Mindblown: a blog about philosophy.
-
สลดใจ! เผยสาเหตุเบื้องต้น ไฟไหม้บ้านพัก ปรมาจารย์ช่างภาพ เสียชีวิตพร้อมภรรยา
วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เพจ เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น โพสต์แจ้งข่าวการเสียชีวิตของ อาจารย์อนุชิต สุนทรากิติ ปรมาจารย์ช่างภาพแนวศิลปะภาพถ่ายบริสุทธิ์ (Fine Art Photography) และภรรยา หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักสูง 3 ชั้น ภายในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 11 เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 สร้างความอาลัยให้กับวงการศิลปะและการถ่ายภาพไทยเป็นอย่างมากวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เพจ เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น โพสต์แจ้งข่าวการเสียชีวิตของ อาจารย์อนุชิต สุนทรากิติ ปรมาจารย์ช่างภาพแนวศิลปะภาพถ่ายบริสุทธิ์ (Fine Art Photography) และภรรยา หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักสูง 3 ชั้น ภายในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 11 เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 สร้างความอาลัยให้กับวงการศิลปะและการถ่ายภาพไทยเป็นอย่างมากจากข้อมูลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุของเพลิงไหม้อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หลังพบร่องรอยการเผาไหม้อย่างรุนแรงบริเวณเบรกเกอร์ไฟฟ้าชั้นล่างของตัวบ้าน ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกลามอย่างรวดเร็วเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงคร่าชีวิตอาจารย์อนุชิตและภรรยาเท่านั้น แต่ยังทำให้แมวที่ทั้งสองรับเลี้ยงและดูแลไว้เสียชีวิตกว่า…
-
สื่อจีนตีข่าวใหญ่! ชื่นชม “อนุทิน” พูดคำว่า “เจียโหยว” 4 ครั้ง สะท้อนมิตรภาพไทย-จีน เรียกเสียงปรบมือทั้งห้องประชุม
">วันนี้ (19 กรกฎาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าจากการติดตามการนำเสนอข่าวของสื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อการเยือนจีนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า นอกจากการรายงานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนแล้ว สื่อท้องถิ่นของจีนยังให้ความสำคัญกับ การสื่อสารที่เข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะการใช้ภาษาจีนของนายกรัฐมนตรี ซึ่งสะท้อนความเป็นมิตรและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า Sichuan Online (四川在线) สื่อหลักในเครือเสฉวนเดลี่ ซึ่งเป็นสื่อสำคัญของมณฑลเสฉวน ได้รายงานภารกิจของนายกรัฐมนตรีในเวทีการลงทุนและเศรษฐกิจจีน (เสฉวน)–ไทย ประจำปี 2569 โดยเลือกนำประโยคภาษาจีนของนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นพาดหัวข่าวว่า "นายกรัฐมนตรีไทยกล่าวคำว่า '加油' (เจียโหยว) ติดต่อกัน 4 ครั้ง" แทนการเน้นประเด็นเศรษฐกิจหรือการลงทุนรายงานระบุว่า ในช่วงท้ายของปาฐกถาพิเศษ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวคำว่า "加油" (เจียโหยว) ซึ่งเป็นคำให้กำลังใจที่ชาวจีนนิยมใช้ในความหมายว่า "สู้ต่อไป" หรือ "เดินหน้าไปด้วยกัน" รวม 4 ประโยค ได้แก่ "加油泰国、加油四川、加油中国、加油好朋友" หรือ "เดินหน้าประเทศไทย เดินหน้าเสฉวน เดินหน้าประเทศจีน และเดินหน้าเพื่อนที่ดี" โดยสื่อเสฉวนระบุว่า ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนความจริงใจในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน รวมถึงความร่วมมือระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวน…
-
เครียดหนี้สินรุมเร้า ทนไม่ไหว พยาบาลสาวก่อเหตุสลด คาลานจอดรถหลังโรงพยาบาล
