Mindblown: a blog about philosophy.
-
‘พรรคส้ม’ ยื่นหลักฐานมัด ‘หมอสรณ’ พ้นประธาน ‘กสทช.’ รับเงินเอกชน-นั่งบอร์ดแบงก์
‘พรรคส้ม’ ยื่นหลักฐานมัด ‘หมอสรณ’ ขาดคุณสมบัตินั่งประธาน ‘กสทช.’ พบข้อมูลภาษีชี้รับรายได้จากเอกชน-เกาะเก้าอี้บอร์ดแบงก์ ลั่นเริ่มชำระล้างองค์กรอิสระจริงจังเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ตนและน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อมอบหลักฐานยืนยันว่า ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. โดยยื่นหลักฐาน คือรายงานของคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ชุดที่แล้ว ซึ่งระบุข้อเท็จจริงมีดังนี้ 1. กรณีประกอบวิชาชีพแพทย์และรับรายได้จากเอกชนขณะดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ตามหนังสือลับของมหาวิทยาลัยมหิดล (ที่ อว78/00149 ลงวันที่ 17 พ.ค. 2567) ยืนยันว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย และทำหน้าที่ตรวจรักษาคนไข้ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจนถึงวันที่ 12 เม.ย. 2565 (เพียง…
-
สะเทือนใจมาก! คนขับรถไฟเล่าเอง นาทีเกิดเหตุชนคนร่างแหลก ดับสลดคาราง
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ.เอกรัตน์ มีดี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุรถไฟชนบุคคลเสียชีวิต บริเวณรางรถไฟข้ามคลองเชียงราก หมู่ 18 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ.เอกรัตน์ มีดี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุรถไฟชนบุคคลเสียชีวิต บริเวณรางรถไฟข้ามคลองเชียงราก หมู่ 18 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จึงประสานกำลังเข้าตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเมื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตเป็นขาข้างขวาตกอยู่บนรางรถไฟ ใกล้กันพบเสื้อสีน้ำเงิน และเศษมันสมองกระจัดกระจาย บริเวณสะพานข้ามคลองยังพบรองเท้าแตะสีดำวางอยู่ 1 คู่ พร้อมขวดน้ำดื่ม 1 ขวด ก่อนพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ในป่าหญ้าระหว่างแนวรางรถไฟใกล้คลองเชียงราก เบื้องต้นคาดว่าเป็นชายอายุประมาณ 30-40 ปี สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน โดยไม่พบเอกสารแสดงตัวตนติดตัว…
-
อย่าห้าวนะ! คู่กรณีงัดคลิปอีกมุมสู้คดี ก่อนเกิดเหตุตะลุมบอนผู้บริหารบริษัทประกัน
ภาพไฮไลต์ตำรวจเรียกสอบปากคำกลุ่มวัยรุ่นตะลุมบอนผู้บริหารบริษัทประกัน สลบหน้าห้องน้ำภายในคอมมูนิตี้มอลล์กลางเมืองเชียงใหม่ ล่าสุดคู่กรณีงัดคลิปอีกมุมมาเป็นหลักฐานสู้คดีจากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอเหตุทะเลาะวิวาทภายในคอมมูนิตี้มอลล์กลางเมืองเชียงใหม่ ส่งผลให้ผู้จัดการระดับภาคของบริษัทประกันภัยชื่อดังได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 3 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมานั้นล่าสุดวันนี้ (5 มิ.ย. 69) มีรายงานว่า ทางฝ่ายวัยรุ่นคู่กรณีพร้อมทนายความได้เข้าพบตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมกับรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทางฝ่ายวัยรุ่นไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ แต่ได้มีตัวแทนชื่อน้องกิ๊ฟซี่ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี แฟนสาวของชายวัยรุ่นได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้องกิ๊ฟซี่ เล่าว่า เธอรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ตั้งใจจะมาเที่ยวฉลองวันเกิดกับเพื่อนในกลุ่มแต่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ โดยที่เรื่องที่เกิดขึ้น อีกฝั่งมากระทำกับพวกเธอก่อน ทางผู้ได้รับบาดเจ็บได้เข้ามาหาที่โต๊ะและมาขายประกัน ซึ่งพวกเธอก็โต้ตอบไปว่ายังไม่ซื้อเพราะมีประกันหลายฉบับแล้ว ระหว่างนั้นก็นั่งดื่มกินกันเรื่อย ๆ ไม่มีปากเสียงกันกระทั่งร้านจะปิดก็ให้เพื่อนสาวนั่งรอในร้าน แต่ตัวเธอจะไปเอารถที่ลานจอดรถ แต่ระหว่างนั้นฝ่ายกลุ่มประกันก็ตามตื้อมาจนถึงรถ และมีปากเสียงกัน