เมแกน มาร์เคิล พระชายาของเจ้าชายแฮร์รี ถูกสาธารณชนประณามดุเดือดอื้ออึงว่าอกตัญญู ไร้หัวใจ ชั่วร้าย ดูแคลนกระทั่งพ่อตัวเอง ฯลฯ หลังเธอโนสนโนแคร์ที่คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล ผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้า ต้องเข้ารับการผ่าตัด เอาขาซ้ายครึ่งล่างออกเพื่อรักษาชีวิตอย่างฉุกเฉินที่โรงพยาบาลในนครเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยเธอไม่แยแสต่อชะตากรรมสาหัสและเฉียดตายของคุณพ่อ ซึ่งเป็นลีลา “อกตัญญู” ที่ตรงกับชื่อตัวละครตัวหนึ่งในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ คือ “ทรพี”อย่างไรก็ตาม หลังถูกมหกรรมทัวร์ลง ถล่มทลาย หลายรอบ 3-4 วันต่อเนื่องนับจากพุธที่ 3 ธันวาคม 2025 โดยสาธารณชนแห่กันไปประณามในคอมเมนต์ใต้ข่าวกรอบต่างๆ มากมายหลายๆ หมื่นเมนต์ อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ นี่คือหายนะแห่งภาพลักษณ์ย่อยยับอัปรา และเป็นเรื่องร้อนที่ต้องแก้เกมโดยไว นั้น ในช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม (หรือก็คือเย็นวันศุกร์ในสหรัฐอเมริกา) ทีมพีอาร์แห่งพระตำหนักมอนเตซิโต ซึ่งล้วนแต่เป็นยอดฝีมือด้านประสานสื่อมวลชนทศทิศ ได้แจ้งข่าวสั้นๆ ไปยังบรรดาค่ายข่าวใหญ่ยักษ์ว่า“ดัชเชสเมแกนติดต่อไปถึงคุณพ่อแล้ว” หนึ่งประโยคสั้นๆ ที่เบรกกระแสข่าวร้อนเล่นงานดัชเชสเมแกนได้ระยะหนึ่ง โดยเกรียนคีย์บอร์ดตั้งข้อสังเกตว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ออกจะ “อปกติ” เพราะแต่ละเว็บไซต์ข่าวพากันนำเสนออย่างระมัดระวังถ้อยคำ โดยยึดอยู่กับถ้อยศัพท์ของหนังสือแจ้งแถลงข่าวของทีมพีอาร์ว่า “ติดต่อไปถึง – reach out to” แทนที่จะให้ข้อมูลที่รู้สึกดีๆ อาทิ ได้โทรศัพท์ไปคุยกับคุณพ่อแล้ว หรือ ได้ส่งช่อดอกไม้พร้อมบัตรอวยพรไปถึงคุณพ่อแล้ว หรืออย่างน้อยก็อาจจะแจ้งสื่อว่า ได้ส่งเอสเอ็มเอสไปให้เป็นกำลังใจแก่คุณพ่อแล้วความเคลื่อนไหวซึ่งแสนจะห้วนๆ ดังกล่าว ได้นำความหน้าแตกกลับไปยังเมแกน มาร์เคิล และชาวคณะมอนเตซิโต เนื่องจากในเวลา 24 ชั่วโมงต่อมา ประมาณ ตี 3 – ตี 4 ของวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม ของประเทศฟิลิปปินส์ คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล ชายชราสูงวัยกว่า 81 ปี (ซึ่งในวันศุกร์ เพิ่งได้รับการผ่าตัดใหญ่เป็นรอบที่ 2 ที่น่องซ้าย เพื่อแก้ไขอาการหลอดเลือดอุดตันเป็นแนวยาวราวหนึ่งฟุต และยังต้องรับการดูแลและเฝ้าระวังอาการแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ในห้องไอซียู แต่ก็ฟื้นตัวพอจะติดตามข่าวได้บ้าง ด้วยใจที่ลุ้นรอสิ่งที่สื่อทั้งปวงบอกว่าเมแกนได้ติดต่อไปหาคุณพ่อแล้ว นั้น) ยอมทำใจรับความเป็นจริงว่า น่าจะไม่มีสิ่งที่เมแกน ผู้เป็นลูกสาวคนเล็ก ได้ประกาศออกมา ทั้งนี้ ผู้เฒ่าโทมัสแจ้งปฏิเสธข่าวไปกับเดลิเมลออนไลน์คุณตาโทมัส มาร์เคิล ของเจ้าชายอาร์ชีและเจ้าหญิงลิลีเบต พระโอรสและพระธิดาของเจ้าชายแฮร์รี กับพระชายาเมแกน กล่าวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกนับจากรับการผ่าตัดใหญ่ว่า รู้สึกสับสนกับข่าวอันมากมาย เพราะในขณะที่สารพัดสื่อพากันยืนยันว่าดัชเชสเมแกนติดต่อมาถึงบิดาแล้ว แต่ โทมัส มาร์เคิล ยังไม่รับการติดต่ออะไรมาเลย นอกจากนั้น บรรดาเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็ไม่ได้รับการติดต่อสอบถามใดๆ เข้าไปเช่นกัน เดลิเมลออนไลน์รายงานขึ้นเว็บไซต์ข่าวเมื่อสองทุ่มวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมของกรุงลอนดอน (เวลาในประเทศอังกฤษช้ากว่าเวลาในฟิลิปปินส์ 8 ชั่วโมง)“สองชั่วโมง” หลังจากนั้น ทีมพีอาร์ในสังกัดของเมแกน มาร์เคิล ส่งข่าวไปยังเดอะไทมส์ลอนดอน และเดอะซัน สองสื่อยักษ์ใหญ่ไซส์เจ้าพ่อของอังกฤษ อ้างคำพูดดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เพื่อแจ้งข้อมูลด่วนๆ ว่า เมแกนได้ทำการ “ส่งอีเมล”!! ไปในเย็นวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคมในการนี้ ฝ่ายต่างๆ วิเคราะห์ว่าทีมงานมอนเตซิโต ก็น่าจะเพิ่งได้ทราบข้อมูลเรื่องอีเมล จากดัชเชสเมแกนปฏิกิริยาร้อนฉ่าของสาธารณชนฮือฮาขึ้นมาอีกหนึ่งรอบใหญ่ โดยรับไม่ได้กันเลยจริงๆ กับเรื่อง “อีเมล”คนปกติที่ไหนกันที่จะส่ง “อีเมล” ไปให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยในห้องไอซียูแต่สำหรับ เมแกน มาร์เคิล นั้น พ่อบังเกิดเกล้าผู้ที่เลี้ยงดูเธออย่างดียิ่งต่อเนื่องนานกว่าสองทศวรรษแรกของชีวิต ได้เผชิญกับวิบากกรรมสาหัส เสียขาล่างข้างซ้าย และเฉียดจะเสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อเนื้อตาย กระนั้นก็ตาม เธอส่งอีเมลไปหาหนึ่งครั้ง หนำซ้ำยังส่งไปหลังคุณพ่อผ่าตัดแล้วเกือบ 3 วันเต็ม!!!สาธารณชนโกรธจัดกับพฤติกรรมดังกล่าว พากันเข้าไปย้ำคอมเมนต์ติเตียนความอกตัญญู ตลอดจนคอมเมนต์อื่นๆ ที่ประณามดัชเชสทรพีอย่างท่วมท้นยอดคอมเมนต์ติเตียนประณามรุนแรงข้างใต้บางกรอบข่าว ถึงกับทะยานแตะระดับครึ่งหมื่นภายในหนึ่งชั่วโมง เพราะเฉพาะที่เมแกน มาร์เคิล มิได้แยแสกับความทุกข์ยากของคุณพ่อ มิได้รีบรุดเดินทางไปเยี่ยมตั้งแต่วันพุธที่สื่อทั้งปวงพากันประโคมข่าวนั้น ก็นับว่าย่ำแย่หนักหนาแล้ว เมแกน มาร์เคิลยังไม่โทรศัพท์ไถ่ถาม ไม่ส่งช่อดอกไม้งดงามให้กำลังใจ ไม่มีแม้กระทั่งเอสเอ็มเอสสักหนึ่งแอะ ทั้งๆ ที่คุณพ่อบังเกิดเกล้านอนจมความเจ็บปวดจากแผลผ่าตัดขนาดมโหฬารอยู่ในไอซียูทั้งนี้ที่ผ่านมาเนิ่นนานกว่าครึ่งทศวรรษ ผู้คนได้อ่านเรื่องราวและชมคลิปสารคดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ลุ่มๆ ดอนๆ ระหว่างคุณพ่อโทมัสและคุณดัชเชส มามากมายแล้ว ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายบิดาจะได้รับคะแนนสงสารมหาศาลชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ แห่ง มาร์เคิล vs มาร์เคิล : พ่อผ่อนชำระหนี้เงินกู้การศึกษา 250,000 ดอลลาร์แทนเมแกน โดยเคลียร์ไปเรื่อยๆ แม้เมแกนมีรายได้ปีละหลายแสนดอลล์ จากบท Rachel ในซีรีส์ Suits ก็ยังชำระแทนไปจนหมดคุณพ่อโทมัส มาร์เคิล กับ คุณแม่ดอเรีย แร็กแลนด์ (ภรรยาคนที่สอง) แยกทางและหย่าร้างกันเมื่อเมแกนอายุเพียง 3 ขวบ และ 7 ขวบ คุณพ่อเป็นตัวหลักร่วมกันกับคุณแม่ในการเลี้ยงดู-รับส่งลูกสาว และด้วยรายได้ค่อนข้างดีจากการทำงานหนักควงหลายกะของคุณพ่อ เมแกนได้ศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนเอกชนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนกระทั่งเมื่อเมแกนอายุได้ 