เวลาที่คุณไปต่างประเทศ นอกจากเรื่องของการใช้โทร LINE แล้ว มีการประหยัดค่าโทรแบบปกติผ่าน Wi-Fi Calling ด้วย มันคืออะรไวันนี้มาหคำตอบกันหลายคนอาจเคยเห็นตัวเลือก "Wi-Fi Calling" หรือ "การโทรผ่าน Wi-Fi" ซ่อนอยู่ในการตั้งค่าของสมาร์ทโฟนแล้วก็ปล่อยผ่านไป แต่ความจริงแล้วนี่คือหนึ่งในฟีเจอร์ที่ทรงพลังและมีประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของการประหยัดค่าใช้จ่ายและแก้ปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่เสถียร หรือเวลาโทรไปต่างประเทศใช้ฟีเจอร์นี้ช่วยประหยัดค่าโทรได้ไหม วันนี้ Sanook Hitech มีคำตอบbatch_6584Wi-Fi Calling คืออะไร? ต่างจากโทรผ่าน LINE อย่างไร?Wi-Fi Calling หรือชื่อทางเทคนิคคือ VoWiFi (Voice over Wi-Fi) คือเทคโนโลยีที่อนุญาตให้สมาร์ทโฟนของคุณใช้เครือข่าย Wi-Fi ที่เชื่อมต่ออยู่ ในการโทรออกและรับสายแทนการใช้เสาสัญญาณโทรศัพท์ (Cellular Network) แบบปกติความแตกต่างที่สำคัญที่สุด เมื่อเทียบกับการโทรผ่านแอปพลิเคชันอย่าง LINE, Messenger หรือ WhatsApp ก็คือWi-Fi Calling ใช้ "เบอร์โทรศัพท์จริง" ของคุณ: เวลาที่คุณโทรออก ปลายทางจะเห็นเป็นเบอร์มือถือของคุณตามปกติ และผู้รับไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ หรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อรับสายการโทรผ่านแอป: เป็นการโทรระหว่างแอปด้วยกัน (App-to-App Call) ผู้รับต้องมีแอปเดียวกันและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่จึงจะรับสายได้พูดง่ายๆ ก็คือ Wi-Fi Calling คือการนำ "การโทรปกติ" มาวิ่งบน "ช่องทาง Wi-Fi" นั่นเองประหยัดค่าโทรได้จริงไหม?คำตอบคือ "จริง… แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์" โดยสามารถแบ่งได้ 2 กรณีหลักๆ ดังนี้1. เมื่ออยู่ต่างประเทศ (ประหยัดได้มหาศาล)เรื่องแรกสถานการณ์ที่ Wi-Fi Calling จะแสดงพลังในการประหยัดเงินได้มากที่สุด โดยปกติเมื่อคุณนำซิมการ์ดไปใช้ในต่างประเทศ (Roaming) คุณจะเสียค่าบริการทั้งการโทรออกและ "การรับสาย" ในอัตราที่สูงมากแต่เมื่อคุณเปิดใช้งาน Wi-Fi Calling และเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ในโรงแรม, ร้านกาแฟ, หรือสนามบินการโทรกลับประเทศไทย: ระบบจะคิดค่าบริการเหมือนคุณ "โทรจากประเทศไทย" ไปยังเบอร์นั้นๆ ซึ่งก็คืออัตราค่าโทรปกติในประเทศ หรือหักจากโปรโมชันโทรฟรีที่คุณมีอยู่ โดยไม่เสียค่าบริการโรมมิ่งเลยการรับสาย: เมื่อมีคนโทรเข้าเบอร์ของคุณ คุณจะสามารถรับสายได้ "ฟรี" โดยไม่เสียค่าบริการรับสายขณะโรมมิ่ง (Roaming Inbound Call)ดังนั้น สำหรับนักเดินทาง Wi-Fi Calling คือเครื่องมือชั้นดีในการประหยัดค่าโทรศัพท์ข้ามประเทศ2. เมื่ออยู่ในประเทศไทย (ไม่ได้ประหยัดเงิน แต่แก้ปัญหาสัญญาณ)สำหรับผู้ใช้งานในประเทศที่ส่วนใหญ่มีโปรโมชันค่าโทรแบบเหมาจ่ายหรือโทรฟรีในเครือข่ายอยู่แล้ว Wi-Fi Calling อาจไม่ได้ช่วย "ประหยัดเงิน" โดยตรง แต่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น "ตัวช่วยแก้ปัญหาสัญญาณ" ที่ยอดเยี่ยมแทนหากคุณอยู่ในพื้นที่อับสัญญาณ เช่น ชั้นใต้ดินของอาคาร, คอนโดชั้นสูงๆ, หรือพื้นที่ห่างไกลที่สัญญาณโทรศัพท์อ่อน แต่มีสัญญาณ Wi-Fi ที่แรงและเสถียร Wi-Fi Calling จะช่วยให้คุณสามารถโทรออกและรับสายได้อย่างคมชัด ไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสารที่สำคัญข้อดีและข้อจำกัดของ Wi-Fi Callingข้อดีประหยัดค่าโทรและค่ารับสายขณะเดินทางไปต่างประเทศได้อย่างมหาศาลแก้ปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่อับสัญญาณได้เป็นอย่างดีคุณภาพเสียงคมชัด (ขึ้นอยู่กับความเสถียรของ Wi-Fi)ใช้เบอร์โทรศัพท์เดิม ไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มเติมไม่มีค่าบริการในการเปิดใช้งานข้อจำกัดคุณภาพการโทรขึ้นอยู่กับความเร็วและความเสถียรของสัญญาณ Wi-Fiอาจใช้พลังงานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยต้องใช้สมาร์ทโฟนและผู้ให้บริการเครือข่ายที่รองรับ (ปัจจุบันค่ายใหญ่ในไทยรองรับทั้งหมด)วิธีการเปิดใช้งาน Wi-Fi Calling (iOS & Android)การเปิดใช้งานนั้นง่ายมาก โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในเมนูการตั้งค่าโทรศัพท์สำหรับ iPhone: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > เซลลูลาร์ (Cellular) > การโทรผ่าน Wi-Fi (Wi-Fi Calling) แล้วเปิดใช้งานสำหรับ Android (อาจแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ): ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > การเชื่อมต่อ (Connections) > การโทรผ่าน Wi-Fi (Wi-Fi Calling) แล้วเปิดใช้งานโดยรวมแล้ว Wi-Fi Calling เป็นฟีเจอร์ที่ทรงพลังและถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย มันคือเครื่องมือชั้นดีที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าโทรศัพท์ได้อย่างมหาศาลเมื่ออยู่ต่างประเทศ และเป็นฮีโร่ที่ช่วยแก้ปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ในประเทศ ลองเข้าไปตรวจสอบการตั้งค่าในมือถือของคุณดู… ให้ดี แบละฟีเจอร์นี้ช่วยโทรต่างประเทศราคาถูกลงด้วยนะ
Wi-Fi Calling คืออะไร? ฟีเจอร์ช่วยประหยัดค่าโทร-แก้ปัญหาสัญญาณอ่อนได้จริงไหม?
by
Tags: