การเงินพุ่งสุดในช่วงนี้ มีเกณฑ์ได้เงินก้อนใหญ่

    ในช่วงนี้มี 3 ราศีที่ดวงการเงินโดดเด่นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การลงทุน หรือโชคลาภ ต่างมีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด1. ราศีพฤษภช่วงนี้การเงินเริ่มคล่องตัวมากขึ้น งานที่ทำเริ่มเห็นผลกำไร หรือมีโอกาสได้เงินก้อนจากความพยายามที่ผ่านมา คนที่ทำธุรกิจหรือค้าขายมีเกณฑ์ยอดพุ่ง ลูกค้าเข้าหาไม่ขาดสาย2. ราศีสิงห์ดวงการเงินมาแรงแบบไม่ธรรมดา มีเกณฑ์ได้รับโอกาสใหม่ ๆ ที่สร้างรายได้เพิ่ม อาจมีคนช่วยเหลือ สนับสนุน หรือหยิบยื่นโอกาสดี ๆ มาให้ ทำให้เงินไหลเข้าหลายทาง3. ราศีมังกรเป็นช่วงที่ดวงโชคลาภเปิด มีโอกาสได้เงินแบบฟลุค ๆ หรือรายได้พิเศษเข้ามาโดยไม่คาดคิด รวมถึงการลงทุนที่เริ่มเห็นผลตอบแทนชัดเจนขึ้น

  • ไขข้อสงสัย : ทำไมแฟนบอลอังกฤษหลายทีมไม่ชอบแฟนบอลอาร์เซน่อล?

    เจาะลึกพฤติกรรมบนโลกโซเชียลและประวัติศาสตร์ความเกรียนที่ทำให้ แฟนบอลอาร์เซน่อล ถูกจับตามองเขาว่ากันว่าความเกลียดชังมักจะเป็นเงาตามตัวของความสำเร็จเราเห็นมันเกิดขึ้นกับยุคสมัยของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด หรือการก้าวขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่ของ แมนฯ ซิตี้แต่ในปัจจุบัน มีปรากฏการณ์หนึ่งที่ดูจะ "ย้อนแย้ง" และน่าสนใจกว่านั้นเมื่อทีมที่ห่างหายจากแชมป์ลีกมานานกว่า 20 ปีอย่าง "อาร์เซน่อล" กลับก้าวขึ้นมาครองตำแหน่ง "ทีมที่แฟนบอลเกลียดที่สุด" จากผลสำรวจล่าสุดหากมองเพียงผิวเผิน เราอาจสรุปง่าย ๆ ว่าเป็นเพราะพวกเขา "กลับมาเก่ง" จนเป็นภัยคุกคามแต่หากวิเคราะห์ดูดี ๆ เราจะพบว่ารากเหง้าของความเกลียดชังนี้มีมิติที่ซับซ้อน ทั้งในเชิงจิตวิทยา ประวัติศาสตร์ และพฤติกรรมบนโลกดิจิทัลติดตามเรื่องนี้ไปพร้อมกันกับ Siamsportความมั่นใจที่ (คนอื่นมองว่า) ไร้ที่มา หนึ่งในเหตุผลหลักที่ถูกยกขึ้นมาบ่อยที่สุดคือ "Main Character Syndrome"อธิบายง่าย ๆ คือ อาการคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกของเรื่อง จนแฟนทีมคู่แข่งมักตั้งคำถามว่า ความมั่นใจและท่าทางที่ดู "ยโส" ของกูนเนอร์สนั้นมาจากไหน?ในเมื่อตู้โชว์แชมป์ พรีเมียร์ลีก ของพวกเขาเริ่มจะมีฝุ่นเกาะมานานถึงสองทศวรรษขณะที่แฟน ลิเวอร์พูล หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะอ้างอิงความภูมิใจจากความสำเร็จล่าสุดหรือประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้แต่ แฟนอาร์เซน่อล กลับมี "The Invincibles…

  • ประกาศแล้ว! เตือนภัยฉบับที่ 11 พายุฤดูร้อนฝนถล่มหนัก เปิดพื้นที่เสี่ยงสูงโดนเต็มๆ เย็นนี้

    ออกประกาศเตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 11 ครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทยตอนบน เตือนฝนถล่ม ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ฟ้าผ่า เสี่ยงกระทบหลายภาค รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีผลถึงวันที่ 20 เมษายนนี้วันที่ 19 เมษายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 11 ครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทยตอนบน เตือนฝนถล่ม ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ฟ้าผ่า เสี่ยงกระทบหลายภาค รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีผลถึงวันที่ 20 เมษายนนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฉบับที่ 11 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 เมษายน 2569 โดยระบุว่า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีลักษณะเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ฝนตกหนัก และอาจมีฟ้าผ่าบางพื้นที่เนื่องจากลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และอ่าวไทยตอนบน ประกอบกับประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง…