11 ปี คุณแม่แยกตัวไปสร้างอนาคต คุณพ่อคุยโทรศัพท์กับลูก แล้วถามว่าเมแกนอยากจะย้ายมาอยู่กับพ่อเต็มเวลาเลยไหม เธอตอบรับดังนั้น ตลอด 7 ปีกว่า (1992-1999) คุณพ่อโทมัสเป็นคุณพ่อใบเลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงดูและส่งเสียให้เมแกน ได้มีกินมีใช้ไม่น้อยหน้าใคร จนกระทั่งเมแกนเรียนจบไฮสกูลตอนอายุได้ 18 ปี และสอบเข้าเรียนระดับปริญญาตรีได้ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น เธอจึงออกจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ไปใช้ชีวิตในรัฐอิลลินอย โดยที่คุณพ่อยังส่งเสียค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันเธอก็ทำงานสร้างรายได้พิเศษแบบชีวิตนักศึกษาทั่วไปทั้งนี้ เมแกนมักที่จะประหยัดค่าเช่าที่พัก ตลอดจนค่ากินอยู่ ด้วยการมีคู่รักนักศึกษาฐานะดี แล้วย้ายไปอยู่กินในที่พักของแฟนหนุ่ม ทอม บาวเออร์ ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ซึ่งเขียนชีวประวัติของเมแกน เล่าไว้อย่างละเอียดในหนังสือเรื่อง Revenge: Meghan, Harry and the War between the Windsors อันเป็นหนังสือปี 2022 และขายดีเวอร์วังติดอันดับเบสต์เซลเลอร์ของ Sunday Times ณ เดือนมกราคม 2023ส่วนค่าเล่าเรียนระดับมหาวิทยาลัยปีละหลายหมื่นดอลลาร์นั้น เมแกนกู้ยืมจากกองทุนการศึกษา โดยที่คุณพ่อโทมัสรับผิดชอบผ่อนชำระให้จนกระทั่งครบถ้วนทั้งหมด 250,000 ดอลลาร์ ซึ่งรวมเป็นเวลานานหลายปี กระทั่งเมื่อเมแกนสำเร็จการศึกษาจากนอร์ทเวสเทิร์น ยูฯ ในปี 2003 ได้แฟนหนุ่มอาชีพนักสร้างภาพยนตร์ ฐานะทางบ้านมั่นคง (2004 – 2013/2014) จนกระทั่ง ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมทีมนักแสดงซีรีส์เรื่อง Suits (2011-2017) ด้วยค่าตัวปีละหลายแสนดอลลาร์แล้ว คุณพ่อก็ยังเดินหน้ารับผิดชอบการผ่อนชำระไปให้จนเสร็จสมบูรณ์นี่ยังดีว่า อันที่จริงแล้ว เมแกนอยากเรียนที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ค่าเรียนแพงมหาศาล กระนั้นก็ตาม บุญของคุณพ่อ เมแกนสมัครไป แต่ไม่ผ่าน กูรูทอม บาวเออร์ เล่าไว้ มิเช่นนั้น คุณพ่อโทมัสน่าจะมีชีวิตที่ยากเข็ญมากกว่าที่ผ่านมาอีกหลายเท่าตัวพฤติกรรมที่อกตัญญูและไร้หัวใจของดัชเชสทรพี เป็นไปตาม “มาตรการตัดขาดคุณพ่อผู้ชรา” ในยามไร้ตำแหน่งยิ่งใหญ่ และไร้ทรัพย์ศฤงคารที่ผ่านมากว่า 7 ปี เธอยึดมั่นดำเนินมาตรการตัดขาด นับตั้งแต่ที่เธอเข้าพระราชพิธีเสกสมรสกับปรินซ์แฮร์รีแห่งพระราชวงศ์วินด์เซอร์ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2018 ทั้งนี้ เธอประกาศปมโหดนี้อย่างกระจ่างชัดเป็นครั้งแรก ขณะให้สัมภาษณ์ในรายการโอปราห์ วินฟรีย์ ทอล์กโชว์ ซึ่งมีการออกอากาศทางโทรทัศน์ช่องซีบีเอส ในวันที่ 7 มีนาคม 2021ดิเอ็กซ์เพรซ สื่อยักษ์อังกฤษที่ทรงอิทธิพลอยู่ในสายข่าวแนวจี๊ดจ๊าดแห่งพระราชวงศ์ ถึงกับเขียนถามในสกู๊ปวันที่ 5 ธันวาคม 2025 ว่า คุณพ่อโทมัส มาร์เคิลควรจะ “ถูกลงโทษ” ไปจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายกันจริงๆ ล่ะหรือทั้งนี้ ดรามาแห่งปี 2018 ก่อตัวขึ้นเมื่อกองทัพสื่อได้กลิ่นแห่งความอื้อฉาวอันมากมายในอดีตของ เมแกน มาร์เคิล พระคู่รักรายล่าสุดในชีวิตเจ้าชายแฮร์รีโดยผิวเผิน เมแกนมีฐานะดีงามพอใช้ได้ เป็นดาราจอแก้วในซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ไม่ขี้เหร่นัก ฐานะการเงินส่วนตัวก็โอเค เพราะรายได้จากการแสดงเอื้อให้เธอเป็นเศรษฐีเงินล้านแบบเลขตัวเดียวแต่ลึกลงกว่านั้น เธอมีปมที่เธออับอาย ไม่อยากให้สาธารณชนล่วงรู้อาทิ เธอเคยจดทะเบียนแต่งงาน และจดทะเบียนหย่าร้าง สาเหตุที่อับอาย เป็นเพราะเธอปรารถนาจะมีภาพลักษณ์ของนางเอกนิทานที่สะอาดบริสุทธิ์ และได้เสกสมรสอย่างอุดมคติกับเจ้าชาย เธอเป็นเอามากขนาดที่ว่า เธอเลือกชุดวิวาห์เป็นสีขาว ซึ่งไม่สอดคล้องกับความจริงที่ว่าเธอเคยแต่งงานมาก่อนในปมตรงนี้ เคยมีรายงานข่าวอย่างสะพัดว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ตรัสกับบุคคลใกล้ชิดว่า “ชุดแต่งงานของเมแกน ขาวเกินไป สำหรับแม่ม่ายหย่าร้าง” ดิอินดีเพนเดนท์และสื่อค่ายใหญ่ยักษ์ทั้งปวงพากันนำเสนอปมเรื่องนี้นอกจากนั้น เธอยังถูกขุดคุ้ยไปถึงเพศสัมพันธ์อันมากมายในอดีต ทั้งแฟนเก่า ทั้งคู่ควง และทั้งกิ๊กเก่า อาทิ *ลูกเศรษฐีอาร์เจนตินา *นักร้องนักแต่งเพลงผู้ชนะรายการ X Factor *นักแสดงนักเขียนบทซึ่งเคยได้เล่นตอนหนึ่งในซูเปอร์ซีรีส์อย่าง Sex and the City *นักบาสเก็ตบอลและโค้ชบาสเก็ตบอล *ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ *นักไอซ์ฮอกกี *เชฟ ฯลฯขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ของเมแกนไม่ร่ำรวยและปราศจากฐานะโดดเด่นทางสังคม ทำให้เธอรู้สึกด้อยกว่าดัชเชสแคเธอริน ว่าที่พี่สะใภ้ ซึ่งมาจากครอบครัวเจ้าของธุรกิจ ตลอดจนด้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับดัชเชสคามิลลา ว่าที่แม่สามี ซึ่งมาจากครอบครัวขุนนางซึ่งแม้จะไม่ใช่ระดับท็อปเทน แต่ก็อยู่ในแวดวงชนชั้นสูง พร้อมกันนี้ คุณแม่ดอเรียของเธอถูกขุดคุ้ยอดีตอย่างหนักทีเดียว รวมถึงปมในเรื่องค้ายา ซึ่งทอม บาวเออร์ รายงานไว้ส่วนสำหรับคุณพ่อโทมัส ซึ่งย้ายไปใช้ชีวิตวัยเกษียณอายุ อย่างสมถะแต่สุขกายสบายใจที่ประเทศเม็กซิโก นั้น อันที่จริงก็คือ“ไม่มีอะไรอื้อฉาวให้ขุดคุ้ย”หนำซ้ำ โทมัส มาร์เคิล ยังเคยเป็นคนเก่งคนหนึ่งในแวดวงฮอลลีวู้ด คือเป็นผู้กำกับแสงสำหรับหนังโทรทัศน์ และได้รับรางวัลเอ็มมี 2 สมัยแม้จะไม่มีอะไรให้ขุดคุ้ย แต่ช่างภาพก็แห่กันตามไปถ่ายภาพ แล้วนำไปละเลงว่า ขี้เมา สูบบุหรี่จัด อ้วนฉุ มอมแมม ดูซำเหมา ไม่เหมาะสมจะเข้าสู่แวดวงพระราชตระกูลวินด์เซอร์ ในการนี้ เมแกนโกรธคุณพ่อที่ทำลายภาพฝันแห่งงานเสกสมรสที่เธอต้องการให้เพอร์เฟกต์ในทุกรายละเอียด ด้านคุณพ่อก็เครียด และเจ็บช้ำน้ำใจว่าถูกสื่อมวลชนรังแกหายนะแห่งชีวิตของ โทมัส มาร์เคิล ก่อตัวและบานปลายใหญ่โตในช่วง 3-4 เดือนก่อนจะถึงวันเสกสมรสระหว่าง เมแกน มาร์เคิล กับเจ้าชายแฮร์รี โดยเริ่มขึ้นเมื่อ จู่ๆ มีช่างภาพเข้าไปทาบทาม ซาแมนธา มาร์เคิล ลูกสาวคนโตของโทมัส มาร์เคิล และพี่สาวต่างมารดาของเมแกน โดยเสนอว่าจะทำอัลบัมรูปชุด สไตล์แอบถ่าย ให้แก่คุณพ่อโทมัส ในคอนเซปต์ว่าอยู่ระหว่างเตรียมตัวเข้าร่วมงานพระราชพิธีเสกสมรสของลูกสาวอาทิ แอบถ่ายตอนออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก แอบถ่ายตอนวัดตัวเพื่อตัดชุดสูท ตลอดจนแอบถ่ายตอนค้นข้อมูลเกี่ยวกับประเทศอังกฤษทางอินเทอร์เน็ตบ้าง และทางหนังสือท่องเที่ยวบ้าง โดยจะจัดทำให้ดูดี มีความภูมิฐาน สมกับความเป็นอดีตผู้กำกับแสงระดับมือรางวัลเอ็มมี อวอร์ดส์ด้วยแรงเชียร์ของซาแมนธา คุณพ่อโทมัสตัดสินใจตอบตกลงข้อเสนอของช่างภาพ เพราะปรารถนาจะมีภาพใหม่ไปลบล้างภาพลักษณ์ซำเหมาที่ถูกสื่อหลายๆ ค่ายโด่งดังทำการละเลงไว้มหาศาล จนกระทั่งตนเองกลายเป็นความน่าอับอายสำหรับเมแกนแต่แล้ว ความปรารถนาดังกล่าว ลงเอยด้วยการที่คุณพ่อโทมัสถูกหักหลัง เพราะคุณพ่อกลายเป็นเหยื่อแห่งการตีข่าวใหญ่โตว่า ภาพถ่ายทั้งหลายที่ไปปรากฏตามเว็บไซต์ข่าวต่างๆ ในหลากหลายประเทศ โดยแลดูว่าอบอุ่น น่ารัก นั้น เป็นภาพจัดฉาก คุณพ่อโทมัสรู้เห็นเป็นใจกับตากล้อง!!