Mindblown: a blog about philosophy.

  • โซเชียล ตั้งคำถามดีกรี MBA“ศุภจี”โปรไฟล์หรูหรือภาพลวง? ขุดลึก Northrop University มหาวิทยาลัยฉาว โดนสอบมาตรฐาน ก่อนถูกยกเลิกใบอนุญาต

    วันนี้( 29 มี.ค.)ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่กำลังกดดันรัฐบาลของนาย อนุทิน ชาญวีรกูล อย่างหนัก แรงกระเพื่อมทางการเมืองได้ขยายวงไปยังคีย์แมนคนสำคัญในพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะนาง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องจากหลายประเด็น ทั้งปัญหาราคามะพร้าว ไปจนถึงสถานการณ์ปุ๋ยที่มีแนวโน้มขาดแคลน และกระทบต่อภาคเกษตรโดยตรงล่าสุด กระแสในโลกออนไลน์ได้ขุดคุ้ย “ประวัติการศึกษา”ของรัฐมนตรีหญิงแกร่งรายนี้ โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า นางศุภจีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (MBA) จาก Northrop University ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้เกิดคำถามตามมาถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของสถาบันดังกล่าวเพราะในช่วงปี 1989 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลการศึกษาของรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสหลายประเด็น ทั้งการรับนักศึกษาต่างชาติที่อาจไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ระบบการให้หน่วยกิตที่มีข้อกังขา รวมถึงการจัดการด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสถานะการรับรองมาตรฐานของสถาบัน และนำไปสู่การลาออกของผู้บริหารระดับสูงในขณะนั้นแม้ในเวลาต่อมา ผู้บริหารชุดใหม่จะพยายามแก้ไขปัญหาเพื่อรักษาสถานะของมหาวิทยาลัยไว้ แต่สถานการณ์โดยรวมยังคงเปราะบางอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี 1991 คณะกรรมการบริหารของ Northrop University ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการยกเลิกหลักสูตรระดับปริญญา ที่เปิดสอนมายาวนานเกือบครึ่งศตวรรษ พร้อมทั้งลดจำนวนบุคลากรลงเกือบครึ่งหนึ่ง โดยปัจจัยหลักมาจากปัญหาทางการเงิน และจำนวนผู้เรียนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องประเด็นดังกล่าวกลายเป็นชนวนให้สังคมออนไลน์ตั้งคำถามอย่างกว้างขวางต่อวุฒิการศึกษาของนาง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ โดยเฉพาะในมิติของ “คุณภาพ” และ “ความเหมาะสม” เมื่อสถาบันที่สำเร็จการศึกษานั้น เคยมีประวัติด้านปัญหามาตรฐาน และยกเลิกหลักสูตรปริญญาทั้งนี้…

  • ประมวลรัฐบาล ‘ลุงหนู อนุทิน’ เจอมรสุมรอบทิศ ปี 2026 วิกฤตซ้อน อะไรบ้าง

    กลายเป็น "ข่าวการเมืองร้อนแรง" ที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อสถานการณ์ปี 2026 ถูกมองว่าเป็นบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ของ"รัฐบาลลุงหนู" ภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ต้องเผชิญหน้ากับสารพัดวิกฤตถาโถมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวตลอดช่วงเวลาที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศอย่างเต็มรูปแบบ รัฐบาลต้องรับมือกับแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างหนักหน่วงเริ่มตั้งแต่วิกฤตภัยพิบัติที่เคยเป็นบททดสอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งถือเป็น "สนามจริง" ที่หล่อหลอมการบริหารวิกฤตของผู้นำแต่เมื่อเข้าสู่ปี 2569 สถานการณ์กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อปัจจัยระดับโลกเริ่มส่งแรงกระแทกโดยตรงต่อประเทศไทย ทั้งความตึงเครียดของประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงสุ่มเสี่ยงต่อการปะทุ และเงาของ "สงครามโลก" ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจในวงกว้างหนึ่งในประเด็นที่ประชาชนจับตาคือ "ราคาน้ำมันพุ่งสูง" ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อค่าครองชีพ และอาจนำไปสู่วิกฤตขาดแคลนพลังงานในอนาคต หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่าอาจเกิด “โดมิโนเอฟเฟกต์” กระทบทั้งภาคธุรกิจและประชาชนขณะเดียวกัน วิกฤตสิ่งแวดล้อมก็ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เมื่อฤดูร้อนปีนี้สร้างความเสียหายหนัก โดยเฉพาะปัญหา "ฝุ่น PM2.5" และไฟป่าที่ลุกลามในหลายจังหวัดภาคเหนือ จนบางพื้นที่ถูกเปรียบว่าเป็น “ทะเลเพลิง” สร้างความตื่นตระหนกและตั้งคำถามถึงมาตรการรับมือของภาครัฐสถานการณ์ทั้งหมดนี้ ทำให้คำว่า “เสถียรภาพรัฐบาล” กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล ขณะที่ประชาชนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะสามารถฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤตนี้ไปได้หรือไม่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัฐบาลยังคงยืนยันเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ พร้อมวางมาตรการระยะสั้นและระยะยาวเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทุกขณะสรุปข่าวคมชัดลึกปี 2569 ถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ของรัฐบาล “ลุงหนู” ที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล หลังต้องเผชิญวิกฤตซ้อนทั้งภัยพิบัติ…

  • หดหู่หนัก หลังรู้ อาชีพแท้จริง “ยายวัย80” ที่โดนทำร้าย ที่นนทบุรี

    เกิดเหตุสะเทือนใจ เมื่อคุณยายวัย 80 ปี ถูกทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ บริเวณซอยติวานนท์ 12 โดยคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงไม่ถึง 175 ซม. ทำร้ายจนใบหน้าบวมช้ำ ก่อนขโมยโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ กระเป๋าเงิน และกุญแจห้องพักไปต่อมาวันที่ มีผู้พบคุณยายบริเวณติวานนท์ซอย 3 อยู่ในสภาพไม่มีเงินและโทรศัพท์ติดตัว โดยคุณยายเล่าว่าอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ และออกมานอนด้านล่างเพราะห้องร้อน ซึ่งหลังจากนั้นได้มีกระแสข่าวออกมาว่า คุณยายนั้นมีสามี และโดนสามีซ้อม หรือ คุณยายมีการใช้ยาเสพติดซึ่ง ล่าสุด ทางรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ได้ไปพบกับหลานสาวของคุณยาย แล้ว ซึ่งได้เปิดเผยความจริงว่า คุณยายนั้นไม่ได้มีสามี และ อยู่คนเดียว ไม่มีการใช่ยาแต่อย่างใด ซึ่งเดิมที่คุณยายเป็นพยาบาลที่จุฬาฯ เกษียณแล้ว ตอนนี้มีรายได้เป็นเงินบำนาญ

  • คนขับรถไฟด่วนญี่ปุ่น หลับใน พุ่งสปีดเข้าสถานีนาโกย่า 180 ชีวิตระทึก

    รถไฟด่วนพิเศษฮิดะวิ่งเกินความเร็วจำกัด 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบเบรกอัตโนมัติทำงานทันก่อนถึงชานชาลา ผู้โดยสาร 180 ระทึก JR Tokai เร่งหามาตรการป้องกันเกิดเหตุระทึกกับระบบคมนาคมของประเทศญี่ปุ่นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มีนาคม คนขับรถไฟด่วนพิเศษฮิดะของบริษัทเจอาร์โทไกเกิดอาการหลับในขณะปฏิบัติหน้าที่ เขาปล่อยให้รถไฟพุ่งเข้าสู่สถานีนาโกย่าด้วยความเร็วเกินขีดจำกัดบริษัทเจอาร์โทไกรายงานรายละเอียดว่า เหตุเกิดขึ้นเวลาประมาณ 15.00 น. รถไฟด่วนพิเศษเที่ยวขึ้นออกเดินทางจากเมืองทาคายามะมุ่งหน้าสู่เมืองนาโกย่า ขณะขบวนรถกำลังแล่นเข้าสู่สถานีปลายทาง คนขับรถไฟชายวัย 51 ปีเกิดอาการหลับในเป็นเวลา 23 วินาที เขาปล่อยให้รถไฟแล่นด้วยความเร็ว 71 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฝ่าฝืนป้ายจำกัดความเร็วที่กำหนดไว้เพียง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมงระบบรักษาความปลอดภัยของขบวนรถไฟตรวจพบความผิดปกติจึงสั่งเบรกฉุกเฉินทันที ขบวนรถไฟหยุดนิ่งสนิทก่อนถึงชานชาลาสถานีนาโกย่าประมาณ 100 เมตร ผู้โดยสารบนขบวนรถจำนวน 180 คนปลอดภัย ไม่มีใครบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่รถไฟใช้เวลาตรวจสอบความปลอดภัยหลังเกิดเหตุ ส่งผลให้รถไฟขบวนดังกล่าวล่าช้ากว่ากำหนดการเดิม 11 นาทีบริษัทเรียกตัวคนขับรถไฟชายคนนี้มาสอบสวน เขาทำงานในตำแหน่งคนขับรถไฟมานานถึง 17 ปี เขามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ เขาให้การกับบริษัทว่า “ผมไม่รู้สึกง่วงเลยจนกระทั่งก่อนเกิดเหตุ พอรู้ตัวอีกทีเสียงเตือนของระบบรักษาความปลอดภัยก็ดังขึ้นแล้ว”บริษัทเจอาร์โทไกออกแถลงการณ์ขอโทษผู้โดยสาร บริษัทยืนยันว่าจะกำชับอบรมพนักงานอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อันตรายลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคตอ้างอิง: Nagoya TV (メ〜テレ)อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องอดีตดารา AV เบรก เป็นนักแสดงไม่ง่าย…

  • ชาวบ้านแฉชนวน เมียสาวปลิดชีพผัว 63 ฟังแล้วสงสาร ทนไปได้ยังไง

    เหตุสะเทือนใจเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เมื่อภรรยาวัย 30 ปี ในสภาพมึนเมา บุกเข้าบ้านพักของสามี หลังถูกปฏิเสธไม่ให้เปิดประตู ก่อนก่อเหตุทำร้ายนายธวัชพล สามีวัย 63 ปีเสียชีวิตภายในห้องนอนข้อมูลจากคนใกล้ชิดเผยให้เห็นชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ฝ่ายชายซึ่งทำงานขับไรเดอร์ ต้องส่งเงินให้ภรรยาแทบทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่รายได้ในแอป บางวันเหลือเงินติดตัวเพียงไม่กี่สิบบาทเท่านั้นยังมีการระบุว่า เขาต้องจ่ายเงินให้ภรรยาสัปดาห์ละ 5,000 บาท หรือเดือนละประมาณ 20,000 บาท และหากต้องการใช้ชีวิตคู่ ก็ต้องจ่ายเงินให้ภรรยาครั้งละ10,000 ถึง 30,000บาทแม้เคยพยายามช่วยสร้างรายได้ให้ภรรยา ด้วยการลงทุนซื้อเสื้อผ้าไปขายช่วงวาเลนไทน์ แต่เงินทั้งหมดกลับตกอยู่กับฝ่ายหญิงเพียงคนเดียว ขณะที่นิสัยหึงหวงรุนแรง ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ยิ่งตึงเครียดก่อนหน้านี้ไม่นาน ฝ่ายหญิงเคยทำร้ายฝ่ายชายจนบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว แต่ด้วยความรัก ฝ่ายชายยังยอมประกันตัวออกมา จนเรื่องราวกลับมาจบลงด้วยโศกนาฏกรรมคืนก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 3 ทุ่ม ผู้ตายได้ไปหาเพื่อนสนิท ยืมเงิน 200 บาทไปดื่มสุรา พร้อมระบายความอัดอั้นในใจ ก่อนจากกันยังโผกอดเพื่อนแน่น คล้ายเป็นการบอกลาโดยไม่รู้ตัวต่อมาในช่วงหลังเที่ยงคืน เขายังแวะไปคาราโอเกะของคนรู้จัก และร้องไห้อย่างหนัก พร้อมพูดตัดพ้อว่า “ไม่ไหวแล้ว ชีวิตไม่เหลืออะไรแล้ว” ซึ่งผิดไปจากนิสัยเดิมอย่างสิ้นเชิงกระทั่งช่วงเช้ามืด…