  • ไม่เกิน มิ.ย.69 !! ชี้ชะตาอนุทิน อยู่หรือไป

    เต้ มงคลกิตติ์ คาด! ถ้าอนุทินเป็นนายกต่อ สารพัดม็อบจะล้อมทำเนียบ เนปาลโมเดลผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าคาดการณ์พ.ค.-มิ.ย.69 ชี้ชะตา อนุทิน จะอยู่หรือไปถ้าอยู่ สารพัดม๊อบล้อมทำเนียบ บ้านเมืองลุกเป็นไฟ เนปาน โมเดล จะมาถ้าไม่อยู่ จะสงบ ก็จะมีนายกฯ ตาม รธน สักระยะนึง มาเพื่อประคองประเทศ ส่วนรูปแบบ การเลือกตั้งแบบซื้อเสียง แทบจะหมดไป เหลือแค่ไม่เกิน 20%บ้านเมืองจะดีขึ้น#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

  • ใครคือเบอร์ 1 ยุโรป! “ยูฟ่า” ประกาศอันดับสโมสรยอดเยี่ยม ประจำเดือนเมษายน

    การแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรป ฤดูกาล 2025-26 ใกล้ปิดฉากลงหลังเดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ ทั้ง 3 รายการ ประกอบด้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีกการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรป ฤดูกาล 2025-26 ใกล้ปิดฉากลงหลังเดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ ทั้ง 3 รายการ ประกอบด้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีกuefd2โดยล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ประกาศอันดับสโมสรประจำเดือนเมษายน 2569 คิดจากค่าสัมประสิทธิ์ของแต่ละสโมสรในการลงเล่นทั้ง 3 รายการ (ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก) ในช่วง 5 ฤดูกาลหลังสุดuefd5ปรากฎว่า "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ทีมแกร่งจากเยอรมนี คือเบอร์ 1…

  • เปิดผลทดสอบ Google ใช้ AI ช่วยค้นหา เจอข้อมูลผิดนับล้านครั้ง

    [น้อยแต่มาก] อาจฟังดูดีที่ผลการค้นหาด้วย AI Search ของ Google นั้น มีความแม่นยำถูกต้องถึง 90% ผิดเพียง 10% เท่านั้น ทว่า Google มียอดค้นหามากกว่า 5 ล้านล้านครั้งต่อปี ตัวเลขเพียง 10% ก็หมายถึงคำตอบที่ผิดพลาดนับล้านจาก AI Searchรายงานจาก The New York Times เผยข้อมูลจาก Oumi บริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI ที่ได้ลองทดสอบ AI Search ของ Google ดูว่าการใช้ ‘Gemini’ ช่วยค้นหาข้อมูลนั้น มีความถูกต้องมากน้อยแค่ไหน โดยใช้ SimpleQA ซึ่งเป็น Benchmark หรือตัววัดประสิทธิภาพแล้วตีเป็นคะแนนสำหรับ Generative AI โดยเฉพาะหลังจากทดสอบการค้นหาด้วย AI ใน Google ทั้งหมด 4,326 ครั้ง พบผู้ช่วย AI…

  • กดดัน 3 บิ๊กเทค เปิดข้อมูลการใช้พลังงาน ระบายความร้อนศูนย์ข้อมูล AI

    [สีเขียวไหม ?] เป็นที่ทราบกันดีว่า ศูนย์ข้อมูล AI ใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล และยังใช้น้ำช่วยระบายความร้อนที่มหาศาลด้วยเช่นกัน แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะถูกปล่อยผ่านมานานอย่างน่าแปลกใจ จนล่าสุดก็มีกลุ่มนักลงทุนได้รุมถามเรื่องนี้กับ Amazon , Microsoft และ Google จ่อให้เปิดข้อมูลการใช้น้ำกับไฟฟ้าอย่างละเอียดโดยไวมีรายงานว่ากลุ่มนักลงทุนมากกว่าสิบราย กำลังกดดันทั้ง Amazon , Microsoft และ Google (บริษัทในเครือ Alphabet) สามบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเจ้าของศูนย์ข้อมูล AI หลายแห่งนี้เอง โดยได้ยื่นญัตติเพื่อเรียกร้องความโปร่งใสก่อนการประชุมประจำปีนี้ ถึงการใช้งานทั้งน้ำและพลังงานแก่ศูนย์ข้อมูลในรายพื้นที่แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ทั้ง 3 บริษัท เพิ่งพับแผนตั้งศูนย์ข้อมูลมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ฯ ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง อันเนื่องมาจากการต่อต้านจากชุมชนในพื้นที่ ที่ไม่พอใจในการตั้งศูนย์ข้อมูล AI จนเป็นเหตุให้ค่าไฟในพื้นที่แพงขึ้น และสร้างผลกระทบด้านพลังงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดูได้จากสถิติของศูนย์ข้อมูลในแถบอเมริกาเหนือ ที่บริษัทวิจัยตลาด Mordor Intelligence เผยเลยว่า “พบการใช้น้ำเกือบ 1 ล้านล้านลิตรในปี 2025”มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท นับเป็นส่วนหนึ่งในการลงทุน โดยทาง Andrea Ranger ผู้อำนวยการฝ่ายผู้ถือหุ้นสัมพันธ์ของ Trillium…