เครียดหนี้สินรุมเร้า ทนไม่ไหว พยาบาลสาวก่อเหตุสลด คาลานจอดรถหลังโรงพยาบาลวันที่ 18 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 17 กรกฏาคมที่ผ่านมา พ.ต.ท.พรพจน์ เพชรโต สารวัตรเวร สภ.ตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ได้รับแจ้งว่า มีคนเสียชีวิต บริเวณลานจอดรถหลังโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร หลังจากที่ได้รับแจ้งจึงได้รายงานให้กับ พ.ต.อ.พีรชาติ ป้อมบุญมี ผกก.สภ.ตะพานหิน ผู้บังคับบัญชาให้ทราบและได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ยี่ห้อ mazda ติดเครื่องอยู่ ภายในรถมีหญิงไม่ทราบชื่อ ได้นอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถคันดังกล่าวนอกจากนี้ ในรถพบเตาอั้งโล่ ซึ่งผู้ตายใช้รมควันตัวเองตายภายในรถ ทราบชื่อผู้ตายภายหลังชื่อ นางโชติกา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาว อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ซึ่งเป็นพยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหินจาการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นางโชติกาเป็นพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสมเด็กพระยุพราชตะพานหิน ไม่ได้ขึ้นเวร ได้ออกจากบ้านมาตั้งแต่ 10 โมงเช้า เนื่องจากนัดหมายกับเพื่อนพยาบาลด้วยกันว่าจะไปเคลียร์หนี้กัน เนื่องจากเพื่อนพยาบาล ค้ำเงินกู้ให้กับนางโชติกาจำนวนมาก ซึ่งนางโชติกาถูกเร่งรัดหนี้…
-
ส้มเดือดพล่าน! “ไอซ์ รักชนก” ฟาดแรง “ค.เหอะ” ซัด “ภาวุธ” กลับลำหนุนโครงการ TH-AI Passport อัดยับโดนคดีแล้วลืมอดีต
">ส้มเดือดพล่าน! "ไอซ์ รักชนก" ฟาดแรง "ค.เหอะ" ซัด "ภาวุธ" กลับลำหนุนโครงการ TH-AI Passport อัดยับโดนคดีแล้วลืมอดีตเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประเด็นความคุ้มค่าและความโปร่งใสในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการ TH-AI Passport ซึ่งผู้ที่เคยออกมาแสดงความเห็นอย่างดุเดือดอย่าง นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ก็มีท่าทีสนับสนุนมากขึ้น โดยให้เหตุผลว่า "ถ้างบเดินหน้าแล้วต้องใช้ให้คุ้มที่สุด ในเมื่อโครงการนี้ถูกอนุมัติและเดินหน้าไปแล้ว หน้าที่ของพวกเราคือการช่วยคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด"ล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แชร์ข่าวและโพสต์แสดงความเห็นว่า "ค.เหอะ เข้าใจยังทำไมประเทศนี้ถึงแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันไม่ได้สักที อยากด่าหยาบๆ ที่สุดในชีวิต เพราะงานที่หลายคนเอาชีวิตเป็นเดิมพันจะพังเพราะมีคนอยากเอาตัวรอด"ทำให้ นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน เข้าไปแสดงความเห็นว่า "หัวหน้าไอซ์ใจเย็นน้า โปรดักโอเคไม่ได้แปลว่าจัดซื้อจัดจ้างสะอาด โต๊ะนั้นนวดกันไปเยอะอยู่ครับ ดูที่ ดร.ตองโพสต์ได้ เปิดวาร์ป >> ดร.พิชชาเพ็ญ ประทีปปะณิช"จากนั้น…
-
“ชัชชาติ” เสียใจเหตุไฟไหม้บ้านย่านตากสิน 11 ทำลุง-ป้าดับพร้อมแมวกว่า 73 ตัว วอนคนมีเมตตารับเลี้ยง 17 ตัวที่เหลือรอด
วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 จากเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 11 เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ล่าสุดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเขตธนบุรี และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ โดยนายชัชชาติ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ตอนเวลา 05.59 น. เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยจึงรีบเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ โดยใช้เวลาเพียง 6 นาที ก็ถึงที่หมายในเวลา 06.05 น. และสามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลา 06.14 น.ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านแฝด 2 หลัง ในซอยตากสิน 11 ในช่วงเกิดเหตุมีคุณลุงและคุณป้า 2 คน กำลังนอนหลับพักอาศัยอยู่บนชั้น 2 ทำให้หนีลงมาไม่ทันจนเสียชีวิตจากการสำลักควันไฟ ส่วนบ้านที่อยู่ติดกันสามารถช่วยผู้ที่อยู่อาศัยออกมาได้หมด พร้อมย้ำว่าแม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยจะมาถึงที่เกิดเหตุภายในเวลาที่รวดเร็วเพียง 6 นาที แต่ก็ไม่ทัน เพราะขณะนั้นเพลิงได้ลุกลามไปมากแล้วนายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า คุณลุงและคุณป้าผู้เสียชีวิตเป็นผู้มีจิตเมตตา เพราะได้ตรวจพบว่าภายในบ้านได้เลี้ยงแมวไว้เป็นจำนวนมากถึงประมาณ 100 ตัว ภายหลังควบคุมเพลิงได้พบแมวตายถึง 73…