อดีตยอดฝีมือแห่งฮอลลีวูดซึ่งถูกถล่มจมดินในฐานะคนลวงโลก ได้รับความทุกข์ตรมหนัก ถึงกับล้มป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน และต้องรับการผ่าตัดโดยด่วน ลงท้ายจึงไม่สามารถเดินทางไปกรุงลอนดอนเพื่อส่งตัวเจ้าสาวเข้าสู่พระราชพิธีเสกสมรสหลังจากงานพระราชพิธีเสกสมรสเสร็จสิ้นด้วยดี เมแกนไม่ไปหาคุณพ่อ ไม่โทรศัพท์พูดคุยกับคุณพ่อผู้แสนดี ผู้ทุ่มเทสุดความสามารถให้แก่เธอ และเมื่อเธอให้สัมภาษณ์เวอร์วังในรายการ “โอปราห์ วินฟรีย์ โชว์” คุณพ่อโทมัสก็ได้รับข้อหาจากคุณดัชเชสผู้เป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนว่า พ่อไปร่วมมือกับพวกช่างภาพที่ทำร้ายจิตใจเธอ ได้อย่างไรลงคอ เธอรู้สึกเลยว่า “ได้สูญเสียคุณพ่อไปแล้ว”ในการนี้ ดิเอ็กซ์เพรซเท้าความถึงปมแห่งการตัดขาดคุณพ่อผู้ชรา ซึ่งเป็นเรื่องขึ้นมาเมื่อกว่า 7 ปีที่แล้วว่า ความผิดพลาดที่คุณพ่อโทมัสกระทำไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ไม่ใช่อาชญากรรมแห่งศตวรรษ และไม่ใช่อะไรที่ร้ายแรงขนาดที่จะต้องถูกตัดหางปล่อยวัดโดยลูกสาวและปรินซ์ผู้เป็นลูกเขยดิเอ็กซ์เพรซระบุชัดเจนว่า ปมความผิดของคุณพ่อโทมัส กลายเป็น “ข้ออ้าง” ที่เมแกนนำมาใช้เชือดเฉือนคุณพ่อซึ่งไม่หรูหราสมกับฐานะใหม่ซูเปอร์ไฮโซของเธอ เพื่อให้พ้นไปจากชีวิตกันอย่างสมบูรณ์ฤาจะเป็นเวรกรรมจัดสรร ให้กลายเป็นว่า พ่อขโมยซีนลูกสาว!! โทมัส มาร์เคิล ถูกตัดขาในวันที่ เมแกน มาร์เคิล เปิดตัวหนังเน็ตฟลิกซ์ With Love, Meghan: Christmas Special อะไรจะประจวบเหมาะเหลือเกินต้นปี 2025 คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล กับบุตรชาย ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ ผู้เป็นเสาหลักในการรับผิดชอบดูแลคุณพ่อ ย้ายถิ่นออกจากประเทศเม็กซิโก ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นครเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ และที่ผ่านมา คุณพ่อโทมัส วัย 81 มีอาการเท้าซ้ายเขียวคล้ำอย่างเรื้อรังมาระยะหนึ่ง แต่ก็ละม้ายชายชราจำนวนมาก คุณพ่อรู้สึกคร้านจะไปพบแพทย์ และแล้วเท้าเจ้าปัญหามีอาการปวดรุนแรง พร้อมกับกลายเป็นสีดำอย่างน่ากลัวและอย่างรวดเร็วในวันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2025คุณพี่โทมัส มาร์เคิล จูเนียร์ ของเมแกน มาร์เคิล จึงตัดสินใจนำคุณพ่อไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเล็กๆ ใกล้คอนโด ในนครเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ แล้วลงเอยว่าคุณพ่อต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ นาน 3 ชั่วโมงในวันต่อมา (พุธที่ 3 ธันวาคม) เพื่อตัดขาซ้ายตั้งแต่ใต้หัวเข่าออกไปทั้งหมด เพราะคุณพ่อมีเส้นเลือดอุดตันที่บริเวณน่องซ้ายความยาว 14 นิ้ว กระทั่งว่าเกิดการติดเชื้อรุนแรงและเนื้อตายทั่วเท้า เดลิเมลออนไลน์รายงานโดยในช่วงบ่ายวันพุธดังกล่าว ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ วัย 59 บุตรคนกลาง และลูกชายคนเดียวของคุณพ่อโทมัส (บุตรคนละแม่กับเมแกน มาร์เคิล) ได้แจ้งเรื่องนี้แก่ แคโรไลน์ เกรย์แอม บก.เดอะเมล์ ออน ซันเดย์ ของเดลิเมลออนไลน์ สำนักสหรัฐฯ ซึ่งสนิทกับคุณพ่อโทมัสมานานปี“พ่อผมใจคอเข้มแข็งและสู้สุดๆ ครับ เท้าซ้ายของพ่อคือคล้ำเขียว แล้วกลายเป็นสีดำอย่างรวดเร็ว ตอนวันอังคาร ผมพาท่านเข้าโรงพยาบาลใกล้ๆ คอนโดฯ คุณหมอเห็นอาการก็สั่งสแกนทันที และทำอัลตร้าซาวด์ด้วย หลังจากมั่นใจแล้ว คุณหมอบอกผมว่าสถานการณ์เสี่ยงตาย ต้องตัดขา เพราะการติดเชื้อลุกลามเร็ว” ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ ให้ข้อมูลไว้กับเดลิเมลออนไลน์คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล อดีตผู้กำกับแสงระดับมือรางวัลเอ็มมี 2 ครั้ง (2 ปี) ของวงการฮอลลีวูดฝั่งจอแก้ว ถูกโอนเคสอย่างเร่งด่วนจากโรงพยาบาลเล็กๆ ไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่เครื่องมือพรักพร้อมของนครเซบู เมืองที่คุณพ่อและลูกชายเลือกให้เป็น ‘หนทางชีวิตใหม่-บ้านใหม่’ ที่มอบคุณภาพชีวิตดีงาม ณ ระดับราคาไม่แพง เพื่อจะออกมาอยู่อาศัยให้ห่างไกลจากสิ่งที่คุณพ่อเรียกว่า “ความร้าวรานใจที่ไม่จบสิ้น” อันเกิดจากคุณลูกสาวผู้สูงศักดิ์ระดับ ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ช่วงเช้าตรู่วันพุธ คณะแพทย์นำคุณพ่อโทมัสเข้าห้องผ่าตัดโดยทันที ทอม จูเนียร์ เล่าไว้ และบอกดังนี้“เราไม่มีทางเลือกอื่นเลยครับ ผมได้รับแจ้งว่าพ่อต้องตัดขาเพื่อรักษาชีวิต เป็นเคสวิกฤตว่าจะอยู่รอด หรือจะยอมตาย”ในเวลาต่อมา แพทย์บอกว่าอาการของคุณพ่อโทมัสทรงตัว แผลผ่าตัดคือโอเคอย่างยิ่ง กระนั้นก็ตาม คุณพ่อต้องนอนไอซียูจนกว่าอาการกระเตื้องขึ้นมาสู่ระดับเสถียรแล้วคิวถัดไปคือ ต้องผ่าตัดแก้ไขปัญหาเส้นเลือดอุดตันที่น่องขาซ้าย ซึ่งกินพื้นที่เป็นแนวยาว 14 นิ้ว แพทย์เป็นห่วงปัญหาในจุดนี้อย่างยิ่ง เพราะมีความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพโดยตรง โดยในตอนแรกนั้น แพทย์วินิจฉัยว่าเส้นเลือดอุดตันกินพื้นที่กว้างซึ่งต้องใช้กระบวนการผ่าตัดซับซ้อน จึงต้องรักษาชีวิตด้วยการตัดตอนมิใช่ปัญหาเนื้อตายลุกลาม เดลิเมลออนไลน์ให้ข้อมูลอย่างนั้นพร้อมนี้ เดอะสแตนดาร์ด สื่อค่ายยักษ์ของอังกฤษ รายงานคำกล่าวของ ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ ว่าทางครอบครัวรู้สึกซึ้งใจอย่างยิ่ง ที่มีความรักและกำลังใจมหาศาลท่วมท้นจากทั่วโลกมาถึงคุณพ่อโทมัส“พ่อยังต้องต่อสู้โรคภัยนี้อีกยาวครับ ผมขอให้ทุกท่านภาวนาให้พ่อด้วย พ่อผมใจคอเข้มแข็งกล้าหาญสุดๆ พ่อเป็นคนทรหดครับ“และผมขอส่งคำวิงวอนไปยัง เมแกน ว่า กรุณาแสดงความเห็นใจเป็นห่วงพ่อซึ่งอยู่ในห้วงป่วยไข้อย่างหนักครั้งนี้ด้วย”ท่าทีเย็นชา ไร้เยื่อใย ที่เมแกน มาร์เคิล แสดงออกมาท่ามกลางข่าวการล้มป่วยร้ายแรงของคุณพ่อโทมัส นั้น นอกจากจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับมาตรการตัดขาดคุณพ่อแล้ว ยังน่าจะถูกขับเคลื่อนด้วยปมอื่นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่กล่าวคือ ข่าวโครมครามของคุณพ่อเปรี้ยงปร้างออกสู่พื้นที่สาธารณะในลักษณะที่ “ชน” กับวันสำคัญอย่างยิ่งของเมแกน ได้แก่ วันเปิดตัวทีวีโชว์ทางช่อง Netflix เรื่อง With Love, Meghan: Christmas Specialดังนั้น ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา หากเมแกน มาร์เคิล จะกริ้วจัดอยู่ในใจว่า**มันจะประจวบเหมาะกันเกินไปมั้ย**ตั้งใจขโมยซีนกันแน่นอน**หวังสร้างเรื่องให้เป็นประเด็นขึ้นมา สื่อมวลชนจะได้เข้าไปจ่ายเงินขอสัมภาษณ์พิเศษ ใช่หรือไม่แต่ที่แน่ๆ บีบีซีระบุในเนื้อข่าวว่า มีการสั่งให้ทีมพีอาร์เช็กชัวร์ๆ ก่อน เผื่อจะไม่มีการผ่าตัดใหญ่ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง!!ความระแวงคลางแคลงใจดังกล่าวมีสาเหตุที่แสนสามัญ แต่ก็เป็นวิชามารอย่างยิ่งในเมื่อ รูปธรรมที่เกิดขึ้นมีอยู่ว่า ข่าวที่คุณพ่อโทมัสถูกผ่าตัดฉุกเฉินนั้น มาพร้อมกับการลุ้นรอดูว่า เรื่องใหญ่ขนาดนั้น ดัชเชสเมแกนจะเฉยเมยอย่างไร้หัวใจได้ละหรือแล้วอย่างนี้ การเปิดตัวอันเอิกเกริกของ With Love, Meghan: Christmas Special ช่องเน็ตฟลิกซ์ ก็ย่อมจะแป้กและหงอยแน่นอน เพราะจะถูกขโมยซีน-ถูกแย่งความสนใจที่สำคัญ การแย่งชิงความสนใจจากสื่อมวลชนด้วยการจัดกิจกรรมให้ชนกัน เป็นอะไรซึ่งเกิดขึ้นทุกคราที่สมาชิกแห่งพระราชวงศ์อังกฤษทรงมีพระราชอีเวนต์ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต โดยจะมีกิจกรรมเชิงพาณิชย์ต่างๆ ของดัชเชสเมแกน และของปรินซ์แฮร์รี ผุดขึ้นเป็นคลื่นแทรก อันเป็นวิชามารที่กล่าวกันว่าทั้งสองนำไปใช้เสมอดังนั้น เมื่อเมแกน มาร์เคิล ต้องเผชิญกับความประจวบเหมาะเวอร์วังเข้าบ้าง ซึ่งกลายเป็นการขโมยซีนกันเต็มๆ เธอก็ย่อมจะตีความว่าเธอถูกคุณพ่อแกล้งปล่อยข่าวปลอม ออกมาป่วนวันสำคัญของธุรกิจ With Love, Meghan เพราะเธอน่าจะพบว่าการรายงานข่าวตัดขานั้น ไม่มีภาพประกอบข่าว อีกทั้งไม่มีการระบุชื่อของโรงพบาบาลออกมา จนกระทั่งวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมของประเทศอังกฤษการตามเข้าไป “เช็กข้อเท็จจริง ณ เตียงผู้ป่วย” ห้องไอซียูของโรงพยาบาล จึงอุบัติขึ้นโดยฉับไว โดยมีเจ้าหน้าที่กงสุลอเมริกันสำนักงานนครเซบูจำนวน 2 ราย เดินทางไปพบคุณโทมัส มาร์เคิล ในวันทำการที่ 8 (จันทร์) ธันวาคม 2025“เมแกน” ผูกใจเเค้นเคืองบิดาด้วยปมพยาบาทใด ไม่ชัดเจน แต่เธอไม่เหลือเยื่อใยจริงๆ เลย:- ถ้าไม่ใช่เพราะทัวร์ลงกระหน่ำจนเป็นวิกฤติภาพลักษณ์ป่นปี้ การดิ้นรนแก้ตัวว่า “ติดต่อไปถึงคุณพ่อแล้ว” ก็น่าจะไม่เกิดขึ้นในขณะที่ดัชเชสเมแกน ผู้แสนจะเจ้าคิดเจ้าแค้น มิได้ออกมาแสดงความห่วงใย เดือดเนื้อร้อนใจกับการล้มป่วยแม้แต่แอะเดียว ตอนช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (4) ที่คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล พักฟื้นจากแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ในห้อง ICU ของโรงพยาบาลยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ นั้น ทางฝั่งเคาน์ตีซานตา บราบารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งยังอยู่ในช่วงเย็นวันพุธ ได้มีความเคลื่อนไหวอันเลือดเย็นเกิดขึ้น โดย เมแกน มาร์เคิล ปล่อยคลิป 1 ตัว ออกสู่พื้นที่สาธารณะผู้คนฮือฮา เข้าใจไปว่าเธอจะพูดถึงคุณพ่อผู้มีอุปการคุณใหญ่หลวงต่อช่วงชีวิตมากกว่าสองทศวรรษแรกของเธอ แต่แล้ว กลับกลายเป็นว่า คลิปดังกล่าวเป็นเบื้องหลังการถ่ายทำ With Love, Meghan: Christmas Special เพื่อโปรโมทโชว์ พร้อมกับขอบคุณทีมงาน ทั้งทีมงานด้านภาพยนตร์ และทีมงานด้านสินค้า As Ever!! ท่านผู้ชมครางอื้อหือ นางผูกใจเจ็บต่อบิดาบังเกิดเกล้าได้เวอร์วังเบอร์นี้ทีเดียวเชียวผลที่ตามมาประกอบด้วย 3 ส่วน1.สื่อมวลชนได้พาดหัวข่าวฮือฮา2.ท่านผู้ชมได้มันเขี้ยวกับการเขียนคอมเมนต์ประณามว่า เมแกน มาร์เคิล ช่างไร้หัวใจเสียเหลือเกิน3.ภาพลักษณ์ของเมแกนซึ่งไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชมของสาธารณชนอยู่แล้ว ก็ยิ่งย่ำแย่หนักทวีขึ้น จนเข้าชั้นวิกฤติการณ์แห่งภาพลักษณ์ยับเยิน – บิดาบังเกิดเกล้าสูญเสียขาให้แก่โรคติดเชื้อรุนแรง จวนจะอยู่จวนจะไป แต่เมแกนก็ไม่ยอมยุติมาตรการลงโทษคุณพ่ออุบัติการณ์สึนามิแห่งคอมเมนต์ตำหนิประณามเมแกน มาร์เคิล ดุเดือดท่วมท้น จึงทะลักสาดซัดออกมาจากประชาชนชาวอินเทอร์เน็ตรวมได้หลายหมื่นเมนต์ ลำพังเฉพาะที่ปรากฏอยู่ใต้ข่าวกรอบต่างๆ ของเดลิเมลออนไลน์ ก็มหาศาลระดับกรอบละประมาณ 5,000 – 8,000 เมนต์ กันเลยทีเดียวเช่น เมแกนอกตัญญู – หัวใจของเมแกนกระด้างเยี่ยงโขดหิน – เมแกนเทพ่อ เพราะพ่อหมดประโยชน์ และเพราะพ่อเกษียณอายุจากงานเท่ๆ ในฮอลลีวูดแล้ว ก็จึงกลายเป็นอะไรที่ทำให้เมแกนรู้สึกอับอาย อีกทั้งยังทำให้อิมเมจอันโก้หรูที่เมแกน “ยกระดับ” ตนเองขึ้นมา ดูเหมือนว่าจะมัวหมอง – เมแกนน่าขยะแขยง หลงตัวเองและเป็นงูพิษ – เมแกนฮาร์ทเลส ไร้หัวใจ ฯลภายในบรรยากาศร้อนระอุทั้งปวง พี่ชายต่างมารดาของ “น้องเม็ก – เมแกน” กล่าวผ่านรายการสนทนาของตนที่เผยแพร่บนยูทูปว่า“ผมอยากจะขอร้องเม็ก ในเมื่อเธอปล่อยทีวีโชว์ซึ่งเธอพูดถึงพลังแห่งความรักและครอบครัว ผมขอร้องให้เธอมาหาพ่อของเรา เม็กต้องเริ่มแสดงความเห็นอกเห็นใจความการุณย์แบบที่เธอพูดสอนออกมาได้แล้ว” เดอะสแตนดาร์ดคัดลอกข้อความมาเสนอไว้กระแสเชี่ยวกรากแห่งความรู้สึกต่อต้านและการประณามดุเดือดเหล่านี้คือ วิกฤติการณ์แห่งอิมเมจเสื่อมทราม ที่ดัชเชสเมแกนประสบโดยตรงในห้วงทิ้งท้ายศักราช AI Overview วิเคราะห์และสรุปไว้อย่างนั้น โดยประมวลข้อมูลในรอบสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2025 ว่า“ในระหว่างวันที่ 3-5 ธันวาคม 2025 เมแกน มาร์เคิล เผชิญกับวิกฤติการณ์แห่งภาพลักษณ์เสื่อมทรามอย่างหนัก ซึ่งสร้างผลกระทบต่อเธอโดยตรง วิกฤติการณ์ความเสื่อมทรามแห่งภาพลักษณ์ถูกขับเคลื่อนโดย 2 เหตุการณ์สำคัญซึ่งพุ่งเข้ามากระทบกันและกัน ได้แก่ การเปิดตัวโชว์ทางช่องเน็ตฟลิกซ์ ตอน “คริสต์มาส สเปเชียล” กับข่าวความป่วยไข้อย่างหนักของคุณพ่อเธอ ซึ่งเธอตัดขาดเยื่อใยไปแล้ว”เอไอ โอเวอร์วิว ชี้ประเด็นหลักของวิกฤติแห่งภาพลักษณ์ว่า การถูกมองเป็นคนไร้หัวจิตหัวใจ ไม่มีความเมตตาให้แก่บิดา และขาดความภักดีต่อครอบครัวซึ่งรวมถึงพ่อและพี่ๆ ได้ทำให้วิกฤติภาพลักษณ์ยิ่งทวีความเลวร้าย มากขึ้นกว่าเดิมซึ่งย่ำแย่สาหัสอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2025ท่าทีโนสนโนแคร์ทั้งต่อวิกฤติสุขภาพของคุณพ่อ และทั้งต่อปฏิกิริยาดุเดือดจากสาธารณชนตลอดระยะ 3 วันแรกจากเช้ามืดวันพุธ (3) จดจนบ่ายวันศุกร์ (5) มิได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อตัวเมแกนเพียงคนเดียว ภาพลักษณ์อันย่ำแย่สาหัสที่เธอประสบเหล่านั้น ได้สร้างผลกระทบต่อฝ่ายต่างๆ อย่างมหาศาลการพลิกผันให้ท่าทีของดัชเชสเมแกน เปลี่ยนมาเป็นแบบมนุษย์ปกติ จึงต้องอุบัติขึ้นมา!!!