  • ‘แม่แตงโม’ นำหลักฐานสำคัญมอบให้ดีเอสไอ เชื่อเอาผิดคนผิดได้

    วันนี้ (30 มี.ค. 69) นางภนิดา ศิริยุทธโยธิน คุณแม่นางสาวนิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ “แตงโม” นักแสดงสาวชื่อดัง ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพลัดตกเรือสปีดโบ๊ตกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 เดินทางเข้ามาที่ดีเอสไอ เพื่อมอบพยานหลักฐานในคดี กรณีให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ากระบวนการดำเนินคดี มีการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญาหรือไม่ และมีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ ให้กับพันตำรวจตรีณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอโดยนางภนิดา ระบุว่า ตนเองตั้งใจเอาเอกสารสำคัญมาให้ดีเอสไอ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี เป็นรูปบาดแผลที่ขาของลูกสาว ที่ตนเองรวบรวมได้จากโซเชียล และข้อมูลบางส่วนของบังแจ็คมาประกอบด้วย เพราะบางข้อมูลยิ่งใหญ่และเชื่อถือได้ส่วนเอกสารและรูปภาพบาดแผลที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จ.ปทุมธานี ตนเองขอไปนานกว่า 6 เดือนแล้ว ยังไม่ได้เลย จึงขอฝากผ่านสื่อให้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มอบให้ตนเองเสียที เพราะมันต้องใช้ประกอบสำนวน ต้องเป็นภาพแรกและภาพจริงหลังเจอศพเท่านั้นพร้อมยอมรับวันนี้ตนเองไม่ได้มีความเชื่ออะไรใหม่ๆ ทุกอย่างยังเป็นไปตามที่ อ.ปานเทพ และดีเอสไอได้ออกมาพูดไปแล้วก่อนหน้านี้ และเชื่อว่าทิศทางคดีนี้ก็ดำเนินการไปได้เยอะแล้ว หวังว่าดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษได้ เพราะก็ได้หลักฐานไปมากถึง 300 กว่าหน้า จึงคิดว่าน่าจะเอาผิดคนที่ทำผิดได้“ตอนแรกแม่ก็ยังไม่ทราบว่าน้องเสียชีวิต เพราะอะไร ตอนแรกเฉยๆ…

  • ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน 2569 วิธีจัดโต๊ะเสริมดวง งานรุ่ง เงินเข้า ทิศมงคลที่ต้องรู้

