Mindblown: a blog about philosophy.
-
ครม. นัดพิเศษ จ่อตั้งกุนซือนายกฯ 3 คน “วันนอร์-อรรถพล-เพิ่มพูน” พร้อมตั้ง “รัชดา” นั่งโฆษกรัฐบาล
วันที่ 6 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษค่ำวันที่ 6 เม.ย. นอกจากจะมีการวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ที่จะมีการแถลงระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย. และเรื่องการตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่แล้ว ยังจะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมืองด้วย ประกอบด้วย ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และอดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีต รมว. ศึกษาธิการ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ในครม.อนุทิน 1 นอกจากนี้ จะมีการแต่งตั้ง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย
-
สิ่งศักดิ์สิทธิ์หนุนดวง 2 ราศี จากนี้ไปมีแต่รุ่ง หลังทนทุกข์มานาน
ดวงพลิก สิ่งศักดิ์สิทธิ์หนุนดวง 2 ราศี (มีน-กุมภ์) จังหวะทองเริ่ม 20 มี.ค. – 31 พ.ค. นี้ พลิกร้ายกลายดีหลังทนทุกข์มานาน เตรียมพิชิตความซวยและรับโชคใหญ่ที่นี่สิ่งศักดิ์สิทธิ์หนุนดวง 2 ราศี จากนี้ไปมีแต่รุ่ง หลังทนทุกข์มานานสิ่งศักดิ์สิทธิ์หนุนดวง 2 ราศี จากนี้ไปมีแต่รุ่ง หลังทนทุกข์มานานราศีมีน & ราศีกุมภ์ในช่วงนี้คือ "จังหวะทองของชีวิต พิชิตความซวย"คำว่าจังหวะทองหมายถึงโอกาสดี แต่พิชิตความซวยหมายความว่าต้องเผชิญเคราะห์มาก่อนทั้ง 2 ราศีนี้ หากเผชิญปัญหามาก่อนหน้านี้หรือขณะนี้ยังติดขัดอยู่ "อย่ากลัว"ในเวลานี้ ชาวราศีมีน มีดาวเสาร์กับดาวอังคารโคจรทับดวงชะตา ซึ่งแปลว่าอาจมีอุบัติเหตุ เภทภัย หรือปัญหาเข้ามาแทรก แต่ไม่ต้องกังวล เพราะในช่วงวันที่ 20 มี.ค. – 31 พ.ค. ทุกอย่างจะพลิกร้ายกลายดีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หนุนดวง 2 ราศี จากนี้ไปมีแต่รุ่ง หลังทนทุกข์มานานส่วน ราศีกุมภ์ มีดาวราหูซึ่งเป็นดาวประจำตัว ปัจจุบันดาวราหูเป็นเทวีโชค (หรือทศาธิบดี ตามบริบท) แปลว่าความมั่นคง และยังโคจรร่วมกับดาวเกตุซึ่งเป็นดาววิญญาณหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์…
-
ครม.นัดพิเศษ จ่อตั้งกุนซือนายกฯ 3 คน “วันนอร์-อรรถพล-เพิ่มพูน” พร้อมตั้ง “รัชดา” นั่งโฆษกรัฐบาล
ครม.นัดพิเศษ จ่อตั้ง กุนซือนายกฯ 3 คน “วันนอร์-อรรถพล-เพิ่มพูน” พร้อมตั้ง “รัชดา” นั่งโฆษกรัฐบาลวันที่ 6 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษค่ำวันที่ 6 เม.ย.นอกจากจะมีการวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ที่จะมีการแถลงระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย. และเรื่องการตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่แล้ว ยังจะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมืองด้วย ประกอบด้วย ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และอดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ในครม.อนุทิน 1 นอกจากนี้ จะมีการแต่งตั้ง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย
-
ดราม่า เรือบรรทุกน้ำมัน กลางทะเล กองทัพเรือ แจง เป็นแท่นขุดเจาะน้ำมัน