-
6 ราศี ตัวเลขการเงินพุ่ง รายได้มุ่งสู่เศรษฐี การเงินเด่นที่สุดในครึ่งเดือนนี้ เงินทองไหลเข้าบัญชีรัว ๆ
6 ราศี ตัวเลขการเงินพุ่ง รายได้มุ่งสู่เศรษฐี การเงินเด่นที่สุดในครึ่งเดือนนี้ เงินทองไหลเข้าบัญชีรัว ๆเตรียมน้อมรับคำทำนาย เป็นคำทำนายจากเพจดัง ดวงD ที่มีผู้ติดตามมากมาย และมีแต่คำทำนายที่สมหวัง มาดูกันว่า ทั้ง 12 ราศี ต่อไปนี้ ราศีมังกร ราศีกุมภ์ ราศีมีน ราศีเมษ ราศีพฤษภ ราศีเมถุน ราศีกรกฎ ราศีสิงห์ ราศีกันย์ ราศีตุลย์ ราศีพิจิก ราศีธนู จะมีอยู่ 6 ราศี ตัวเลขการเงินพุ่ง รายได้มุ่งสู่เศรษฐี การเงินเด่นที่สุดในครึ่งเดือนนี้ เงินทองไหลเข้าบัญชีรัว ๆ สาธุ เป็นจริงดั่งคำทำนาย ขอให้น้อมรับไว้ด้วยใจเป็นกุศล ขอให้ผลบุญส่งเสริมให้คำทำนายดังกล่าวเป็นจริงราศีมังกร ราศีมีน ราศีเมษ ราศีกรกฎ ราศีสิงห์ ราศีพิจิกโชคลาภมาจาก: การเจรจาและการค้าขาย โชคลาภก้อนใหญ่จะมาจากการขยับขยายงานหรือโปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่ทำร่วมกับผู้อื่นดวงการเงิน: เด่นที่สุดในเดือนนี้! เงินทองไหลเข้าบัญชีรัว ๆ หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง มีเกณฑ์ได้เงินก้อนจากการทำงานที่ลงแรงไว้ก่อนหน้านี้รวยเต็มคราบ ลองเช็กกราฟชีวิตช่วงนี้ดูฝากไว้กับฉันนะดวงของเธอ…
-
อุกอาจ! รปภ.ฮีโร่เล่านาที ถูกมีดฟันเจ็บ หลังเข้าช่วยพนักงานเซเว่น ต่อสู้ 2คนร้ายบุกปล้นกลางดึก
รปภ.ใจเด็ดในสุรินทร์เข้าสกัดเหตุชิงทรัพย์ 7-Eleven เผชิญหน้าคนร้าย 2 ราย แม้ถูกทำร้ายบาดเจ็บ แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ตำรวจเร่งล่าตัวคนร้ายเมื่อเวลา 03.30 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ได้เกิดเหตุการณ์ชิงทรัพย์ภายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven สาขาสะรันปาร์ค ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน สวมเสื้อแขนยาวและหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า ได้ใช้อาวุธข่มขู่พนักงานให้เปิดลิ้นชักเก็บเงิน ก่อนกวาดเงินสดจำนวน 2,141 บาท และพยายามหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุระหว่างเกิดเหตุ นายภูวดล เครือแสง อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสวนน้ำสะรันปาร์ค ซึ่งอยู่ใกล้เคียง ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบเข้าไประงับเหตุและให้ความช่วยเหลือพนักงาน แม้จะไม่ทราบว่าคนร้ายมีอาวุธติดตัวมาด้วยก็ตาม โดยนายภูวดลพยายามเข้าล็อกตัวคนร้ายทั้งสองไว้ แต่ถูกหนึ่งในคนร้ายทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธจนได้รับบาดเจ็บที่แขน นิ้ว และศีรษะ ก่อนที่คนร้ายจะสะบัดตัวหลบหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดรออยู่และเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากถึงความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายนี้ ที่หลายคนยกให้เป็น "ฮีโร่" ของเหตุการณ์ภายหลังเกิดเหตุ พลตำรวจตรีสุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งในจุดเกิดเหตุและเส้นทางหลบหนี พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุทั้งสองรายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven…
-
“มาดามไทย” ช็อก! หลอมเหรียญแปลก รู้ทีหลังสามีฝรั่งทิ้งสมบัติ!