  • ตื่นขึ้นมากลางดึก “ห้ามทำ 3 ข้อ” พลาดนิดเดียวระบบการนอนพัง นาฬิกาชีวิตรวน

    ตื่นขึ้นมากลางดึก ตื่นขึ้นมากลางดึก "ห้ามทำ 3 ข้อ" พลาดนิดเดียวระบบการนอนพัง นาฬิกาชีวิตรวนไปอีกหลายวันในยุคที่ผู้คนมีความเครียดสะสม การตื่นขึ้นมากลางดึกโดยไม่ทราบสาเหตุกลายเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อย ล่าสุดบนแพลตฟอร์มเวยป๋อ (Weibo) ได้มีการพูดถึงประเด็น "ตื่นกลางดึกอย่าดูเวลา" ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก หลายคนแชร์ประสบการณ์ตรงว่า หากเผลอเช็กเวลาตอนตื่นกลางดึก สมองจะจดจำและตั้งนาฬิกาปลุกในตัว ทำให้ตื่นขึ้นมาในเวลาเดิมซ้ำๆ ติดกันหลายวันผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ออกมาเตือนว่า พฤติกรรมการดูเวลาเมื่อตื่นกลางดึกไม่เพียงแต่เป็นการรับแสงสีเขียวที่ยับยั้งเมลาโทนินเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้เกิดความเครียดทางจิตใจ โดยเฉพาะการตกอยู่ในวงจรความกังวลที่ต้อง "คำนวณเวลานอนที่เหลืออยู่" ซึ่งส่งผลเสียต่อคุณภาพการนอนในระยะยาวผลกระทบของแสงและความเครียดต่อนาฬิกาชีวิตสำนักข่าวซินหัว (Xinhua) รายงานข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับในจีนระบุว่า แสงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือนาฬิกาดิจิทัลจะรบกวนนาฬิกาชีวภาพที่ควบคุมการนอนหลับโดยตรง เนื่องจากความมืดและแสงสว่างเป็นตัวแปรสำคัญที่ร่างกายใช้สลับโหมดระหว่างการตื่นและการนอน แม้จะเป็นการมองเพียงแวบเดียว แสงจะส่งสัญญาณไปยังสมองให้ลดการหลั่งสารที่ช่วยในการนอนหลับ ทำให้หลับต่อได้ยากขึ้นนอกจากนี้ เมื่อสมองรับรู้ข้อมูลเวลา จะเกิดความรู้สึกกดดันและตื่นตัว ส่งผลให้ระดับคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดพุ่งสูงขึ้น ทำให้สมองทำงานหนักเกินไปและไม่สามารถเข้าสู่สภาวะพักผ่อนได้อย่างที่ควรจะเป็นกลไกการสร้างนิสัย "ตื่นเวลาเดิม" ทุกคืนดร. เนรินา รามลักขัณ (Dr. Nerina Ramlakhan) นักสรีรวิทยาชาวอังกฤษ อธิบายว่าการตื่นกลางดึกเป็นปรากฏการณ์ทางสรีรวิทยาปกติ แต่สำหรับกลุ่มคนที่อ่อนไหวง่าย การดูเวลาจะไปกระตุ้นกลไกการคำนวณของสมอง ทำให้เริ่มกังวลว่าเหลือเวลานอนอีกเท่าไหร่การชี้นำทางจิตใจในแง่ลบนี้จะไปกระตุ้นการหลั่งคอร์ติซอลล่วงหน้า ซึ่งปกติควรจะหลั่งก่อนเวลาตื่นจริงประมาณ 2-3 ชั่วโมง ส่งผลให้จังหวะเซอร์คาเดียน (Circadian Rhythm) หรือนาฬิกาชีวิตรวน…

  • “นภันต์ เสวิกุล” ข้องใจคลิปปราศรัย “ไม่อยู่ใต้ไทย?” เตือนสติไม่มีแผ่นดินอยู่สุขสบายเท่านี้ ถามกลับแยกไปเป็น “ปาตานี” จะคบใคร?

    "นภันต์ เสวิกุล" ข้องใจคลิปปราศรัย "ไม่อยู่ใต้ไทย?" เตือนสติไม่มีแผ่นดินอยู่สุขสบายเท่านี้ ถามกลับแยกไปเป็น "ปาตานี" จะคบใคร?สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก "ปราชญ์ สามสี" โพสต์คลิปตั้งคำถามแรงว่านี่มันเวทีวัฒนธรรมหรือเวทีการเมืองกันแน่? เพราะในคลิปที่มีการจัดงานกันในต่างแดน มีการประกาศกร้าวกลางเวทีว่า "จะไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองของไทย" นี่ไม่ใช่แค่ประเด็นธรรมดา แต่มันคือการขยับหมากตาใหม่ที่ล้ำลึกกว่าเดิม จากที่เคยมองว่าต้องใช้อาวุธเข้าปะทะ ตอนนี้เขาหันมาใช้ "ซอฟต์พาวเวอร์" ทางอัตลักษณ์แทนแล้ว มีการปลุกเร้าให้วัยรุ่นใส่ชุดมลายู ภูมิใจในรากเหง้า และผลักดันให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเรียนกฎหมายและการเมืองในกรุงเทพฯ เพื่อนำกลับไปเป็นเครื่องมือต่อสู้กับรัฐด้วยข้อกฎหมาย สิ่งที่น่ากังวลคือ รัฐไทยอาจจะกำลังก้าวตามเกมนี้ไม่ทัน ในขณะที่ภาครัฐยังคงแก้ปัญหาในกรอบเดิมๆ แต่ฝั่งนั้นใช้ความรู้สึก ความเชื่อ และศิลปวัฒนธรรมมาหล่อหลอมวัยรุ่น การใช้อัตลักษณ์มาเป็นอาวุธทรงพลังกว่าปืuหลายเท่า เพราะมันฝังรากลึกลงไปในใจคน สร้างความรู้สึกแปลกแยกอย่างแนบเนียนโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ หากคนรุ่นใหม่ถูกปลูกฝังด้วยชุดความคิดที่ว่า "เราแพ้มาตลอดแต่เราไม่ได้อ่อนแอ" ต่อไปในอนาคต ความขัดแย้งจะไม่ได้อยู่แค่ที่ชายแดน แต่มันจะกลายเป็นสงครามความคิดที่รับมือยากที่สุด ล่าสุดวันนี้ (19 เม.ย.) เฟซบุ๊ก นภันต์ เสวิกุล ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ไม่อยู่ใต้ไทย?!??? .. บอกให้นะ ในฐานะคนไทย…

  • ฟังเหตุผล ไมเคิ่ล คาร์ริค ยกนิ้วชม เอย์เดน เฮฟเว่น ช่วย แมนยู บุกสยบ เชลซี

    ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือรักษาการ แมนยู ออกโรงชม เอย์เดน เฮฟเว่น ปราการหลังดาวรุ่งที่ถูกส่งลงสนามท่ามกลางสภาวะวิกฤตแนวรับ แล้วสามารถโชว์ฟอร์มสุดนิ่งพาทีมเก็บคลีนชีตบุกชนะ เชลซี 1-0แมนยูไนเต็ด ต้องเจอกับมรสุมตำแหน่งแนวรับอย่างหนักก่อนเกมเยือน สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อทั้ง มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ และ เลนี่ โยโร่ บาดเจ็บ ขณะที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กับ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ติดโทษแบน ทำให้ เอย์เดน เฮฟเว่น ได้รับโอกาสออกสตาร์ทตัวจริงครั้งแรกในรอบกว่า 3 เดือน โดยจับคู่กับ นูสแซร์ มาสซาราวี ที่ต้องหุบมายืนเป็นเซนเตอร์จำเป็นไมเคิ่ล คาร์ริค เผยหลังจบเกมว่าสิ่งที่เขาประทับใจในตัว เฮฟเว่น มากที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องฝีเท้า แต่เป็นทัศนคติและความพร้อมแม้จะไม่ได้ลงเล่นสม่ำเสมอในช่วงหลัง"ในฐานะนักเตะดาวรุ่งที่ไม่ได้ลงเล่นมานานต้องให้เครดิตเขาเต็ม ๆ การต้องมาเจอสภาพแวดล้อมที่กดดันแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย" คาร์ริค กล่าว"เราสอนนักเตะดาวรุ่งอยู่เสมอเรื่องการซ้อมและดูแลตัวเองให้พร้อม เพราะคุณไม่มีทางรู้ว่าโอกาสจะมาเมื่อไหร่”“เขาอาจไม่คิดว่ามันจะมาถึงตอนนี้ แต่เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาพร้อม และคว้ามันไว้อย่างสง่างาม"นอกจากนี้ คาร์ริค ยังเผยว่าเขาต้องปรับแผนกะทันหันในช่วงท้ายสัปดาห์หลังจาก โยโร่…

Got any book recommendations?