กองทัพเรือ ชี้แจง ดราม่า เรือบรรทุกน้ำมัน กลางทะเล เป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน ที่เห็นเป็นแท่นผลิตพลังงานและเรือขนส่งเฉพาะกิจ – ไม่ใช่สถานีเติมเชิงพาณิชย์ข่าวประเด็นร้อน กรณี ดราม่า เรือบรรทุกน้ำมัน กลางทะเล โดย กองทัพเรือ ได้มีการชี้แจงว่า พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรณีภาพจากระบบติดตามเรือทางทะเล (AIS) ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็น “เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากลอยลำรวมตัวกันกลางทะเลอย่างผิดปกติ” จนอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคมนั้น กองทัพเรือ ในฐานะหน่วยงานหลักหน่วยหนึ่งในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ขอเรียนชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นการแสดงผลจากระบบ AIS (Automatic Identification System) หรือ UAIS (Universal Automatic Identification System) ซึ่งเป็นระบบแสดงตนอัตโนมัติของเรือและวัตถุทางทะเล ใช้เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ภายใต้ข้อกำหนดของ International Maritime Organization (IMO)จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า จุดที่ถูกเข้าใจว่าเป็นการรวมตัวของเรือบรรทุกน้ำมันนั้น แท้จริงคือ แท่นผลิตพลังงานในทะเล (Offshore Energy…
-
“คารม” โผล่ภูมิใจไทย “อนุทิน” ทักกลับมาแล้วหรอ เจ้าตัวยิ้มรับ
วันที่ 6 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคารม พลพรกลาง อดีตผู้สมัครสส. เขต 6 ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชารัฐ อและอดีต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โควตาพรรคภูมิใจไทย เดินทางมายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เนื่องในโอกาสวันทำบุญครบรอบวันเกิดพรรค “ก้าวสู่ปีที่ 18" ระหว่างนั้น ได้พบกับนายอนุทิน ชาญวรีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยโดยนายคารม ได้เข้าไปไหว้ นายอนุทิน ทำให้นายกฯ ทักทายกลับว่า “กลับมาแล้วหรอ” ซึ่งนายคารม ได้ยิ้มตอบรับและเดินตามนายกฯ ไปยังร้านกาแฟอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ในช่วงเลือกตั้ง นายคารม ไม่ได้ถูกเลือกให้เป็นผู้สมัครสส. ของพรรคภูมิใจไทย และทำให้เกิดการน้อยใจ และโพสต์ข้อความตำหนิพรรค และย้ายไปสังกัดและลงสมัครสส. ในนามของพรรคพลังประชารัฐ
-
“เอ เบญจวรรณ” คลอดลูกแล้วในวัน 4.4
เฝ้ารอคอยกันมาพักใหญ่ และแล้ว "เอ-เบญจวรรณ บวรวิศิษฎ์กุล" เพื่อนสาวสุดซี้ของ "อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ" ก็คลอดลูกแล้ว กับหนุ่มตี๋หน้าตาอินเตอร์ "หมิง-อินทนนท์ จิราวณิชานันท์” นักธุรกิจพันล้านเจ้าของแบรนด์ “พอร์ค แมทเตอร์ (Pork Matters) และฟาร์มหมูไฮเอนด์ของไทย โดยคลอดในวันที่ 4 เดือน 4 หรือนัมเบอร์ยอดฮิตที่หลายคนชอบใช้กัน 4.4 นั่นเอง นับเป็นลูกคนที่ 5 ของสาวเอแล้ว พร้อมกันนี้สาวเอยังได้โพสต์ข้อความลงโซเชียลมีใจความว่า ….อาตี๋มาแล้วคับ 4.4 (รูปม้า) ป่าป้า ม่าม้า ไม่ต้องเถียงกันนะคับ ผมเลือกวันเองแล้วคับ… โดยมีเพื่อนพ้องน้องพี่เข้ามาอวยพรกันอย่างคึกคัก แถม “แหวนแหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ” ยังเข้ามาคอมเมนต์ว่า … เกิดวันเดียวกับลูกชายเลย!#Celebonline #Gossip #เบญจวรรณบวรวิศิษฎ์กุล #อินทนนท์จิราวณิชานันท์ #เพื่อนอั้ม #ไฮโซคลอดลูก #ข่าวTiktok #ข่าวไฮโซCr.ana_benjawanwebsite : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram…