not found
-
กัมพูชาหัวฟัดหัวเหวี่ยง!กล่าวหานักมวยไทยเป็นตัวร้าย ยั่วยุตะลุมบอนเดือดทำศึก’กุนขแมร์’ในซิดนีย์พังยับ(ชมคลิป)
เกิดเหตุตะลุมบอนบริเวณด้านข้างสังเวียนของรายการศิลปะการต่อสู้กุนแขมร์ Cambodia Kun Khmer Best of Best title event ในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยสื่อมวลชนกัมพูชากล่าวหาว่าเหตุฟาดปากกันครั้งนี้ มีขึ้นหลังจาก Songraw Petchyindee(สันนิษฐานว่าน่าจะเป็น เซราะกราว เพชรยินดี) และทีมงาน ยั่วยุเผชิญหน้ากับทีมงานกัมพูชาและบรรดาผู้สนับสนุนกุนขแมร์คนอื่นๆ ตามคำกล่าวอ้างของเจ้าหน้าที่กัมพูชารายงานของพนมเปญโพสต์ ระบุว่าวิดีโอที่เผยแพร่อย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ เป็นภาพของเหตุกระทบกระทั่งกัน ในนั้นรวมถึงเหตุการณ์ที่อ้างว่า Songraw เล่นงาน Pich Sophann โค้ชของฝ่ายกัมพูชาจากด้านหลัง พวกเจ้าหน้าที่กัมพูชาประณามเหตุการณ์นี้ว่าผิดวิสัยนักกีฬาและสะท้อนถึงการไม่เคารพระเบียบและจริยธรรมที่คาดหวังจากนักกีฬามืออาชีพพนมเปญโพสต์ อ้างคำสัมภาษณ์ของ Khov Chhay ประธานสมาคมมวยกุนขแมร์และเลขาธิการใหญ่สหพันธ์กุนขแมร์นานาชาติ กล่าวหาว่าเหตุเผชิญหน้ามีต้นต่อจากการที่ Songraw และทีมงานของเขา ละเมิดกฎระเบียบที่เห็นพ้องต้องกันในการแข่งขันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาอ้างว่าเดิมที Songraw ตกลงที่จะชกกับ Long Samnang ของกัมพูชา ในพิกัดน้ำหนัก 68 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักที่ระบุไว้ตามสัญญาการแข่งขันอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามระหว่างการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการ นักมวยไทยชั่งน้ำหนักได้ที่ 69.9 กิโลกรัม เกินกว่าข้อกำหนดที่เห็นพ้องต้องกัน"เราปฏิเสธเดินหน้าการชกตั้งแต่ตอนที่ชั่งน้ำหนัก" Chhay กล่าว "อย่างไรก็ตามคู่หูออสเตรเลียของเรา ซึ่งเป็นคนจัดกิจกรรมนี้…
-
หลายคนอาจไม่เคยรู้! ไขข้อสงสัย จังหวัดเดียวในไทย ไม่มีอำเภอเมือง
เวลาเดินทางไปต่างจังหวัด หลายคนคงคุ้นตากับชื่อ เวลาเดินทางไปต่างจังหวัด หลายคนคงคุ้นตากับชื่อ "อำเภอเมือง" ที่มักเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดและหน่วยงานราชการ แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมแทบทุกจังหวัดต้องมี "อำเภอเมือง" และเหตุใดบางจังหวัดจึงมีอำเภอที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "เมือง" ทั้งที่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจังหวัดอำเภอเมือง คืออะไร?"อำเภอเมือง" คืออำเภอที่เป็นศูนย์กลางการปกครองของจังหวัด โดยเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด หน่วยงานราชการสำคัญ และมักเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น รวมถึงเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและบริการของจังหวัดในปี พ.ศ. 2481 รัฐบาลได้ปรับชื่ออำเภอที่เป็นที่ตั้งจังหวัดทั่วประเทศ ให้ใช้คำว่า "อำเภอเมือง" นำหน้าชื่อจังหวัด เพื่อให้ประชาชนทราบได้ทันทีว่าเป็นอำเภอศูนย์กลางของจังหวัดนั้นจังหวัดเดียวที่ไม่มี "อำเภอเมือง"แม้เกือบทุกจังหวัดจะมีอำเภอเมือง แต่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นข้อยกเว้นอำเภอที่เป็นที่ตั้งจังหวัดใช้ชื่อว่า อำเภอพระนครศรีอยุธยา โดยมีพัฒนาการของชื่อจาก อำเภอรอบกรุง เปลี่ยนเป็น อำเภอกรุงเก่า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ. 2500 จึงกลายเป็นอำเภอศูนย์กลางจังหวัดเพียงแห่งเดียวที่ไม่มีคำว่า "เมือง" นำหน้ามีคำว่า "เมือง" ไม่ได้แปลว่าเป็นศูนย์กลางจังหวัดหลายคนอาจเข้าใจว่า หากชื่ออำเภอมีคำว่า "เมือง" จะต้องเป็นอำเภอศูนย์กลางของจังหวัดเสมอ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่มีหลายอำเภอที่ใช้คำว่า "เมือง" เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะ เช่นอำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปางอำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมาอำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ดอำเภอเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด แต่ใช้คำว่า "เมือง"…
Got any book recommendations?