Mindblown: a blog about philosophy.
-
เผยคลิป เชฟโรงแรมดังภูเก็ต ทำร้าย นศ.ฝึกงาน ตบหน้า-บังคับกินข้าวดิบ ล่าสุดถูกไล่ออกแล้ว
นักศึกษาฝึกงานหญิงวัย 20 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต หลังคลิปหลักฐานแชร์ว่อนเน็ต โดนพนักงานครัวทำร้ายร่างกายซ้ำหลายครั้งระหว่างฝึกงานนักศึกษาฝึกงานหญิงวัย 20 ปี จากสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรป่าตอง จังหวัดภูเก็ต หลังถูกกล่าวหาว่าถูกพนักงานครัวของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอกะทู้ทำร้ายร่างกายระหว่างฝึกงาน โดยเหตุการณ์เป็นกระแสในโลกออนไลน์หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดภายในครัวของโรงแรมผู้เสียหายเดินทางมาฝึกงานที่โรงแรมดังกล่าวพร้อมเพื่อนอีก 3 คนตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยได้รับมอบหมายให้ฝึกงานในแผนกครัว มีหน้าที่หลักเป็นผู้ช่วยหั่นผัก หั่นเนื้อสัตว์และผลไม้ จากคลิปที่เผยแพร่ ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่เธอกำลังปฏิบัติงานอยู่ในครัว พนักงานหญิงรุ่นพี่ปาของใส่ และแม้ผู้เสียหายจะยกมือไหว้แสดงความยอมจำนน แต่ยังถูกตบหน้าเพิ่มอีก 2 ครั้ง และใช้ตะหลิวตีที่แขน สาเหตุมาจากการที่เธอยังทำภารกิจเดิมไม่เสร็จเมื่อถูกเรียกให้ไปตักข้าวผู้เสียหายเปิดเผยด้วยน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกพนักงานคนเดียวกันสั่งให้หุงข้าว แต่เมื่อข้าวออกมาดิบ กลับถูกบังคับให้ตักข้าวดิบใส่จานและกินจนหมด เธอระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง ทำให้ต้องทำงานด้วยความหวาดระแวงและกังวลตลอดเวลา แต่ไม่กล้าบอกผู้ปกครองเพราะกลัวจะเรียนไม่จบและฝึกงานไม่ผ่านล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง รับแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เสียหาย พยาน และผู้ถูกกล่าวหา เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายตามกฎหมาย พร้อมพิจารณาข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกรณีบังคับขู่เข็ญให้กินข้าวดิบ ทั้งนี้คดียังอยู่ในชั้นสอบสวน ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการด้านโรงแรมต้นเรื่องดำเนินการให้พนักงานที่ถูกกล่าวหาพ้นสภาพการจ้างงานแล้ว พร้อมติดต่อขอโทษนักศึกษาผู้เสียหายและระบุว่าจะติดตามเรื่องต่อไป ขณะที่สถาบันการศึกษาต้นสังกัดของนักศึกษา เมื่อทราบเรื่องได้สั่งย้ายผู้เสียหายและเพื่อนนักศึกษาฝึกงานอีก 3 คนกลับทันที เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยอ่านข่าวน่าสนใจร้าน PARAMETER ของใคร?…
-
ศาลสั่งจำคุก เนติวิทย์ 6 เดือน รอลงอาญา 1 ปี คดีหลีกเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหาร
20 กรกฎาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก "ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน" โพสต์ข้อความระบุว่า "ศาลแขวงสมุทรปราการพิพากษาว่า "เนติวิทย์" มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหารฯ ลงโทษจำคุก 6 เดือน ให้รอลงอาญา 1 ปี"พร้อมทั้งโพสต์รายละเอียดในคอมเมนต์ ระบุว่า 20 ก.