    ภาพไฮไลต์อยากงานรุ่งแต่ทำไมอุปสรรคเยอะ? ลองเช็ก "ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน" ของคุณดูหรือยังไทยรัฐออนไลน์มัดรวมเทคนิคการจัดโต๊ะทำงานให้ถูกหลักฮวงจุ้ย ไม่ว่าจะเป็นทิศการนั่งหรือการวางของมงคล เพื่อเปลี่ยนพลังงานลบให้เป็นพลังงานบวก ช่วยให้งานราบรื่นและรับโชคแบบจัดเต็มฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน สิ่งสำคัญที่คนทำงานไม่ควรละเลยโต๊ะทำงานไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับวางคอมพิวเตอร์ แต่ในทางฮวงจุ้ยคือ "ศูนย์กลางแห่งความสำเร็จ" การจัดตำแหน่งโต๊ะที่ถูกต้องจะช่วยส่งเสริมพลัง "ชี่" ให้ไหลเวียนดี ส่งผลต่อสมาธิ การตัดสินใจ และโอกาสทางธุรกิจที่จะเข้ามาหาคุณทิศทางมงคล หันหน้าไปทางไหนแล้วงานพุ่งการเลือกทิศในการตั้งโต๊ะทำงานมีความสำคัญอย่างมาก โดยทิศที่แนะนำมีดังนี้ทิศเหนือ โดดเด่นเรื่องการเลื่อนตำแหน่งและความก้าวหน้าในหน้าที่การงานทิศตะวันออก ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ๆ เหมาะสำหรับอาชีพกราฟิก ครีเอทีฟ หรือนักเขียนทิศตะวันออกเฉียงใต้ เน้นเรื่องความมั่งคั่งและการเจรจาธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตำแหน่งต้องห้าม จัดโต๊ะแบบนี้ระวังเหนื่อยฟรีหากคุณรู้สึกว่าช่วงนี้ทำงานติดขัด ลองเช็กดูว่าโต๊ะของคุณอยู่ในตำแหน่งเหล่านี้หรือไม่1. ตรงกับประตู เชื่อว่าจะทำให้เจอแต่เรื่องวุ่นวาย มีคนนำปัญหามาให้ตลอดเวลา2. หันหน้าเข้ากำแพง เปรียบเหมือนการเจอทางตัน ทำให้คิดงานไม่ออกและรู้สึกกดดัน3. นั่งใต้คาน ตามหลักฮวงจุ้ยจะทำให้เกิดความเครียดสะสม เหมือนมีพลังงานมาทับถมอยู่ตลอดเวลาของมงคลวางโต๊ะทำงาน เสริมพลังบวกเรียกทรัพย์การเลือกไอเทมมาประดับโต๊ะนอกจากความสวยงามแล้ว ยังช่วยเสริมดวงได้อีกด้วยต้นไม้มงคลขนาดเล็ก เช่น ต้นกวนอิมเงิน หรือ ลิ้นมังกรแคระ ช่วยดูดซับพลังงานไม่ดีและเสริมความร่มเย็นหินนำโชค (Crystal) หินอเมทิสต์ช่วยเรื่องสมาธิ ส่วนอเวนจูรีนช่วยเรื่องโชคลาภทางการเงินแก้วน้ำสะอาด ควรมีวางไว้ทางด้านซ้ายมือ (ตำแหน่งมังกรเขียว) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเงินทองการจัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ช่วยสร้างความมั่นใจและระเบียบวินัยในพื้นที่ทำงาน สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาความสะอาดและจัดเก็บโต๊ะให้เป็นระเบียบเสมอ เพราะพื้นที่ที่สะอาดคือพื้นฐานของพลังงานที่ดีที่สุดที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน 2569 วิธีจัดโต๊ะเสริมดวง งานรุ่ง…

  • อาลัย “อดิศัย โพธารามิก” อดีตรัฐมนตรี 3 สมัย เสียชีวิตอย่างสงบ

    อาลัย นายพิชญ์ โพธารามิก ถือหุ้นรายใหญ่กลุ่มโมโนและกลุ่มจัสมิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pete Bodharamik แจ้งข่าวการสูญเสียคุณพ่อ นายอดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรี 3 สมัย เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 85 ปีโดยนายอดิศัย จากไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 07.28 น. โดยนายพิชญ์ โพสต์ข้อความว่า “คุณพ่อ จากไป อย่างสงบ ทุกคำสอน ทุกคำสั่งเสีย จะนำไปดำเนินการ ให้เรียบร้อยครับ”สำหรับนายอดิศัย เป็นอดีตรัฐมนตรี 3 สมัย โดยดำรงตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรกเมื่อปี 2519 ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จากนั้นในปี 2543 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชวน หลีกภัย และในปี 2544 ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนสลับไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในปี 2546ข่าวที่เกี่ยวข้อง“อดิศัย โพธารามิก” จากวิศวกรสู่เจ้าพ่อโทรคมนาคมไทย ก่อนก้าวสู่เวทีการเมืองระดับชาติ “น้องวิน ภาสวิน” นักวางแผนการเงินวัย…

  • ดังแล้วแม่คุณ! คลิปสาวปล่อยปลา เจอจังหวะนรกสุดๆ คนดูแห่แซว “เอากลับไปทำกินเถอะ”

