Mindblown: a blog about philosophy.
-
3 ราศีคนคิดร้ายจะแพ้ภัยตัวเอง ใครที่เคยนินทาจะได้รับผลกรรมทันที
เปิดดวงชะตาคนดวงแข็ง ขจัดคนพาลพ้นทาง ใครคิดร้ายเตรียมรับผลกรรมตามสนอง เช็กเลยราศีไหนเตรียมโล่งใจ อุปสรรคเรื่องคนกวนใจหมดไป พร้อมก้าวเดินต่อไปอย่างราบรื่นดวงดาวในช่วงนี้เคลื่อนตัวส่งผลดีต่อคนดวงแข็ง พลังงานบวกจะเข้ามาจัดการคนคิดไม่ดีให้ออกไปจากชีวิต ใครที่เคยทำไม่ดีไว้จะได้รับผลกรรมนั้นอย่างรวดเร็ว คนที่เคยใส่ร้ายจะแพ้ภัยตัวเองจนต้องถอยทัพไปในที่สุด เรามาเช็กกันดีกว่าว่า 3 ราศีที่ดวงกำลังเปิด ศัตรูพ่ายแพ้ จะมีราศีไหนกันบ้างราศีสิงห์คนที่คอยอิจฉาหรือขัดขวางความก้าวหน้าในที่ทำงานจะเริ่มเผยธาตุแท้ออกมาให้คนอื่นเห็น ผลงานของคุณจะโดดเด่นจนกลบเสียงนินทา คนที่เคยว่าร้ายคุณจะเสียหน้าและแพ้ภัยตัวเองไปเอง คุณไม่ต้องออกแรงตอบโต้ ปล่อยให้เวลาและผลงานพิสูจน์ทุกอย่างราศีมังกรช่วงก่อนหน้านี้มีคนคอยจ้องจับผิด หรือเอาเรื่องส่วนตัวไปพูดในทางเสียหาย ตอนนี้ดวงชะตาพลิกกลับ คนพวกนั้นจะเจอปัญหาของตัวเองจนไม่มีเวลามายุ่งกับชีวิตคุณอีกต่อไป ใครทำอะไรไว้จะได้รับสิ่งนั้นกลับคืนอย่างรวดเร็ว ชีวิตคุณจะกลับมาสงบสุขอีกครั้งราศีเมษศัตรูคู่แข่งที่เคยขับเคี่ยวกันมาตลอดจะเริ่มหมดแรง หรือมีเหตุให้ต้องถอยห่างออกไปเอง คุณจะหลุดพ้นจากสภาวะอึดอัด ผู้ใหญ่จะมองเห็นความจริงและเข้ามาให้ความช่วยเหลือ คนที่คิดร้ายจะหมดสิทธิ์ทำอันตรายคุณได้อีก คุณจะได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลังคำแนะนำส่งท้ายสำหรับ 3 ราศีนี้ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการหลุดพ้น แนะนำให้หมั่นทำบุญกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรเพื่อเสริมดวงชะตาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่วนราศีอื่น ๆ ที่ยังต้องรับมือกับคนพาล ขอให้ยึดมั่นในความดีและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ความจริงใจและความอดทนจะช่วยปกป้องคุณจากคนคิดร้ายได้ในที่สุดอ่านข่าวเกี่ยวข้อง4 ราศี ชีวิตต้องสู้ ช่วงนี้อุปสรรคเยอะหน่อย แต่ผ่านไปได้จะแกร่งและรวยมาก4 ราศี เครียดลงกระเพาะ แบกโลกไว้คนเดียว ระวังป่วยทางใจ หาเวลาฮีลใจด่วน3 ราศีคนมีคู่กลับมาหวานชื่น ปรับความเข้าใจกันได้ลงตัว อาถรรพ์รักร้าวหายไป
-
“ศุภจี” สั่งเข้มดูแลราคาสินค้า เตรียมเพิ่มสินค้าควบคุมอีก 7 รายการ ขึ้นราคาต้องขออนุญาต
วันนี้ (26 มี.ค.69) เวลา 13.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุม ครม.นัดพิเศษว่า ภาวะวิกฤตนี้ กระทรวงพาณิชย์มีการกำชับให้เตรียมความพร้อม โดยกรมการค้าภายในทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัด คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ให้เน้นย้ำเรื่องของสินค้าควบคุม ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งมีอยู่แล้ว 59 รายการ โดยมีการจัดการประชุม กจร. เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา ให้ทบทวนว่าควรจะเพิ่มเติมในเรื่องสินค้าที่จะต้องดูแลให้ไม่มีผลกระทบกับประชาชน ซึ่งได้ข้อสรุปว่า จะเพิ่มเติมมา 7 รายการด้วยกัน โดยให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแล้ว เป็นสินค้าที่เกี่ยวกับห่วงโซ่อุปสงค์ อุปทาน ตัวอย่างเช่น เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส ทั้งน้ำปลา และซีอิ๊ว เป็นต้น นางศุภจี กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีสินค้าที่ควบคุมดูแลอยู่แยกออกเป็น 12 หมวด และมีระดับความเข้มข้น 5 ระดับ ซึ่งระดับที่เข้มข้นสูงสุดคือ หากจะขยับราคาจะต้องมีการขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน…