ค. 2569 เวลา 09.30 น. นัดฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ศาลแขวงสมุทรปราการ ของเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล ที่ถูกฟ้องในข้อหาหลีกเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหารฯก่อนหน้านี้ทนายได้มีการส่งคำร้องขอเปลี่ยนนัดเพื่อให้ศาลมาอ่านคำพิพากษาเลยตามความประสงค์ของจำเลย โดยในวันนี้โจทก์ไม่ขัดข้อง ศาลจึงอ่านคำพิพากษาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานหลีกเลี่ยงการเข้าคัดเลือกการรับราชการทหารตามที่โจทก์นำสืบ ที่จำเลยอ้างว่า พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ ขัดต่อธรรมนูญศาล ก็มีคำวินิจฉัยแล้วว่าพ.ร.บ.ดังกล่าวนั้นไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญส่วนที่จำเลยอ้างว่าไม่เข้ารับราชการทหารด้วยเหตุแห่งความเชื่อทางศาสนาและมโนธรรมสำนึก ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นในการกระทำความผิด ข้อโต้แย้งของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ มาตรา 27 และ มาตรา 45 ให้จำคุก 6 เดือน ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยถูกลงโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษ 1 ปีย้อนดูเส้นทาง 11 ปี การปฏิเสธการบังคับเกณฑ์ทหารด้วยมโนธรรมของ “เนติวิทย์”…
-
ลงทะเบียนรับส่วนลดค่าน้ำ – ไฟ เริ่มวันนี้ 20 ก.ค. สำหรับผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการ
วันนี้ (20 กรกฎาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าบรรเทาค่าครองชีพให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยเปิดให้ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิลดค่าน้ำประปา ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมย้ำว่า ผู้มีสิทธิทั้งรายเดิมและรายใหม่ จะต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน เพื่อยืนยันการใช้สิทธิรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลสนับสนุนค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยกำหนดให้ 1 บ้าน (เลขที่บ้าน) ใช้สิทธิได้ 1 สิทธิ หากค่าน้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิชำระเฉพาะส่วนที่เกินจากวงเงินสนับสนุน ส่วนกรณีที่ค่าน้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้น้ำทั้งหมดสำหรับผู้มีสิทธิ รายเดิม ซึ่งเคยได้รับสิทธิตามโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 และผ่านการพิจารณาคุณสมบัติในโครงการปี 2569…
-
เฉลยแล้ว! เผยตัวตนโครงกระดูกในหีบปริศนาใต้พระวิหาร
วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา วัดธาตุทอง ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีพบหีบศพใต้พระวิหารลิมปาภรณ์ ระหว่างดำเนินโครงการบูรณะปฏิสังขรณ์ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อคลายข้อสงสัยของประชาชนวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา วัดธาตุทอง ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีพบหีบศพใต้พระวิหารลิมปาภรณ์ ระหว่างดำเนินโครงการบูรณะปฏิสังขรณ์ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อคลายข้อสงสัยของประชาชนตามแถลงการณ์ระบุว่า พระวิหารลิมปาภรณ์ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2514 โดยครอบครัวลิมปาภรณ์ ต่อมาในปี 2568 คณะกรรมการวัดมีมติให้ดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์ เนื่องจากตัวอาคารมีสภาพทรุดโทรม โดยมีการเสริมฐานรากใหม่ ยกโครงสร้างอาคาร ปรับปรุงภูมิทัศน์ และเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ซึ่งเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2569ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ระหว่างที่ผู้รับเหมากำลังขุดดินบริเวณใต้พระวิหาร ได้พบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กลักษณะคล้ายบ่อปูน บริเวณด้านหลังพระประธาน จึงแจ้งไวยาวัจกรของวัดเพื่อขออนุญาตเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมภายหลังเปิดสำรวจภายใน พบวัตถุทรงสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายหีบศพอยู่ภายในบ่อคอนกรีต วัดจึงมอบหมายตัวแทนเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.คลองตัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตามขั้นตอนจากการตรวจสอบพบว่า ภายในหีบมีโครงกระดูกมนุษย์ วัดจึงเร่งประสานไปยังทายาทของครอบครัวผู้สร้างพระวิหารเพื่อสอบถามข้อมูล ก่อนจะได้รับการยืนยันว่า โครงกระดูกดังกล่าวเป็นของคุณย่าทวดฟุ้ง บรรพบุรุษของตระกูล ซึ่งเสียชีวิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 และภายหลังได้มีการนำอัฐิมาบรรจุไว้ใต้พระวิหารแห่งนี้ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับผลการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่นิติเวชและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ซึ่งระบุว่าเป็นโครงกระดูกของเพศหญิง ทำให้วัดประสานทายาทของผู้สร้างพระวิหารและ สน.คลองตัน เพื่อดำเนินการรับมอบชิ้นส่วนโครงกระดูกให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายล่าสุด…
-
ถึงบางอ้อทันที รู้แล้ว “หมอวินิจฉัยพลาด กับ ประมาท” ต่างกันยังไง
เพจเฟซบุ๊กDrama-addict แชร์เรื่องราวน่าสนใจ กับประเด็นของแพทย์ การวินิจฉัยพลาด กับ ประมาท นั้น ต่างกันอย่างไร โดยได้ระบุว่าคำถามน่าสนใจจากลูกเพจเค้าถามว่าอันนี้ถามเป็นความรู้ครับการวินิจฉัยพลาด กับ ประมาท มันมีเส้นแบ่งยังไงไหมครับหรือจริงๆ ไม่ต้องแบ่ง วินิจฉัยพลาด = ประมาทหมดเพื่อป้องกันตัวเองในภายภาคหน้าบ้าง เพราะเอาตรงๆ ก็เคยเจอหมออีโก้จัดเหมือนกัน คนไข้ห้ามถาม ห้ามรู้มากเลยคำตอบคือ วินิจฉัยพลาดไม่ได้เท่ากับประมาททั้งหมดครับเพราะมีหลายเคสที่เบื้องต้นอาการตอนแรกไม่ชัดเจนหมอมีโอกาสวินิจฉัยพลาดได้สูงหรือถ้าโรคหายากก็มีโอกาสที่จะพลาดได้กรณีแบบนั้นศาลก็อาจจะตัดสินให้หมอไม่มีความผิด กล่าวคือการที่หมอวินิจฉัยพลาดหรือวินิจฉัยกับหมอคนอื่นไม่ได้แปลว่าหมอคนนั้นจะมีความผิดต้องดูองค์ประกอบอื่นร่วมด้วยกรณีที่ศาลจะตัดสินให้หมอมีความผิดก็คือต้องมีการพิสูจน์ว่าหมอมีการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เช่นไม่ทำตามมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ทำตามแนวทางที่กำหนดไว้ ไม่ตรวจร่างกายไม่ส่งแล็บตามที่ควรทำ และความผิดพลาดนั้นได้ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นกับตัวคนไข้ถ้ามี องค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วน ก็มีโอกาสที่ศาลจะตัดสินให้เป็นความผิดฐานประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงได้ครับอันนี้ยกตัวอย่างวันก่อนก็มีเคสที่มาปรึกษา ว่าเค้าพาญาติผู้ใหญ่ไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้วยอาการแน่นหน้าอก ตอนแรกหมอคิดว่าเป็นกรดไหลย้อน ก็ให้การรักษาไป แต่อาการไม่ดีขึ้นเขาจึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลอีกแห่งพบว่าเป็นอีกหนึ่งโรคที่เป็นภาวะฉุกเฉิน และไม่ใช่โรคกรดไหลย้อน ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งที่สองจนอาการดีขึ้นเค้าก็มาปรึกษาว่าแบบนี้ถือว่าโรงพยาบาลแรกประมาทเลินเล่อจนวินิจฉัยพลาดหรือไม่ แต่พอสอบถามดูพบว่าคุณหมอที่โรงพยาบาลแรกมีการส่งตรวจคลื่นหัวใจตรวจแล็บทุกอย่างและตรวจร่างกายครบถ้วนแล้ว