-
รู้แล้วยิ่งใจหาย! เพื่อนเล่านาทีสุดท้าย นศ.สาว 21 ก่อนแฟนหนุ่มลงมือ
จากกรณีพบร่างนักศึกษาหญิงวัย 21 ปี ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง เสียชีวิตภายในห้องพักย่านอำเภอคลองหลวง เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุคือชายชาวจีน อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ก่อนจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองตามในเวลาต่อมาจากกรณีพบร่างนักศึกษาหญิงวัย 21 ปี ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง เสียชีวิตภายในห้องพักย่านอำเภอคลองหลวง เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุคือชายชาวจีน อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ก่อนจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองตามในเวลาต่อมาสภาพภายในห้องเกิดเหตุพบว่าถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย อีกทั้งยังพบข้อความภาษาอังกฤษเขียนด้วยเลือดบนผนัง ซึ่งสื่อถึงความเครียดและแรงกดดันบางอย่างความคืบหน้าล่าสุด มารดาและญาติของนักศึกษาสาวได้เดินทางไปยัง สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินการรับเอกสารนำร่างบุตรสาวไปประกอบพิธีทางศาสนา บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยมารดาปฏิเสธให้สัมภาษณ์ แต่เปิดเผยเพียงว่า ครอบครัวยังไม่สามารถทำใจยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังคาใจว่าทำไมลูกสาวต้องมาจบชีวิตในลักษณะเช่นนี้ทั้งนี้ มารดายืนยันว่า ทราบเพียงว่าลูกสาวมีแฟน แต่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเงิน เนื่องจากครอบครัวคอยดูแลและสนับสนุนอย่างดี อีกทั้งตามปกติ หากไม่มีเรียน ลูกสาวจะรีบเดินทางกลับบ้านทันที จึงไม่ทราบถึงชนวนเหตุความรุนแรงขณะที่แนวทางการสืบสวนจากเพื่อนของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนเกิดเหตุ ฝ่ายชายพยายามตามง้อขอคืนดีกับฝ่ายหญิง ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในประเด็นที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไปตำรวจเผยว่าปมเหตุนั้น สันนิษฐานว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง เนื่องจากผลการชันสูตรเบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่ายมีบาดแผล
-
แม่ใจสลาย รับร่าง นศ.สาวปี 1 เหยื่อแฟนจีนฆาตกรโหด เสียชีวิตคาหอพัก
แม่ใจสลาย รับร่าง นศ.สาวปี 1 เหยื่อแฟนจีนฆาตกรโหด เสียชีวิตคาหอพัก หลังฝ่ายชายดิ่งชั้น 8 ปลิดชีพหนีผิด คาดชนวนเหตุหลักหึงหวงแม่ใจสลาย รับร่าง นศ.สาวปี 1 เหยื่อแฟนจีนฆาตกรโหด เสียชีวิตคาหอพัก หลังฝ่ายชายดิ่งชั้น 8 ปลิดชีพหนีผิด คาดชนวนเหตุหลักหึงหวงเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กรณีพบศพ นักศึกษาสาว อายุ 21 ปี ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยชื่อดัง ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตภายในห้องน้ำหอพักแห่งหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยผู้ก่อเหตุคือชายชาวจีน อายุ 30 ปี แฟนหนุ่มของผู้ตาย ซึ่งกระโดดตึกจากชั้น 8 ลงมาเสียชีวิต เพื่อหนีความผิด เหตุเกิดวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมาล่าสุดมารดาและญาติของนักศึกษาสาว เดินทางมายัง สภ.คลองหลวง เพื่อติดต่อขอรับเอกสารไปรับศพบุตรสาว เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ โดยมารดาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ แต่ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า…