จากนั้นก็ได้มีการดึงแขนเพื่อนสาวไป และมีคนเข้าไปในรถ ซึ่งคนที่ไม่รู้จักกันจะเข้าไปทำไม? กระทั่งแฟนหนุ่มเธอมาเห็นจึงได้มีปากเสียงกันตามคลิปเลย ซึ่งเธอยังบอกว่ายังมีหลักฐานอีกแต่ยังปล่อยไม่หมด โดยทั้งหมดจะใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้ามโดยมีการเปิดเผยคลิปจากกล้องหน้ารถคันหนึ่งที่บันทึกภาพชายเสื้อสีแดงเดินไปยังรถตู้อเนกประสงค์ป้ายแดงที่จอดอยู่บนถนนภายในคอมมูนิตี้มอลล์ จากคลิปจะเห็นชายเสื้อแดง พุ่งตัวเข้าไปในรถคันดังกล่าว จากนั้นได้มีกลุ่มชายหญิงใส่เสื้อสีแดงไปช่วยกันนำตัวชายเสื้อแดงออกมาจากรถอีกคลิปจะเห็นชายเสื้อสีแดงไปกระชากคอเสื้อหนุ่มเสื้อเชิ้ตสีดำ พร้อมพูดว่า “อย่าห้าว” ก่อนที่ภาพเหตุการณ์จะตัดไปที่คลิปตะลุมบอนชกต่อยกันนัว ที่บริเวณหน้าห้องน้ำ ซึ่งจะเห็นชายเสื้อสีแดง หรือที่ทุกคนเรียกว่าพี่เอกนอนสลบหน้าห้องน้ำ โดยที่มีฝ่ายคู่กรณีเข้ามาชกต่อยและขึ้นคร่อมขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พูดกับ นายกันตเมศฐ์ หนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในส่วนของฝั่งผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายร่างกาย โดยเป็นฝั่งของกลุ่มพนักงานและตัวแทนประกันของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งที่ไปจัดเลี้ยงในร้านเดียวกันกับกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณี…
-
ดับซ่าหนุ่มเขมร แย่งอาชีพคนไทย เปิดร้านขายอาหารทะเลแห้ง กร่างใส่เจ้าหน้าที่ เมียโดนจับไปด้วย
ดับซ่าหนุ่มเขมร แย่งอาชีพคนไทย เปิดร้านขายอาหารทะเลแห้ง กร่างใส่เจ้าหน้าที่ บอกไม่กลัวคุก เจออยู่เกินกำหนดอีก เมียโดนจับไปด้วย ผัวเก่าคนไทยเห็นใจอดีตคนรัก ยอมขึ้นทะเบียนนายจ้างให้วันที่ 5 มิ.ย.69 นายภูวกร โตสิงห์ขร จัดหางานจังหวัดชลบุรี มอบหมาย นายขจรศักดิ์ จันทร์ทอง นักวิชาการแรงงานปฏิบัติการ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมการทำงานของคนต่างด้าวและคดี ร่วมกับสำนักงานแรงงานจังหวัดชลบุรี กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี และตำรวจ สภ.แสนสุข ตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวตามเรื่องร้องเรียน จำนวน 5 แห่ง หลังจากมีคนร้องเรียนว่า แรงงานต่างด้าวเข้ามาค้าขายอาหารทะเล แย่งอาชีพของคนไทยจุดแรกเป็นร้านจำหน่ายอาหารทะเลตากแห้ง ตั้งในตลาดสะพานปลาอ่างศิลา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่นั้น นายโบนา แลง อายุ 50 ปี ชาวกัมพูชา ได้เดินกร่างเข้ามาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมพูดลอยๆ ใส่เจ้าหน้าที่ว่า “แค่คุกผมไม่กลัว ผมไม่ได้ทำอะไรผิด" และยืนยันว่าตนเองเป็นคนเขมร เจ้าหน้าที่จึงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้ใจเย็น ก่อนขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวพบว่า อยู่เกินกำหนดกว่า 311 วัน จึงควบคุมตัวเอาไว้ และพบ นางโซคอน โฟอึง อายุ 45…
-
อุกอาจห้างดังสมุทรปราการ! วินาที “ชายปริศนา” ล็อกคอเด็ก 14 ชักมีดขู่แทง-หวังชิงทรัพย์
ระทึกกลางห้างดังสมุทรปราการ! เพจดังเปิดคลิปวงจรปิดแฉพฤติกรรมชายปริศนาสุดอุกอาจ เดินดิ่งล็อกคอเด็กชายวัย 14 ปี ลากเข้ามุมอับสายตา ก่อนชักมีดขู่แทงกรรโชกทรัพย์ นาทีชีวิตน้องฮึดสู้สะบัดตัวหนีจนต้องยกมือไหว้ร้องขอชีวิต ล่าสุดทีมเฉพาะกิจภาคประชาชนมุ่งหน้าลงพื้นที่ช่วยเหลือ พร้อมวอนสังคมช่วยแจ้งเบาะแสจับกุมเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. เฟซบุ๊ก "เอิร์ธ กองเรือนรก" ได้โพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดภายในที่จอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านสมุทรปราการ เผยให้เห็นพฤติกรรมชายปริศนาสวมหมวกและหน้ากากอนามัย เดินเข้ามาโอบเด็กชายวัย 14 ปี ก่อนจะพาเดินไปที่ลับตา พร้อมชักมีดมาขู่ ก่อนที่น้องจะสะบัดตัววิ่งหนี แต่ทางชายผู้ก่อเหตุยังดึงแขนเด็กชายไว้ได้ ชายผู้ก่อเหตุก็ทำท่าคล้ายจะใช้มีดแทงเด็กชาย จนเด็กชายยกมือไหว้ ชายคนดังกล่าวจึงเดินหนีไปโดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า "บุคคลอันตราย จี้ ชิงทรัพย์ เด็ก 14 อย่างไม่เกรงกลัว ต่อกฏหมายใด ๆ ท่านใดพบเจอบุคคลดังกล่าว แจ้งเข้ามาได้เลยนะครับ ขณะนี่ทีมงาน กองเรือนรกทีมเฉพาะกิจเพื่อประชาชน มุ่งหน้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ คน… สมควรได้รับในผลกระทำที่ตามมาครับ อย่าปล่อยให้ลอยนวล ย้ำอีกครั้งพบเจอ เบาะแสบุคคลในคลิป แจ้งเข้ามาได้เลยครับ"website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline…