แต่อาการของคนไข้ตอนแรกเหมือนกับโรคกรดไหลย้อน ซึ่งโดยตัวโรคนี้อาการนำมันจะคล้ายกรดไหลย้อนจริงในเคสลักษณะแบบนี้ถ้าพาคนไข้ไปโรงพยาบาลแห่งที่สองในครั้งแรกก็มีโอกาสสูงมากที่แพทย์โรงพยาบาลแห่งนั้นให้การวินิจฉัยเหมือนกันเพราะทำตามแนวทางปฏิบัติเดียวกัน แต่เมื่อรักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้นแพทยก็ต้องทำการตรวจตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมต่อไปแล้วก็จะเจอ สาเหตุจริงๆที่ทำให้เกิดอาการนั้นขึ้นดังนั้นในลักษณะนี้ก็ไม่ถือว่าหมอประมาทเลินเล่อแต่ประการใดถึงวินิจฉัยแรกจะผิดก็ตามเพราะถือเป็นการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติของแพทย์ครบถ้วนแล้ว และเป็นไปตามสเต็ปการรักษาของแพทย์ ซึ่งแนวทางแบบนี้ก็แฟร์กับทุกฝ่ายเพราะหมอ ทุกคนไม่ว่าจะระดับหมอจบใหม่หรือระดับอาจารย์แพทย์ก็มีโอกาสที่จะวินิจฉัยไม่ถูกโรคได้และบางโรคต่อให้เป็นซุปเปอร์ด็อกเตอร์เคก็อาจจะวินิจฉัยในเบื้องต้นไม่ได้ถ้าอาการยังไม่ได้ชัดเจนมากนัก ต้องรอให้อาการชัดเจนมากขึ้นก่อนและมีการตรวจเพิ่มเติมก่อนจึงวินิจฉัย ให้ตรง โรคได้แต่หากหมอปฏิบัติ ตามมาตรฐานวิชาชีพทำตามแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้ ต่อให้วินิจฉัยยังไม่ถูกก็จะมีสเต็ปต่อไปที่จะ ตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยและทำการรักษาคนไข้ให้หายได้ และหมอที่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพในลักษณะนี้ก็ไม่ควรที่จะมีความผิดแต่ประการใดแต่ถ้าหมอไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพไม่ทำตามที่ระบุไว้ในไกด์ ไลน์ ไม่ส่งตรวจแลป และตรวจร่างกาย ตามที่ควรทำ ก็จะไม่มีสิ่งใดที่จะปกป้องหมอคนนั้นและสุดท้ายก็จะถูกฟ้องและถูกตัดสินว่าประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงได้ก็ประมาณนี้ครับ
-
อาลัย “หรั่ง ธุระพล” สส.เขต 3 อุดรธานี พรรคภูมิใจไทยเสียชีวิต
ภาพไฮไลต์ภรรยาโพสต์อาลัย “หรั่ง ธุระพล” สส.เขต 3 อุดรธานี พรรคภูมิใจไทย วัย 69 ปี เสียชีวิตอย่างสงบ หลังเข้ารับการรักษามะเร็งปอดวันที่ 20 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางปัญญสิริย์ ธุระพล นายก อบต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ภรรยานายหรั่ง ธุระพล สส.เขต 3 อุดรธานี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพนายหรั่งปั่นจักรยานพร้อมกับโบกมือ พร้อมระบุว่า “เช้านี้ ท่าน ส.ส.ได้จากเราไปอย่างสงบแล้วนะคะ 20 ก.ค. 69 เวลา 08.15 น. รักและอาลัยยิ่ง หรั่ง ธุระพลคนบ้านเฮา ต้นโพธิ์ใหญ่ของเรา” โดยมีผู้ติดตามเข้ามาแสดงความเสียใจจำนวนมาก ซึ่งญาติได้เคลื่อนย้ายร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านพัก บ้านสระใคร ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานีประวัติ “หรั่ง ธุระพล” สส.เขต 3 อุดรธานี พรรคภูมิใจไทยสำหรับ…
-
ถึงเวลารวย! หมอบอย เคาะ 6 ราศี ดวงเปลี่ยนครั้งใหญ่ เงินทองไหลเข้า มีโชคลาภก้อนโต
