Mindblown: a blog about philosophy.
-
ระทึก แก๊งทวงหนี้ ใส่โม่งบุกบ้านทวงเงินสาว แต่มาผิดบ้าน เขินรีบหนี ขังเจ้าของไว้ในบ้าน
ระทึก แก๊งทวงหนี้ ใส่โม่งบุกบ้านทวงเงินสาว แต่มาผิดบ้าน เขินรีบหนี โดยใช้ลวดมัดขังเจ้าของไว้ในบ้าน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดช่วยทัน8 ก.ย. 69 – เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) ว่ามีกลุ่มชายแก๊งเงินกู้นอกระบบ บุกเข้ามาทวงหนี้ถึงบ้านพัก พร้อมมีพฤติการณ์ข่มขู่ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 12 ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงกลับพบเหตุการณ์ผิดปกติ เนื่องจากบริเวณประตูหน้าบ้านถูกใช้ลวดมัดปิดเอาไว้อย่างแน่นหนาจากด้านนอก โดยมีเสียงหญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือดังออกมาจากภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยกันแกะลวดที่มัดประตูออก ก่อนเปิดประตูช่วย น.ส.เอ ออกมาจากบ้านได้อย่างปลอดภัยน.ส.เอ เล่าด้วยอาการหวาดผวาว่า มีชายฉกรรจ์จำนวน 3 คน แต่งกายด้วยชุดสีดำ และสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด ขี่จักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้าน จากนั้นส่งเสียงตะโกนโวยวาย ก่อนเข้ามาภายในบ้านและทวงถามหนี้เงินกู้จำนวน 4,000 บาท กลุ่มชายดังกล่าวยังทวงถามถึงข้อตกลงการผ่อนชำระวันละ 100 บาท พร้อมถามว่าเหตุใดจึงไม่ยอมส่งเงินตามที่ตกลงตนตกใจและงงมาก เพราะไม่เคยกู้เงิน และไม่รู้เรื่องหนี้…
-
ฝนหนักจากไต้ฝุ่นซอเดล ทำดินถล่มในเจียงซี ดับแล้วอย่างน้อย 12 ราย
ฝนตกหนักจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นซอเดล ทำให้เกิดดินถล่มในเมืองเกาผิง มณฑลเจียงซีของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 12 รายสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ว่าสื่อของทางการจีนรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักจนทำให้ดินถล่ม ที่เมืองเกาผิง ในมณฑลเจียงซี ทางตอนใต้ของจีน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็นอย่างน้อย 12 ราย และยังสูญหายอีกอย่างน้อย 1 คนภัยธรรมชาติดังกล่าวเป็นผลจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นซอเดล ซึ่งพัดขึ้นฝั่งในพื้นที่ทางตะวันออกของจีนรวม 3 ครั้ง ตั้งแต่ปลายเดือนส.ค. โดยครั้งล่าสุดขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งอยู่ติดกับมณฑลเจียงซี เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา.เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศเครดิตภาพ : REUTERS
-
‘อิ๊งค์’ โพสต์ภาพร่วม ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ ระหว่างอยู่จีน เผย ร่วมกิจกรรมแบ่งปันความรู้ด้านนวัตกรรม-เทคโนโลยี
‘อิ๊งค์’ โพสต์ภาพร่วม ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ ระหว่างอยู่จีน เผย ร่วมกิจกรรมแบ่งปันความรู้ด้านนวัตกรรม-เทคโนโลยี บอก เติมความรู้กันหน่อยเมื่อวันที่ 8 ก.ย. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างทำภารกิจอยู่ที่ประเทศจีน ผ่านอินสตาแกรม พร้อมแคปชั่นระบุว่า Innovation and Technology knowledge sharing session. เติมความรู้กันหน่อย แปลเป็นภาษาไทยใจความว่า กิจกรรมแบ่งปันความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เติมความรู้กันหน่อย
-
ทหาร ซิ่งบิ๊กไบค์หนี ตร.เข้ามอบตัว เจอ 6 ข้อหาหนัก
หนีไม่พ้น! ทหารซิ่งบิ๊กไบค์ชน จยย.ตำรวจ สน.บางซื่อ เข้ามอบตัวเจอ 6 ข้อหาหนัก รับสารภาพไม่มีใบขับขี่-กลัวความผิด ยินดีชดใช้ค่าซ่อมหนีไม่พ้น! ทหารซิ่งบิ๊กไบค์ชน จยย.ตำรวจ สน.บางซื่อ เข้ามอบตัวเจอ 6 ข้อหาหนัก รับสารภาพไม่มีใบขับขี่-กลัวความผิด ยินดีชดใช้ค่าซ่อมกรณีคลิปเหตุการณ์ที่ตำรวจนายหนึ่ง ของ สน.บางซื่อ พยายามเรียกจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ให้หยุด เพื่อตรวจค้น เนื่องจากผู้ขี่รถจยย.บิ๊กไบค์ปกปิดแผ่นป้ายทะเบียน และขี่รถประมาทหวาดเสียว ท่าทางมีพิรุธ แต่คนขี่รถบิ๊กไบค์ไม่ได้จอด มีการไล่กวดกันมาเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร และในคลิปจะเห็นตลอดว่าตำรวจพยายามส่งสัญญาณให้รถบิ๊กไบค์หยุด แต่คนขี่บิ๊กไบค์ไม่ยอมหยุดจนกระทั่งมีการเฉี่ยวชนกันเกิดขึ้น บริเวณหน้าตลาดจตุจักรเบี่ยงซ้ายออกถนนวิภาวดีรังสิตที่ สน.บางซื่อ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 ก.ย.69 ส.ท.ณัฐพล ตำแหน่งรองหัวหน้าชุดที่ 6 ตอน 2 มว.ฐ 1 ร้อย 2 พัน 3 ทม.รอ.พัน3 เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ และพนักงานสอบสวน…
-
รัฐคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ผู้ถือบัตรรายเดิมทุกคน เริ่มใช้สิทธิได้ตุลาคมนี้
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์อ้าง “รัฐบาลคืนสิทธิบัตรคนจนรายเดิมให้ทุกคนแล้ว ต.ค.นี้ใช้ได้ปกติ” พบว่า เป็นข่าวปลอม เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้คืนสิทธิให้ผู้ถือบัตรเดิมทุกคนโดยอัตโนมัติ แม้ผู้มีสิทธิเดิมจะสามารถใช้สิทธิได้ถึง 30 ก.ย. 2569 แต่การได้รับสิทธิในรอบใหม่ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 ต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์โครงการปี 2569Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: FacebookThai PBS Verifyพบบัญชีเฟซบุ๊กแชร์ข้อความระบุว่า“แจ้งข่าวยินดีกับผู้ที่บัตรคนจนรายเดิมตอนนี้รัฐบาลคืนสิทธิ์ให้ทุกคนแล้วค่ะ เดือนตุลาคมนี้ใช้ได้ปกกติคะ #แจ้งมาเพื่อทราบ”โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 69 มีการแสดงความคิดรู้สึก 53,000 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็น 8,700 ข้อความ และมีการแชร์ไปกว่า 2,300 ครั้งรัฐบาลคืนสิทธิบัตรคนจนให้ทุกคนจริงหรือไม่ ?Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569” ในเว็บไซต์กระทรวงการคลังพบข้อมูลระบุว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกราย เพื่อให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่ ไม่ได้ระบุว่าได้รับสิทธิกลับคืนทุกคนโดยอัตโนมัติเว็บไซต์กระทรวงการคลังผู้ถือบัตรคนจนรายเดิมต้องทำอย่างไร ?ข้อมูลกระทรวงการคลังระบุว่า ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่ต้องการเข้าร่วมโครงการรอบใหม่ ต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิผ่านช่องทางที่กำหนด…
-
ช็อก! อินฟลูฯ สายกินจุ เสียชีวิต ทั้งที่อายุยังน้อย แพทย์เผยสาเหตุจากพฤติกรรมการกิน
ช็อก! อินฟลูฯ สายกินจุ เสียชีวิตกะทันหัน ทั้งที่อายุยังน้อย แพทย์เผยปัจจัยเสี่ยงมาจากพฤติกรรมการกิน แฟนคลับร่วมอาลัยวงการอินฟลูเอนเซอร์ต้องพบกับข่าวเศร้าเมื่อครอบครัวของกานฟ่านอิ๋งอิ๋ง หรือ เฉินจื่ออี๋ อินฟลูเอนเซอร์สาวชาวจีนชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 1.23 ล้านคน ได้ออกมาแจ้งข่าวการสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว ถึงการจากไปอย่างกะทันหันของ กานฟ่านอิ๋งอิ๋ง อินฟลูฯ สาวสายกินจุ วัย 24 ปี เสียชีวิตแล้วตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2026ก่อหน้าที่ กานฟ่านอิ๋งอิ๋ง จะเสียชีวิตเพียง 3 วัน เธอได้โพสต์คลิปรับประทานอาหาร พร้อมบอกเล่าอาการป่วยของเธอให้แฟนคลับได้ฟังว่า เธอต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำอย่างรุนแรง โดยระดับโพแทสเซียมในเลือดลดลงเหลือเพียง 2.3 มิลลิโมลต่อลิตร (จากระดับปกติ 3.5-5.5 มิลลิโมลต่อลิตร) ซึ่งมาจากผลกระทบของการทำคอนเทนต์สายกินที่ต้องอดหลับอดนอนและกินอาหารหนักต่อเนื่องขณะที่สื่อจีนรายงานข่าวสาเหตุเสียชีวิตของ กานฟ่านอิ๋งอิ๋ง ว่า อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจหยุดเต้นจากภาวะโพแทสเซียมต่ำอย่างรุนแรง ด้านนพ.ไฉชีเฉิน แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป อธิบายว่า การกินจุเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้โพแทสเซียมต่ำโดยตรง แต่พฤติกรรมอาเจียนหรือใช้ยาระบายซ้ำ ๆ ทำให้ร่างกายสูญเสียเกลือแร่สำคัญ จนเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะและเสียชีวิตเฉียบพลัน พร้อมแนะนำให้รับสารอาหารจากธรรมชาติ เช่น กล้วย ผักโขม และไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์เสริมโพแทสเซียมทานเองช็อก! อินฟลูฯ…
-
ศาลสั่งประหารชีวิต! “ไอ้แซม” คดีฆ่าโหดสาวโรงแรม ชี้พฤติการณ์โหดเหี้ยม
ศาลจังหวัดหัวหิน! พิพากษาประหารชีวิต “ไอ้แซม” คดีฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรม ชี้พฤติการณ์โหดเหี้ยม ไม่ลดโทษ-แม้รับสารภาพศาลจังหวัดหัวหิน! พิพากษาประหารชีวิต “ไอ้แซม” คดีฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรม ชี้พฤติการณ์โหดเหี้ยม ไม่ลดโทษ-แม้รับสารภาพวันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลจังหวัดหัวหิน มีคำพิพากษาในคดีสะเทือนขวัญประชาชน ศาลมีคำสั่งลงโทษ ประหารชีวิต นายแซม (นามสมมุติ) จำเลยในคดีฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.15 น. ของวันที่ 19 มกราคม 2569 จำเลยได้ก่อเหตุบุกเข้าทำร้ายพนักงานโรงแรมขณะปฏิบัติหน้าที่อย่างทารุณ เพื่อหวังแย่งชิงทรัพย์สิน ก่อนจะลงมือฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมแล้วหลบหนีไปต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวจำเลยมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้สำเร็จ ในชั้นพิจารณาคดี แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพต่อศาล แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีอุฉกรรจ์สะเทือนขวัญอย่างยิ่ง จำเลยมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดที่โหดร้ายทารุณ ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อกฎหมาย และสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่ครอบครัวผู้บริสุทธิ์ จึงไม่มีเหตุอันควรปรานีหรือบรรเทาโทษให้แก่จำเลย ศาลจังหวัดหัวหินจึงมีคำพิพากษาให้ลงโทษ ประหารชีวิต จำเลยเพียงสถานเดียว เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้สูญเสียและเป็นบรรทัดฐานในการปกป้องความปลอดภัยของสังคมต่อไปผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์พูดคุยกับมารดาของผู้เสียชีวิต ซึ่งเดินทางไปรับฟังคำพิพากษาของศาลจังหวัดหัวหิน พร้อมกับญาติ โดยมารดาได้ฟังศาลอ่านพฤติการณ์ของจำเลยตั้งแต่ต้น ก็รู้สุดเสียใจและหดหู่ใจ รู้สึกดีใจที่ศาลมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตให้ความเป็นธรรมกับลูกสาว แต่ครั้งนี้เป็นคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ยังมีอีกหลายขั้นตอน คงต้องรอดูต่อไปวันนี้กลับมาก็จุดธูปบอกลูกสาว เชื่อว่าดวงวิญญาณของลูกสาวจะรับรู้ได้ ทั้งนี้ คดีดังกล่าวถือเป็น…
-
เคาะแล้ว “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ทุ่ม 3.5 พันล้าน แจก 1 ล้านสิทธิ คืนละ 1,500 คูปองใช้จ่าย 2,000
เคาะแล้ว “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ทุ่ม 3.5 พันล้าน แจก 1 ล้านสิทธิ คืนละ 1,500 บาท อัดคูปองเมืองรองดันสะพัด 6 หมื่นล้านกระทรวงการคลัง ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สรุปความชัดเจนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวภายใต้ชื่อโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ โดยอัดฉีดงบประมาณรวม 3,500 ล้านบาท มอบสิทธิให้ประชาชนจำนวน 1 ล้านสิทธิ มุ่งสนับสนุนค่าที่พักและเพิ่มวงเงินคูปองพิเศษในพื้นที่เมืองรอง หวังกระตุ้นการเดินทางช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้านายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกระทรวงการคลังว่า โครงการนี้เน้นการสนับสนุนค่าที่พักแบบ Flat Rate พร้อมให้คูปองดิจิทัลใช้จ่ายเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อย โดยมีรายละเอียดโครงสร้างการสนับสนุนแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ส่วนลดค่าที่พัก: รัฐบาลสนับสนุนตามจ่ายจริงไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน โดย 1 คนจะได้รับสิทธิสูงสุดไม่เกิน 5 คืน (5 สิทธิ)คูปองดิจิทัล (Voucher) ใช้จ่าย: สำหรับร้านอาหาร สปา…