    โอ๊ยลั่นไทม์ไลน์! สาวปล่อยปลาแต่พลาดแรง ทำไมจบแบบนี้…. ตอนจบพีกกกก งานนี้ทั้งขำทั้งสงสารช็อตเดียวจบ! สาวปล่อยปลาแต่ผิดสูตร คนดูร้องโอ๊ยลั่นไทม์ไลน์ แนะตรงๆ “เอากลับไปทำกินเถอะ”แบบนี้เรียกปล่อยปลาไหม? ตอนจบคนดูร้องโอ๊ยลั่นไทม์ไลน์ แนะตรงๆ “เอากลับไปทำกินเถอะ”กลายเป็นคลิปที่ถูกแชร์สนั่นโซเชียล เมื่อชาวเน็ตพากันส่งต่อวิดีโอของหญิงสาวรายหนึ่ง ขณะนำปลาไปปล่อยลงบ่อเพื่อทำบุญ แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ จนกลายเป็นทั้งน่าเอ็นดูและชวนขำในเวลาเดียวกันในคลิปเผยให้เห็นว่า หญิงสาวถือปลาตัวใหญ่ไปยังริมบ่อ ก่อนจะยืนดูและเตรียมตัวอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงตัดสินใจปล่อยปลาลงน้ำ แต่จังหวะที่ปล่อยกลับแรงเกินไป ทำให้ปลาพุ่งหัวลงโคลนและนิ่งไปทันทีเมื่อเห็นดังนั้น เธอรีบลงไปในบ่อเพื่อนำปลาขึ้นมา พร้อมพยายามจุ่มน้ำเพื่อให้ปลาฟื้นตัว แต่สุดท้ายก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ทำเอาคนดูทั้งลุ้นทั้งสงสารหลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก หลายคนอดขำไม่ได้กับจังหวะปล่อยปลาที่ไม่เหมือนใคร ขณะที่บางส่วนก็แซวแบบขำ ๆ ว่า “แบบนี้เอากลับบ้านไปทำอาหารดีกว่า” เพราะดูเหมือนปลาจะไม่สามารถว่ายน้ำต่อได้แล้ว

  • รู้แล้วขนลุก! “สิ่งที่น่ากลัวที่สุด” ในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ วางกับดักไว้ 2 พันปี ใครกล้าเปิดถึงตาย

    อาวุธที่ยังทำงาน! เผยความน่ากลัว 'หน้าไม้กลไก' ในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่นักโบราณคดีต้องถอย สมบัติที่แลกด้วยชีวิต! เปิดเหตุผลทำไมการเข้าใกล้พระศพจิ๋นซีฮ่องเต้ อาจหมายถึงความตาย รู้แล้วขนลุก! เปิดระดับ 'สารพิษ' ในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ สูงกว่าปกติร้อยเท่า ลมหายใจเดียวคือตาย! มากกว่าแค่ทหารดินเผา! พาส่องสิ่งที่ซ่อนอยู่ชั้นในสุดของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ปริศนาที่มนุษย์ยังไม่กล้าท้าทายทำไมโลกยังไม่กล้าเปิด? เจาะลึกความลับ 'แม่น้ำปรอท' และกับดักมรณะในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้2,000 ปีที่ไม่มีใครเข้าถึง… ย้อนรอยแผนผังสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิผู้ยอมดับสูญพร้อมกองทัพแม้เวลาจะผ่านมากว่า 2,000 ปี แต่สุสานของจักรพรรดิองค์แรกแห่งการรวมแผ่นดินจีนอย่าง ฉินสื่อหวง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ (Qin Shi Huang / 秦始皇) ยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะ “ห้องฝังพระศพ” ที่จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครกล้าเข้าไปสำรวจแม้จะมีเทคโนโลยีทันสมัยเพียงใด แต่นักโบราณคดีก็ยังต้องหยุดอยู่หน้าทางเข้า เพราะเชื่อว่าภายในสุสานของ จิ๋นซีฮ่องเต้ ซ่อนอันตรายและความลับที่อาจคร่าชีวิตได้จริงไม่ใช่แค่คำสาป… แต่มันคือสารพิษและกับดักที่ยังทำงาน! ทำไมผ่านไปกว่า 2,000 ปี สุสานของ 'จิ๋นซีฮ่องเต้' ถึงยังเป็นเขตต้องห้ามที่ไม่มีใครกล้าเปิด? มาหาคำตอบของความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ดินนี้กันแม่น้ำปรอท อาวุธเงียบที่อันตรายถึงชีวิตสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คำสาป แต่คือ “ปรอท” ตามบันทึกของนักประวัติศาสตร์โบราณระบุว่า ภายในสุสานของ…

Got any book recommendations?