หมอบอย เคลียร์ชัด เปิดดวง 6 ราศี ที่กำลังจะพบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากร้ายกลายเป็นดี เตรียมรับโชคลาภก้อนโต การงานรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา ไม่ควรพลาด!เพจเฟซบุ๊ก หมอบอย เคลียร์ชัด ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความ เพื่อเป็นกำลังใจและเผยถึงทิศทางดวงชะตาของผู้คนกลุ่มหนึ่งที่กำลังจะก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปสู่ความรุ่งโรจน์ โดยระบุว่าที่ผ่านมาบุคคลกลุ่มนี้มักเป็นผู้ที่มีความเกรงใจผู้อื่นสูง และทุ่มเทเพื่อคนรอบข้างมาโดยตลอดข้อความดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า หลายครั้งที่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้หรือแกล้งซื่อ เนื่องด้วยความรักคนอื่นมากกว่าตนเอง ซึ่งนำไปสู่การถูกเอาเปรียบอยู่บ่อยครั้ง แต่หมอบอย เคลียร์ชัด ได้ตั้งคำถามว่า "พอหรือยัง ที่ถูกคนเอาเปรียบ เหนื่อยมั้ย! ที่ต้องแคร์คนอื่น" พร้อมให้กำลังใจว่าทุกคนล้วนเป็นคนธรรมดาที่ต้องเผชิญกับอุปสรรค ล้มแล้วลุก ทุกข์แล้วยิ้ม และไม่ควรยอมแพ้กับการทำความดีในที่สุด หมอบอย เคลียร์ชัด ได้ประกาศข่าวดีว่า ช่วงเวลาแห่งการหมดเคราะห์หมดโศกได้มาถึงแล้ว และนับจากนี้ดวงชะตาจะเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเน้นย้ำให้ทุกคนจงสู้ต่อไป เนื่องจากดวงการงานจะมีความก้าวหน้า การเงินจะหลั่งไหลเข้ามาจากหลากหลายช่องทาง เปรียบเสมือนพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ และจะมีโชคลาภใหญ่เข้ามาแบบ "เสือนอนกิน"สำหรับ 6 ราศี ที่หมอบอย เคลียร์ชัด กล่าวถึงว่าดวงชะตากำลังจะพลิกฟื้นจากร้ายกลายเป็นดี ได้แก่:ราศีมังกรราศีพิจิกราศีกันย์ราศีธนูราศีพฤษภราศีตุลย์ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก หมอบอย เคลียร์ชัดเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณเรียบเรียง สยามนิวส์อ่านข่าวเพิ่มเติมสัญญาณดีมาแล้ว! หมอบอย…
-
วงการมวยเศร้า! นักชกสาวดาวรุ่งอเมริกัน เสียชีวิตแล้ว เพิ่งขึ้นชกชิงแชมป์ WBC (ข่าวต่างประเทศ)
วงการมวยเศร้า! นักชกสาวดาวรุ่งอเมริกัน เสียชีวิตแล้ว เพิ่งขึ้นชกชิงแชมป์ WBC (ข่าวต่างประเทศ)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวเศร้าจากวงการมวย เมื่อ ฮันนาห์ แร็ป นักมวยหญิงชาวอเมริกันวัย 26 ปี ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ภายหลังจากที่เธอประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์คันหนึ่งถอยมาเฉี่ยวชนในขณะที่เธอกำลังปั่นจักรยานอยู่ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกาเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมคนขับรถคันดังกล่าว และได้ตั้งข้อหาในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายสำหรับ ฮันนาห์ แร็ป ถือเป็นนักมวยดาวรุ่งที่เพิ่งขึ้นชกชิงแชมป์ WBC รุ่นเฟเธอร์เวท และพ่ายให้กับ เทียอาร่า บาว ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสถิติการชกของเธอในระดับอาชีพอยู่ที่ชนะ 8 ครั้ง แพ้ 1 ครั้ง และเสมอ 1 ครั้ง ซึ่งเธอเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางมวยอาชีพเมื่อช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา นอกจากบทบาทนักกีฬาแล้ว เธอยังทำงานเป็นผู้ตรวจสอบความปลอดภัยอีกด้วย
-
“หุ่นยนต์ม้า” นักแบก ! จีนเปิดตัว “Qiji T1000” หุ่นยนต์ม้าทรงพลังตัวแรกของโลก แบกหนัก 1,000 กิโลกรัม
จีนเปิดตัว “Qiji T1000” หุ่นยนต์ม้าทรงพลังตัวแรกของโลก แบกหนัก 1,000 กิโลกรัม พร้อมลุยขนส่งในพื้นที่ห่างไกล แบกของหนัก ใช้งานได้นานถึง 48 ชั่วโมงในงานประชุมและแสดงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก เวิลด์ เอไอ คอนเฟอร์เรนซ์ (World AI Conference – WAIC) ประจำปี 2026 ที่จัดขึ้น ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ไฮไลต์เด่นที่ดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมงานมากที่สุดคงหนีไม่พ้น ฉีจี้ T100 (Qiji T1000) หุ่นยนต์ม้าบรรทุกหนักระดับตันตัวแรกของโลกที่เปิดตัวได้อย่างน่าทึ่งหุ่นยนต์ม้าตัวนี้พัฒนาโดยบริษัท แด็กซ์ โรโบติกส์ (Dax Robotic) มาพร้อมกับความสามารถในการแบกรับน้ำหนักบรรทุกสูงถึง 1,000 กิโลกรัม ขับเคลื่อนด้วยระบบข้อต่อที่พัฒนาขึ้นเองโดยอิสระ ซึ่งให้แรงบิดมหาศาลกว่า 2,000 นิวตันเมตรนอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบจ่ายไฟแรงดันสูงพิเศษ ช่วยให้สามารถวิ่งปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 1-2 วัน หรือสูงสุด 48 ชั่วโมง และยังมีสมรรถนะในการทรงตัวและเคลื่อนที่ได้อย่างมั่นคงบนสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นทุ่งหิมะ พื้นน้ำแข็ง หรือแม้แต่ทางลาดชันหุ่นยนต์ตัวนี้พัฒนาขึ้นในช่วงที่กระแสเทคโนโลยีหุ่นยนต์สี่ขาขนาดใหญ่ กำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว…
-
สู้ฟัดพายุคลั่ง ! จีนเปิด “ศูนย์จำลองภัยพิบัติ” ฝึกวิธีรอดชีวิตจากไต้ฝุ่น
เมื่อสภาพอากาศสุดขั้วไม่ใช่เรื่องไกลตัว จีนผุดไอเดียสร้างศูนย์ฝึกเผชิญหน้าไต้ฝุ่น-น้ำหลากระดับร้อยตัน จำลองสถานการณ์จริงเพื่อรอดชีวิตเมื่อสภาพอากาศสุดขั้วเริ่มกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น จีนจึงได้เปิดตัวศูนย์จำลองภัยพิบัติ ลวี่ซิง (Lvxing Disaster Simulation Training Center) ในเมืองหางโจว ทางตะวันออกของจีน เพื่อมอบประสบการณ์ที่สมจริงที่สุดในการเผชิญหน้ากับพายุไต้ฝุ่นและน้ำป่าไหลหลาก โดยผู้รับการฝึกจะได้สวมชุดและหมวกนิรภัย มีครูฝึกคอยประกบ ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดศูนย์ฝึกอบรมแห่งแรกของโลกที่ทำได้สมจริงทางศูนย์ระบุว่า ที่นี่เป็นศูนย์ฝึกอบรมภัยพิบัติแห่งแรกของโลกที่สามารถจำลองสถานการณ์พายุไต้ฝุ่นได้สมจริง โดยสามารถสร้างความเร็วลมได้สูงสุดถึง 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ควบคู่ไปกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนอกจากนี้ ในโซนอื่น ๆ ยังมีการปล่อยมวลน้ำเชี่ยวกรากกว่า 900 ตันเพื่อจำลองเหตุน้ำป่าไหลหลากบนภูเขา รวมถึงการจำลองสภาพแวดล้อมในเมืองที่ผู้เข้าร่วมต้องลุยน้ำลึกระดับต้นขาไปจนถึงระดับหัวไหล่ท่ามกลางมวลน้ำ 400 ตันอากาศเปลี่ยนทำโลกรวนมากขึ้นนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กำลังส่งผลกระทบให้ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกแห่งนี้ ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงและทำลายล้างบ่อยครั้งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นและกระตุ้นให้เกิดพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงกว่าเดิมด้านศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติของจีนคาดการณ์ว่า อาจมีพายุไต้ฝุ่นก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ เช่นเดียวกับอดีตที่เคยเผชิญความรุนแรงจากพายุไต้ฝุ่นบาวี (Typhoon Bavi) ที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมใหญ่และทำให้ประชาชนนับล้านต้องอพยพนับตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม ปี 2025 มีผู้สนใจเข้าร่วมรับการฝึกอบรมที่ศูนย์แห่งนี้แล้วมากกว่า 160,000 คน และทางศูนย์มีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มอีก 5 แห่งทั่วประเทศจีนภายใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะครอบคลุมการจำลองภัยพิบัติทางธรรมชาติรูปแบบอื่น…
Got any book recommendations?