-
หนุ่มถูกยิงเสียชีวิต ริมถนนสายรังสิต – นครนายก ช่วงคลอง 11 ตร.เร่งสอบสวนหาสาเหตุ จ.ปทุมธานี
หนุ่มถูกยิงเสียชีวิต ริมถนนสายรังสิต – นครนายก ช่วงคลอง 11 ตร.เร่งสอบสวนหาสาเหตุ จ.ปทุมธานีเวลา 04.05 น. วันที่ 26 มีนาคม 2569 รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีเหตุบุคคลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต ริมถนนรังสิต – นครนายก ฝั่งขาเข้า ช่วงสะพานข้ามคลอง 11 ในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานีที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 20 ปี นอนตะแคงบนพื้นถนน และคว่ำหน้าลงกับทางเดินบนสะพาน ลักษณะถูกยิงด้วยอาวุธปืน ไม่ทราบชนิด ตรวจสอบมีบาดแผลที่ลำตัว และขมับขวา ใกล้กันพบหมวกนิรภัยสีดำ ตกอยู่ 1 ใบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี ถึงจุดเกิดเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุ และติดตามจับกุมคนร้ายต่อไปศูนย์วิทยุร่วมปทุม, อาสาปทุม 10
-
เกิดเหตุ โศกนาฏกรรมสลด ดับแล้ว 24 ราย รถบัสพลิกคว่ำตกแม่น้ำในบังกลาเทศ
จากกรณี สื่อต่างประเทศIndia TV รายงานระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 17:15 น. ตามเวลาท้องถิ่นจากกรณี สื่อต่างประเทศIndia TV รายงานระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 17:15 น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณ ท่าเรือเดาลาเดีย ในเขตราชบารี ทางตอนกลางของบังกลาเทศ โดยรถโดยสารคันดังกล่าวกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังกรุง ธากา ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 100-128 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างพยายามขึ้นเรือข้ามฟากแม่น้ำ ปัทมา ก่อนจะเกิดเสียหลักและพุ่งตกลงไปในน้ำทั้งคันจากข้อมูลเบื้องต้น ผู้โดยสารบางส่วนสามารถเอาชีวิตรอดได้ด้วยการ ว่ายน้ำขึ้นฝั่ง หรือได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านและผู้ที่อยู่ในบริเวณท่าเรือทันเวลา แต่ยังมีผู้โดยสารอีกจำนวนหนึ่งที่ ติดอยู่ภายในรถ และสูญหายไปพร้อมกับซากรถที่จมลงอย่างรวดเร็วเหตุการณ์ดังกล่าวยังถูกบันทึกไว้ในคลิปวิดีโอที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย โดยภาพที่ปรากฏแสดงให้เห็นว่า รถบัสเคลื่อนตัวมาด้วยความเร็ว ก่อนจะ พลิกหงายท้องและตกลงสู่แม่น้ำ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านพยายามโยน ห่วงยาง และ เชือก ลงไปช่วยผู้ประสบเหตุ รวมถึงมีบางคนกระโดดลงไปช่วยเหลือด้วยตนเองทันทีหลังเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยจากหลายฝ่าย ทั้ง หน่วยดับเพลิง,…
-
ผบ.ตร.สั่งสอบด่วน! ปมเพจดังแฉ ใบสั่งนายกฯ หลุดว่อนเน็ต
26 มีนาคม 2569 จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก "CSI LA" ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า "ข้อมูลใบสั่ง “หลุด”ไม่ได้หลุดธรรมดา แต่หลุดจากใน Discord ของกลุ่มแฮ็ก อ้างว่าเจาะเข้าระบบ “กรมตำรวจ” แล้วดึงข้อมูลใบสั่งออกมาขาย/แจกกัน ขนาดข้อมูลนายกหนูยังโดน"ล่าสุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก "CSI LA" เผยแพร่ภาพ "ใบสั่ง" ซึ่งอ้างว่าเป็นของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าข้อมูลใบสั่งดังกล่าวหลุดออกมาจากระบบของกรมตำรวจ ผ่านทางแอปพลิเคชัน Discord ในกลุ่มแฮกเกอร์ ที่มีการอ้างว่าเจาะเข้าระบบเพื่อดึงข้อมูลใบสั่งออกมาขายและแจกจ่ายกัน ซึ่งพบว่าแม้แต่ข้อมูลของระดับนายกรัฐมนตรีก็ยังถูกนำมาเผยแพร่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงสาเหตุที่มีการนำสิทธิของผู้อื่นไปใช้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล แล้วนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ตนขอเวลาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ว่าระบบดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร และมีการครอบคลุมข้อมูลในเชิงไหน ซึ่งเบื้องต้นได้สั่งการให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.ไปเร่งตรวจสอบโดยละเอียดแล้วว่าเป็นใคร และกระทำจากที่ไหนสำหรับประเด็นหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ภายในองค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลออกมาเผยแพร่นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวย้ำว่า การนำสิทธิของผู้อื่นไปเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งต้องไปตรวจสอบว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายอื่นอย่างไรบ้าง…
-
สาวแชร์อุทาหรณ์ จากเลือดกำเดาไหล สู่มะเร็งร้าย จนต้องสูญเสียตาไป 1 ข้าง ในวัย 29 ปี
สาวแชร์อุทาหรณ์อย่าชะล่าใจ จากเลือดกำเดาไหล สู่มะเร็งร้าย จนต้องสูญเสียตาไป 1 ข้าง ในวัย 29 ปี หวังเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังต่อสู้กับโรคร้ายอยู่จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อกชื่อ uptojoii โพสต์ภาพและเรื่องราวชีวิตผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เล่าถึงเส้นทางการต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างเข้มแข็ง ซึ่งท้ายที่สุดต้องสูญเสียดวงตาไป 1 ข้าง ในวัยเพียง 29 ปี ภายหลังจากโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวโซเชียลจำนวนมากร่วมส่งกำลังใจ พร้อมชื่นชมในความเข้มแข็งของเจ้าของเรื่องราว ที่กล้าออกมาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตจริงต่อมาวันที่ 26 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ นางสาวเขมสุทาดา เจริญวงค์ หรือคุณมิ้น อายุ 30 ปี เจ้าของโพสต์ เล่าว่า เมื่อ มกราคม 2568 ตนมีอาการเลือดกำเดาไหล 1 ข้าง แต่คิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะอาจจะแพ้ฝุ่น เนื่องจากฝุ่น pm ช่วงนั้นหนักจนผ่านไป 1 อาทิตย์ ตาข้างขวาของตนมีลักษณะเป็นตากุ้งยิง และมีอาการคัน ตนจึงไปตรวจที่คลินิกแถวบ้าน ซึ่งหมอแจ้งว่าเป็นไทรอยด์ขึ้นตา แต่พอได้รับการตรวจแบบจริงจัง หมอแจ้งว่าดูไม่ใช่ไทรอยด์ หมอจึงนัดไปตรวตที่…
-
สลด พ่อแม่ลูก ขับกระบะไปขายผักที่ตลาด ตกถนนซ่อมสร้าง เสียชีวิตยกครัว
สลด พ่อแม่ลูก ขับกระบะไปขายผักที่ตลาด ตกถนนซ่อมสร้าง เสียชีวิตยกครัวเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 26 มีนาคม ร.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุริยวงศ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สามพราน รับแจ้งเหตุรถกระบะตกร่องถนนที่ซ่อมสร้าง ถนนเพชรเกษม ขาเข้ากรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 35+400 หมู่ 2 ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมที่เกิดเหตุกำลังมีการซ่อมผิวจราจรโดยมีการขุดถนนร่อง พบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ ทะเบียนนครปฐม สภาพด้านหน้ารถได้รับความเสียหายอย่างหนัก ชนเข้ากับขอบปูนถนน มีผู้เสียชีวิตติดในรถ 3 ราย เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมา ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือนายนพรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปีน.ส.สุจิรัตตา (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปีนายเอกสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปีจึงมอบศพให้มูลนิธิฯส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลนครปฐมเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นพ่อ แม่…