-
ส่งฟ้องศาลยึดเบนซ์หรู! ป้าวัย 77 ขับย้อนศรวิภาวดี รับหลงทิศ-ตกใจเสียงแตร ตร. แจ้ง 3 ข้อหา
ตร.สน.วิภาวดี คุมตัวหญิงวัย 77 ปี ขับรถเบนซ์ย้อนศรถนนวิภาวดี รับสารภาพหลงทิศคิดว่าเป็นจุดกลับรถ โดนบีบแตรใส่ยิ่งตกใจทำตัวไม่ถูก สั่งเปรียบเทียบปรับ ยึดเบนซ์ของกลาง พร้อมเตรียมส่งอัยการฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือ ขอริบรถของกลางเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ความคืบหน้ากรณี ป้าวัย 77 ปี ขับรถเบนซ์ย้อนศรบนถนนวิภาวดีรังสิต ที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กเผยแพร่คลิปนาทีชีวิต ขณะรถเบนซ์หรูขับสวนเลนระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร บริเวณหน้าห้างดังมุ่งหน้าห้าแยกลาดพร้าว ทำให้รถที่วิ่งสวนมาต้องเบรกหลบกันวุ่น ล่าสุด ผู้ขับขี่ได้เดินทางเข้าพบตำรวจ สน.วิภาวดี แล้วพ.ต.ท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สารวัตรงานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต สน.วิภาวดี เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นางพะเยาว์ อายุ 77 ปี ให้การว่าหลังขับรถออกจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งได้ขับเลี้ยวสวนทางเข้าช่องจราจรย้อนศรไปไกลเกือบ 1 กิโลเมตร บริเวณใกล้ห้าแยกลาดพร้าว เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดกลับรถ แม้จะใช้เส้นทางย่านนี้เป็นประจำก็ตามส่วนประเด็นที่ไม่หยุดรถแม้ถูกรถคันอื่นบีบแตรเตือน นางพะเยาว์ระบุว่า ได้ยินเสียงแตร แต่ด้วยความตกใจจึงทำอะไรไม่ถูก ทั้งนี้ ยืนยันว่าผู้ขับขี่ไม่มีโรคประจำตัว ด้านลูกสาวเปิดเผยว่า ปกติคอยดูแลใกล้ชิด แต่วันเกิดเหตุแม่ออกมาบริเวณใกล้บ้าน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้เน้นย้ำให้ญาติเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยให้ผู้สูงอายุขับรถเพียงลำพังแล้วเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับนางพะเยาว์ในข้อหาหลัก…
-
สลด! เปิดจำนวนผู้เสียชีวิต เหตุก้อนหินร่วงจากเขาทับรถกระบะ ถนนเถิน-ลี้ จ.ลำปาง
วันที่ 8 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 18.15 น. เพจเฟซบุ๊ก ดับเพลิงและกู้ภัย สมาคมกู้ภัยลำปาง รายงานเหตุสลด ก้อนหินหล่นทับรถกระบะ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บนถนนเถิน-ลี้ กม.117 ก่อนถึงโค้งนางรำ ต.นาโป่ง อ.เถิน จ.ลำปางวันที่ 8 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 18.15 น. เพจเฟซบุ๊ก ดับเพลิงและกู้ภัย สมาคมกู้ภัยลำปาง รายงานเหตุสลด ก้อนหินหล่นทับรถกระบะ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บนถนนเถิน-ลี้ กม.117 ก่อนถึงโค้งนางรำ ต.นาโป่ง อ.เถิน จ.ลำปางหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง จุดเถิน ได้จัดรถพยาบาลพร้อมกำลังอาสาสมัครเข้าสนับสนุนการปฏิบัติงานในจุดเกิดเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทีมกู้ภัยร่วมกันตรวจสอบและดำเนินการในพื้นที่เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว 1 ราย โดยรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุของก้อนหินที่หล่นลงมาทับรถ รวมถึงข้อมูลของผู้เสียชีวิต อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ทั้งนี้ จุดเกิดเหตุอยู่บนเส้นทางเถิน-ลี้ ซึ่งมีรถสัญจรผ่านเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงขอให้ผู้ใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวชะลอความเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย
Got any book recommendations?