-
“อาจารย์เฉลิมชัย” เดือดจัด! ยันไม่ได้พาเลขาคนสนิทไปตาย
“อาจารย์เฉลิมชัย” เดือดจัด! ซัดข่าวปลอมปมเลขาคนสนิทดับ ยันไม่ได้พาไปตาย ลั่นไม่เลิกขี่มอเตอร์ไซค์แน่นอน"อาจารย์เฉลิมชัย" เดือดจัด! ซัดข่าวปลอมปมเลขาคนสนิทดับ ยันไม่ได้พาไปตาย ลั่นไม่เลิกขี่มอเตอร์ไซค์แน่นอนวันที่ 6 เม.ย. 69 เฟซบุ๊กเพจ "ตามติด ชีวิต อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์" ศิลปินชื่อดังชาวเชียงราย ได้ออกมาเผยแพร่คลิป อ.เฉลิมชัย ออกมากล่าวถึงกรณีโซเชียลกล่าวหาว่าพาลูกศิษย์ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตโดยคลิปมีข้อความประกอบว่า "ไอ้เ..ร ด่าอะไรกู ไอ้ฉิบ..าย" ซึ่งอ.เฉลิมชัย กล่าวว่า เดิมตนคิดว่าจะให้การจัดพิธีศพของนายนรินทร ทามาส หรือ เอ็ม เมืองพาน อายุ 49 ปี ลูกศิษย์คนสนิทและเลขาติดตามอาจารย์แล้วเสร็จไปในวันที่ 6 เม.ย. นี้เสียก่อน แต่ตนทนไม่ได้ เพราะมีการกล่าวหาว่าตนพาคนไปตาย"ไอ้..า มากล่าวหากูว่าพาคนไปตาย จึงเลิกขี่มอเตอร์ไซค์ ไอ้เ…ร คนด่ากันทั้งเมือง มาด่าอะไรกู ไอ้เ..รเอ้ย ข่าวมึงก็มั่วฉิบ..าย เขียนแม่งส่งเดชเอายอดไลค์มึงอย่างเดียว ความจริงมึงไม่รู้เลยว่ากูอยู่ญี่ปุ่นเดินทางกลับมาไอ้..า ไอ้เอ็มแ..งตายในวันที่กูเดินทางกลับมา มันขี่รถของมัน ไปเที่ยวของมันเอง มันเกี่ยวอะไรกับกู" อ.เฉลิมชัย กล่าวอย่างดุเดือดอ.เฉลิมชัย…
-
เปิด 23 นโยบายรัฐบาลอนุทิน เตรียมแถลงต่อสภาฯ 9-10 เม.ย.นี้ ไม่ปรากฏ ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ เป็นนโยบายเร่งด่วน
วันนี้ (6 เมษายน 2569) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้ง 35 คน เดินทางเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงจัดประชุม ครม.นัดพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อมต่อการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่ 9-10 เมษายน 2569ล่าสุดมีรายงานว่า รัฐบาลร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยมีความยาวทั้งหมด 21 หน้า ประกอบไปด้วยนโยบายด้านเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงด้านการบริหารภาครัฐและปฏิรูปกฎหมาย โดยยึดหลักการทำงานไว้ 3 ประการ ดังนี้1. พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์2. ยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข3. ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งนี้ในคำแถลงนโยบายรัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนทั้งหมด 23 ข้อ ได้แก่1. สร้างโอกาสเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึงให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย ผ่านการเร่งจัดการภาระที่บั่นทอนศักยภาพการเติบโตของคนไทย สนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้ แหล่งทุน และเทคโนโลยีตามความต้องการของแต่ละกลุ่ม อีกทั้งยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs เข้าสู่ธุรกิจและแหล่งเงินทุน2. ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต…
Got any book recommendations?