-
แย่งน้ำมัน-คิวยาว “หนู” ถามอย่างนี้ไม่ตอบ…ตอบแบบนี้ระวังประชาชนถาม…นายกฯมีไว้ทำไม? ** รู้จัก “แก๊งลูกเทพ”และ “เพื่อนนายหญิงน้อย” ใน ครม.อนุทิน 2
ข่าวปนคน คนปนข่าว++ แย่งน้ำมัน-คิวยาว “หนู” ถามอย่างนี้ไม่ตอบ…ตอบแบบนี้ระวังประชาชนถาม…นายกฯมีไว้ทำไม?ปัญหาวิกฤตปั๊มน้ำมันไม่มีน้ำมันให้เติม หรือมีก็น้อยจนต้องจำกัดปริมาณการเติม และประชาชนยังต่อคิวกันยาวเหยียด กลายเป็นเรื่องที่ตอนนี้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ไม่ตอบแล้วเจอทัพนักข่าวจี้ถามเรื่องนี้ “เสี่ยหนู”น่าจะลืมตัวว่าเป็นนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ต้องบริหารจัดการทุกปัญหาของประชาชนและประเทศ เก็บอารมณ์ไม่อยู่ถึงกับตอบว่า “ถามเรื่องนี้.. แบบนี้ไม่ตอบ” แถมสำทับด้วยประโยคของ“นักปัดในตำนาน” เอาตัวรอดเป็นยอดดี ว่า “ยังไม่ได้รับรายงาน”เมื่อถามว่าจะบริหารอารมณ์ของประชาชนในช่วงนี้อย่างไร นายกฯอนุทิน ตอบว่า ทุกคนกำลังทำงานอยู่โถ… ท่านนายกฯ ปั๊มร้าง-คิวยาว-ชาวบ้านตบตีแย่งชิงน้ำมัน ของแบบนี้ไม่ต้องให้ราชการ หรือรอรายงานวางบนโต๊ะนายกฯหรอก สื่อโซเชียล หรือสื่อหลักรายงานกันเต็มฟีด เสียงด่าหน้าปั๊มนี่ดังไปถึงดาวอังคารแล้ว!ชาวบ้านเขาไม่ได้อยากรู้ว่าใครกำลังทำงานอยู่ แต่อยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะมีน้ำมันให้เติม ที่ให้คำมั่นย้ำๆ ว่า “น้ำมันเต็มปั๊ม” ภายในสัปดาห์นี้นั้น…กี่โมง?ปัญหาของชาติ แต่นายกฯไม่ตอบ ไม่รู้ว่า อนุทินรู้ว่าตอบไปก็เข้าตัว เพราะสถานการณ์หน้าปั๊มมันฟ้องว่าบริหารจัดการพลาด ทำงานแบบไหนถึงปล่อยให้คนแย่งน้ำมันกันจนเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ?หรือที่ 'ไม่ตอบ' เพราะกลัวจะถูกถามตามติด “ดีลลับจ๊อบเบอร์” ไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลัง “ค้าน้ำมัน” บนคราบน้ำตาประชาชน หรือเปล่า?มีข้อมูลวงในปูดมาว่า “จ็อบเบอร์” เครือข่ายนักการเมืองที่ “เส้นใหญ่” รับน้ำมันจากโรงกลั่น หรือคลังน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่…
-
ภารกิจ Artemis ในอนาคตอาจใช้สายไฟเบอร์ออปติกเพื่อตรวจจับแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์
ภารกิจ Artemis ในอนาคตอาจใช้สายไฟเบอร์ออปติกเพื่อตรวจจับแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์นักวิทยาศาสตร์กำลังเสนอแนวทางใหม่ที่อาจพลิกโฉมการตรวจสอบการเกิดแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์ (Moonquakes) โดยการวางสายไฟเบอร์ออปติก (Fiber-optic cables) ลงบนพื้นผิวของดวงจันทร์งานวิจัยล่าสุด 2 ชิ้น ชี้ให้เห็นว่าสายไฟเบอร์ออปติกสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องตรวจจับแผ่นดินไหวที่มีความไวสูง ซึ่งเป็นทางเลือกที่มีน้ำหนักเบาและประหยัดต้นทุนกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องวัดแผ่นดินไหวแบบดั้งเดิมเทคโนโลยีนี้ต่อยอดมาจากเทคนิคที่เรียกว่าการรับรู้เสียงแบบกระจายตัว (Distributed Acoustic Sensing) โดยการส่งพัลส์เลเซอร์ผ่านเส้นใยแก้วนำแสงเพื่อตรวจจับการสั่นสะเทือนเล็กน้อยที่เกิดขึ้นตลอดความยาวของสายไฟเบอร์ด้วยวิธีนี้ สายเคเบิลเพียงเส้นเดียวจะสามารถทำงานเสมือนมีเซ็นเซอร์วัดแผ่นดินไหวนับพันตัวพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยขยายขอบเขตการตรวจจับได้อย่างมหาศาล เมื่อเทียบกับเครื่องมือเพียงไม่กี่ชิ้นที่เคยนำไปติดตั้งในยุคของโครงการอพอลโล (Apollo)แม้ว่าเครื่องวัดแผ่นดินไหวในยุคอพอลโลจะเคยตรวจพบแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์หลายพันครั้งระหว่างปี 1969 ถึง 1977 แต่เครื่องมือเหล่านั้นกลับมีน้ำหนักมาก มีราคาแพง และมีข้อจำกัดด้านขอบเขตการทำงานคาร์ลี โดนาฮิว (Carly Donahue) นักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอสอาลามอส (Los Alamos National Laboratory) และผู้นิพนธ์หลักของงานวิจัยทั้ง 2 ฉบับ ระบุว่า "แม้ดวงจันทร์จะมีกิจกรรมแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่การติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นสั่นสะเทือนแบบดั้งเดิมบนดวงจันทร์นั้นทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ในขณะที่สายไฟเบอร์ออปติกมีน้ำหนักเบา ทนทาน และราคาถูก" ทีมนักวิจัยจึงเกิดแนวคิดในการนำมาใช้เพื่อตรวจจับการสั่นสะเทือนบนพื้นผิวดวงจันทร์โดยปกติธรรมชาติของแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์นั้นแตกต่างจากโลกของเราอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีแผ่นเปลือกเหมือนบนโลก การสั่นสะเทือนจึงเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น ผลกระทบจากน้ำขึ้นน้ำลง (Tidal forces) จากโลก, การพุ่งชนของอุกกาบาต, และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแบบฉับพลันเมื่อพื้นผิวดวงจันทร์ร้อนขึ้นและเย็นลงโดยพลังงานการสั่นสะเทือนบนดวงจันทร์จะกระจายตัวอย่างช้า ๆ…
-
ศาลตัดสิน “Meta” – “Google” มีความผิดจริง ฐานออกแบบแอปอันตรายต่อเยาวชน
ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าวงการเทคโนโลยีไปตลอดกาล เมื่อคณะลูกขุนในลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาตัดสินให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง เมตา (Meta) และ อัลฟาเบท (Alphabet) หรือบริษัทแม่ของ กูเกิล (Google) มีความผิดฐานออกแบบแพลตฟอร์มที่เป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชนคดีนี้มีจุดเริ่มต้นจาก “เคลีย์” หญิงสาววัย 20 ปี ซึ่งยังเป็นผู้เยาว์ขณะเริ่มฟ้องร้อง เธอระบุว่าตนเองมีอาการเสพติดแพลตฟอร์มยูทูป (YouTube) และอินสตาแกรม (Instagram) อย่างหนักตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเธอระบุว่าสาเหตุหลัก มาจากการออกแบบแอปพลิเคชัน ที่จงใจดึงดูดความสนใจมากเกินไป จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเธอคณะลูกขุนมีความเห็นพ้องว่า ทั้งสองบริษัทมีความประมาทในการออกแบบแอปพลิเคชันจริง และที่สำคัญคือยังล้มเหลวที่จะแจ้งเตือนผู้ใช้งานถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ศาลจึงตัดสินให้ เมตา (Meta) ชดใช้ค่าเสียหาย 4.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 137 ล้านบาท ส่วน กูเกิล (Google) อีก 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 60 ล้านบาท แม้ตัวเลขนี้จะดูน้อยนิดเมื่อเทียบกับรายได้มหาศาลของบริษัท แต่ก็นับเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่น่าจับตาสิ่งที่ทำให้คดีนี้แตกต่างคือ โจทย์ไม่ได้ฟ้องร้องที่เนื้อหา (Content) บนแพลตฟอร์ม แต่พุ่งเป้าไปที่โครงสร้างการออกแบบ (Product Design)…
Got any book recommendations?