-
เปิดคลิปสลด! 2 ขวบดับน้ำลายฟูมปาก ที่แท้โดนเด็ก 13 ปี จับโยนลงพื้นในบ้านพักเด็กฯ
(5 มิ.ย. 69) สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเลย ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนใจ มีเด็กชายวัยเพียง 2 ขวบ ซึ่งมีอาการป่วยประจำตัว นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพยาบาลของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเลย ในสภาพน้ำลายฟูมปาก โดยผลการตรวจเบื้องต้นไม่พบบาดแผลภายนอก ทว่าเมื่อส่งร่างไปชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ กลับพบความจริงน่าตกใจว่า สภาพศพมีอาการเลือดคั่งในสมองและปอดช้ำอย่างรุนแรง ซึ่งขัดแย้งกับรายงานแรกรับอย่างสิ้นเชิง โดยทางครอบครัวได้นำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาเรียบร้อยแล้วนั้นล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ทางครอบครัวของเด็กชายผู้เสียชีวิตได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย เพื่อรับฟังผลการสอบสวนและสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง โดยเมื่อได้เห็นหลักฐานสำคัญจากภาพกล้องวงจรปิดภายในสถานพักฟื้น ทำเอาผู้เป็นย่าและยายถึงกับร่ำไห้โฮด้วยความเจ็บปวดและรับไม่ได้กับพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อเวลา 16.12 น. ของวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เผยให้เห็นนาทีสลดภายในห้องนอนของเด็ก ซึ่งในขณะนั้นไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่เลยแม้แต่คนเดียว โดยหนูน้อยวัย 2 ขวบนอนอยู่ในมุ้งครอบ และมีเด็กทารกวัย 11 เดือนคลานเข้าไปเล่นด้วย จากนั้นได้มีเด็กชายอายุ 13 ปี ซึ่งเป็นผู้อาศัยอยู่ในบ้านพักดังกล่าว เดินเข้ามาอุ้มเด็กทารกออกไป ก่อนจะหันมาอุ้มร่างของเด็กชายวัย 2…
-
เผยสาเหตุเสียชีวิต “สาวเมืองนนท์” หลังสูญหายเขาเจ็ดยอด 4 วัน
ปิดฉากภารกิจค้นหาสุดระทึก 4 วัน ด้วยข่าวเศร้า หลังเจ้าหน้าที่พบร่างของ "คุณเอ๋" นักเดินป่าวัย 53 ปี ที่พลัดหลงในเส้นทางเขาเจ็ดยอด ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด รอยต่อจังหวัดพัทลุงและตรังจากกรณี น.ส.วันทนีย์ หรือ คุณเอ๋ ชาว จ.นนทบุรี สูญหายระหว่างเดินป่าตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 หลังแยกตัวเดินลงจากยอดเขาเพียงลำพัง ทำให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครจากหลายหน่วยงานต้องระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพป่าที่เต็มไปด้วยความยากลำบากกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 4 มิถุนายน ทีมค้นหาได้รับข่าวสำคัญ เมื่อพบร่างของคุณเอ๋บริเวณหนานย่านไทร เหนือน้ำตกโตนเต๊ะ ในพื้นที่ ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรังก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่พบเบาะแสสำคัญเป็นทิชชู่เปียกตกอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงมุ่งค้นหาอย่างละเอียดรอบพื้นที่น้ำตกโตนเต๊ะตลอดทั้งวัน จนนำไปสู่การพบร่างในที่สุดเบื้องต้นคาดว่า คุณเอ๋อาจประสบอุบัติเหตุลื่นพลัดตกจากหน้าผา แต่สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงยังต้องรอผลการชันสูตรจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหนองเอื้อง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดตรัง แพทย์เวรโรงพยาบาลปะเหลียน ฝ่ายปกครอง และหน่วยกู้ภัย กำลังเร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่และดำเนินการนำร่างกลับลงมาด้านล่างอย่างไรก็ตาม ภารกิจยังเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เส้นทางเดินป่าเปียกลื่นและเต็มไปด้วยโคลน ส่งผลให้การเข้าถึงจุดเกิดเหตุและการเคลื่อนย้ายร่างต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
-
นาทีระทึก! รถทัวร์ 2 ชั้น พลิกคว่ำที่เขาย้อย เปิดยอดผู้บาดเจ็บล่าสุด เยอะมาก
ด่วน! รถโดยสารประจำทาง 2 ชั้น สายสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ ประสบอุบัติเหตุเสียหลักพลิกคว่ำบนถนนเพชรเกษม จ.เพชรบุรี ช่วงเช้ามืด มีผู้บาดเจ็บ 28 ราย โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือและสอบสวนหาสาเหตุเมื่อเวลา 03.36 น. ของวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเขาย้อย ได้รับแจ้งเหตุรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ 2 ชั้น พลิกคว่ำบริเวณถนนเพชรเกษม ขาเข้ากรุงเทพมหานคร หลักกิโลเมตรที่ 129+900 ตรงข้ามร้านโสภณเครน อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี จึงได้เร่งรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานงานกับหน่วยกู้ภัยสว่างสรรเพชญ และรถพยาบาลจากโรงพยาบาลเขาย้อยในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ 2 ชั้น ซึ่งให้บริการในเส้นทางสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพเสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนน ก่อนจะพลิกคว่ำได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากการตรวจสอบภายในรถ พบว่ามีผู้โดยสารและพนักงานประจำรถรวมทั้งหมด 31 คนจากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้น พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 23 ราย และได้รับบาดเจ็บปานกลางอีก 5 ราย ส่วนผู้โดยสารที่เหลืออีก 3 ราย ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ไม่พบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้งหมด พร้อมลำเลียงส่งเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน…
-
มาหนักแน่! กรมอุตุฯ ประกาศรายชื่อ 44 จังหวัด โดนฝนถล่มเต็ม ๆ วันนี้
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกวันที่ 5 มิถุนายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวเตรียมพร้อมระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วยสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วยภาพจาก กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน…
-
ประกาศแล้ว! จำนวนเงินที่ ผู้สูงอายุ ได้รับ เดือน มิถุนายน 2569
เมื่อเร็วๆ นี้ มีกระแสข่าวแพร่สะพัดอย่างกว้างขวางผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก อ้างว่าอนุมัติปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 เป็น 3,000 บาท/เดือนเมื่อเร็วๆ นี้ มีกระแสข่าวแพร่สะพัดอย่างกว้างขวางผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก อ้างว่าอนุมัติปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 เป็น 3,000 บาท/เดือน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้สูงอายุให้มีเงินจับจ่ายใช้สอยอย่างไรก็ตาม ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้รับการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจาก กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม และรัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะจ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุในอัตรา 3,000 บาท ตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใดยังคงใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566โดยจ่ายตามช่วงอายุ ดังนี้อายุ 60–69 ปี ได้รับ 600 บาทอายุ 70–79 ปี ได้รับ 700 บาทอายุ 80–89 ปี ได้รับ 800 บาทและอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือนจึงขอให้ประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และไม่ส่งต่อข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้างเรียบเรียง สยามนิวส์อ่านข่าวเพิ่มเติมประกาศแล้ว! ผู้สูงอายุรับ 2 เด้ง…
Got any book recommendations?