สถานการณ์ที่ได้เห็นกันทั่วถ้วนแล้วก็คือ ดรามาแห่ง “ธิดาทรพี” ถูกพลิกผันอย่างปุบปับ และเป็นการเปลี่ยนท่าทีแบบยูเทิร์น 180 องศากันเลยทีเดียว ด้วยการนำเสนอข้อมูลนัวๆ ใหม่ๆ ว่าเมแกน มาร์เคิล พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะติดต่อไปหาคุณพ่อ แต่ไม่ประสบความสำเร็จกระนั้นก็ตาม การผลักดันดังกล่าวโดยทีมงานพีอาร์แห่งพระตำหนักมอนเตซิโต มีแต่จะล้มเหลวโดยตลอด ซึ่งท่านผู้ชมในสารพัดประเทศได้แต่ส่ายหน้า แล้วกรอกตามองบนเบื้องหลังและที่มาแห่งการพลิกท่าทีของดัชเชสมมีอยู่ว่า เน็ตฟลิกซ์เป็นยูนิตหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ กล่าวคือ ดัชเชสเมแกนและดยุกแฮร์รีเป็นผู้สร้างผลิตภัณฑ์ความบันเทิงป้อนแก่ เน็ตฟลิกซ์ ซูเปอร์ยักษ์แห่งธุรกิจสตรีมมิง อิมเมจของเมแกนแอนด์แฮร์รีจึงต้องถูกประคับประคองอย่างระมัดระวัง มิให้กลายเป็นสินค้าที่ถูกสาธารณชนคว่ำบาตรโดยที่ผ่านมา เน็ตฟลิกซ์ยังไม่สามารถถอนทุนคืนจากสภาวะขาดทุนยับเยินในรอบ 5 ปีของสัญญาธุรกิจฉบับแรกที่มีมูลค่าเป็นหลักร้อยล้านดอลลาร์ พร้อมการจ่ายเงินก้อนมหึมาให้ไปเป็นมัดจำตลอดจนเป็นแรงจูงใจ และในปัจจุบัน แม้ผลตอบแทนยังอยู่ในเกณฑ์ติดลบ แต่เน็ตฟลิกซ์ก็เดินนโยบายที่จะต้องล็อกดัชเชสและดยุกแห่งซัสเซกซ์ไว้อย่างแน่นหนา(ด้วยสัญญาฉบับที่ 2 ซึ่งอัปยศอย่างสุดๆ สำหรับอดีตสมาชิกพระราชวงศ์คู่นี้) เผื่อว่าหากเกิดการหย่าร้าง (ซึ่งมีวี่แววแนวโน้มสูงอย่างยิ่ง) ความอื้อฉาวก็ต้องมา และในสถานการณ์ดรามาแซ่บๆ ดังกล่าว เน็ตฟลิกซ์ย่อมจะได้รับคอนเทนต์เผ็ดร้อนถูกใจท่านผู้ชม ไปสร้างภาพยนตร์แนวแฉหมดเปลือก และทำผลตอบแทนมหาศาลถล่มทลายเข้าสู่บริษัทได้สำเร็จนอกจากเน็ตฟลิกซ์จะเป็นผู้มีส่วนได้-เสียกับการที่เมแกนมีราคาการตลาดตกต่ำแล้ว ดัชเชสยังเป็นเจ้าของกิจการ Archewell Productions และ As Ever ดังนั้น ทีมพนักงานของเธอ รวมถึงทีมที่ปรึกษา และทีมพีอาร์ ซึ่งต้องทำหน้าที่ดูแลส่งเสริมภาพลักษณ์ของตัวเธอและของธุรกิจที่เธอกับพระสวามีเป็นเจ้าของ ก็พลอยได้รับผลกระทบโดยตรงด้วยด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งปวงจึงไม่สามารถนิ่งเฉยต่อความย่อยยับอัปราแห่งอิมเมจของดัชเชสเมแกนปรากฏการณ์ที่ปุบปับเกิดขึ้นมานั้น เป็นอะไรที่เสมือนว่า ได้มีฝ่ายใดสักฝ่ายหนึ่งลุกขึ้นดำเนินมาตรการ “ควบคุมขนาดความเสียหาย”ดูเหมือนว่าบรรดาที่ปรึกษาและ “ป๋าดัน” ตลอดจนทีมพีอาร์ ได้ช่วยกันกระตุกต่อมให้เมแกนถอนถอยกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงว่า ตัวเธอและสินค้าที่เธอดำเนินงาน และเน็ตฟลิกซ์ลงทุนเป็นเงินมหาศาล (ผลิตภัณฑ์ As Ever กับซีรีส์ With Love, Meghan) นั้น จะเน่าสนิทและเจ๊งหนักกว่าที่เป็นอยู่ ถ้าหากใจของเธอยังยืนหยัดจะเล่นบทบาทธิดาทรพีปรากฏการณ์ดังกล่าวซึ่งออกจะโกลาหลอย่างยิ่ง เริ่มเปิดตัวในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม โดย บีบีซี ไปจนถึง เดอะไทมส์ สื่อเจ้าพ่อสุดเก๋าของอังกฤษ นำเสนอข่าวอย่างครึกโครมว่า“เมแกน มาร์เคิล ติดต่อไปถึงคุณพ่อโทมัสแล้ว”พร้อมนี้ ในเนื้อข่าวของบีบีซีกับเดอะไทมส์ไม่ได้ใช้คำว่า “แหล่งข่าววงใน” กระซิบมา แต่เป็นการให้คำเฉลยกันตรงๆ และสุดๆ จะน่าเชื่อถือเลยว่า ทีมงานประชาสัมพันธ์ของเมแกนยืนยันมา ดังนั้น นั่นหมายถึงว่าเป็นความเคลื่อนไหวของแคมป์ดัชเชส ทั้งนี้ เมแกนคือผู้สั่งให้ทีมพีอาร์ส่งข่าว หรือป๋าดันของเธอเป็นผู้สั่งการ?? ยังต้องแขวนปมนี้ไว้ก่อนกระนั้นก็ตาม มีร่องรอยที่บ่งชี้ว่า เมแกน น่าจะมิได้เป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ เพราะข่าวสุดฮอตว่าดัชเชสติดต่อไปถึงคุณพ่อนั้น กลายเป็นปัญหาใหม่ที่ไปทวีความอื้อฉาวและโกลาหลให้แก่ฝ่ายต่างๆ ที่เร่งดำเนินการลบล้างภาพลักษณ์เน่าสนิทชวนยี้ให้แก่เมแกนกล่าวคือ คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล ซึ่งเมื่อฟื้นจากการผ่าตัดใหญ่รอบ 2 (แก้ไขปัญหาหลอดเลือดอุดตันที่ขาซ้ายส่วนบน) ได้ทราบรายงานข่าวจากสื่อมวลชน ก็ดีใจ รอรับการติดต่อเข้าไป (เผื่อจะเป็นเอสเอ็มเอส หรือจะเป็นช่อดอกไม้ ซึ่งมักจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะมาถึงห้องไอซียู) ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ช่วยกันตรวจสอบ ว่าได้มีการโทรศัพท์ติดต่อเข้าไปทางคอลเซนเตอร์ของโรงพยาบาลหรือไม่แต่แล้ว… ในท้ายที่สุด “ดรามาแห่งการโปรโมทข่าวว่าดัชเชสเมแกนติดต่อไปถึงคุณพ่อแล้ว” ก็ล้มเหลวในช่วงดึกดื่น พ้นเที่ยงคืนวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมของประเทศฟิลิปปินส์แล้ว คุณพ่อโทมัสยอมตัดใจเลยว่าดัชเชสผู้เป็นธิดาจอมเจ้าคิดเจ้าแค้น จะไม่ติดต่อมาถึง ดั่งที่ปล่อยวาทะ “ผายลมมารดาเจ้า” ออกมาแน่นอน แล้วคุณพ่อจึงแจ้งปฏิเสธข่าวไปกับนักข่าวคนสนิทแสนซี้ แคโรลิน เกรย์แอม บก.เดอะเมล ออน ซันเดย์ สำนักยูเอสเอ โดยบอกว่าไม่มีข้อความจาก “ลูกสาว” มาถึงผมเลย!!หลังจากนั้นแป๊บหนึ่ง เดลิเมลออนไลน์สำนักงานใหญ่ก็รายงานขึ้นเว็บไซต์ข่าวในเวลา 20.20 น. วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม ณ กรุงลอนดอน หรือก็คือประมาณตี 4 วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม ของนครเซบู ฟิลิปปินส์ว่า คุณพ่อของดัชเชสเผย ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากเมแกนเลย พร้อมกับวิงวอนขอความเห็นใจจากคุณลูกสาว: อย่าให้พ่อตายไปโดยไม่มีโอกาสพบกับหลานตาทั้งสองพระองค์ประมาณ 1-2 ชั่วโมงผ่านไป จึงมีคำเฉลยปล่อยออกมาจากทีมพีอาร์ของพระตำหนักมอนเตซิโต ซึ่งคงเพิ่งจะได้ข้อมูลรูปธรรมจากนายหญิง เมแกน มาร์เคิล แล้วก็รีบส่งข่าวไปยัง เดอะไทมส์ลอนดอน กับเดอะซัน สองสื่อยักษ์ใหญ่ไซส์เจ้าพ่อของอังกฤษดังนั้น ณ 22.22 น. วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม เดอะซันนำเสนอความคืบหน้า โดยอ้างถึงทีมพีอาร์ของดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ว่า เมแกน มาร์เคิล ได้ทำการ “ส่งอีเมล” ไปถึงคุณพ่อ ตั้งแต่เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคมของสหรัฐอเมริกา !!!OMG! คุณพระคุณเจ้าช่วยด้วย! คนสติดีๆ ที่ไหนกัน จะส่งอีเมลไปหาผู้ป่วยห้องไอซียูแต่ที่เด็ดขั้นสุดคือ ในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันทำงาน คือ จันทร์ที่ 8 ธันวาคม วอร์ด ICU ของโรงพยาบาล University of Cebu Medical Center (UCMed) ได้ต้อนรับเจ้าหน้าที่กงสุลอเมริกันประจำนครเซบู 2 รายซึ่งเดินทางไปพบผู้ป่วยผ่าตัดขา นามว่า โทมัส มาร์เคิล เดลิเมลออนไลน์รายงานทั้งนี้ แม้เนื้อข่าวเปล่าระบุว่าเป็นการเข้าไปเช็กให้เห็นกับตาว่ามีการป่วยหนัก และต้องถูกแพทย์ตัดขาดั่งที่เดลิเมลออนไลน์นำเสนอ จริงหรือไม่เพียงใด แต่ก็เป็นที่น่าปลาบปลื้มว่าคนอเมริกันที่พักอาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์กว่า 750,000 ราย ได้รับความใส่ใจอย่างยิ่งยวดจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯรอบแรกของ “เมแกน” พังทลาย เพราะเธอไม่เต็มใจร่วมมือ แต่คงจะเป็นป๋าดัน-ผู้มากบารมี ที่ไม่ยอมให้ “สินค้ายี่ห้อซัสเซกซ์” เน่าสนิทอยู่ในความชิงชังของสาธารณชน ดังนั้น เมแกนก็ยอมเว้นวรรคมาตรการตัดขาดบิดา แล้วจดปากกาเขียน จดหมายน้อย ไปหา โดยมีทนายความนำส่งถึงเตียงผู้ป่วย พร้อมถ่ายคลิปเป็นหลักฐานให้ท่านใดสักท่านหนึ่งมั่นใจว่า ส่งจดหมายไปถึงแล้วจริงๆพลันที่สาธารณชนได้ทราบข่าวว่า เมแกนก็คือเมแกนคนเดิมผู้ถูกประณามบนพื้นที่สื่อมวลชนบ่อยๆ ว่า อกตัญญู ปฏิกิริยาของสังคมจึงปรากฏออกมาอย่างเดือดดาลตามเคย ไม่มีแผ่วดังนั้น เท่ากับว่าความพยายามของฝ่ายต่างๆ ที่เร่งแก้ไขภาพลักษณ์ของดัชเชสเมแกนผู้แสนจะอื้อฉาว นั้น ไม่สามารถจะแก้ไขกอบกู้อะไรได้เลย ในเมื่อบุคคลผู้เป็นแกนกลางของวิกฤติการณ์ภาพลักษณ์ย่อยยับ สามารถฝืนใจดำเนินการออกไปได้ “แค่การส่งอีเมล”กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เมแกน มาร์เคิล มีความรู้สึกติดลบรุนแรงต่อบิดาบังเกิดเกล้า เกินกว่าที่จะติดต่อไปถึงพ่อด้วยรูปแบบปกติต่างๆ ตามมารยาทดีงามของสังคมที่ผ่านมายังไม่มีข้อมูลเฉลยว่า ป๋าดัน/ผู้มากบารมี รายใดอยู่เบื้องหลังในตอนที่เมแกนยอมโอเคจะยุติท่าทีเฉยเมยต่อสถานการณ์สุขภาพสาหัสของคุณพ่อ และยอมจะลงมือดำเนินการแก้ไขวิกฤติภาพลักษณ์เสื่อมทรามจมดิน ในการนี้ เมื่อเมแกนรับที่จะติดต่อไปถึงคุณพ่อให้เรียบร้อย ทีมพีอาร์ก็ส่งข่าวออกไปตามสื่อทั้งปวงว่า “ดัชเชสเมแกนติดต่อไปถึงคุณพ่อแล้ว” โดยที่ว่าแม้แต่ทีมพีอาร์ก็ไม่ทราบว่า ติดต่อ ไปด้วยวิธีการอะไรกันแน่แต่การที่เธอใช้วิธีส่งอีเมลไปหาคุณพ่อ หนำซ้ำยังเป็นบัญชีอีเมลที่คุณพ่อทิ้งร้างไปแสนนาน ย่อมเป็นอะไรที่ไม่โอเคอย่างยิ่งสำหรับทีมที่ปรึกษาและป๋าดัน ซึ่งพยายามขับเคลื่อนมหกรรมลบล้างภาพลักษณ์ธิดาทรพีเมื่อวิเคราะห์และไล่เรียงดูกระแสสังคมอันโกรธเกรี้ยวเชี่ยวแรง นับจาก 20.20 น. ของวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมในกรุงลอนดอนซึ่งเดลิเมลออนไลน์รายงานคำพูดของคุณพ่อโทมัสว่า ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากดัชเชส และสาธารณชนได้แห่กันกระหน่ำประณามเมแกน มาร์เคิล อย่างมหาศาลชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน (เฉพาะที่คอมเมนต์ใต้กรอบข่าวของเดลิเมลออนไลน์ มีทัวร์ถล่มลงไปกว่า 5,000 คอมเมนต์ภายในไม่กี่ชั่วโมง ก่อนจะไปอิ่มตัวที่ 8,500 คอมเมนต์กันเลยทีเดียว)ก็สามารถเห็นเค้าลางว่าฝ่ายต่างๆ ที่มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ รู้สึกหนักอกหนักใจมากขึ้นอย่างยิ่งยวดว่า สถานการณ์ดังกล่าวคือ หายนะแห่งภาพลักษณ์เสื่อมทรามสาหัสดังนั้น จากเดิมที่ไม่มีใครอยากถามว่า “ติดต่อ ไปถึงคุณพ่อแล้ว” นั้น หมายความว่าอะไร ก็คงจะจำเป็นต้องขออนุญาตถามกัน แล้วคำเฉลยว่า **ติดต่อไปทางอีเมล** ก็คงเพิ่งหลุดออกจากสองเรียวปากเป็นครั้งแรกหลังจากนั้น ทีมพีอาร์ก็แจ้งทราบเรื่องอีเมลไปยังสาธารณชนอย่างด่วน เพื่อตอบโต้ข่าวของเดลิเมลออนไลน์ ในการนี้ ทีมพีอาร์แจ้งทราบออกไปโดยผ่านช่องทางของ เดอะซัน กับ เดอะไทมส์ลอนดอนเวลาผ่านไปไม่นาน ณ 22.22 น.วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมในกรุงลอนดอน (ซึ่งก็คือวันเดียวกันกับทางสหรัฐฯ แต่เป็นเวลา 17.22 น.) เว็บไซต์เดอะซัน นำเสนอข่าวศึกไฝว้ มาร์เคิล vs มาร์เคิล ด้วยพาดหัวดังนี้“เมแกน มาร์เคิล เปิดเผยว่าเธอส่ง อีเมล ไปถึงคุณพ่อผู้เจ็บป่วย หลังจากถูกตัดขาแล้ว”สิ่งที่ตามมาคือเสียงก่นด่าประณามดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ที่พุ่งเข้าไปจากทศทิศ และทวีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันเสาร์ (6) ของสหรัฐฯ จดจนวันอาทิตย์ วันจันทร์ และอังคาร (7-9) โดยไปครึกโครมเป็นพิเศษตามช่องข่าวโทรทัศน์อินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Talk TV รายการของเควิน โอซัลลิแวน หรือทอล์กโชว์ของแดน วูตตัน ฯลฯมหกรรมเพื่อกอบกู้วิกฤติการณ์ภาพลักษณ์ยับเยินของเมแกน มาร์เคิล ในรอบที่ 2 จึงต้องเริ่มขึ้น โดยในเที่ยวใหม่นี้ ต้องเดินเกมกันรวมได้ถึง 3 ขยักทีเดียวโดยภารกิจล้างภาพลักษณ์ธิดาทรพีใน “รอบที่ 2 -ขยักที่ 1” เปิดฉากด้วยกลยุทธ์แห่งวิชามารขั้นพื้นฐาน ได้แก่ กล่าวโทษฝ่ายศัตรู และโกหกสดๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่ดัชเชสเมแกน ทั้งนี้ ในภารกิจแห่งการแก้ตัวให้แก่เมแกนนั้น มีการปล่อยข่าวผ่านสื่อมวลชนออกไปว่า หลายๆ วันที่ผ่านมา ดัชเชสพยายามสุดความสามารถที่จะติดต่อไปหาบิดา ดังนี้:ณ 10.03 น. วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม ในอังกฤษ เว็บไซต์ข่าวจีบี นิวส์ เป็นสื่อใหญ่ค่ายแรกๆ ของอังกฤษที่โพสต์ข่าวพร้อมถ่ายทอดข้อความต่างๆ ซึ่งแหล่งข่าวระดับคนใกล้ชิดเมแกน มาร์เคิล ใช้โจมตีเดลิเมลออนไลน์ มานำเสนออย่างละเอียด“เดอะเมลไม่ได้พยายามสอบถามเข้าไปที่ทีมงานของดัชเชสแม้แต่น้อย ปุบปับก็แพร่ข่าวออกไปเลยว่าคุณพ่อไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากดัชเชส“ถ้าพวกเขาสอบถามมา พวกเราก็จะบอกคุณโทมัส มาร์เคิล ให้เช็กอีเมล“พอพวกเราเห็นข่าวว่ายังไม่ได้รับการติดต่อ เราก็แจ้งไปที่โต๊ะข่าวเดอะเมลทันที ว่าดัชเชสส่งอีเมลไป เรื่องอีเมลนี่เป็นรายละเอียดซึ่งพวกเราตั้งใจจะไม่ประกาศออกอากาศ เพื่อจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ประเด็นส่วนตัวไปปรากฏต่อสายตาของสาธารณชนมากเกินไป“แม้ข่าวจะนำเสนอกันว่าคุณโทมัส มาร์เคิล ไม่ได้ใช้อีเมลแอดเดรสนี้นาน 5 ปีเป็นอย่างน้อย แต่พวกเราเข้าใจว่าไม่มีอีเมลเด้งกลับมา ซึ่งแสดงว่าอีเมลแอดเดรสนี้ยังใช้งานได้อยู่”ปมแห่งการส่งอีเมลไปให้กำลังใจแก่คุณพ่อที่ถูกแพทย์ตัดขานั้น โดนโห่สนั่นลั่นอินเทอร์เน็ตด้วยกระแสความรู้สึกที่รับไม่ได้อย่างยิ่งท่านผู้ชมเข้าไปคอมเมนต์ใต้กรอบข่าวของจีบีนิวส์ แบบที่ตำหนิตรงๆ ว่าใครเขาทำกัน ส่งอีเมลไปหาผู้ป่วยหนักในห้องไอซียู!!ก็คนปกติมีแต่จะส่งดอกไม้และบัตรอวยพร แล้วรีบเดินทางไปให้เห็นหน้าบ้างหลังจากที่ภารกิจล้างภาพลักษณ์ธิดาทรพีใน “รอบที่ 2 -ขยักที่ 1” ล้มเหลว และถูกประณามจากทุกทิศทาง ภารกิจล้างภาพลักษณ์ธิดาทรพีใน “รอบที่ 2 -ขยักที่ 2” ที่ใช้กลยุทธ์สร้างภาพธิดากตัญญูขั้นสุด ก็ถูกขับเคลื่อนในเย็นวันเดียวกัน คือ ณ 18.01 น. วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม ในประเทศอังกฤษโดยเว็บไซต์เดอะซันนำเสนอข่าวชิ้นใหญ่ อ้างอิงแหล่งข้อมูลว่า “เป็นบุคคลใกล้ชิด” ของดัชเชสเมแกนจำนวนหลายราย ว่า:-เมแกน มาร์เคิล ยอมเหนื่อยยาก “เธอยกโทรศัพท์” ไปสอบถามโรงพยาบาลต่างๆ หลายๆๆ แห่งในฟิลิปปินส์ ด้วยตนเอง เพื่อตามหาว่าคุณพ่อรักษาตัวอยู่ที่ไหน และจะได้สามารถติดต่อกับคุณพ่อ หลังจากที่คุณพ่อถูกตัดขา:-แต่โชคไม่ช่วยเลย เธอไม่สามารถติดต่อคุณพ่อได้พร้อมนี้ เดอะซันรายงานด้วยว่านักข่าวของเดอะซันติดต่อไปยังโฆษกประจำตัวดัชเชส เพื่อขอความเห็น แต่คุณโฆษกปฏิเสธที่จะให้ความเห็นรายงานนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า แหล่งข่าวคนใกล้ชิดต่างๆ ของเมแกนที่ร่วมกันให้ข้อมูล มิใช่โฆษกหรือทีมพีอาร์แห่งมอนเตซิโต ดังนั้น ก็น่าจะเป็นทีมพันธมิตร (อาทิ ป๋าดัน ซึ่ง “เป็นบุคคลใกล้ชิด” กับปรินซ์แฮร์รี และดัชเชสเมแกน) ที่ทำการขับเคลื่อนภารกิจตั้งแต่ก่อนเที่ยงของวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม ในสหรัฐฯ ประมาณว่าทีมงานประชุมเสร็จกำหนดทิศทางเสร็จก็ปล่อยข่าวไปยังสารพัดสื่อมวลชนทั้งสองฟากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกกระนั้นก็ตาม ความเคลื่อนไหวของทีมพันธมิตรซึ่งมุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่เอี่ยม เปี่ยมด้วยความกตัญญูกตเวที ให้แก่เมแกน มาร์เคิล ก็ไม่ประสบความสำเร็จ!!หนำซ้ำยังถูกเย้ยว่าโกหกสดๆ ใส่สาธารณชนอีกตามเคย เพราะชาวโลกต่างทราบกันไปทั่วแล้วว่า คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล อยู่ที่โรงพยาบาล UCMed ซึ่งเป็นโลโกที่ปรากฏมากมายบนเสื้อผู้ป่วยซึ่งบิดาของเมแกน มาร์เคิล สวมใส่อยู่ในภาพประกอบข่าวของเดลิเมลออนไลน์ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมนอกจากนั้น แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่กงสุลอเมริกันในนครเซบูก็สามารถสังเกตทราบได้เช่นกัน โดยเมื่อทราบว่าคุณโทมัส มาร์เคิลอยู่โรงพยาบาล UCMed ก็บุกไปเยี่ยมดูอาการและเจอตัวกันเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคมกันเลยทีเดียวทั้งนี้ เมื่อนำคำว่า UCMed ไปเช็กบนกูเกิล ก็จะทราบว่าเป็นโลโกของโรงพยาบาล University of Cebu Medical Center ไม่จำเป็นจะต้องลงแรงโทรศัพท์ไปตามหา ทีละโรงพยาบาล ให้เปลืองแรงแม้แต่เดอะซันที่เขียนข่าวนี้ขึ้นไป ก็ยังต้องป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกประณามว่า ทำไมเดอะซันถึงไม่รู้ชื่อโรงพยาบาล ดังนั้น ในข่าวเรื่องนี้ เดอะซันได้ระบุชื่อโรงพยาบาล UCMed ไว้ในย่อหน้าต่อท้ายเนื้อหาข่าวอย่างกระจ่างชัดเจน ไม่มีการเปิดช่องให้ใครเอาไปเย้ยได้นอกจากนั้น ในการไฝว้เพื่อจะอวดอ้างว่า เมแกนได้พยายามหาเบอร์โทรศัพท์ของคุณพ่อโทมัส อย่างสุดความสามารถนั้น อันที่จริงแล้ว เมแกนสามารถสั่งให้ทีมพีอาร์ซึ่งล้วนเป็นยอดฝีมือด้านการประสานสื่อมวลชน โทรศัพท์ถามนักข่าวของเดลิเมลที่เป็นสายพันธมิตรของพระตำหนักมอนเตซิโตได้ง่ายๆ ทั้งนี้ ทีมพีอาร์ของปรินซ์แฮร์รีกับเมแกน มีสายสัมพันธ์อันดีกับนักข่าวเดลิเมลออนไลน์หลายคน ซึ่งช่วยเอาข่าวประชาสัมพันธ์ของเมแกนไปโพสต์เป็นข่าวได้ตลอดทั้งปี อาทิ ข่าวพร้อมภาพปกปิดใบหน้าของพระโอรสพระธิดาแห่งเดอะซัสเซกซ์ ที่ถูกกองทัพท่านผู้ชมเขียนแซวเจ็บแสบไว้มหาศาลด้านเสียงวิจารณ์ถล่มทลายใส่ดัชเชสเมแกน จากบรรดาผู้เชี่ยวชาญในรายการโทรทัศน์บนอินเทอร์เน็ต ก็ดุเดือดเหลือเกิน“ตลกดีนะคะ เมแกน มาร์เคิล เป็นหนึ่งใน 100 สตรีที่นิตยสารฟอร์จูนจัดอันดับว่าทรงอิทธิพลที่สุดของปี 2018 แต่เธอไม่สามารถแม้จะแค่โทรศัพท์ไปให้กำลังใจคุณพ่อที่เจ็บป่วยอย่างหนัก” คินซีย์ สโคฟิลด์ ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์อังกฤษ กล่าวประชดตรรกะวิบัติไว้ในระหว่างให้สัมภาษณ์แก่สกายนิวส์ ออสเตรเลียในที่สุด ‘เมแกน มาร์เคิล’ ยอมติดต่อไปถึงคุณพ่อโทมัส อย่างเป็นรูปธรรม หลัง 7 ปีที่ตัดขาด โดยเธอเขียนจดหมายน้อยซึ่งตั้งเงื่อนไขล็อกแน่นหนาไม่ให้นำไปเปิดเผยให้ใครอ่าน และแน่นอน มาตรการตัดขาดยังอยู่ในที่สุด ภารกิจล้างภาพลักษณ์ธิดาทรพีใน “รอบที่ 2 -ขยักที่ 3” ก็ต้องถูกนำมาใช้ โดยปักธงไว้ชัดเจนว่า เมแกน มาร์เคิล จะต้องเว้นวรรคการตัดขาดบิดา แล้วยอมคืนดีกับคุณพ่อ ด้วยการเขียนจดหมายไปให้กำลังใจหลังจาก 7 ปีเต็มๆ ที่ เมแกน มาร์เคิล ตัดขาดไม่เหลือเยื่อใยกับ โทมัส มาร์เคิล บิดาบังเกิดเกล้า เธอยอมเขียนจดหมายน้อยอันเผ็ดร้อนไปถึงคุณพ่อโทมัส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจดหมายถูกนำส่งมอบกันที่เตียงผู้ป่วยในศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ยูเอสเอ ทูเดย์ รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2025 พร้อมให้ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมอีกเพียงหนึ่งประเด็นว่า“โดยได้รับการสนับสนุนจากสายงานที่เชื่อมั่นและไว้ใจได้ ข้อความของดัชเชสเมแกนอยู่ในมือของคุณโทมัส มาร์เคิล อย่างปลอดภัยแล้ว” ทีมพีอาร์ของเมแกนประกาศไว้อย่างนั้นในหนังสือแถลงข่าวสั้นๆ ซึ่งส่งไปยัง บีบีซี กับนิตยสาร PEOPLE ในวันพุธที่ 10 ธันวาคม 2025หลังจากนั้น ในระหว่างวันพุธที่ 10 – เที่ยงของวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม สื่อมวลชนทั้งปวงไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมที่จะนำไปรายงานละเอียดจนกระทั่งช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม แคมป์ฝั่งดัชเชสเมแกนเริ่มปล่อยข่าวรอบใหม่ ที่มุ่งจะอธิบายว่าทำไมจึงไม่มีการเดินทางไปเยี่ยมคุณพ่อโทมัสในประเทศฟิลิปปินส์ โดยปล่อยผ่านไปทาง 3 ค่ายสื่อใหญ่ยักษ์ คือ ดิเอ็กซ์เพรส ไทมส์ลอนดอน กับเดอะซันดิเอ็กซ์เพรสได้รับประเด็นข่าวมาว่าการเดินทางไปเยี่ยมคุณพ่อโทมัสในฟิลิปปินส์ ซึ่งดกดื่นด้วยผู้ก่อการร้าย นั้น “อันตรายเกินไป” ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาความปลอดภัยจะแพงเกินไป คือระดับหลายล้านดอลลาร์กันเลยทีเดียวทั้งนี้ บรรดาผู้ช่วยของเมแกนอ้างอิงเอกสารคำเตือนจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ว่าการเดินทางไปฟิลิปปินส์มีความเสี่ยงสูงในเรื่องของ “อาชญากรรม ก่อการร้าย การลักพาตัวเรียกค่าไถ่ และการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาล“เมแกนเข้าใจว่าเธอเป็นเป้าหมายตัวเอ้ของเหล่าร้าย และจึงคิดว่าการไปเยี่ยมคุณพ่อที่โรงพยาบาลในนครเซบูนั้น อันตรายเกินไป แม้จะเป็นทริปสั้นๆ ก็ตาม เพราะมีปัจจัยที่เหนือความคาดคิดมากมายเหลือเกิน” แหล่งข่าวระดับผู้หลักผู้ใหญ่ในฮอลลีวูดซึ่งเป็นคนใกล้ชิดเมแกน มาร์เคิล และปรินซ์แฮร์รีกล่าวไว้กับดิเอ็กซ์เพรสในเวลาต่อมาของวันเดียวกัน คือ ในค่ำคืนเสาร์ที่ 13 ธันวาคม เดอะซันมีความคืบหน้าไปนำเสนอต่อผู้อ่านดังนี้“บอกกันต่อๆ มาว่าดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ไม่มีกำหนดการจะเดินทางไปเยี่ยมคุณพ่อโทมัส มาร์เคิล ที่ประเทศฟิลิปปินส์”ทั้งนี้ การไม่ระบุแหล่งข่าว มีนัยความหมายว่าต้นทางของข่าวน่าจะปล่อยมาจากแคมป์เดอะซัสเซกส์ จึงจะต้องปกปิดไม่ให้โลกรู้นอกจากนั้น เดอะซันมีรายงานเสริมจากข่าวของเดอะไทมส์ลอนดอน ระบุว่า เมแกนไม่ต่อสายโทรศัพท์ไปถึงคุณพ่อ เพราะเธอเกรงว่าใครต่อใครจะได้ยินถ้อยคำสนทนาระหว่างตัวเธอกับคุณพ่อในด้านของเดลิเมลออนไลน์ หลังการปล่อยข้อมูลต่างๆ ออกมาทางสื่อค่ายยักษ์ทั้งสามแล้ว เดลิเมลออนไลน์ก็ปลอดภัยที่จะนำบางประเด็นจากจดหมายของเมแกน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ บก.แคโรลีน เกรย์แอม ซึ่งอยู่ในห้องผู้ป่วยของคุณพ่อโทมัส ขณะที่การส่งมอบจดหมายเกิดขึ้น มาถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้รับทราบบ้างในการนี้ เดลิเมลออนไลน์โพสต์ข่าวขึ้นเว็บไซต์ในค่ำคืนวันเดียวกันกับ 3 สื่อค่ายใหญ่ยักษ์ โดยมีประเด็นดังนี้ในวันพุธที่ 10 ธันวาคม นั้น จดหมายของเมแกน มาร์เคิล มาถึงคุณพ่อโทมัส ณ เตียงผู้ป่วยของ University of Cebu Medical Center โดยทนายความที่รับงานจากแคมป์เดอะซัสเซกซ์ ทำการส่งมอบถึงมือคุณพ่อโทมัส พร้อมแจ้งทราบเงื่อนไขหนึ่งประการ คือ มีคำสั่งกำหนดมาด้วยว่ากระบวนการส่งมอบนี้ต้องได้รับการบันทึกวิดีโอ เพื่อที่ว่าตัวคลิปวิดีโอจะถูกมอบแก่ดัชเชสเมแกนต่อไปหลังจากทีมทนายกลับไปแล้ว คุณพ่อโทมัสนอนบนเตียงผู้ป่วย มองและพิจารณาจดหมายจากลูกสาวด้วยความรู้สึกไม่สบายใจว่าจะมีอะไรบ้างปรากฏในนั้น รวมเป็นเวลานานราว 4 ชั่วโมงจึงเปิดออกอ่านเงียบๆ อ่านซ้ำๆ ซ้ำๆ หลายรอบ แล้วนิ่งเงียบอยู่ในห้วงความคิดคำนึง เดลิเมลออนไลน์เล่าไว้แล้วเดลิเมลออนไลน์รายงานในบางประเด็นหลักของจดหมาย คือ“เป็นที่เข้าใจกันว่าความสัมพันธ์ที่คุณพ่อโทมัสมีอยู่กับเดอะเมล ออน ซันเดย์ จะทำให้คุณพ่อไม่สามารถจะฟื้นความสัมพันธ์กับเมแกน มาร์เคิล ได้”แปลใจความได้ว่า ถ้าคุณพ่อยังเป็นพันธมิตรกับ บก.เดอะเมล ออนซันเดย์ สำนักสหรัฐอเมริกา ก็ไม่ต้องหวังเลยว่าคุณลูกสาวจะยอมคืนดีด้วยในวันต่อมา ณ 17.45 น. ของวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม คุณแคโรลีน เกรย์แอม บก.เดอะเมล ออนซันเดย์ สำนักสหรัฐอเมริกา โพสต์ข่าวที่เปิดเผยรายละเอียดของจดหมาย ในส่วนที่เธอมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบว่า“ด้วยน้ำตานองหน้า ดิฉันบอกคุณพ่อโทมัสให้ตัดมิตรภาพที่มีอยู่กับดิฉัน แล้วมุ่งหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์กับ เมแกน ผู้เป็นลูกสาว”กระนั้นก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้ว เมแกน มาร์เคิล ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อการปรองดองกับคุณพ่อโทม้ส มาตรการตัดขาดยังถูกบังคับใช้ต่อไปความพยายามที่จะหยิบยกเรื่องขบวนการก่อการร้าย ให้เป็นข้ออ้างแก่ดัชเชสเมแกนในอันที่จะไม่ต้องเดินทางไปเยี่ยมคุณพ่อ กลายเป็นเรื่องตลกร้ายท่ามกลางคอมเมนต์ต่างๆ อาทิ ในปี 2025 มีคนอเมริกันกว่า 750,000 รายที่มีถิ่นฐานที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์และสามารถดำเนินชีวิตเป็นปกติธรรมดาส่วนผลดีจากการที่ ดรามาดัชเชสทรพี สามารถจบซีซันได้ในที่สุด (ด้วยการที่เมแกนยอมเขียนจดหมายไปหาคุณพ่อ พร้อมกับมีคลิปวิดีโอการส่งมอบจดหมายถึงมือคุณโทมัส มาร์เคิล เป็นหลักฐาน ซึ่งน่าจะมีการส่งต่อคลิปไปถึงป๋าดันของครอบครัวเดอะซัสเซกส์) นั้น ได้ปรากฏขึ้นในประมาณช่วงหนึ่งสัปดาห์ถัดมา โดยมีข่าวประชาสัมพันธ์ออกไปอย่างทั่วถึงในวันพุธที่ 17 ธันวาคม ดังนี้ปรินซ์แฮร์รีกับดัชเชสเมแกนได้ไฟเขียวจากเน็ตฟลิกซ์ไปสร้างภาพยนตร์จอเงิน โดยนำลิขสิทธิ์นวนิยายเบสต์เซลเลอร์ เรื่อง The Wedding Date ไปสร้างภาพยนตร์ป้อนแก่ช่องเน็ตฟลิกซ์ในปี 2026 พร้อมนี้ มีการกำหนดกันแล้วด้วยว่า เมแกน มาร์เคิบองจะได้ผู้ผลิตภาพยนตร์ยอดฝีมืออย่าง เทรซี ไรเออร์สัน ไปร่วมงานในด้านของคุณพี่ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ พี่ชายต่างมารดาของเมแกน มาร์เคิล ได้มีการแพลมข่าวโปรเจกต์ภาพยนตร์ชีวิตและการต่อสู้ภายในครอบครัวมาร์เคิล ซึ่ง ทอม มาร์เคิล ประมาณการมูลค่าโปรเจกต์ที่ 10 ล้านดอลลาร์จึงเป็นที่คาดหวังได้ว่า ดรามาดัชเชสทรพีต้องมีซีซัน 2 อย่างแน่นอน เพียงแต่เน็ตฟลิกซ์เปลี่ยนเป้าหมายจากการได้ภาพยนตร์แฉพระราชตระกูลวินด์เซอร์แห่งสหราชอาณาจักร มาเป็นการได้ภาพยนตร์แฉชีวิตดัชเชสทรพีภายในความสัมพันธ์ร้ายกาจของครอบครัวมาร์เคิล ซึ่งเต็มไปด้วยพลังเร้าใจแบบละครน้ำเน่ารสแซ่บชั้นแนวหน้าทั้งปวงคอลัมน์ PLANET No.3โดย รัศมี มีเรื่องเล่า(ที่มา: เดลิเมลออนไลน์ ดิเอ็กซ์เพรซ บีบีซี ดิอินดีเพนเดนท์ เดอะสแตนดาร์ด จีบี นิวส์ เดอะซัน พีเพิล)website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO
PLANET#3 เจาะลึก “เมแกน ดัชเชสทรพี” ลงโทษพ่อ 7 ปี ไม่เลิกรา แดดดี้ถูกตัดขา-เธอโนสนโนแคร์ พอทัวร์ลงจนเป็นวิกฤติอิมเมจ ‘ป๋าดัน เดอะซัสเซกซ์’ ก็โผล่!!
by
Tags: